เขื่อนเจ้าพระยา คงการระบายน้ำ ขณะชาวนาห้วยงูหันปลูกแตงกวา รายได้ดี - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

เขื่อนเจ้าพระยา คงการระบายน้ำ ขณะชาวนาห้วยงูหันปลูกแตงกวา รายได้ดี

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 มี.ค. 2559 16:18
632 ครั้ง


เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท คงการระบายน้ำเพื่อผลักดันน้ำเค็ม และผลิตประปา ขณะที่ชาวนาห้วยงูหันปลูกแตงกวาสู้ภัยแล้ง ขายขั้นต่ำวันละ 1 พันบาท บอกใครจะมาศึกษาที่แปลงปลูกก็ยินดี ไม่คิดหวงวิชา ...

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 11 มี.ค. 2559 ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาว่า ล่าสุดวันนี้ ตรวจสอบระดับน้ำ ที่สถานีวัดน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ระดับน้ำเหนือเขื่อนยกตัวขึ้นอยู่ที่ 14.61 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ขณะที่ระดับน้ำท้ายเขื่อนทรงตัวอยู่ที่ 5.96 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยเขื่อนเจ้าพระยาคงอัตราการระบายน้ำไว้ที่ 75 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อรักษาระบบนิเวศ ผลักดันน้ำเค็มและผลิตน้ำประปา รวมไปถึงการสำรองน้ำไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภคของประชาชน ในจังหวัดภาคกลางและกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นไปตามแผนของกรมชลประทาน และไม่มีท่าทีว่าจะปล่อยน้ำเข้าตามคลองเพื่อใช้ในการเกษตรแต่อย่างใด

ชาวนาห้วยงู หันปลูกแตงกวา แทนข้าว



ด้าน นายคำรณ สุขงาม อายุ 60 ปี เกษตรกร หมู่ 1 บ้านคลองจันทร์ ต.ห้วยงู อ.หันคา กล่าวว่า ช่วง 3-4 ปีก่อน เคยทำนาในที่ดินตัวเอง และเช่าเพื่อนบ้านจำนวนกว่า 8 ไร่ แต่ด้วยสภาพภูมิอากาศที่แห้งแล้ง ประกอบกับน้ำที่น้อย และขาดทุนกับการทำนามาโดยตลอด ทำให้ตัดสินใจหันมาปลูกแตงกวาโดยใช้น้ำจากบ่อบาดาล แล้วทำการต่อสายเดินท่อระบบน้ำหยด ซึ่งสามารถทำรายได้ให้แก่ครอบครัวเป็นอย่างดี ซึ่งปัจจุบันปลูกแตงกวาจำนวน 5 ไร่ เก็บเกี่ยวแตงกวาวันละประมาณ 70 กิโลกรัม ส่งขายที่กิโลกรัมละ 16 บาท ได้เงินวันละ 1 พันบาทเป็นขั้นต่ำ หักลบต้นทุนได้กำไรครึ่งต่อครึ่ง

แตงกวา พืชน้ำน้อย ปลูกขายรายได้ดี



"การปลูกแตงกวานั้น ต้องทำการเตรียมแปลงสำหรับเพาะปลูก และทำการซื้อเมล็ดพันธุ์แตงกวาที่มีคุณสมบัติที่ดี ทนแล้ง ทนฝน ได้ผลผลิตสีเขียวนวลเนียน เนื้อแน่น น้ำหนักดี ทรงกระบอกสวยงาม ลำต้นแข็งแรง ใบใหญ่เขียวเข้ม แตกแขนงรวดเร็ว ต้านทานโรค นำมาปลูกแล้วทำคานผูกตาข่าย ให้ลำต้นเลื้อยไปตามตาข่าย ใช้เวลาปลูกประมาณ 20-30 วัน แล้วจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้อีก 30-45 วัน ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มทั้งค่าแรงและเงินทุน ทำแล้วเห็นผลได้จริง ไม่เหมือนกับการทำนาที่ต้องวัดดวง รอน้ำจากหน่วยงานรัฐบาล รอฝนตกจากฟ้า ซึ่งหากชาวนาคนไหนอยากแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สามารถมาศึกษาได้ที่แปลงปลูก โดยไม่คิดค่าวิชาเพราะอยากให้ชาวนาทุกๆ คน หันมาลองปลูกผักแทนข้าวบ้าง อาจเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตครั้งยิ่งใหญ่ของชาวนาหลายๆ คนก็เป็นได้" นายคำรณ กล่าว.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    46.2%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    53.8%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement