ศูนย์วิจัยกสิกรฯ เผย ECB ลดดอกเบี้ย ช่วยหนุนเงินทุนไหลเข้าเอเชีย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ศูนย์วิจัยกสิกรฯ เผย ECB ลดดอกเบี้ย ช่วยหนุนเงินทุนไหลเข้าเอเชีย

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 มี.ค. 2559 17:10
323 ครั้ง


ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มอง ECB ลดดอกเบี้ย ช่วยหนุนให้เงินทุนไหลเข้าเอเชียต่อเนื่อง-กระจายนักลงทุน ขณะที่ความเสี่ยงเงินบาท อาจแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 7 เดือน ใกล้ 35.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ...

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 59 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 59 มีส่วนที่สร้างความประหลาดใจต่อตลาดการเงินโลก 2 เรื่อง คือ 1) ECB เลือกใช้หลายเครื่องมือผ่อนคลายทางการเงิน ซึ่งมากกว่าที่ตลาดคาด และ 2) ประธาน ECB ส่งสัญญาณว่าไม่น่าจะมีความจำเป็นที่ ECB จะต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในระยะข้างหน้า ทั้งนี้ 2 ประเด็นดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของตลาดเงิน-ตลาดทุนโลกในด้านที่กลับกัน แต่ดูเหมือนว่าตลาดการเงินจะให้น้ำหนักมากกว่ากับถ้อยแถลงของประธาน ECB ที่บ่งชี้ว่าอัตราดอกเบี้ยของยูโรโซนอาจจะแตะระดับต่ำสุดของวัฏจักรรอบนี้แล้ว เพราะในท้ายที่สุดค่าเงินยูโรทะยานแข็งค่าขึ้น พร้อมกับอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลยูโรโซน ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปเผชิญแรงเทขายกลับลงมา

ทั้งนี้ หากประเมินถึงระดับมาตรการผ่อนคลายทางการเงินที่อยู่นอกเหนือการคาดการณ์ของตลาดในหลายๆ ส่วน ต้องยอมรับว่าการประชุมนโยบายการเงินของ ECB ในรอบนี้ เป็นการทบทวนเครื่องไม้เครื่องมือเชิงนโยบายครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ของธนาคารกลางแกนหลักของโลกในปีนี้ ตามหลังธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่ประกาศใช้อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 3 อัตรา โดยมีอัตราต่ำสุดเป็นค่าติดลบที่ร้อยละ -0.10 เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 59 และธนาคารกลางจีน (PBOC) ที่ปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ลงมาที่ร้อยละ 17.0 และร้อยละ 16.0 ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่และขนาดเล็กตามลำดับ เมื่อวันที่ 29 ก.พ.  59 ที่ผ่านมา

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า แม้ตลาดจะค่อนข้างผิดหวังกับถ้อยแถลงของประธาน ECB ที่ระบุว่าไม่เห็นความจำเป็นที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก แต่คาดว่าผลลัพธ์ที่จะมีต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนในช่วงหลังจากนี้ อาจจะไม่แตกต่างไปจากสถานการณ์ที่เริ่มเห็นมาแล้วตั้งแต่ในช่วงท้ายๆ เดือน ม.ค. 59 เป็นต้นมามากนัก ก็คือสัญญาณผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางชั้นนำหลายๆ แห่ง และความไม่แน่นอนในจังหวะการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจทำให้มีเม็ดเงินต่างชาติบางส่วนทยอยไหลกลับเข้ามายังตลาดการเงินในภูมิภาคอีกระลอก (หลังจากที่ไหลออกไปในปีที่แล้ว) ซึ่งต้องยอมรับว่าพันธบัตรและหุ้นไทยก็น่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือก เพื่อกระจายพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติด้วยเช่นกัน

อนึ่ง นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทย เป็นเงินรวมกันแล้วกว่า 5.0 หมื่นล้านบาท นับจากต้นปี 2559 ขณะที่เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 7 เดือน ใกล้ๆ 35.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    70.6%
  • ไม่ชอบ
    5.9%
  • สนุก
    5.9%
  • ประหลาดใจ
    5.9%
  • เสียใจ
    5.9%
  • ให้กำลังใจ
    5.9%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement