โรคเอส แอล อี (ตอนที่ 4) การปฏิบัติตัวของผู้ป่วย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

โรคเอส แอล อี (ตอนที่ 4) การปฏิบัติตัวของผู้ป่วย

โดย คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี 25 มี.ค. 2559 05:30
1,862 ครั้ง


คอลัมน์ศุกร์สุขภาพ ประจำศุกร์นี้ จะนำเสนอความรู้เกี่ยวกับข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยโรคเอส แอล อี เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับการปฏิบัติตนได้อย่างถูกวิธี ดังนี้

1. ช่วงที่มีการรักษาด้วยยา ต้องรับประทานยาตามขนาดและระยะเวลาที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด ไม่เพิ่มหรือลดขนาดยาเอง

2. หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดโดยตรง ถ้าจำเป็นควรสวมหมวกปีกกว้าง กางร่ม ใส่เสื้อแขนยาว และใช้ครีมกันแดดที่ป้องกันแสงอัลตราไวโอเลตได้ดี

3. ทำจิตใจให้สบาย ไม่ควรเครียด หมกมุ่น ท้อถอย เศร้าใจ หรือกังวลใจ เพราะจะทำให้อาการของโรคกำเริบได้ ควรมีความอดทนต่อการรักษา แม้บางครั้งจะต้องพบกับอาการข้างเคียงของยาบ้าง ก็ควรทำใจยอมรับกับโรคและปัญหาอื่นๆ ที่เกิดขึ้น คิดในเชิงสร้างสรรค์และค่อยๆ แก้ปัญหาไปตามลำดับ และไม่ควรนำอาการของตนไปเปรียบเทียบกับผู้ป่วยรายอื่น เนื่องจากการพยากรณ์โรคต่างกัน อาจทำให้สับสนได้

4. เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง โดยรับประทานอาหารที่สุกสะอาด เพราะมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย เช่น ไข้ไทฟอยด์ อาจทำให้เกิดภาวะกระดูกพรุนง่าย จึงควรกินอาหารที่มีแคลเซียมสูง

5. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและพักผ่อนให้เพียงพอ

6. ไม่ควรตั้งครรภ์ในระยะที่โรคกำเริบ เพราะอาจจะเป็นอันตรายต่อแม่และเด็กในครรภ์ แต่ในระยะที่โรคสงบอาจตั้งครรภ์ได้ ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ และไม่ควรใช้ยาคุมกำเนิดหรือใส่ห่วง เพราะมีโอกาสติดเชื้อสูง

7. ไม่ควรซื้อยามารับประทานเองโดยไม่จำเป็น เพราะยาบางตัวทำให้โรคกำเริบ และอาจเกิดการแพ้ยาได้ง่ายกว่าคนปกติ

8. หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด อากาศไม่บริสุทธิ์ ไม่เข้าใกล้ผู้กำลังติดเชื้อ เช่น ไข้หวัด

9. ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ไปตรวจตามที่แพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประโยชน์ในการประเมินความรุนแรงของโรคและผลการรักษา แพทย์จะได้พิจารณารักษาได้อย่างถูกต้อง ไม่ควรเปลี่ยนแพทย์ผู้รักษาบ่อย เพราะแพทย์คนใหม่อาจจะไม่ทราบรายละเอียดอาการเจ็บป่วย ทำให้เกิดการล่าช้าในการวินิจฉัยโรคและการรักษา จนอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้

10. ถ้ามีอาการผิดปกติที่บ่งชี้ว่ามีการติดเชื้อ เช่น มีไข้ หนาวสั่น ไข้หวัด มีตุ่มหนอง ควรรีบกลับไปหาแพทย์ทันที หรือหากไปพบแพทย์ท่านอื่น ควรนำยาที่กำลังรับประทานอยู่ไปให้แพทย์ดูด้วยทุกครั้ง เพื่อแพทย์จะได้จัดยาให้สอดคล้องกับยาเดิม

11. ถ้ามีอาการผิดปกติที่เป็นอาการกำเริบของโรค เช่น มีไข้เป็นๆ หายๆ อ่อนเพลีย น้ำหนักลด ผมร่วง บวม ผื่นขึ้นใหม่ๆ ปวดข้อ ควรจะไปพบแพทย์ทันที

12. ถ้าหากรับประทานยาที่กดภูมิคุ้มกันอยู่ เช่น อิมมูแรน เอ็นดอกแซน ให้หยุดยาชั่วคราวระหว่างที่มีการติดเชื้อ

13. เลือกการทำงานให้เหมาะสมกับสภาวะของโรคที่เป็นอยู่

โรคเอสแอลอี หรือโรคแพ้ภูมิตนเอง เป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่มีหลายปัจจัยที่กระตุ้นให้กำเริบได้ แม้โรคจะยังรักษาไม่หาย แต่การปฏิบัติตัวที่ดีของผู้ป่วยจะสามารถควบคุมการกำเริบของโรคได้ การให้ความร่วมมือในการรักษา ความตั้งใจ และความอดทน ทำให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

หากท่านสงสัยว่าเป็นโรคนี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะแรกๆ

นายแพทย์กิตติ โตเต็มโชคชัยการ
คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    85.7%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    14.3%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement