'บิ๊กป้อม'ยันจำเป็นส.ว.ลากตั้งคุมเกม ขอเวลาแค่5ปี - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

'บิ๊กป้อม'ยันจำเป็นส.ว.ลากตั้งคุมเกม ขอเวลาแค่5ปี

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 มี.ค. 2559 05:12
3,696 ครั้ง


เกทับอาจให้เป็นสรรหาตลอดไป วิษณุปฏิเสธให้เป็นโดยอัตโนมัติ ‘มาร์ค’เมินส.ว.อยู่เหนือรบ.-สภา

“บิ๊กป้อม” เสียงแข็งชง ส.ว.ลากตั้งคุมเกมเปลี่ยนผ่านแค่ 5 ปี เมิน กรธ.ออกลีลาไม่เห็นด้วย การันตีไม่ให้มีเอี่ยวโหวตเลือกนายกฯ แย้มอาจให้เป็น ส.ว.สรรหาตลอดไปก็ได้ แบไต๋ คสช.แปลงร่างยึดสภาสูง ย้อนถามลั่นมันผิดตรงไหน “วิษณุ” ปฏิเสธ คสช.ล็อกเก้าอี้ แค่ไม่ควรเขียนห้าม คสช. แต่ไม่ใช่ให้เป็นโดยอัตโนมัติ “มีชัย” ยักท่ารอข้อเสนออย่างเป็นทางการ เปรยจะหนักใจทำไม จะมีหรือเปล่ายังไม่รู้เลย “เสรี” ตื๊อไม่เลิกขอ ส.ว.ร่วมวงเฟ้นนายกฯ “ปึ้ง” หยัน กรธ.ตีบทแตกแกล้งทำยึกยัก แต่สุดท้ายสมยอมสองบิ๊กเบิ้ม “วรชัย” เย้ย “ประวิตร” ฝันหวานเทียบชั้น “ป๋าเปรม” ขู่เตรียมรับมือบ้านเมืองร้อนระอุตามคำทำนาย “จตุพร” ซัดตีเมืองขึ้นปราบผู้มีอิทธิพลต่อรองผ่านประชามติ “อภิสิทธิ์” ไม่เอา ส.ว.อยู่เหนือรัฐบาล-สภาฯ “องอาจ” อัด สนช.จ้องสืบทอดอำนาจ อย่าโยนบาปนักการเมือง

ข้อเสนอของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ให้มี ส.ว.มาจากการสรรหาทั้งหมด ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ยังคงถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงต่อเนื่อง ล่าสุด พล.อ.ประวิตรยืนยันในบทเฉพาะกาลที่เสนอไปจะขอให้ ส.ว.สรรหาอยู่ทำงานต่อไปเพียง 5 ปี แต่ต่อไปอาจจะเป็น ส.ว.สรรหาตลอดไปก็ได้

“บิ๊กป้อม” ท่องคาถามี ส.ว.สรรหา 5 ปี

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 9 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงข้อเสนอให้มี ส.ว.สรรหาในช่วงเปลี่ยนผ่านว่า เรื่องนี้ถ้าคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ไม่เห็นด้วยก็เป็นเรื่องของเขา เพราะเป็นความคิดส่วนตัวของตน ซึ่งเป็นรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่ใช่มติ คสช. เพราะมองว่าเรื่องนี้มีความสำคัญ ต่อไปถ้า ส.ว.สรรหาทำงานร่วมกับ ส.ส.เลือกตั้ง จะพูดจากันได้มากขึ้น อนาคตของประเทศต้องร่วมมือกัน มัวแต่ทะเลาะกันมันไปไม่ได้ ต่อไปอาจเป็น ส.ว.สรรหาตลอดไปก็ได้ ที่สุดแล้วรัฐธรรมนูญเขียนอย่างไรก็ว่าไป แต่นี่เป็นบทเฉพาะกาลที่ตนเสนอไป ขอแค่ 5 ปีนี้เท่านั้น พร้อมทั้งยืนยันว่า ส.ว.สรรหาไม่เกี่ยวกับการเลือกนายกฯ เพียงแต่ทำงานร่วมกับ ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้ง ส.ส.ทำอะไร ส.ว.ทำอะไร มีอำนาจอย่างไรว่าไป ส.ว.สรรหาจะเน้นไปที่การปฏิรูปและยุทธศาสตร์ชาติให้เดินหน้า

คสช.แปลงร่างนั่งสภาสูงผิดตรงไหน

เมื่อถามว่า มีข้อสงสัยว่าพอ คสช.หมดไป จะกลายมาเป็น ส.ว.สรรหา พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ไม่แน่ จะผิดตรงไหน คสช.เข้าใจเรื่องเหล่านี้ก็ไปคุยกัน ต่อข้อถามว่า จะเป็นการสืบทอดอำนาจหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า อำนาจคือตำแหน่งหน้าที่ผู้บริหาร แต่ ส.ว.สรรหาไม่ได้เข้าไปอยู่ในคณะรัฐมนตรี ส.ว.สรรหาไม่ได้เข้ามาใช้อำนาจ เข้ามาใช้ความคิด

“วิษณุ” ปัดล็อกเก้าอี้ แค่ไม่เขียนห้าม

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ยืนยันต้องการให้มี ส.ว.สรรหาช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า เรื่องนี้พูดคุยกันต่อเฉพาะระดับหัวๆเพียงไม่กี่คน ในการประชุมแม่น้ำ 4 สาย ซึ่งตนรวมถึง ผบ.ทบ.ออกมาแล้ว ผลหารือก็ไม่ได้แจ้งตน เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ระบุว่า คสช.น่าเข้าเป็นไป ส.ว.สรรหาได้ นายวิษณุกล่าวว่า ภาษาพูดกับเวลาไปสื่อสาร ความชัดเจนอาจแตกต่างกัน เชื่อว่าความหมายของ พล.อ.ประวิตรคือไม่ควรจะห้าม คสช.จะเป็นหรือไม่เป็นก็ได้ แต่ไม่ใช่ไปเป็นโดยอัตโนมัติ เหมือนกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) ที่ระบุเลยว่า ใครมาเป็น คปป.ต้องสรรหา ถึงได้บอกว่า เวลาสื่อสารอะไรต้องระมัดระวัง บางทีคำว่าเลวกับไม่ดีเราคิดว่าความหมายเดียวกับคำว่าไม่เลวกับดี ความจริงใครเป็นคนพูดควรไปถามท่านไม่ใช่เอาคำพูดของ พล.อ.ประวิตรมาซักตนเพื่อให้ตีความ เมื่อถามว่า ใครควรเป็นผู้สรรหา ส.ว. นายวิษณุตอบว่า ไม่มีใครรู้แม้แต่ พล.อ.ประวิตร ที่เสนอแนวทางนี้ ส่วน กรธ.จะเอาอย่างไรกับข้อเสนอ ส.ว.สรรหา อาจเดาใจนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ได้ถูก แต่กรรมการ กรธ.อีก 20 คน ตนเดาใจไม่ถูก

เบาใจยอมหั่นลดอำนาจศาล รธน.

เมื่อถามว่า มองอย่างไรการที่ กรธ.พยายามแก้ไขลดอำนาจศาลรัฐธรรมนูญที่ถูกวิจารณ์อย่างมาก เปลี่ยนมาเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ เรียกประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา นายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุดและประธานองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญทั้งหมด มาประชุมวินิจฉัยเมื่อเกิดวิกฤติในชาติ นายวิษณุกล่าวว่า เป็นการดี เพราะอยู่ในข้อเสนอแนะ ครม.ด้วย ส่วนการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่ กกต.ดำเนินการโดยร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ขอให้ กกต.จัดทำให้แล้วเสร็จทันการประชุม ครม.วันที่ 15 มี.ค.

“มีชัย” รอหนังสือข้อเสนอลากตั้ง ส.ว.

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญในหมวดองค์กรอิสระ โดยนายมีชัยให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมถึงกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เสนอให้มี ส.ว.สรรหาทั้งหมดในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีว่า กรธ.ยังไม่ได้พิจารณาประเด็นที่มาของ ส.ว. ต้องรอให้รัฐบาลส่งข้อเสนอที่เป็นลายลักษณ์อักษรเข้ามาก่อน เพราะที่ผ่านมาฟังจากข่าวเท่านั้น จึงไม่รู้ว่าจะให้กรธ.พิจารณาหรือปรับแก้ไขเรื่องใด เมื่อถามว่ากรธ.หนักใจข้อเสนอที่ต้องการให้ ส.ว.เป็นแบบสรรหาหรือแต่งตั้งทั้งหมดหรือไม่ นายมีชัยกล่าวว่า “ไปหนักใจทำไมกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง เรื่องนั้นจะมีหรือเปล่ายังไม่รู้เลย”

เชื่อเขี้ยวพอไม่ตามใจ ครม.ทั้งดุ้น

พล.อ.นคร สุขประเสริฐ สมาชิก สปท.และอดีต กมธ.ยกร่างฯ กล่าวถึงกรณี กรธ.ปรับแก้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยมาตรา 7 ให้ประมุขอำนาจ 3 ฝ่ายและองค์กรอิสระร่วมชี้ขาดว่า ดูดีขึ้น การแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น กรธ.ไม่ได้ใช้องค์กรใหม่มาทำหน้าที่ แต่ทำเป็นลักษณะกลไกหรือมาตรการ ภาพรวม กรธ.ยอมปรับแก้ไปหลายส่วนมาก ตรงตามความต้องการทุกภาคส่วน เหลือเพียงประเด็นโครงสร้างทางการเมือง โดยเฉพาะที่มาของ ส.ว.จะมาจากการสรรหาทั้งหมดตามความต้องการของ ครม.หรือไม่ เชื่อว่านายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.เชี่ยวชาญทางกฎหมายสูง ไม่น่าจะปรับตามข้อเสนอ ครม.ทั้งดุ้น แต่น่าจะปรับบ้างเพื่อความเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด

เฉ่ง ปชป.จ้องขัดขวาง รบ.แห่งชาติ

พล.อ.นครกล่าวว่า ส่วนข้อเสนอที่อยากให้ สนช.ผลักดันตั้งคำถามประชามติเรื่องรัฐบาลปรองดองแห่งชาติ ยืนยันว่า ไม่ได้พิสดารหรือเป็นไปไม่ได้เหมือนพระอาทิตย์คงไม่ขึ้นทางทิศตะวันตก ตามที่ฝ่ายการเมืองวิจารณ์ สะท้อนว่า นักการเมืองโดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ ยังมีสันดานทางการเมืองจ้องจะทะเลาะกันอย่างเดียวแบบเดิม เชื่อว่ารัฐบาลปรองดองแห่งชาติ จะตอบโจทย์การแก้ปัญหาช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน และเสริมสร้างความปรองดองระยะยาวได้มากกว่าการใช้ ส.ว.สรรหาคอยประคองจะช่วยได้เพียงระยะสั้น เพราะจะมีแค่คนกลุ่มเดียวคอยทำหน้าที่ ไม่ได้เกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย นักการเมืองไม่ได้ร่วม ความขัดแย้งคงไม่ได้รับการแก้ไข สมาชิก สปท.ตัวแทนฝ่ายการเมืองก็เห็นด้วย ประชาชนยังมีอำนาจกำกับนักการเมือง และเป็นโอกาสดีที่พรรคการเมืองจะได้ร่วมวางรากฐานสร้างวัฒนธรรมการเมืองกันใหม่

“พีระศักดิ์” ค้านตั้งคำถามประชามติ

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการตั้งคำถามประกอบการทำประชามติของ สนช.ว่า สนช.เคยหารือนอกรอบหลายครั้งพบว่า สมาชิก สนช.ยังเห็นต่างกันอยู่ ส่วนตัวไม่อยากให้ตั้งคำถาม เพราะเกรงว่าประชาชนจะสับสนกับการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ควรมุ่งโฟกัสไปว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้นจะดีกว่า ยิ่งหากผลการลงมติในส่วนคำถามประกอบการทำประชามติ เกิดไปขัดแย้งกับการลงประชามติเรื่องร่างรัฐธรรมนูญจะยิ่งวุ่นวายไปกันใหญ่ ต้องแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญอีก แต่คงต้องรอให้เห็นร่างรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการจาก กรธ. ในวันที่ 29 มี.ค. สนช.จึงจะมีมติได้ว่าจะตั้งคำถามหรือไม่

“เสรี” ทู่ซี้ตื๊อให้ ส.ว.โหวตเลือกนายกฯ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ สปท.กล่าวถึงกรณีนายกฯไม่เห็นด้วยกับการให้อำนาจ ส.ว.สรรหาโหวตเลือกนายกฯว่า อยู่ที่นายกฯจะเอาอย่างไร หลักการทั่วไป ส.ว.มีหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน แต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่ง ส่วนใหญ่เป็นองค์กรอิสระ ถ้าให้โหวตเลือกนายกฯไม่น่าใช่เรื่องแปลกอะไร แต่หากเห็นว่าไม่ควรก็ตัดออก แต่ต้องไปหามาตรการว่าจะใช้รูปแบบไหน ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เห็นด้วยไม่เป็นไร แต่ถ้าหาวิธีการอื่นไม่ได้ ควรให้ ส.ว.โหวตเลือกนายกฯได้

“ปึ้ง” หยัน กรธ.ตีบทแตกเล่นเชิงสูง

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม เสนอแนวคิดให้ใช้ ส.ว.สรรหาทั้งหมดและอยู่ยาว 5 ปีในช่วงเปลี่ยนผ่าน และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.รับลูกนั้น ตอนนี้ลูกบอลไปตกอยู่กับกรธ.ว่าจะรับลูกเล่นด้วยหรือไม่ แต่ดูจากท่าทีของกรธ.ก็เก๋าเกมทำเป็นวางเชิงเอาไว้ก่อน ต้องยอมรับว่า กรธ.ตีบทแตกจริงๆ ถึงขนาดไม่เข้าร่วมหารือแม่น้ำ 5 สาย แต่เชื่อว่า กรธ.คงเล่นเกมเดียวกับ 2 ผู้ยิ่งใหญ่เป็นแน่ แม้ว่าขณะนี้ฝ่ายการเมือง นักประชาธิปไตย และนักวิชาการทยอยออกมาทักท้วงไม่เห็นด้วย สำหรับประชาชนต้องขึ้นอยู่กับว่าจะรับร่างหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แต่ส่วนตัวหากรัฐธรรมนูญไม่เคารพเสียงของประชาชนอย่างเท่าเทียมกันและไม่เคารพสิทธิของเจ้าของอำนาจอธิปไตยอย่างเสมอภาค และมีคนพยายามขโมยสิทธิอันชอบธรรมไปใช้แทนโดยมิชอบ คงยอมไม่ได้และต้องออกมาใช้สิทธิว่าจะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้

เย้ย “ประวิตร” ฝันหวานเทียบชั้น “ป๋า”

ด้านนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการร่างรัฐธรรมนูญให้ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้นั้น คนมีอำนาจในขณะนี้อาจเห็น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ สามารถทำได้ขณะนั้น เลยอาจคิดว่าจะเป็นแบบ พล.อ.เปรม แต่สถานการณ์ต่างกัน เพราะขณะนั้นมี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช มี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ คอยสนับสนุน และมีพรรคการเมืองหลายพรรคที่มาจากการเลือกตั้งยื่นเงื่อนไขว่า นายกฯต้องเป็น พล.อ.เปรม แต่วันนี้ไม่เหมือนกัน ผู้มีอำนาจไม่สามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ ถูกกระแสสังคมวิจารณ์แรง ไม่สามารถรวมศูนย์ได้เหมือน พล.อ.เปรม มีการต่อท่ออำนาจชัดเจน ดังนั้น สิ่งที่หวังไว้ยากจะสำเร็จ เพราะความเข้มแข็งของรัฐบาลลดลงเรื่อยๆ ได้แต่อ่อนแอลงไป การที่รัฐบาลใช้แต่กำลัง จะทำให้แพ้ทางการเมือง และเมื่อตอบโจทย์ของประเทศไม่ได้ ทำให้ขาดความชอบธรรมในการต่อท่ออำนาจ

ขู่บ้านเมืองจะร้อนระอุดั่งคำทำนาย

นายวรชัยกล่าวด้วยว่า การเรียกประชุมแม่น้ำ 5 สาย แต่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ไม่เข้าร่วม เพราะมีความต้องการคนละอย่าง มองลึกลงไปว่านายมีชัยเป็นคนของใคร ใครเป็นคนกดปุ่มให้ทำอย่างนี้ เมื่อซีกหนึ่งอยากขึ้นมา กดปุ่มลงไป แต่อีกซีกก็ไม่ยอม มองได้ว่า คนมีอำนาจแย่งอำนาจกันไม่เห็นหัวประชาชน ต่อไปความขัดแย้งจะลุกลาม ทุกอย่างจะมารวมเป็นเรื่องเดียวกัน อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าสถานการณ์จะแรงขึ้นเรื่อยๆ เปรียบเหมือนพื้นที่เปียก ตอนนี้เริ่มแห้งลงๆ มีหัวไม้ขีดก้านเดียวก็ติดไฟแล้ว อยากเตือนรัฐบาลระวังบ้านเรือนจะร้อนรุ่มเหมือนคำทำนาย ต้องขจัดเงื่อนไขต่างๆ หรือหากจะอยู่ต่อก็บอกตรงๆ ประกาศมาเลยจะอยู่อีก 5 ปี ให้มีสง่าราศี ไม่ใช่มาอ้อมค้อมพลิกแพลง ชาวบ้านกินข้าวไม่ใช่กินหญ้า

บี้รัฐบาลตรวจเข้มตำบลละ 5 ล้าน

นายวรชัยกล่าวถึง กรณีมีข่าวการเรียกเก็บหัวคิวโครงการตำบลละ 5 ล้าน ว่าโครงการนี้เป็นโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ งบประมาณถึง 3.6 หมื่นล้านบาท กระจายไปแต่ละหมู่บ้านไม่เกินหมู่ละ 5 แสนบาท แต่ไม่มีการอีออกชั่น ใช้การจัดซื้อจัดจ้างจากจังหวัดไปเลย หากใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้างวิธีพิเศษจะเหมือนกับโครงการขุดลอกคูคลองขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) หรือไม่ นอกจากนี้ มีการจ้างแรงงานในพื้นที่น้อยมาก ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีการสร้างงาน ชาวบ้านก็ไม่ได้รายได้จากโครงการนี้ จึงไม่เข้าข่ายการกระตุ้น เศรษฐกิจฐานราก เงิน 3.6 หมื่นล้าน ไม่ใช่น้อยๆ ขอให้รัฐบาลมีการตรวจสอบดูแลอย่างจริงจังด้วย

“จตุพร” ยื่นคัดค้านถอนประกัน

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ยื่นหนังสือต่อนายอิทธิพล เพิ่มศรี รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อคัดค้านคำร้องของพระพุทธะ-อิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ที่ยื่นหนังสือให้อัยการเพื่อถอนประกันคดีร่วมกับแกนนำชุมนุมก่อการร้าย โดยนายจตุพรกล่าวว่า ไม่ได้ปฏิบัติผิดเงื่อนไขประกันตัวและมีข่าวว่าพระพุทธะอิสระจะมายื่นถอนประกันนายสมบัติ บุญงามอนงค์ แนวร่วมกลุ่ม นปช.อีกราย คงจะใช้สิทธิคัดค้านเช่นกัน ส่วนที่กล่าวหาว่าจาบจ้วงสมเด็จพระสังฆราช แค่ตั้งคำถามเกี่ยวกับพระลิขิตไม่เคยพูดว่าจริงหรือปลอม จึงไม่เคยจาบจ้วงสมเด็จพระสังฆราช ส่วนคดีที่พนักงานอัยการยังไม่สั่งฟ้องผู้ต้องหา กปปส. 54 คน โดยสั่งฟ้องต่อศาลเพียง 4 คนเท่านั้น เหตุใดจึงยังไม่สั่งฟ้องแกนนำ กปปส. รวมทั้งพระพุทธะอิสระ ขณะที่พวกตนถูกจับกุมและคุมขังอยู่ในเรือนจำเป็นเวลานาน แต่กลุ่ม กปปส.ไม่เคยถูกควบคุมตัวแม้แต่วันเดียว

ข้องใจเร่งปราบมาเฟียช่วงประชามติ

นายจตุพรกล่าวในรายการมองไกลผ่านทางยูทูบถึงมาตรการปราบปรามผู้มีอิทธิพลของรัฐบาลว่า การปราบปรามผู้มีอิทธิพลมีมาตั้งแต่สมัยนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯแล้ว เมื่อ คสช.ยึดอำนาจมาเกือบ 2 ปีกลับมาเร่งปราบปรามผู้มีอิทธิพลในช่วงรัฐธรรมนูญกำลังอยู่ในความสนใจของประชาชนที่จะไปทำประชามติ อย่าให้ประชาชนรู้สึกว่าเป็นยุทธการตีเมืองขึ้นเพื่อเป็นการต่อรองอะไรหรือไม่ ถ้าทำโดยสุจริตก็ไม่มีปัญหา เพราะนับจากที่ยึดอำนาจมา ไม่มีสีใดใหญ่กว่าสีเขียวอีกแล้ว ขณะนี้ยังไม่มีเรื่องที่ใครจะมานินทาให้ฟังเหมือนกรณีคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ที่ส่งคนไปอยู่ในพรรคการเมืองเมื่อครั้งเลือกตั้งปี 2535 ตนยังไม่ได้ยินเรื่องการแลกเปลี่ยนเรื่องการต่อรองใดๆ และหวังว่าคงจะไม่ได้ยิน

“มาร์ค” เบรกทีมผ่าวิกฤติชี้ขาดการเมือง

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรธ.ปรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ให้เป็นอำนาจประธานศาลรัฐธรรมนูญประชุมร่วมกับประธานสภาผู้แทนฯ ประธานวุฒิสภา นายกฯ ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด และประธานองค์กรอิสระ วินิจฉัยชี้ขาดปัญหาวิกฤติแทนว่า ไม่เป็นปัญหา แต่ต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตกฎหมายยึดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ไม่อยากให้วินิจฉัยเรื่องการเมืองได้ด้วย จะเกิดปัญหาและนำไปสู่ความขัดแย้ง การเพิ่มองค์ประกอบจากฝ่ายการเมือง ทั้งนายกฯ ประธานสภาฯ ประธานวุฒิสภา ยังถือเป็นเสียงข้างน้อย และหากบางฝ่ายไม่ยอมรับคำวินิจฉัยเหมือนช่วงก่อนการรัฐประหาร ต้องค้นหาทางออกทางการเมืองโดยฝ่ายการเมือง หากยังไม่ใช้บทเรียนที่เกิดขึ้นและหวังใช้รัฐธรรมนูญอย่างเดียวจะเกิดปัญหาอีก สิ่งที่เหนือกว่ากฎหมายคือ การหาทางออกโดยฝ่ายการเมือง หากฝ่ายการเมืองพยายามหาทางออกทุกมิติ รัฐธรรมนูญจะกลายเป็นเรื่องรอง การคลี่คลายความขัดแย้งในประเทศประชาธิปไตย ทำได้โดยกระบวนการทางการเมืองมากกว่า

อุทธรณ์ศาลนักการเมืองขอแบบเดิม

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ กรธ.แก้ไขขั้นตอนการอุทธรณ์คดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จากเดิมให้อุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ผู้พิพากษาศาลฎีกา มาเป็นให้ที่ประชุมใหญ่ผู้พิพากษาศาลฎีกาตั้งองค์คณะใหม่ขึ้นมาพิจารณาคำอุทธรณ์ ควรกลับไปใช้ตามร่างเดิมจะดีกว่า การยื่นอุทธรณ์ควรชัดเจนว่าผู้พิจารณาอยู่ในระดับที่สูงกว่าองค์คณะ เพราะการตั้งองค์คณะใหม่จะไม่ชัดเจนว่าองค์คณะใหม่จะมีระดับสูงกว่าองค์คณะเก่าจากศาลฎีกาอย่างไร และหากจะให้อุทธรณ์ต้องจำกัดขอบเขตให้ชัดเจน เช่น มีพยานหลักฐานหรือข้อเท็จจริงใหม่ ไม่ใช่ว่าเมื่อแพ้คดีจากศาลหนึ่งก็ไปลุ้นคดีอีกศาลหนึ่ง โดยขอเปลี่ยนองค์คณะผู้พิพากษา ส่วนจะเอื้อใครได้รับอานิสงส์ ขึ้นอยู่กับบทเฉพาะกาลที่ต้องระบุให้ชัดเจนว่า สิ่งที่ค้างอยู่ตามกติกาเดิมจะให้ไปต่ออย่างไร รอดูเนื้อหาส่วนนี้ก่อนและขอให้นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ.อธิบายเหตุผลการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาส่วนนี้ ก่อนหน้านี้เคยระบุว่าการให้ที่ประชุมใหญ่ผู้พิพากษาศาลฎีกาพิจารณาคำอุทธรณ์ตามรัฐธรรมนูญ ปี 50

ไม่เอา ส.ว.อยู่เหนือรัฐบาล-สภาฯ

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ต้องการให้มี ส.ว.สรรหาในช่วงเปลี่ยนผ่านว่า การที่นายกฯยืนยันว่าจะไม่ให้ ส.ว.มีอำนาจโหวตเลือกนายกฯจะทำให้แรงเสียดทานลดลง แต่ต้องแจงอำนาจหน้าที่ว่าจะเป็นอย่างไร เพราะประชาชนไม่มีส่วนร่วม ที่บอกว่าต้องการให้ ส.ว.มีอำนาจขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศนั้นต้องไม่ไปไกลถึงขั้นจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เพราะจะกลายเป็นเรื่องการเมือง จึงต้องดูว่าจะวางกลไกนี้อย่างไร ให้เตือนรัฐบาล ไม่ใช่มีอำนาจเหนือรัฐบาลหรือสภาผู้แทนฯ ไม่เช่นนั้นจะเป็นปัญหา ส่วนเรื่องที่ยังไม่ชัดเจน เช่น แผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ตามหลักรัฐธรรมนูญต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม ดังนั้น รัฐบาลที่เข้ามาก็มีสิทธิทบทวนได้ แต่ไม่เห็นประโยชน์ที่จะร่างขึ้น เพราะปัจจุบันมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจทุก 5 ปี นับวันถูกลดความสำคัญลงจากการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ในระยะยาวมีอยู่ในแนวนโยบายแห่งรัฐอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องทำแผนหรือออกกฎหมายเพิ่มความซับซ้อน ยุ่งยากในระบบราชการ แต่จะเป็นรัฐซ้อนรัฐหรือไม่ขึ้นอยู่กับอำนาจของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ถ้ามีอำนาจเหนือรัฐบาลไม่ถูกต้องอยู่แล้ว

รู้ทันสืบอำนาจซัด สนช.อย่าโยนบาป

ขณะที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี สนช.เห็นควรให้มี ส.ว. สรรหาทั้งหมดในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพราะไม่ว่าพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาธิปัตย์ชนะเลือกตั้งอีกฝ่ายจะไม่ยอมรับว่า ไม่น่าจะถูกต้อง เพราะย้อนดูหลังการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ยอมรับผลการเลือกตั้งทุกครั้ง หากมีเสียงข้างมากก็จัดตั้งรัฐบาล หากได้เสียงน้อยเป็นฝ่ายค้านตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล แต่สถานการณ์บ้านเมืองมีปัญหาจนนำไปสู่วิกฤตินี้เกิดจากผู้มีอำนาจใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ชอบ ใช้เสียงข้างมากลากไป ไม่ฟังเหตุผล ยืนยันว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะมีปัญหา ไม่ได้เกิดจากพรรคการเมืองไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง จึงขอฝากถึง สนช.ว่าถ้าพวกท่านอยากเป็น ส.ว.สรรหาต่ออีก 5 ปี ควรหาข้ออ้างอื่นดีกว่า อย่าหลงทางสร้างความเข้าใจผิดกล่าวหาพรรคการเมืองโดยไม่ถูกต้องเช่นนี้ ไม่แน่ใจว่าท่านอยากมี ส.ว.สรรหาเพื่อประคับประคองสถานการณ์บ้านเมืองหรือเพื่อประคับ ประคองอำนาจของพวกท่านให้ยืนยาวต่อไปมากกว่า

จำเป็นต้องมีองค์กรอิสระตรวจสอบ

ช่วงบ่าย ศาลปกครองจัดงานการอภิปรายทางวิชาการเนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปีศาลปกครอง หัวข้อ “บทบาทขององค์กรตุลาการและองค์กรอิสระในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ” โดยนายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ระบบประชาธิปไตยตัวแทนนับวันประชาชนจะไม่ไว้วางใจ จึงจำเป็นที่ต้องอาศัยตัวช่วยในการตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐ คือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ

นายชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวว่า สตง.เป็นหลักในการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินแผ่นดิน ตัวอย่างโครงการรับจำนำข้าว สตง.เคยทำหนังสือไม่น้อยกว่า 4 ฉบับ ส่งให้รัฐบาลว่าไม่ควรมีต่อไป จะทำลายระบบและเกิดการทุจริต แต่สุดท้ายไม่มีการยับยั้ง กระทั่งกลายเป็นคดีที่อัยการยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ และยังมีคดีในอดีต เช่น โครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน จึงจำเป็นต้องมีองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ นอกเหนือจากศาลปกครองที่มีอำนาจชี้ขาดการออกคำสั่งที่ไม่ชอบหรือขัดกฎหมาย

นายกฯเปิดเวทีผนึกกำลังกลุ่มจี 77

เมื่อเวลา 09.00 น.ที่วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นประธานเปิดการประชุมผู้ทรงคุณวุฒิระดับสูงของกลุ่มประเทศ 77 ว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนา มีคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งอดีตรัฐมนตรี ผู้บริหารองค์การระหว่างประเทศ เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรจากนครนิวยอร์ก เข้าร่วมระดมสมองออกแบบสถาปัตยกรรมระหว่างประเทศกำลังพัฒนาเพื่อรองรับบริบทและความท้าทายใหม่ๆ ภายหลังสหประชาชาติรับรองวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 หัวข้อหลักการหารือคือ การกำหนดยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนา เพื่ออนุวัติวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ.2030 บทบาทของกลุ่ม 77 ในการเสริมสร้างสถาปัตยกรรมความร่วมมือพหุภาคี และความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนา แนวทางการระดมทุนเพื่อการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนา

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว เปิดการประชุมตอนหนึ่งว่า การริเริ่มความร่วมมือระหว่างประเทศต้องคำนึงถึงความจำเป็นและความต้องการของผู้รับด้วย ที่ผ่านมาไทยปรับสถานะจากผู้รับเป็นผู้ให้อย่างสมบูรณ์ และเน้นการมีส่วนร่วมของกลไกประชารัฐ ซึ่งไทยตระหนักถึงความสำคัญของกองทุนเปเรซเกอร์เรโร ทรัสต์ ฟันด์ ภายใต้กรอบความร่วมมือขององค์การสหประชาชาติจึงประกาศบริจาคเงิน 520,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (18.2 ล้านบาท)

ชู ศก.พอเพียงช่วยงานอังค์ถัด

ต่อมาเวลา 14.00 น.นายมูคิสะ คิทูยี เลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด : UNCTAD) เข้าพบและหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ไทยพร้อมสนับสนุนอังค์ถัด ปีนี้เป็นโอกาสดีที่อังค์ถัดกับกลุ่ม 77 จะทำงานร่วมกันใกล้ชิดเพื่อบรรลุการพัฒนาที่ยั่งยืนและครอบคลุมทุกภาคส่วน ทั้งนี้ไทยพร้อมแบ่งปันประสบการณ์จากการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้กับงานด้านการพัฒนาของอังค์ถัด

ทำเนียบฯเล็งสร้างที่จอดรถเพิ่ม

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ พร้อม พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกฯ น.ส.เรณู ตังคจิวางกูร รองเลขาธิการนายกฯฝ่ายการเมือง และทีมโฆษกประจำสำนักนายกฯ เข้าร่วมการจัดเลี้ยงอาหารกลางวันและพูดคุยกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลอย่างเป็นกันเอง บริเวณหน้าตึกบัญชาการ 1 เป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง โดย พล.อ.วิลาศ กล่าวถึงแนวคิด ที่อยากให้สร้างอาคารจอดรถในทำเนียบฯ เพื่อบรรเทาปัญหาความหนาแน่นของรถยนต์ว่า จะไปดูแนวทางว่าทำได้หรือไม่อย่างไร เนื่องจากทำเนียบฯเป็นสถานที่สำคัญและบางอาคารเป็นโบราณสถาน

แจง “สีหนาท” พ้นเลขาฯ ปปง.ตาม ก.ม.

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุม ครม.มีมติอนุมัติให้ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาประจำสำนักงาน ปปง.ว่าไม่ใช่เป็นการเด้ง แต่เป็นไปตามกฎหมาย ปปง.ที่กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ปปง.อยู่ในวาระได้แค่ 4 ปี และเป็นอีกไม่ได้ เมื่อพ้นตำแหน่งต้องให้ไปดำรงตำแหน่งอื่นใน ปปง.ที่มีระดับชั้นเดียวกัน สิทธิประโยชน์ไม่ต่ำกว่าเดิม พ.ต.อ.สีหนาทจะครบวาระ 4 ปี ในวันที่ 12 มี.ค. ส่วนขั้นตอนการสรรหา สั่งให้ ปปง.ไปออกระเบียบการสรรหาใหม่แล้ว เมื่อสรรหาได้จะส่ง ครม.พิจารณา จากนั้น ครม.จะส่ง สนช.พิจารณาลงมติรับรอง

พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง.เปิดเผยว่า ครม.มีมติอนุมัติตามที่ ปปง. เสนอแต่งตั้งให้ตนดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาประจำสำนักงาน ปปง. ตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค.เป็นต้นไป หลังดำรงตำแหน่ง เลขาธิการ ปปง.ครบ 4 ปี วันที่ 12 มี.ค.และยังคงได้รับเงินเดือนเพิ่มพิเศษและสิทธิประโยชน์อื่นๆต่อไป

คตร.ชงนายกฯเลิกคุมงบฯ สสส.

พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกฯในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จากปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนใน สสส.และได้แก้ไขระเบียบข้อบังคับ สสส.15 ฉบับ เพื่อให้การใช้งบประมาณโปร่งใสแล้ว เมื่อวันที่ 8 มี.ค. พล.อ.ชาตอุดม ดิตถะ–สิริ ประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ได้ทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เพื่อขอให้มีคำสั่งยกเลิกมาตรการควบคุมการใช้งบฯ สสส.ให้กลับมาอนุมัติงบฯได้ตามปกติ คาดว่านายกฯจะลงนามอนุมัติเร็วๆนี้

“บิ๊กป้อม” ถกทริปรีพอร์ตก่อนส่งมะกัน

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ว่า เป็นการติดตามการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ของไทย ซึ่งไทยอยู่ในระดับเทียร์ 3 โดยหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องทำงานคืบหน้าไปมาก เราได้พูดถึงการทำรายงานความคืบหน้าการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นจำนวนคดีแรงงานประมงผิดกฎหมาย คดีเจ้าหน้าที่รัฐที่ให้ความร่วมมือในการทำผิด และในวันที่ 14 มี.ค. จะมีการประชุมอีกครั้ง เพื่อส่งรายงานดังกล่าวไปยังสหรัฐอเมริกาในปลายเดือนนี้ เราจะเร่งรัดคดีต่างๆให้จบภายใน 1 ปี รัฐบาลนี้ทำเต็มที่ มาตรการต่างๆที่เราวางไว้จะเป็นผลดีและเป็นมาตรฐานสากลต่อไป

หวั่นนักการเมืองเอาอย่างคำสั่ง ผบ.ตร.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.มีคำสั่งให้รายงานคดีเกี่ยวกับความมั่นคงและอื่นๆรวม 6 กรณีต้องรายงานผ่านต่อ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท.เพื่อรายงานต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหมว่า ต้องถาม ผบ.ตร.ว่ากระทบต่อระบบและสายงานการบังคับบัญชาและอนาคตหรือไม่ ต่อไปหากนักการเมืองเข้ามาทำบ้างจะเป็นอย่างไร ผบ.ตร.ควรอธิบายว่าทำเรื่องนี้ทำไม ปกติจะรายงานผ่านผู้บังคับบัญชา ไปถึงรองนายกฯฝ่ายความมั่นคงอยู่แล้ว การรวมศูนย์ไว้กับคนสองคนอันตราย หากมีปัญหา พล.อ.ประวิตรและ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ต้องรับผิดชอบ

“ยิ่งลักษณ์” ไปฝั่งธนฯทำบุญโลงศพ

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปทำบุญโลงศพที่ศาลเจ้าพ่อฉางเกลือ ติดท่าน้ำศิริราช แขวงพรานนก เขตบางกอกน้อย ฝั่งธนบุรี จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินไปซื้อของและเดินเที่ยวตลาดสถานีรถไฟบางกอกน้อย ห่างจากศาลเจ้าไปไม่มาก ทั้ง 2 จุดมีประชาชน พ่อค้าแม่ค้าในตลาด ต่างมาให้กำลังใจเข้าสวมกอด จับมือและขอถ่ายภาพร่วมด้วย ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังอุดหนุนซื้อผัก ผลไม้ อาทิ มันเทศ เผือก ฟักทอง ส้ม และข้าวโพดต้ม กลับบ้านด้วย

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีต รมช.แรงงาน กล่าวว่า วันสตรีสากล 8 มี.ค. คนไทยคงไม่ลืมว่า เรามีเรื่องราวของสตรีที่ให้ชาวโลกเล่าขาน คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายกฯหญิงคนแรก และเป็น รมว.กลาโหมผู้หญิงคนแรกด้วย จะมีทหารสักกี่นายที่นึกถึง วัฒนธรรมของทหารจะให้ความเคารพ ให้เกียรติและดูแลผู้บังคับบัญชา แม้จะพ้นตำแหน่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์แม้ไม่มียศนำหน้าชื่อ แต่มีตำแหน่ง รมว.กลาโหมติดตัวตลอดไป ในช่วงปฏิบัติ หน้าที่สนับสนุนงบฯพัฒนากิจการทหารทุกกองทัพไม่น้อย นายทหารที่เคยร่วมทำงานยังจำได้หรือไม่

รัฐตีปี๊บเร่งเมกะโปรเจกต์

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงคำสั่งหัวหน้า คสช. แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ โดยให้โครงการเร่งด่วนเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้หาเอกชนดำเนินโครงการไปพลางก่อนได้ โดยไม่ต้องรอรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมว่า รัฐบาลต้องการเร่งรัดโครงการเมกะโปรเจกต์ และการลงทุนต่างๆที่เป็นโครงสร้างสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ เพราะเศรษฐกิจโลกมีปัญหาอยู่ สิ่งที่จะทำให้เราพุ่งไปข้างหน้าคือการลงทุนโครงสร้างต่างๆ การดำเนินการมีรายละเอียดและขั้นตอนมาก ส่วนใหญ่จะเริ่มด้วยการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการคำนึงถึงสุขภาพประชาชนหรืออีไอเอและอีเอสไอเอ ที่ผ่านมาล่าช้า และสังคมมักเข้าใจว่าเกิดจากขั้นตอนของเจ้าหน้าที่รัฐที่รับผิดชอบตรวจหรือรับรายงาน ซึ่งไม่ใช่ เพราะเจ้าหน้าที่รัฐจะเป็นผู้รับข้อมูลและมีการกำหนดเวลาในการดำเนินการอยู่

เอ็นจีโอขู่สงครามขัดแย้งปะทุหนัก

นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. มีคำสั่งแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติว่า คำสั่งดังกล่าวจะก่อให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงทั้งในระดับชาติและในระดับพื้นที่ในเรื่องสิ่งแวดล้อม การเปิดให้มีการประมูลโครงการขนาดใหญ่ โดยไม่ต้องรอให้การประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่าน เช่น หากจะสร้างเขื่อนแม่วงก์ หน่วยงานรัฐสามารถให้บริษัทที่ต้องการเข้าไปดำเนินการทำได้เลย ถ้าชุมชนไม่เห็นด้วยจะทำอย่างไร ในเมื่อโดนคำสั่งตามมาตรา 44 ค้ำอยู่ และหากประเมินไม่ผ่านบริษัทจะเสียหายเพราะลงทุนไปแล้ว ขณะที่อีกด้านหนึ่งจะบีบบังคับให้โครงการนั้นผ่านการประเมินไปโดยปริยาย เนื่องจากโครงการได้ประมูลและลงมือก่อสร้างไปแล้ว เรื่องนี้จะกลายเป็นสงครามความขัดแย้งในทุกระดับ หวังว่านายกฯจะทบทวนเรื่องนี้

ศาลเลื่อนฟังคดี “จ่านิว” ไปราชภักดิ์

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ศาลทหารกรุงเทพ กรมพระธรรมนูญ กระทรวงกลาโหม นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มนักศึกษาประชาธิปไตยศึกษาและกลุ่มพลเมืองโต้กลับ พร้อมพวก 5 คน ได้แก่ นายอานนท์ นำภา น.ส.กรกนก คำตา นายกิตติธัช สุมาลย์ นายวิจิตร หันหาบุญ และนายวิศรุต อนุกุลการย์ เดินทางมารับฟังคำสั่งอัยการศาลทหารว่าจะดำเนินการสั่งฟ้องในข้อหามั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป อันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.กรณีจัดกิจกรรมนั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์หรือไม่

ต่อมาเวลา 12.30 น. อัยการศาลทหารได้พิจารณาเลื่อนฟังคำพิจารณาว่าจะรับคดีดังกล่าวไว้หรือไม่ เป็นวันที่ 25 เม.ย. เนื่องจากจำเลยขอให้สอบคำให้การพยานจำเลยเพิ่มอีก 2 ปาก อัยการศาลทหารจึงเลื่อนฟังคำพิจารณาออกไปเป็นวันดังกล่าว นายสิรวิชญ์กล่าวว่า น่าจะเป็นผลดีที่ให้สอบคำให้การพยานเพิ่มเติม ส่วนที่เหลือขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ว่าจะหาทางออกอย่างไร พวกเรายืนยันว่าไม่ยอมรับกระบวนการตามข้อกล่าวหาในส่วนการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ต่อศาลปกครอง

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    23.9%
  • ไม่ชอบ
    74.0%
  • สนุก
    0.8%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    1.3%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement