คสช. ขอบคุณ 'จาตุรนต์' ให้แง่คิดเรื่องปฏิรูปประเทศ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

คสช. ขอบคุณ 'จาตุรนต์' ให้แง่คิดเรื่องปฏิรูปประเทศ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 มี.ค. 2559 16:41
6,974 ครั้ง


คสช. ระบุคำสั่งที่ 9/2559 ยังคงยึดหลักผลกระทบสิ่งแวดล้อม ก่อนอนุมัติให้เอกชนดำเนินการ ชี้ นโยบายปราบมาเฟียไม่ได้กำหนดพื้นที่สีแดง ยันปฏิบัติทุกพื้นที่ที่มีเบาะแส ขอบคุณ 'จาตุรนต์' ให้แง่คิดเรื่องปฏิรูปประเทศ

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 59 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช. กล่าวถึงกรณีที่ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการปฏิรูปของ คสช.ว่ายังไม่เป็นรูปธรรม ว่า ต้องขอขอบคุณการแสดงความคิดเห็นของนายจาตุรนต์นั้น มีความคิดเห็นที่ตรงกับ คสช.บางส่วน คือ ประเทศไทยต้องมีการปฏิรูปในหลายเรื่อง ซึ่งแต่ละเรื่องล้วนมีความสำคัญและเป็นข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ แต่บางเรื่องนายจาตุรนต์อาจได้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ซึ่งการปฏิรูปมีหลายเรื่องที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว อีกหลายเรื่องก็ได้ดำเนินการอยู่และยอมรับว่ามีหลายเรื่องก็ยังไม่มีความคืบหน้า ซึ่งอาจจะติดในเรื่องของกฎหมายและระเบียบ โดย คสช.ได้แก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยการแก้ไขปัญหาคำสั่งต่างๆ เพื่อให้สามารถดำเนินการในการแก้ไขปัญหานั้นได้สำเร็จ

พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าวชี้แจงถึงคำสั่ง 9/2559 เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ โดยยืนยันว่า การดำเนินการทุกอย่างคงจะต้องทำตามขั้นตอน เพียงแต่มีการลดเวลาในขั้นตอนการปฏิบัติ และขั้นตอนเหล่านั้นก็สามารถดำเนินการควบคู่กันได้อยู่ แต่อย่างไรก็ตาม การที่จะอนุมัติหรือพิจารณาให้เอกชนดำเนินการใดๆ ก็ตาม ยังคงยึดหลักผลการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเสียก่อน

พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าวถึงการปราบปรามมาเฟียว่า เหลือเวลาอีก 2 เดือนเศษ จะต้องมีความเข้มข้นในการปราบปรามกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลในทุกๆ ส่วน ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ตำรวจภูธร ทหารในพื้นที่ โดยข้อมูลต่างๆ ก็มาจากการร้องเรียนของประชาชนที่ได้มีการรวบรวมและนำมาตรวจสอบผู้ที่อยู่นอกกฎหมาย พร้อมทั้งได้เน้นย้ำไปถึงข้าราชการที่ไม่ให้ทำตนอยู่เหนือกฎหมายทั้งทหารและตำรวจ หากพบก็จะไม่ละเว้นและลงโทษอย่างเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ต่อผู้มีอิทธิพลนั้น ไม่ได้มีการกำหนดว่าพื้นที่ใดเป็นพื้นที่สีแดง แต่เรายึดหลักตรงที่มีข้อมูลตรงไหนก็จะปฏิบัติตามตรงนั้น เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน การดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามข้อมูลในพื้นที่ ไม่ได้มีการกำหนดว่าจะปฏิบัติพื้นที่ใดก่อนหลัง

พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าวยอมรับว่า ผู้มีอิทธิพลมียอดและจำนวนทั้ง 16 กลุ่ม พอๆ กัน และการดำเนินการปราบปราม คสช.ไม่ได้หวังทางการเมือง แต่สิ่งที่คาดหวังคือความสงบสุขของประชาชนมากกว่า และถ้าหาก คสช.หมดอำนาจไป ใครก็ตามที่เข้ามาบริหารประเทศก็จะต้องสานต่อนโยบายการปราบปรามผู้มีอิทธิพล เพียงแต่บางส่วนอาจจะไปกระทบกับคนบางกลุ่ม ซึ่งในส่วนของ คสช.ที่ดำเนินการอยู่นั้น ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรักษาฐานเสียง เราเน้นเรื่องความสงบสุขของประชาชนเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม อยากให้มองผู้บริหารประเทศ ซึ่งถือเป็นผู้ใหญ่ที่เข้ามาทำงานให้กับประเทศชาติในช่วงวิกฤติที่สามารถดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ซื่อสัตย์และสุจริต.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    27.7%
  • ไม่ชอบ
    15.6%
  • สนุก
    48.2%
  • ประหลาดใจ
    5.7%
  • เสียใจ
    0.7%
  • ให้กำลังใจ
    2.1%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement