ทรงบันทึกภาพ คราสเต็มดวง - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ทรงบันทึกภาพ คราสเต็มดวง

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 มี.ค. 2559 05:05
1,992 ครั้ง


ที่เมืองเตอร์นาเต คนไทย-ก็ตื่นเต้น

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช กุมารี เสด็จฯไปทอดพระเนตรสุริยุปราคาเต็มดวง ณ เมืองเตอร์นาเต สาธารณรัฐอินโดนีเซีย โดยทรงนำกล้องถ่ายภาพส่วนพระองค์มาบันทึกภาพปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงในครั้งนี้ด้วย ส่วนบรรยากาศที่ไทยคึกคัก ประชาชนตื่นตัวกับความมหัศจรรย์ในห้วงอวกาศครั้งนี้กันอย่างมาก

ฮือฮาปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ครั้งสำคัญ “สุริยุปราคา” หรือ “สุริยคราส” เหนือฟากฟ้าครั้งนี้ ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 9 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นจุดสังเกตการณ์เกิดสุริยุปราคาเต็มดวง สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทอด พระเนตรปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง ณ วังสุลต่าน เตอร์นาเต เมืองเตอร์นาเต สาธารณรัฐอินโดนีเซีย พร้อมด้วยผู้บริหารจากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สดร. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำโดยนายบุญรักษา สุนทรธรรม ผอ.สดร. ได้ตั้งกล้องโทรทรรศน์และอุปกรณ์ทั้งการสังเกตการณ์ทางตรงและการสังเกตการณ์ทางอ้อม ถวายให้ทอดพระเนตรสุริยุปราคาเต็มดวง ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงนำกล้องถ่ายภาพส่วนพระองค์มาใช้บันทึกภาพปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงในครั้งนี้ด้วย

นายบุญรักษากล่าวว่า ลำดับการเกิดปรากฏการณ์ สุริยุปราคาเต็มดวง ในวันที่ 9 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ณ เมืองเตอร์นาเต สาธารณรัฐอินโดนีเซีย เริ่มต้นคราสบางส่วน เมื่อขอบดวงจันทร์แตะขอบดวงอาทิตย์ ในเวลาประมาณ 08.36 น. เข้าสู่ช่วงคราสเต็มดวง เมื่อดวงจันทร์เริ่มบดบังดวงอาทิตย์ทั้งดวง ในเวลาประมาณ 09.51 น. และเข้าสู่ช่วงกลางคราส ดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์มากที่สุดเวลาประมาณ 09.53 น. จากนั้นสิ้นสุดช่วงคราสเต็มดวง ดวงจันทร์เริ่มเคลื่อนออกจากดวงอาทิตย์ เมื่อเวลาประมาณ 09.54 น. และสิ้นสุดคราสบางส่วน เมื่อดวงจันทร์เคลื่อนออกจากดวงอาทิตย์หมดทั้งดวง ในเวลาประมาณ 11.20 น. เป็นสัมผัสสุดท้ายและสิ้นสุดปรากฏการณ์สุริยุปราคาในครั้งนี้โดยสมบูรณ์ สำหรับปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งต่อไป จะเกิดขึ้นในวันที่ 21 ส.ค. 2560 แนวคราสเต็มดวงพาดผ่านประเทศสหรัฐอเมริกา

ผอ.สดร.กล่าวต่อว่า ขณะที่เกิดสุริยุปราคา เงามืดของดวงจันทร์จะข้ามผ่านเส้นศูนย์สูตรในบริเวณทะเลโมลุกกะ (Molucca Sea) และผ่านเกาะ น้อยใหญ่หลายเกาะในเมืองใหญ่สุดในบริเวณนี้ได้แก่ เตอร์นาเต (Ternate) แม้เมืองเตอร์นาเตจะอยู่ห่างจากแนวกึ่งกลางคราสไปทางเหนือประมาณ 44 กิโลเมตร แต่เวลาที่คราสเต็มดวงยังกินเวลานานถึง 2 นาที 41 วินาที รวมถึงบริเวณดังกล่าว ดวงอาทิตย์อยู่สูงจากขอบฟ้าประมาณ 40-50 องศา

นายบุญรักษากล่าวอีกว่า สำหรับสุริยุปราคาเต็มดวง วันที่ 9 มี.ค. เป็นสุริยุปราคาลำดับที่ 52/73 ในชุดซารอสที่ 130 แม้ว่าแนวคราสเต็มดวงส่วนใหญ่ จะพาดผ่านมหาสมุทรแปซิฟิก แต่ในช่วงต้นของคราส เงามืดของดวงจันทร์จะเคลื่อนที่ผ่านแผ่นดินที่เป็นเกาะใหญ่ๆของประเทศอินโดนีเซียหลายเกาะด้วยกัน อาทิ เกาะสุมาตรา กาลิมันตัน สุลาเวสี และหมู่เกาะโมลุกกะ การเกิดคราสครั้งนี้ ดวงอาทิตย์จะถูกดวงจันทร์บดบังนานที่สุดถึงกว่า 4 นาที แม้ว่าจุดที่เกิดคราสเต็มดวงนานที่สุดนี้จะอยู่ในมหาสมุทร แต่ในช่วงต้นของปรากฏการณ์การเกิดคราสที่พาดผ่านแผ่นดินบริเวณหมู่เกาะโมลุกกะและสุลาเวสี จะนานถึงกว่า 3 นาที

สำหรับบรรยากาศที่ประเทศไทย ซึ่งสามารถชมปรากฏการณ์การเกิดสุริยุปราคาได้เพียงบางส่วน มีประชาชนให้ความสนใจชมจำนวนมาก โดยเฉพาะในจุดที่ สดร.ติดตั้งกล้อง จำนวน 5 จุด ที่กรุงเทพฯ บริเวณสวนเบญจกิติ ติดกับศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ แน่นขนัดตั้งแต่เช้าตรู่ มีผู้สนใจเดินทางมาชมสุริยุปราคา บ้างแวะชมก่อนเดินทางไปทำงานต่อ บ้างมาเป็นครอบครัว จำนวนนับพันคน แม้ว่า สดร. เตรียมอุปกรณ์สังเกตการณ์มามากมายหลายประเภทก็ยังไม่เพียงพอกับจำนวนผู้มาร่วมงาน แต่ประชาชนทุกคน ก็ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่วิทยากรเอื้อเฟื้อแบ่งปันกันทดลองสังเกตการณ์ผ่านอุปกรณ์นานาชนิดอย่างทั่วถึง

เวลาประมาณ 06.38 น. เมื่อดวงจันทร์เริ่มบดบังดวงอาทิตย์ ประชาชนต่างตื่นตาตื่นใจโห่ร้องกันอย่างคึกคัก ดวงจันทร์ค่อยๆเคลื่อนบดบังจนดวงอาทิตย์เว้าแหว่งอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าที่กรุงเทพมหานคร จะมองเห็นสุริยุปราคาบางส่วนเพียงร้อยละ 41 แต่ ประชาชนที่มาร่วมงาน ต่างประทับใจที่ได้สัมผัสปรากฏการณ์สุริยุปราคาครั้งนี้ด้วยตาตนเอง

ขณะที่หาดสมิหลา จ.สงขลา ซึ่งเป็นจุดสังเกต-การณ์หลักในภาคใต้ มองเห็นคราสได้มากถึงร้อยละ 61 มีประชาชนเดินทางมาร่วมงานจำนวนมาก ทั้งนักเรียน นิสิต นักศึกษา รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มาร่วมสังเกตการณ์สุริยุปราคาครั้งนี้นับพันคน ต่างตื่นเต้นกับสุริยุปราคากันมาก เช่นเดียวกับจุดสังเกตการณ์ของหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนม พรรษา จ.ฉะเชิงเทรา นอกจากจะมีกล้องโทรทรรศน์ สังเกตการณ์ดวงอาทิตย์มาบริการประชาชนแล้ว ยังมีนักเรียนจากชุมนุมดาราศาสตร์ของโรงเรียนใน จ.ฉะเชิงเทรา นำอุปกรณ์สังเกตการณ์ดวงอาทิตย์ประดิษฐ์เองมาร่วมงานด้วย

ที่ จ.เชียงใหม่ แม้ว่าจะอยู่ในจุดที่สังเกตคราส ได้น้อยที่สุด เพียงร้อยละ 27 แต่ก็ยังมีประชาชนเดินทางมาสังเกตการณ์สุริยุปราคาร่วมกัน ที่ดาดฟ้า ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ ประชาชนได้สังเกตสุริยุปราคาจากมุมสูง และได้ใช้อุปกรณ์ต่างๆ เช่น กล้องโทรทรรศน์ กล้องรูเข็ม แผ่นฟิล์มไมลาร์ สังเกตการณ์สุริยุปราคาบางส่วนอย่างสนุกสนาน

นายบุญรักษากล่าวว่า สดร. ได้ถ่ายทอดสดสุริยุปราคาเต็มดวงตลอดปรากฏการณ์ผ่านเว็บไซต์ของ สดร. ที่ www.narit.or.th ปรากฏว่ามีผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์กว่า 80,000 ครั้ง ยอดชมการถ่ายทอดสดผ่านระบบอินเตอร์เน็ตกว่า 150,000 ครั้ง ทั้งนี้ คนไทยจะได้เห็นสุริยุปราคาบางส่วนครั้งต่อไป วันที่ 26 ธ.ค. 2562 และอีก 54 ปีข้างหน้า จะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงอีกครั้ง

ส่วนที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) คลอง 5 ต. คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นายสาคร ชนะไพฑูรย์ รักษาการ ผอ.อพวช.ได้ตั้งจุดสังเกตการณ์สุริยุปราคา ที่บริเวณลานหน้าพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ เพื่อรองรับประชาชนที่อยู่แถบชานเมือง รวมถึงผู้เดินทางมาเข้าชมพิพิธภัณฑ์ฯ ซึ่งต้องการร่วมสังเกตปรากฏการณ์ครั้งสำคัญนี้ โดย อพวช. ได้จัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับชมปรากฏการณ์นี้อย่างใกล้ชิด ประกอบด้วย กล้องสะท้อนแสงขนาด 12 นิ้ว 2 ตัว กล้องสะท้อนแสงขนาด 8 นิ้ว 1 ตัว กล้องหักเหแสงขนาด 4 นิ้ว 2 ตัว แว่นสุริยะหรือแว่นตาดูดวงอาทิตย์กว่า 1 พันอัน พร้อมเจ้าหน้าที่คอยให้ความรู้เพื่อบริการประชาชน ซึ่งต่างทยอยเดินทางมารอชมตั้งแต่เช้าตรู่กันอย่างเนืองแน่นเต็มลานหน้าพิพิธภัณฑ์ฯ จนเมื่อเวลาประมาณ 06.50 น. ประชาชนผู้ร่วมสังเกตการณ์ในจุดนี้ได้เริ่มเห็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วนได้อย่างชัดเจน แม้จะมีบางช่วงที่เมฆลอยมาบัง แต่ก็ไม่ถือเป็นอุปสรรคในการชม ทั้งนี้ ปรากฏการณ์ดังกล่าวได้สิ้นสุดลงในเวลาประมาณ 08.30 น. ประชาชนบางส่วนจึงทยอยเดินทางกลับ ในขณะที่ส่วนใหญ่รอเข้าชมนิทรรศการในพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ต่อ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานบรรยากาศปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง ที่เกิดขึ้นและเห็นชัดเจนที่สุดในอินโดนีเซียเมื่อช่วงเช้าวันพุธ 9 มี.ค.ระบุผู้คนมากราว 40 ล้านคน พากันเฝ้าดูปรากฏการณ์ทางธรรมชาติครั้งนี้ทั่วทั้ง 12 จังหวัด และ 3 เขตแบ่งเวลา ขณะที่ส่วนอื่นๆของทวีปเอเชีย รวมถึงพื้นที่ภาคเหนือออสเตรเลียก็สามารถมองเห็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาครั้งนี้บางส่วน โดยชาวอินโดนีเซียบางส่วนพากันร้องตะโกนและตบมือไล่ในระหว่างที่เกิดเงามืดของดวงจันทร์บดบังแสงจากดวงอาทิตย์เต็มดวง เป็นเวลานานกว่า 2 นาที ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนสวดมนต์ภาวนากันบริเวณใกล้สุเหร่า ส่วนนักท่องเที่ยวต่างพากันตื่นเต้น ชมปรากฏการณ์จากหลากหลายพื้นที่ บ้างยืนชมปรากฏการณ์สุริยุปราคาอยู่บนเรือสำราญนอกชายฝั่งอินโดนีเซีย บ้างเฝ้าชมอยู่ตามเนินเขา ขณะที่ชาวอเมริกันส่วนหนึ่งที่มีโอกาสอยู่บนเที่ยวบินระหว่างรัฐอลาสกา มุ่งสู่รัฐฮาวายในช่วงเวลาเกิดสุริยุปราคาจะเห็นปรากฏการณ์ครั้งนี้ได้อย่างชัดเจนจากมุมมองบนท้องฟ้า ซึ่งแนวการเกิดสุริยุปราคาครั้งนี้จะสิ้นสุดลงบริเวณพื้นที่ตอนเหนือของรัฐฮาวาย

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    16.0%
  • ไม่ชอบ
    82.0%
  • สนุก
    2.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement