วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ร้อง บ.เอกชน ถมที่ทับลำรางสาธารณะ ชาวนาไร้น้ำ ข้าวแห้งตายเกือบร้อยไร่

ผู้ใหญ่บ้านหนองปรง จ.เพชรบุรี ร้อง ลำรางและทางสาธารณประโยชน์ ถูก บ.เอกชน บุกรุก ทั้งขุดดินและถมที่ นาข้าวราษฎรขาดน้ำเสียหายเกือบร้อยไร่ ด้านวิศวกร เผย ไม่มีเจตนา ผู้รับเหมาอาจเข้าใจผิด หาก สนง.ที่ดินสั่ง พร้อมดำเนินการคืนสภาพ

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 59 ที่บ้านหนองเข้ หมู่ 5 ต.หนองปรง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี นางประนอม กลองชิต ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 พร้อมด้วยชาวบ้านจำนวนหนึ่ง พา น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ประธานชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพชรบุรี พร้อมสื่อมวลชน ไปตรวจสอบพื้นที่ หลังลำรางและทางสาธารณประโยชน์ถูกบุกรุก มีการถมที่และขุดลอกดินออกไปขาย ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ของบริษัทเอกชนเกี่ยวกับพลังงานแห่งหนึ่ง ที่จัดซื้อเพื่อทำโรงงานโซลาร์ฟาร์ม บนเนื้อที่ 1,200 ไร่ โดยการจ้างผู้รับจ้างเข้ามาทำการปรับพื้นที่และถมดินทับลำรางสาธารณะ จนทำให้ชาวนาที่ใช้น้ำจากแหล่งดังกล่าวเดือดร้อน นาข้าวต้องแห้งตายเกือบร้อยไร่ อีกทั้ง พื้นที่ใกล้เคียงที่เคยใช้น้ำจากลำรางดังกล่าวก็ไม่มีน้ำใช้

นางประนอม กล่าวว่า ในขณะที่มีการถมดินได้เข้ามาทำการห้ามปรามว่า เป็นลำรางสาธารณะและทางสาธารณประโยชน์ ซึ่งต่อมาได้ร้องเรียนไปที่ อบต.หนองปรง และอำเภอเขาย้อย แต่ก็ไม่มีการห้ามปรามจนมีการดำเนินการแล้วเสร็จ และมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องลำรางและทางสาธารณประโยชน์ในภายหลัง

ขณะ นายชิระ คุ้มนาน หัวหน้าช่างรังวัด สำนักงานที่ดินอำเภอเขาย้อย เผยว่า หลังมีเรื่องร้องเรียน ทางบริษัทมีการทำเรื่องยื่นสอบเขตที่ดินโดยให้ทางรังวัดเอกชนเข้าดำเนินการ ซึ่งรังวัดสอบโฉนดเสร็จสิ้นแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนส่งเอกสารให้ทางสำนักงานที่ดินอำเภอเขาย้อยตรวจสอบ และรับรองความถูกต้อง ซึ่งเมื่อดูจากโฉนดแปลงย่อยที่มีอยู่ พบว่ามีลำรางและทางสาธารณประโยชน์อยู่ในบริเวณดังกล่าวจริง

ส่วนวิศวกรประจำบริษัทเอกชนดังกล่าว ระบุว่า ขณะที่ทำการรังวัดสอบเขตที่ดิน ทราบว่ามีพื้นที่บางส่วนทับซ้อนกับทางสาธารณประโยชน์ จึงมีการถอยแนวรั้วของบริษัทออกจากพื้นที่สาธารณประโยชน์ เนื่องจากไม่มีเจตนาที่จะบุกรุก แต่อาจคลาดเคลื่อนในการทำงานของผู้รับเหมาปรับพื้นที่ และหากสำนักงานที่ดินมีเอกสารที่ชัดเจนออกมา ทางบริษัทยินดีที่จะดำเนินการคืนสภาพพื้นที่ทั้งลำรางและทางสาธารณประโยชน์ให้กับชุมชนโดยไม่มีเงื่อนไข เนื่องจากไม่มีเจตนาตั้งแต่ต้น

ด้าน น.ส.สุมล กล่าวว่า ลำรางและทางสาธารณประโยชน์ ไม่มีผู้ใดสามารถเข้าไปถือครองหรือทำการเปลี่ยนแปลงสภาพได้ เรื่องนี้ถือว่าหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ไม่ใส่ใจในการตรวจสอบและดูแล ซึ่งชาวนาที่ขาดน้ำ จนข้าวแห้งตายต้องมีการเยียวยา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมาดูแลและกำหนดวิธีการให้ชัดเจน ส่วนที่มีการขุดเอาดินในที่สาธารณะดังกล่าวไปขาย ต้องมีการดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าว เพราะไม่มีอำนาจและเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องดูแลที่สาธารณะ แต่กลับเป็นผู้กระทำผิดเสียเอง.