ป.รวบสาวแสบ แก๊งหลอกซื้อดาวน์รถ สูญเงินร่วม 10 ล้านบาท - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

ป.รวบสาวแสบ แก๊งหลอกซื้อดาวน์รถ สูญเงินร่วม 10 ล้านบาท

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มี.ค. 2559 20:43
5,881 ครั้ง


ตำรวจกองปราบ จับสาววัย 43 ผู้ต้องหาขบวนการต้มตุ๋น หลังเดินสายหาเหยื่อที่โพสต์ขายดาวน์รถตามเว็บไซต์ ก่อนออกอุบายขอซื้อดาวน์ แล้วสวมรอยเอารถไปจำนำเอาเงินเข้ากระเป๋า เสียหายกว่า 10 ล้านบาท ตำรวจเตือนตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วน ก่อนเปลี่ยนสัญญาเช่าซื้อรถ...

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 10 มี.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก. รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ท.ธีรศักดิ์ จันทราพิพัฒน์ สว.กก.4 บก.ป.นำกำลังจับกุม น.ส.อรอุมา ไชยรัตนรักษา หรือ น.ส.คำมาย ชัยเดช อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชัยภูมิ ที่ 249/2558 ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2558 ข้อหายักยอกทรัพย์ จับกุมตัวได้บริเวณหลัก กม.ที่ 30 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

พล.ต.ต.ชาญ กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อประมาณปี 2558 ผู้ต้องหาได้ร่วมกับพวก หลอกซื้อดาวน์รถยนต์และรถกระบะ ที่มีการประกาศ หรือโพสต์ขายดาวน์รถเอาไว้ตามเว็บไซต์ต่างๆ เนื่องจากไม่ต้องการจะผ่อนรถกับไฟแนนซ์อีกแล้ว เมื่อได้รถยนต์หรือรถกระบะเป้าหมายที่มีการโพสต์แล้ว ผู้ต้องหาจะโทรศัพท์ติดต่อสอบถามกับผู้เสียหายเพื่อนัดหมายไปดูรถ และจ่ายเงินส่วนหนึ่งเพื่อซื้อดาวน์ต่อจากผู้เสียหาย ระหว่างนั้นจะมีการว่าจ้างผู้ร่วมขบวนการ เป็นเงิน 5,000-10,000 บาท ให้มาเป็นผู้ค้ำประกันโดยมีการใช้เอกสารปลอมเกี่ยวกับการเปลี่ยนสัญญาเช่าซื้อรถ หลังจากได้รถของผู้เสียหายมาแล้วจึงนำไปจำนำต่อในราคาคันละประมาณ 40,000-50,000 บาท อย่างไรก็ดี เมื่อทางไฟแนนซ์ ได้มีหนังสือทวงถามการผ่อนชำระค่างวดรถมายังผู้เสียหายตามปกติถึงรู้ตัวว่าถูกหลอกลวง ก่อนจะพากันเข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้ ต่อมาชุดสืบสวน กก.4 บก.ป.ได้วางแผนจับกุม โดยวางแผนว่าจะขายดาวน์รถให้ผู้ต้องหา ก่อนจะนัดหมายสถานที่ จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาไว้ได้ดังกล่าว

พล.ต.ต.ชาญ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหาก่อเหตุมาแล้วประมาณ 8-9 ราย รวมมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นประมาณ 10 ล้านบาท โดยยังมีผู้ร่วมกระทำผิดในลักษณะเป็นขบวนการซึ่งรับหน้าที่เป็นผู้ค้ำประกันและทำสัญญาปลอม ซึ่งขณะนี้ทางชุดสืบสวนอยู่ระหว่างขยายผลการจับกุมแล้ว ส่วนผู้ต้องหารายนี้ได้นำส่งพนักงานสอบสวนรับไว้ดำเนินคดี ทั้งนี้ ขอฝากแจ้งเตือนไปยังผู้ที่ต้องการจะขายดาวน์รถ ให้ระมัดระวังตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนจะเปลี่ยนสัญญาการเช่าซื้อรถ เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้

ด้าน น.ส.พัชรี คงปลอด อายุ 44 ปี เจ้าหน้าที่พยาบาล รพ.ราชวิถี หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ดาวน์รถกระบะโตโยต้า วีโก้ แชมป์ ทะเบียน 1 ฒง 6413 กรุงเทพมหานคร จากไฟแนนซ์แห่งหนึ่ง ในราคา 50,000 บาท แต่ภายหลังต้องการจะขายรถคันดังกล่าว จึงประกาศในเว็บไซต์ จากนั้นผู้ต้องหาได้ติดต่อมาว่าสนใจจะซื้อดาวน์รถของตน มีการนัดหมายพบกันที่ รพ.ราชวิถี เมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา มีการทำสัญญาจะซื้อจะขาย และต่อมามีการทำสัญญาเปลี่ยนผู้เช่าซื้อ พร้อมกับจ่ายเงินให้เป็นจำนวน 55,000 บาท กระทั่งเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ เมื่อถึงกำหนดชำระค่างวดผ่อนรถกับไฟแนนซ์ กลับยังมีหนังสือทวงถามค่างวดรถถึงตน จึงรู้ว่าถูกหลอกลวง พอติดต่อไปหาผู้ต้องหากลับไม่สามารถติดต่อได้อีก จึงได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สน.พญาไท ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนจะมาทราบว่ามีผู้เสียหายถูกหลอกลวงหลายราย

สอบสวนผู้ต้องหา รับสารภาพว่า มีอาชีพค้าขายก่อนหน้านี้ได้รู้จักกับเพื่อนที่เคยซื้อดาวน์รถลักษณะนี้เพื่อนำรถมาใช้งาน และได้รับการชักชวนให้ทดลองติดต่อผู้เสียหายเพื่อซื้อดาวน์รถ ต่อมาจึงมีการนำรถไปจำนำ เพื่อนำเงินมาหมุนเวียนใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยทำมาประมาณ 1 ปี สำหรับรถยนต์ของผู้เสียหายนั้นจะพยายามติดตามรถคืนมาให้ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าว กลุ่มผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงได้รวมตัวกันมาเพื่อชี้ตัวผู้ต้องหา ได้พยายามจะเข้าไปทำร้ายร่างกายผู้ต้องหารายนี้ แต่ทางเจ้าหน้าที่สามารถกันทั้งสองฝ่ายออกมาได้ ก่อนจะรีบคุมตัวผู้ต้องหาออกจากบริเวณโถงชั้นล่างที่มีการจัดแถลงข่าวทันที

อีกคดี กก.4.บก.ป.จับกุม นายสมพงษ์ หรือหมิก หมานโต๊ะ หึม อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาปล้นทรัพย์ ตามหมายจับของศาลจังหวัดนาทวี สืบเนื่องจากเมื่อเช้ามืดวันที่ 23 พฤษภาคม 2558 ผู้ต้องหาพร้อมพวกที่หลบหนีอีก 3 คน ได้ก่อเหตุปล้นร้านเซเวน อีเลฟเว่น สาขาจะนะ ม.2 ต.บ้านนา อ.จะนะ จ.สงขลา ได้เงินสดไปประมาณ 4,000 บาท ก่อนจะขี่รถจยย.หลบหนีไป ต่อมาวันที่ 10 มีนาคม 2559 เจ้าหน้าที่กก.4.บก.ป.สืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมาทำงานอยู่ที่ จังหวัดปทุมธานี จึงติดตามจับกุมตัวเอาไว้ได้ดังกล่าว ก่อนจะส่งตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายที่ สภ.จะนะ จ.สงขลา ต่อไป.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    54.5%
  • ไม่ชอบ
    36.4%
  • สนุก
    9.1%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement