มิตซูบิชิไทรทันใหม่ ใส่ของมาเพียบ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

มิตซูบิชิไทรทันใหม่ ใส่ของมาเพียบ

โดย อาคม รวมสุวรรณ 14 มี.ค. 2559 10:05
32,051 ครั้ง


มิตซูบิชิไทรทันรุ่นปรับปรุงอุปกรณ์โผล่ออกมาในช่วงต้นปี 2559 พร้อมไปกับการทำตัวให้อยู่เหนือรถปิกอัพคู่แข่งด้วยการยัดอุปกรณ์แบบรถออฟโรดเอสยูวี เป็นการยกระดับประสิทธิภาพการใช้งานให้มีความสะดวกสบาย ด้วยอุปกรณ์ที่รถปิกอัพแบรนด์อื่นไม่มีหรือมีแต่น้อยกว่า หลังจากการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ของนิวไทรทันเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2557 ไทรทันเวอร์ชั่นล่าสุดประจำปี 2559 มาพร้อมความสามารถที่มากยิ่งขึ้น จุดเด่นของรถรุ่นนี้นอกจากเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร ที่มีกำลังแรงบิดมากถึง 430 นิวตันเมตรแล้ว ยังมาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีดที่มีอัตราทดค่อนข้างครอบคลุม ทำให้การขับใช้งานในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นการเดินทางทั้งใกล้และไกล รวมถึงการบรรทุกมีความโดดเด่นไม่เป็นรองรถคู่แข่ง 1 ปีที่ผ่านไปทำให้ไทรทันใหม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในด้านความสะดวกสบายเพื่อสร้างจุดขายให้มีความเหนือชั้นกว่าเหล่าบรรดาปิกอัพคู่แข่งในตลาดรถยนต์ของไทย


Mitsubishi Triton มิตซูบิชิ ไทรทัน GLS LTD 2.4L Diesel 5AT 2016 ราคา 1,049,000 บาท

รูปร่างหน้าตาของนิวไทรทันยังคงเหมือนเดิม โดยไม่มีการปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนภายนอกแต่อย่างใด ในส่วนของอุปกรณ์ภายในนั้นต้องบอกเลยว่าไทรทันใหม่จัดมาให้แบบเต็มสูบ เป็นการยกระดับอุปกรณ์เดิมๆ ให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากพอในการใช้งาน จากที่เคยมีขายมากถึง 23 รุ่น พอมาถึงรุ่นใหม่จึงมีการปรับให้เหลือเพียงแค่ 16 รุ่น รุ่นที่ถือเป็นไฮไลต์คือรุ่น 4 ประตูยกสูง ขับเคลื่อน 2 ล้อ หรือขับเคลื่อน 4 ล้อ รุ่น Double Cab Plus และรุ่น Double Cab 4x4 วางเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอลเรลไดเรคอินเจคชั่น ปริมาตรความจุ 2.4 ลิตร พร้อมชุดอัดอากาศแบบแปรผัน VG Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 181 แรงม้า ที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิด 430 นิวตันเมตร มาในรอบเครื่องยนต์ที่ต่ำเป็นพิเศษสำหรับการออกตัวอย่างรวดเร็วหรือใช้สำหรับฉุดตัวเองขึ้นมาจากอุปสรรคบนเส้นทางออฟโรด เครื่องยนต์คลีนดีเซลมีอัตราสิ้นเปลืองดีขึ้นถึง 20% เสื้อสูบอลูมินั่มอัลลอย น้ำหนักเบาและแข็งแกร่ง ระบบวาล์วแปรผัน MIVEC แปรผันฝั่งท่อร่วมไอดี ช่วยให้การออกตัวในรอบต่ำมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงยังคงแรงบิดในรอบกลางๆ ถึงรอบสูงสุดได้อย่างต่อเนื่อง ระบบวาล์วแปรผันยังทำงานร่วมกับ VG Turbo อีกด้วย เครื่องยนต์คลีนดีเซลของมิตซูบิชิผ่านมาตรฐานไอเสียในระดับ EURO-4

ระบบขับเคลื่อน Super Select 4WD II All Wheel Control ปรับปรุงรัศมีวงเลี้ยวแคบสุดในรุ่น 4x4 เพียงแค่ 5.9 เมตร ส่วนรุ่น 2 WD มีรัศมีวงเลี้ยว 5.7 เมตร ระบบขับเคลื่อน Super Select 4WD II ซึ่งประจำการอยู่ในปาเจโรสปอร์ตถูกนำมาติดตั้งในนิวมิตซูบิชิไทรทันรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ มีความแม่นยำ ระบบ All Wheel Control ประกอบด้วย ระบบ ASC Active Stability Control ซึ่งเป็นระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวในสภาวะที่รถอาจเกิดการเสียสมดุล ป้องกันการลื่นไถลออกนอกเส้นทางเมื่อขับเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงบนถนนลื่นหรือหักหลบแบบกะทันหัน ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกเต็มกำลัง ABS Anti-Lock Braking System ทำงานเมื่อเหยียบแป้นเบรกแบบกะทันหันช่วยให้ผู้ขับสามารถหักพวงมาลัยหลบสิ่งกีดขวางได้ทันท่วงที ระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรก Electronic Brakeforce Distribution ทำงานร่วมวงจรกับระบบป้องกันล้อล็อก ABS เพื่อกระจายแรงเบรกไปยังล้อทั้งสี่ทำให้ระยะเบรกสั้นลง BA-Brake Assist ระบบเสริมแรงเบรก ช่วยเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกในระบบให้มากยิ่งขึ้น เพื่อทำให้รถหยุดอย่างรวดเร็ว ระบบ ATC Active Traction Control ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีทิ้งและควบคุมอาการลื่นไถล ระบบจะเข้ามาควบคุมการหมุนของล้อทั้งสี่ ให้มีความสมดุลสูงสุดในสภาวะที่ผิวถนนลื่น ขรุขระ หรือวิ่งอยู่บนทางที่มีความลาดชัน เพื่อทำให้ล้อมีการยึดเกาะกับผิวถนนในระดับสูงสุด และระบบ HSA - Hill Start Assist ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ป้องกันอาการไหลถอยหลังเมื่อขับขี่บนทางที่มีความลาดชันสูง ทั้งหมดคือ All Wheel Control ที่ผสมผสานการทำงานกับระบบ Super Select 4WD II

ในส่วนของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ของนิวไทรทัน มีการเพิ่มเติมสมรรถนะการขับเคลื่อนทั้ง Part Time 4WD และ Full Time 4WD ผนวกรวมเข้าไว้ด้วยกัน โดยใช้ชื่อว่า Super Select 4WD II All Wheel Control และใช้สวิทช์ปรับโหมดการขับเคลื่อนของนิวไทรทันที่มีรูปแบบคล้ายกับสวิทช์ปรับโหมดขับเคลื่อนของปาเจโรสปอร์ต

1-เริ่มจากตำแหน่ง 2H High Range เป็นระบบขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หลังในสภาพการขับขี่ปกติ ให้อัตราเร่งที่ดีและประหยัดเชื้อเพลิง กำลังของเครื่องยนต์ทั้งหมด 100% จะถูกส่งลงไปยังล้อหลังเท่านั้น

2-ตำแหน่ง 4H หรือ 4WD High Range เป็นโหมดขับเคลื่อน 4 ล้อที่เหมาะสมกับสภาพถนนที่เปียกลื่น ระบบส่งกำลังจะถ่ายเทแรงบิดไปยังล้อหน้า 40% และล้อหลัง 60% บนถนนแห้ง หรือกระจายแรงบิดไปยังล้อหน้า-หลัง เฉลี่ย 50% เท่ากัน เมื่อขับอยู่บนผิวถนนที่มีความลื่นและเปียกชื้น โดยระบบ Torsen Torque - sensitive type ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะ ในตำแน่งนี้ระบบจะทำงานในแบบ 4 ล้อตลอดเวลา Full Time All Wheel Control

3-ตำแหน่ง 4HLc 4WD High Range With Locked Transfer ระบบส่งกำลังจะถ่ายเทแรงบิดจากเครื่องยนต์ไปยังล้อทั้ง 4 โดยมีระบบ center differential locked ทำหน้าที่ในการเฉลี่ยแรงบิดไปยังล้อหน้า 50% และล้อหลัง 50% เท่ากันตลอดเวลาสำหรับการขับในเส้นทางทุรกันดาร โดยสามารถใช้ความเร็วบนเส้นทางเปียกแบบทางลูกรังหรือทางที่มีผิวลื่น และไม่ควรใช้ในเส้นทางที่แห้ง

4-4LLc 4WD Low Range With Locked Transfer ระบบส่งกำลังจะถ่ายเทแรงบิดจากเครื่องยนต์ไปยังล้อทั้ง 4 โดยมี center differential locked ทำหน้าที่ในการส่งถ่ายกำลังในอัตราส่วน 50-50 เท่ากันตลอดเวลา ชุดเกียร์ส่งกำลัง transfer gear ratio จะทำการเพิ่มอัตราทดให้สูงขึ้น ช่วยทำให้กำลังการขับเคลื่อนมีมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการขับขี่ในเส้นทางที่มีความทุรกันดารมากๆ มีหล่มโคลนหรือมีเนินที่สูงชัน ตำแหน่ง 4LLc 4WD ไม่ควรใช้ความเร็วเกินกว่า 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

หลังจากเปิดตัวเข้าสู่ตลาด “มิตซูบิชิไทรทันใหม่” ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าทั้งในเรื่องของการออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สมรรถนะในการขับขี่ที่มีทั้งความสะดวกสบายบนถนนแบบทางเรียบและออฟโรด การตอบสนองที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้รถปิกอัพเมื่อขับใช้งานในชีวิตประจำวันหรือขับทางไกล เพื่อเดินทางท่องเที่ยวกับครอบครัว สำหรับการขับทดสอบความสามารถของรถกระบะมิตซูบิชิไทรทัน รุ่น GLS LTD 2.4L Diesel 5AT ราคา 1,008,000 เริ่มจากหน้าสำนักงานใหญ่ของมิตซูบิชิไปยังโรงแรมดาษดาในจังหวัดปราจีนบุรี ผ่านจุดชมวิวเจ็ดคต รวมระยะทางในการขับทดสอบ 206 กิโลเมตร พร้อมด้วยเส้นทางทดสอบสมรรถนะด้านออฟโรดและการทำงานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อในมิตซูบิชิไทรทัน รุ่น GLS LTD 2.4L 4x4 แถบเนินเขาใกล้โรงแรมดาษดาอีก 3 กิโลเมตร

รถกระบะยุคใหม่อย่าง มิตซูบิชิไทรทัน ไม่มีอะไรซับซ้อนและมีจุดเด่นอยู่ที่ขนาดของตัวรถอันใหญ่โตที่เน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก จุดขายของนิวไทรทันอยู่ที่อุปกรณ์นับสิบรายการที่เพิ่มเข้ามาในรุ่นสูงสุด GLS LTD 2.4L 4x4 ส่วนราคาเมื่อเทียบกับรถกระบะคู่แข่งก็พบว่าอุปกรณ์และสภาพการควบคุมขับขี่นั้นไทรทันเหนือชั้นกว่าเล็กน้อย ไทรทันใหม่เหมาะกับคนที่ต้องการรถปิกอัพคันโต มันมีกำลังของเครื่องยนต์ที่เหลือกินเหลือใช้ มากเกินพอสำหรับลุยไปบนทางวิบากหรือวิ่งทางไกลบนไฮเวย์ แรงบิดระดับ 430 นิวตันเมตร เอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่ย่ำแย่บนเส้นทางโหดๆ ได้อย่างสบาย แรงม้า 181 ตัว เหลือเฟือและทำให้นิวไทรทันมีการขับขี่ที่ดี มันทั้งใหญ่และทรงพลัง แม้จะวางเครื่องยนต์ดีเซลความจุไม่มาก แต่แรงบิดที่ได้รับจากเครื่องยนต์นั้นมากเกินพอที่จะบุกตะลุยไปในทุกที่ที่มีทาง

รุ่นสูงสุดดับเบิ้ลแคป GLS LTD 2.4L 4x4 ราคา 1 ล้านกับอีก 49,000 บาท ดูเหมือนราคาจะแรงไปนิด แต่ให้มองที่อุปกรณ์ซึ่งมิตซูบิชิจัดเต็มสูบมาให้แบบใกล้เคียงกับรถเอสยูวี พวงมาลัยใหม่ติดตั้งแป้นเปลี่ยนเกียร์ของปาเจโรสปอร์ตมาให้เพื่อชิฟเกียร์ผ่านแป้นควบคุมหลังพวงมาลัย หรือผลักคันเกียร์ไปยังตำแหน่ง +/- ทางแบบไฮเวย์ที่จะมุ่งหน้าไปยังอำเภอบ้านนาในจังหวัดนครนายกมีทางขึ้นลงเนินที่ไม่ชันมากนัก แรงบิดจากเครื่องยนต์ถ่ายเทลงไปในเกียร์ 5 สปีดออโตผ่านเพลากลางกระจายลงไปยังเฟืองท้ายแล้วเทแรงบิดทั้งหมดในโหมดขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง 2H High Range ที่ใช้วิ่งบนทางราบได้ดี การทำงานของเครื่องยนต์ดีเซลมีประสิทธิภาพสูง เครื่องรหัส 4N15 DOHC 16 วาล์ว MIVEC เทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์ เป็นแบบอลูมินั่มบล็อก ที่มีน้ำหนักเบาซึ่งเกิดขึ้นจากการพัฒนาด้านชิ้นส่วนที่เข้ามาช่วยให้น้ำหนักของตัวเครื่องยนต์ลดลง 4N15 มีน้ำหนักส่วนเกินที่ถูกตัดออกไปมากถึง 35 กิโลกรัม แต่ยังคงความแข็งแรงทนทานจากสภาวะการใช้งานในลักษณะต่างๆ

ระบบระบายความร้อนแบบใหม่และการเลือกใช้กระบอกสูบแบบเหล็กกล้าหรือ Steel Cylinder Liner การติดตั้งโซ่สายพานไทมิ่งเข้ามาช่วยเพิ่มความคงทน ยืดอายุการใช้งานและลดค่าใช้จ่ายในด้านการบำรุงรักษา ระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบแปรผัน หรือ VG Turbo บูสอัดไอดีเข้าไปยังห้องเผาไหม้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในด้านของแรงบิดรอบต่ำได้ดี ทำให้เครื่องยนต์มีแรงบิดเพียงพอต่อการขับเคลื่อนตัวรถตั้งแต่รอบต่ำตอนออกตัวไปจนถึงรอบสูงสุดในการเร่งความเร็ว นับเป็นครั้งแรกของวงการรถปิกอัพยกสูงขับ 4 ล้อ ที่มีการติดตั้งระบบวาล์วแปรผันสองฝั่ง MIVEC หรือ Mitsubishi Innovative Valve Timing Electronic Control System เป็นระบบควบคุมการปิดเปิดของวาล์วไอดีแบบแปรผันทำงานสอดคล้องกับความเร็วรอบเครื่องยนต์ การออกแบบในลักษณะดังกล่าวของระบบวาล์วแปรผัน MIVEC ช่วยทำให้เครื่อง 4N15 มีแรงบิดที่ดีในรอบต่ำและเพิ่มแรงบิดในรอบสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้เครื่องยนต์มอบอัตราเร่งที่ดี เผาไหม้หมดจดและประหยัดเชื้อเพลิง

สภาพการขับขี่เมื่ออยู่บนไฮเวย์ข้ามจังหวัดแบบนี้ รุ่น GLS LTD 2.4L 4x4 มีสัดส่วนของความยาว 5,280 มิลลิเมตร สูงมากถึง 1,780 มิลลิเมตร ทำให้อารมณ์การขับเหมือนนั่งอยู่บนหลังช้างตัวสูงใหญ่ แรงบิดมหาศาลจากเครื่องดีเซล 2.4 ลิตรเทอร์โบนำพามันพุ่งทะยานออกตัวอย่างรวดเร็วเมื่อลองกดคันเร่งจนสุดคุณก็จะได้ยินเสียงยางบดลงไปบนพื้นถนนอย่างชัดเจน กำลังที่ดีทำให้ไทรทันใหม่ไม่มีคำว่าชะงักชักช้าหรือลังเลใดๆ ทั้งสิ้นสำหรับการออกตัว คันเร่งตอบสนองต่อการกดได้ดีแทบจะไม่มีจังหวะของการรีเลย์หรืออาการหน่วงแต่อย่างใด พลังในรูปของแรงบิดขนาด 430 นิวตันเมตร ทะลักล้นเมื่อคันเร่งถูกจมลงจนหมดมิดพรมปูพื้น ไม่ต้องแปลกใจในความแรงของรถกระบะยุคใหม่ที่ใส่กำลังมาให้ใช้งานกันอย่างเหลือเฟือ

แรงบิดที่ดีของมิตซูบิชิไทรทันจะสามารถสำแดงประสิทธิภาพสูงสุดออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนเมื่อนำมันไปวิ่งลุยทางโหดๆ แบบออฟโรด แรงบิดระดับรถสปอร์ตจากเครื่องดีเซลตัวเล็กมากเกินพอสำหรับการใช้งาน วิศวกรมิตซูบิชิได้ลงมือลงแรงทุ่มเทพัฒนาเครื่องยนต์ 4N15 จนไม่มีความจำเป็นที่จะสร้างเครื่องให้ใหญ่โตไปมากกว่านี้ เครื่องดีเซลขนาด 2.4 ลิตร ทำงานด้วยความเรียบเนียน จากการออกแบบจุดยึดใหม่ของยางแท่นเครื่องแท่นเกียร์รวมถึงจุดยึดโยงกับแชสซีที่ช่วยเข้ามาตัดทอนแรงสั่นสะเทือนให้เหลือน้อยลงมากจนไม่ส่งผลกระทบด้านความรู้สึกรำคาญหรือไม่สบายเนื้อตัว เครื่อง 4N15 ยังมีเสียงการทำงานที่ลดลงมากโดยเฉพาะในรอบเดินเบา แตกต่างจากเครื่องยนต์ดีเซลของกระบะยี่ห้ออื่นบางรุ่นที่มีเสียงในรอบเดินเบาดังสนั่นหวั่นไหวมากจนเกินไป

ระบบส่งกำลังของมิตซูบิชิไทรทันใหม่วางเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ก็ทำงานได้อย่างต่อเนื่องปราศจากอาการกระตุกหรือกระชาก การเปลี่ยนเกียร์ในโหมดออโตไหลลื่นใช้ได้ สำหรับอาการกระตุกเล็กๆ จะเกิดขึ้นเมื่อใช้คันเร่งลงลึกแบบฉับพลันทันทีทำให้เกิดอารมณ์สนุกสนานในการควบคุมเจ้ายักษ์ตราเพชรคันนี้ เกียร์อัตโนมัติที่มีอัตราทดแค่ 5 ตำแหน่งอาจเป็นรองเกียร์ลูกใหม่ของ Nissan Navara หรือแม้แต่เกียร์ราคาแพงของนิวปาเจโรสปอร์ตที่มีให้สับกันถึง 8 สปีด แต่เกียร์ออโต 5 สปีดลูกนี้ก็ไม่ได้เสียเปรียบจนเห็นถึงความแตกต่างอะไรกันมากมายนักเมื่อขับใช้งานในสภาพการณ์ปกติ การตัดต่อขึ้นลงตลอดการขับเดินทางบนไฮเวย์มีความต่อเนื่องราบเรียบใช้ได้ หากใส่กันหนักๆ ยังแถมอารมณ์สปอร์ตมาให้ได้สัมผัส จากการกระชากลากถูที่ไม่ค่อยมีให้เห็นในรถเก๋งที่มีแรงบิดระดับอนุบาลไม่เกิน 300 นิวตันเมตร พอได้มาสัมผัสกับแรงบิด 430 นิวตันเมตร ความมันของการขับขี่จึงเกิดขึ้นตลอดเส้นทางของการทดสอบทั้งทางราบและทางออฟโรดแบบลุยแหลก

สิ่งที่ต้องระวังในการขับกระบะยกสูงที่มีกำลังมากแบบนี้ก็คืออาการโคลงตัว ปกติรถปิกอัพยกสูงเรือนร่างโย่งมีค่า center of gravity หรือค่าจุดศูนย์ถ่วงที่ด้อยกว่ารถยนต์แบบอื่นจากสัดส่วนของความสูงที่ออกแบบเอาไว้ลุย อาการโคลงตัวดังกล่าวแก้ให้ดีขึ้นได้แต่ไม่สามารถขจัดให้หมดไปได้ และไม่ควรใช้ความเร็วสูงมากในการขับเข้าสู่ทางโค้ง รถกระบะขับ 4 ล้อ ยกสูงกำลังแรงนั้น จุดด้อยของมันอยู่ที่สัดส่วนของความสูงที่มากกว่ารถทั่วไป การขับด้วยความเร็วที่สูงมากนอกจากจะผิดกฎหมายแล้วยังอาจทำให้เกิดอันตรายได้อย่างคาดไม่ถึงอีกด้วย เมื่อคุณขับรถกระบะยกสูงเครื่องแรงๆ ความเร็วที่เหมาะสมกับสภาพเส้นทางหรือความเร็วตามที่กฎหมายได้กำหนดเอาไว้จะช่วยทำให้คุณอยู่รอดปลอดภัย สามารถควบคุมทิศทางของรถรวมถึงการเบรกได้อย่างสบายๆ แต่ต้องไม่หวดมาเร็วจี๋มากจนเอาไม่อยู่ อุบัติเหตุส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นกับรถกระบะยกสูงกำลังเยอะก็คือการใช้ความเร็วที่มากจนเกินไปนั่นเอง

กำลัง 181 แรงม้านั้นเหลือเฟือสำหรับการขับใช้งานในทุกเส้นทางของประเทศไทย ยิ่งมีแรงบิดมากถึง 430 นิวตันเมตร ก็ยิ่งต้องระวังไม่บ้าระห่ำกดกระหน่ำกันไปตลอด รถกระบะยุคใหม่ในปัจจุบันแทบจะทุกยี่ห้อนั้นมีเครื่องยนต์ดีเซลอัดเทอร์โบที่แรงมุทะลุเกินความสามารถของช่วงล่างและระบบเบรก เมื่อรู้จักใช้ให้เกิดความพอดิบพอดีกับความสามารถในการควบคุมรถยนต์ของคุณเอง ความปลอดภัยในการใช้รถก็จะเกิดขึ้นและช่วยให้คุณสามารถหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่ไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วย ผมผลักคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง Trip Tronic เพื่อดูการตอบสนองต่อการสั่งงานเมื่อต้องชิฟเกียร์เองบนเส้นทางที่มีเนินชัน ที่ตำแหน่งเกียร์ 4 ก็ยังสามารถสัมผัสได้ถึงแรงดึงแบบตึงไม้ตึงมือ การคิกดาวน์เพื่อเร่งความเร็วสำหรับแซงรถช้าก็มีประสิทธิภาพดีพอสำหรับการใช้งานเร่งความเร็ว เกียร์ออโต 5 สปีด ตอบสนองได้ดีในแบบที่ควรจะเป็น แต่จะดีกว่านี้มากหากเจ้า Triton Double Cab 4x4 คันนี้มีเกียร์ 8 สปีดแบบปาเจโรสปอร์ต แต่ราคาค่าตัวของเกียร์ก็จะทำให้ราคาของนิวไทรทันบานเบอะออกไปอีกไกล สำหรับการขับลุยบนเส้นทางแบบออฟโรด ซึ่งเป็นการทดสอบความสามารถเฉพาะตัวของนิวไทรทันรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ยกสูงนั้นมีความโดดเด่นไม่น้อยหน้ารถคู่แข่ง ในสภาพผิวถนนที่ไม่มีความสม่ำเสมอ สัดส่วนความสูงทำให้เจ้า Triton GLS LTD 2.4L (A/T) Double Cab 4x4 สอบผ่านด้านการลุยด้วยระบบขับเคลื่อนที่มีชื่อเรียกว่า Super Select 4WD II All Wheel Control เจ้าไทรทันใหม่วิ่งสบายใจเฉิบเมื่อนำไปลุยทางโหดขรุขระที่เต็มไปด้วยปลักโคลนหลุมบ่อขนาดยักษ์ แรงบิดที่ดีช่วยฉุดกระชากตัวรถให้หลุดรอดจากหล่มโคลนหรือตะกายขึ้นจากไหล่ทางสูงชันได้อย่างใจนึก ไทรทันใหม่ใช้พวงมาลัยแรคแอนพีเนียนพร้อมพาวเวอร์ช่วยผ่อนแรงเป็นแบบสายพานปั๊มพาวเวอร์ที่มีความแข็งแรงมากกว่าพวงมาลัยไฟฟ้า แม้จะกินกำลังเครื่องยนต์ไปบ้างแค่ 5% แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร แลกกลับด้วยความแข็งแรงของชุดบังคับเลี้ยวที่มีการออกแบบให้ใช้ได้ทั้งทางเรียบและทางฝุ่น

รถ New Triton รุ่นท็อปสุด GLS LTD 2.4L (A/T) Double Cab 4x4 ราคา 1 ล้านกับอีก 49,000 บาทขาดตัวนั้นเหมาะสมหรือไม่ ต้องดูที่อุปกรณ์ที่เพิ่มเข้ามาเปรียบเทียบกับรถคู่แข่งก็จะพบว่าเจ้าไทรทันดับเบิ้ลแคปขับ 4 ล้อนั้นเป็นปิกอัพตัวลุยรุ่นใหม่ที่ขับได้ดี มันมีทุกอย่างที่รถออฟโรดควรจะมีและขึ้นไปเทียบรัสมีกับเอสยูวีราคาล้านกลางๆ ได้อย่างสบายๆ หากคุณไม่ยึดติดกับรูปแบบมากจนเกินไป ไทรทันใหม่จัดมาครบทั้งกำลังและความสบายหลังพวงมาลัย อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่มีความประหยัดใช้ได้ เครื่องยนต์ เกียร์ และช่วงล่างทำงานสอดประสานกันได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะแรงบิดรอบต่ำที่โผล่มาให้ใช้งานทันทีที่คันเร่งถูกกด มันยังมีการทรงตัวที่ดีจากระบบควบคุมและรักษาเสถียรภาพแต่ไม่ควรมีลูกบ้ามากจนเกินไป ความสามารถของมันอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อยุคใหม่ อุปกรณ์ในรุ่นสูงสุดเพียบพร้อมน่าใช้งาน ระบบสัมผัสที่หน้าจอสั่งงานได้อย่างรวดเร็ว แต่ระบบนำทางด้วยดาวเทียมยังคงมีความละเอียดไม่มากเท่ากับรถที่มีราคาแพงกว่านี้ ความคิดเห็นส่วนตัวของผมเกี่ยวกับเจ้านี่ก็อยู่ที่การบังคับควบคุมที่ดีของมัน แค่ระวังในเรื่องของความเร็วให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย คุณจะสนุกไปกับ Triton GLS LTD 2.4L (A/T) Double Cab 4x4 ได้แบบไม่น้อยหน้าปิกอัพขับ 4 ล้อรุ่นอื่นก็แล้วกัน แน่ใจได้เลยว่า อุปกรณ์ที่มิตซูบิชิประดังใส่มาให้นั้นคุณจะไม่มีวันใช้หมดทุกชิ้นอย่างแน่นอน.

ข้อมูลรายละเอียด “มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่” รุ่นปี 2016 จากมิตซูบิชิมอเตอร์

ภายนอก
กระจังหน้าโครเมียมสไตล์สปอร์ต·ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ Bi-XENON HID ที่โฉบเฉี่ยวเพิ่มความสะดวกสบายและเอาใจใส่กับผู้ร่วมใช้ถนน กับปุ่มปรับระดับที่ปรับได้ถึง 5 ระดับด้วยกัน ตามความเหมาะสมของเส้นทาง และสภาพจราจร และยังติดตั้งไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED (LED Daytime Running Light) เพิ่มความปลอดภัย (เฉพาะรุ่น GLS-LTD)

ไฟตัดหมอกหน้าสไตล์สปอร์ต(เฉพาะรุ่น GLS-LTD)

กระจกมองข้างปรับและพับด้วยไฟฟ้า

กันชนหลังทันสมัยและในรุ่น GLS-LTD สามารถใช้เป็นบันไดได้ในตัว

ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ต่ำเพียงแค่ 0.42 ซึ่งช่วยให้รถมีการทรงตัวที่ดี ประหยัดน้ำมัน ใช้สมรรถนะของเครื่องยนต์ได้เต็มประสิทธิภาพ และลดมลพิษ

เครื่องยนต์ ​MIVEC CLEAN DIESEL
มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัยส่งผลให้ประหยัดน้ำมันกว่าเดิมสูงสุด 20% เมื่อเทียบกับรุ่นที่ผ่านมา เครื่องยนต์ใหม่ รหัส 4N15 เครื่องยนต์ดีเซล 2,442 ซีซี คอมมอนเรล 4 สูบ DOHC16 วาล์ว เทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 181 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 430 นิวตัน-เมตรที่ 2,500 รอบ/นาที

ระบบวาล์วแปรผัน MIVEC (Mitsubishi Innovative Valve Timing Electronic Control) ลิขสิทธ์เฉพาะมิตซูบิชิและเป็นครั้งแรกที่มีการนำระบบนี้มาใช้ในรถกระบะ โดยระบบนี้จะควบคุมการเปิด-ปิดวาล์วไอดีแบบแปรผันตามความเร็วรอบเครื่องยนต์ ควบคุมการทำงานด้วยกล่องสมองกล ช่วยให้เครื่องยนต์มีแรงบิดได้ดีในรอบต่ำและได้แรงม้ามากขึ้นในรอบสูง

ระบบอัดอากาศเสริมประสิทธิภาพในด้านแรงบิดรอบต่ำ เครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 กระบอกสูบ 16 วาล์ว MIVEC CLEAN DIESEL รหัส 4N15 ใช้เทอร์โบแปรผัน (VG Turbo หรือ Variable Geometry Turbo) เพิ่มประสิทธิภาพแรงอัดอากาศด้านไอดีให้สัมพันธ์กับรอบเครื่องยนต์ด้วยเทอร์โบแปรผันที่สามารถควบคุมปริมาณไอเสีย เพื่อช่วยสร้างแรงอัดอากาศด้านไอดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เครื่องยนต์มีแรงบิดสูงทั้งในรอบต่ำ รอบปานกลางและรอบสูงอย่างต่อเนื่อง ให้ความมั่นใจทุกครั้งในการเร่ง

เสื้อสูบและฝาสูบอลูมินั่ม อัลลอย ที่มีน้ำหนักเบา ทนทาน แข็งแกร่ง ระบายความร้อนได้ดี ร่วมกับการใช้เทคโนโลยีการลดน้ำหนักอื่นๆ ผลที่ได้ก็คือ น้ำหนักเครื่องยนต์ลดลง 35 กิโลกรัม เป็นผลดีต่ออัตราสิ้นเปลืองน้ำมันและเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ ปลอกสูบแบบเหล็กกล้ามีความแข็งแรง ทนทาน ยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ให้นานขึ้น

ระบบขับเคลื่อน SUPER SELECT 4WD II
การทำงานของช่วงล่างที่ตอบสนองได้ดีในทุกรูปแบบการขับขี่ทั้งการทรงตัวการยึดเกาะถนน ทั้งทางตรง และทางโค้ง สำหรับการขับขี่บนทางเรียบ หรือการฝ่าฟันอุปสรรคในการขับขี่แบบออฟโรดที่นอกจากจะช่วยให้ผ่านเส้นทางต่างๆ ไปได้อย่างง่ายดายแล้ว ยังทำให้ผู้โดยสารในรถรู้สึกผ่อนคลายจากการดูดซับแรงสะเทือน และลดการโยนตัว เมื่อรวมกับการควบคุมเสียงรบกวนจากภายนอกที่ช่วยให้ห้องโดยสารมีความเงียบเป็นพิเศษ ก็ยิ่งช่วยให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างรื่นรมย์ ระบบ Super Select 4WD II ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งมีความพิเศษคือ เป็นการรวมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Part time กับ Full Time ไว้ด้วยกัน ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนโหมดจากระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2H) เป็น 4 ล้อ (4H) หรือเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนเป็น 4HLc หรือ 4LLc เมื่อต้องการขับขี่บนเส้นทางแบบออฟโรดได้ง่ายขึ้นด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นระบบเดียวกับที่ใช้อยู่ใน มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่

ระบบรองรับหรือช่วงล่างของ Triton GLS LTD 2.4L (A/T) 4x4 ด้านหน้าแบบ อิสระปีกนกสองชั้น คอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังที่เน้นการบรรทุกหนักใช้แหนบพร้อมโช้คอัพแบบไขว้ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นขับ 4 ล้อยกสูงหรือรุ่นขับ 2 ล้อ วิศวกรของ Mitsubishi ใช้ความพยายามในการปรับปรุงระบบรองรับให้ส่งความรู้สึกที่นิ่มนวลมากกว่า Triton รุ่นที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด ความนิ่มนวลที่เพิ่มเข้ามานั้น ถูกทำออกมาเพื่อรองรับการขับขี่บนทางวิบากได้ดีขึ้น สำหรับระบบบังคับเลี้ยวของ Triton GLS LTD 2.4L (A/T) ใช้พวงมาลัยแบบแรคแอนพีเนียน พร้อมพาวเวอร์ผ่อนแรงหมุน โดยมีระยะวงเลี้ยวแคบสุดที่ 5.9 เมตร น้อยสุดในกลุ่มรถยนต์ประเภทเดียวกัน การลดระยะของการหมุนพวงมาลัยจากซ้ายไปขวาที่ 3.8 รอบ ทำให้การควบคุมดีขึ้นที่ย่านความเร็วต่ำ ขณะเดียวกันรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อมีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุดที่ 5.7 เมตร ส่วนระบบห้ามล้อใน Triton GLS LTD 2.4L ด้านหน้าใช้จานดิสเบรกแบบมีครีบระบายความร้อนพร้อมคาร์ลิปเปอร์อัลลอย ส่วนระบบเบรกด้านหลังเป็นแบบดรัมเบรก ชุดห้ามล้อของ Triton GLS LTD 2.4L 4x4 มีการเสริมด้วยระบบช่วยเบรก เช่น ABS ป้องกันล้อล็อกขณะเบรกและระบบเสริมแรงเบรก EBD

นอกจากนี้ในไทรทันรุ่น GLS-LTD เกียร์อัตโนมัติ ยังติดตั้งเฟืองท้ายแบบ Diff-Lock หรือระบบล็อกเพลาหลังควบคุมด้วยไฟฟ้า ช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะผ่านเส้นทางสุดโหดของการขับขี่ออฟโรดได้ง่ายขึ้น ระบบความปลอดภัย นอกเหนือจากสมรรถนะเครื่องยนต์ระบบการขับขี่แล้ว ไทรทัน ใหม่ ยังอัดแน่นไปด้วยระบบต่างๆ มากมายทั้งที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่ ความปลอดภัย และความสะดวกสบาย เช่น

ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ASTC (ActiveStability & Traction Control) เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง ASC ที่ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวเมื่อรถเสียสมดุล ป้องกันไม่ให้เกิดการลื่นไถลออกนอกเส้นทาง และ ATC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล ช่วยควบคุมการหมุนของล้อทั้ง 4 อย่างสมดุล โดยเฉพาะกับเส้นทางที่ลื่น เช่น ถนนเปียก หรือเส้นทางที่เป็นกรวด ทราย (เฉพาะรุ่น GLS-LTD เกียรอัตโนมัติ ขับเคลื่อน 4 ล้อ)

ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA (Hill StartAssist) หลายคนอาจจะมองว่าไม่จำเป็น โดยเฉพาะกับรถเกียร์อัตโนมัติ แต่กับเส้นทางที่ชันมากๆ เช่น ทางชันในการขับขี่ออฟโรด ระบบนี้ช่วยได้มาก ทำให้ทุกคนมั่นใจในความปลอดภัย ว่ารถจะไม่ถอยหลังลงไป (เฉพาะรุ่น GLS-LTD เกียรอัตโนมัติ ขับเคลื่อน 4 ล้อ) ระบบ BA (Brake-Assist) เมื่อระบบประเมินผลว่าผู้ขับกดแป้นเบรกไม่แรงพอ ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ระบบจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเบรกโดยการเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรก เพื่อให้รถหยุดได้เร็วขึ้น (เฉพาะรุ่น GLS-LTD เกียร์อัตโนมัติขับเคลื่อน 4 ล้อ)


โครงสร้างตัวถังนิรภัย RISE Body ในทุกรุ่น ติดตั้งถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง ทั้งคู่หน้าด้านข้าง ถุงลมบริเวณหัวเข่าด้านคนขับ และม่านถุงลมนิรภัยเข็มขัดนิรภัยด้านคนขับแบบดึงกลับอัตโนมัติ 2 ทิศทาง (2-way pretensioner) ตามมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด 5-Star ASEAN NCAP (เฉพาะรุ่น GLS-LTD เกียร์อัตโนมัติขับเคลื่อน 4 ล้อ)

ระบบไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติเพื่อให้ผู้ขับรถคันหลังรับรู้ในกรณีหยุดรถกะทันหัน

ระบบความปลอดภัยต่อรถยนต์คันอื่นคนเดินเท้า ด้วยกล้องมองภาพหลังที่ให้คุณภาพของภาพที่ชัดเจน ช่วยให้การถอยจอดง่ายขึ้นและปลอดภัยมากขึ้น (เฉพาะรุ่น GLS-LTD ขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูงและรุ่นดับเบิ้ลแคปขับเคลื่อน 4 ล้อ)

ระบบอำนวยความสะดวกและปลอดภัย ETACS (Electronic Time and Alarm Control System) ใบปัดน้ำฝนปรับความเร็วอัตโนมัติ ระบบตัดการทำงานของไฟหน้าอัตโนมัติ สัญญาณเตือนลืมปิดไฟหรี่ ระบบหน่วงเวลาปิดไฟห้องโดยสารระบบสัญญาณไฟเลี้ยวเพื่อเปลี่ยนเลนด้วยการขยับก้านไฟเลี้ยวเล็กน้อย สัญญาณไฟจะกะพริบ 3 ครั้ง สัญญาณเสียงและไฟกะพริบเตือนเมื่อออกรถในขณะประตูปิดไม่สนิทระบบหน่วงเวลาเปิด-ปิดกระจกไฟฟ้าหลังจากดับเครื่องยนต์ 30 วินาที ระบบเซ็นทรัลล็อกและระบบกระจกมองข้างพับ-กางอัตโนมัติ

ระบบอำนวยความสะดวกภายใน
ภายในห้องโดยสารตกแต่งผสมผสานระหว่างสีดำแบบ Piano Black กับการตกแต่งแบบซิลเวอร์ เดคคอเรชั่น ที่บริเวณคอนโซลหน้า ฐานเกียร์แผงสวิทช์ควบคุมหน้าต่าง และสวิทช์ปรับโหมดขับขี่

มาตรวัดแบบ Combination meter ปรับแสงสว่างหน้าปัดได้ 8 ระดับ ช่วยผู้ขับขี่ได้มาก เพราะดูง่ายชัดเจน และยังมีจอแสดงข้อมูลอเนกประสงค์ (Multi-information display) ที่แสดงค่าความเร็วเฉลี่ย อัตราสิ้นเปลือง ระยะทางขับขี่ที่เหลือจากปริมาณน้ำมันเตือนการบำรุงรักษา และสิ่งผิดปกติต่างๆ

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น 4 ก้านหุ้มหนัง ปรับระดับได้ 4 ทิศทาง ช่วยให้ปรับตำแหน่งพวงมาลัยได้ เหมาะสมกับทุกผู้ขับขี่ พร้อมติดตั้งปุ่มควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift) และควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัยในรุ่น GLS-LTD เกียร์อัตโนมัติ

เครื่องเสียง 2 DIN วิทยุ ดีวีดี ซีดี MP3 พร้อมจอภาพระบบสัมผัสและระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) (เฉพาะรุ่น GLS-LTD) และระบบนำทางในรุ่น เฉพาะรุ่น GLS-LTD ขับเคลื่อน 4 ล้อ ช่องจ่ายกระแสไฟ 12 โวลต์ 2 จุด ทำให้มั่นใจได้ว่าอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งโทรศัพท์ แท็บเล็ตหรือกล้องติดรถยนต์จะสามารถชาร์จไฟได้ตลอดการเดินทาง

ไทรทันใหม่มี 6 สีให้เลือกคือ
สีเขียว (Earth Green)
สีเงิน (Sterling Silver)
สีขาว (Solid White)
สีขาวมุก (White Pearl)
สีเทา (Titanium Gray)
สีดำ (Pyreness Black)

MITSUBISHI NEW TRITON GLS LTD 2.4L (A/T) DOUBLE CAB 4x4 SPECIFICATIONS
แบบ............................................ ปิกอัพ 4 ประตู 5 ที่นั่ง ขับเคลื่อน 4 ล้อ
ผู้ผลิต........................................... Mitsubishi Motor
รหัสเครื่องยนต์............................ 4 N15
แบบเครื่องยนต์........................... ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮตแคมชาร์ป
ระบบอัดอากาศ........................... เทอร์โบแบบแปรผันพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์
ปริมาตรความจุ (ซีซี) ................. 2,442 ซีซี
กระบอกสูบคูณช่วงชัก................ 86.0 mm x 105.1 มิลลิเมตร
อัตราส่วนกำลังอัด...................... 15.5:1
แรงม้าสูงสุด............................... 133 กิโลวัตต์ (181) แรงม้า ที่ 3,500 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด.............................. 430 นิวตันเมตร ที่ 2,500 รอบต่อนาที
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง..................... หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ คอมมอลเรล ไดเรคอินเจคชั่น
ระบบส่งกำลัง............................ เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด แบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์ พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ
ระบบบังคับเลี้ยว....................... แรคแอนพีเนียน พร้อมพาวเวอร์ผ่อนแรงหมุน
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด................... 5.9 เมตร
ระบบรองรับ
ด้านหน้า......................................อิสระปีกนกสองชั้น คอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง
ด้านหลัง......................................แหนบพร้อมโช้คอัพแบบไขว้
ระบบห้ามล้อ
ด้านหน้า......................................จานดิสเบรกเหล็กหล่อแบบมีช่องระบายความร้อน คาร์ลิปเปอร์อัลลอย
ด้านหลัง...................................... ดรัมเบรก
ล้อและยาง...................................อัลลอยขนาด 17x7.5J ยาง Dunlop Grandtrek AT20 245/65R17
มิติตัวถัง
ความกว้าง.................................1,815 มิลลิเมตร
ความยาว................................... 5,280 มิลลิเมตร
ความสูง..................................... 1,780 มิลลิเมตร
ระยะห่างฐานล้อ........................ 3,000 มิลลิเมตร
ความกว้างช่วงล้อหน้า.............. 1,620 มิลลิเมตร
ความกว้างช่วงล้อหลัง.............. 1,515 มิลลิเมตร
ความยาวกระบะภายใน............ 1,520 มิลลิเมตร
ความกว้างกระบะภายใน.......... 1,470 มิลลิเมตร
ความสูงกระบะภายใน.............. 475 มิลลิเมตร
ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ.... 205 มิลลิเมตร
ความจุถังเชื้อเพลิง................... 75 ลิตร
น้ำหนักตัวรถ............................ 1,860 กิโลกรัม

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    89.6%
  • ไม่ชอบ
    5.6%
  • สนุก
    2.8%
  • ประหลาดใจ
    0.4%
  • เสียใจ
    0.8%
  • ให้กำลังใจ
    0.8%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement