ร้อนนรกแตกใช้ไฟฟ้าพีค กฟผ.เกาะติดสถานการณ์มั่นใจไร้ปัญหา - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ร้อนนรกแตกใช้ไฟฟ้าพีค กฟผ.เกาะติดสถานการณ์มั่นใจไร้ปัญหา

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 มี.ค. 2559 06:01
978 ครั้ง


(ภาพจาก:AFP)

อากาศร้อนดันใช้ไฟฟ้า “พีค” ปีนี้เริ่มขึ้นเมื่อ 8 มี.ค. และล่าสุด 9 มี.ค.ทะลุ 26,215 เมกะวัตต์ กฟผ.ยันรับมือได้แม้พีคจะรุนแรงต่อเนื่องจนถึงเดือน พ.ค. ขณะที่คณะทำงานพยากรณ์ความ ต้องการใช้ไฟเกาะติดพีคเศรษฐกิจใกล้ชิด แต่ภาพรวมสำรองยังสูงมั่นใจไร้ปัญหา

นายเริงชัย คงทอง ผู้อำนวยการฝ่ายควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค) ในปีนี้ได้เริ่มขึ้นแล้ว หลังจากที่อากาศเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนโดยล่าสุดพีคสูงสุดของปีนี้ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่ระดับ 26,147 เมกะวัตต์ โดยคาดว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นต่อเนื่อง จะทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศ เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องตลอดฤดูร้อนนี้ โดย กฟผ.คาดการณ์ว่า พีคปีนี้จะอยู่ที่ 28,500 เมกะวัตต์ มีอัตราขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 4.1% โดยคาดว่าพีคสูงสุดในปีนี้ จะเกิดขึ้นใน มี.ค.-พ.ค.นี้

“ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น.ของวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมาพีคก็เริ่มสูงสุดในปีนี้อีกครั้ง โดยตัวเลขอยู่ที่ 26,215 เมกะวัตต์ กฟผ.ประเมินว่าพีคจากนี้ไปจะต้องติดตามใกล้ชิด เพราะเชื่อว่าอุณหภูมิจะสูงขึ้นต่อเนื่องในแต่ละวัน”

สำหรับการเติบโตของปริมาณการใช้ไฟฟ้าในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ขยายตัว 6.7% เดือน ก.พ. ขยายตัว 1.9% ส่วนเดือน มี.ค.คาดว่าจะขยายตัว 6% และแม้ว่าหลายฝ่ายอาจมองว่าภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยจะไม่ขยายตัวเท่าที่ควรจะเป็น ก็อาจทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าปีนี้ไม่น่าจะเติบโตมาก แต่ กฟผ.ประเมินไว้ว่าการใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยทั้งปีนี้ จะขยายตัว 4% เพราะการใช้ไฟฟ้าที่ลดลงมีเพียงสาขาเดียวคืออุตสาหกรรมการผลิตเพื่อการส่งออก แต่ภาคอื่นๆ เช่น บ้านเรือนประชาชน ภาคการท่องเที่ยว ยังเติบโตตามปกติ

นายเทียนไชย จงพีร์เพียร กรรมการ ในคณะทำงานจัดทำค่าพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้ากระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ขณะนี้คณะทำงานกำลังติดตามสถานการณ์การใช้ไฟฟ้าระยะสั้นๆ เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนรุนแรง ได้ส่งผลกระทบให้พีค ปีนี้จะสูงกว่าปีที่ผ่านมา ที่เคยทำไว้ระดับ 27,346 เมกะวัตต์เมื่อเดือน มิ.ย.2558 ที่อุณหภูมิประมาณ 36.7 องศาเซลเซียส และแม้ว่าพีคอาจจะสูงมากขึ้น แต่ในภาพรวมปริมาณสำรองไฟฟ้าของประเทศไทย ก็ยังคงอยู่ในระดับสูงเฉลี่ย 25% จึงจะไม่ส่งผลกระทบต่อปัญหาไฟฟ้าขาดแคลน

นายเทียนไชย กล่าวว่า คณะทำงานจะต้องติดตามระยะสั้นเกี่ยวกับพีค ว่าจะเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด เพราะคาดการณ์ว่าอุณหภูมิเฉลี่ยจะสูงขึ้น ในระยะ 2-3 เดือนข้างหน้า เพื่อที่จะวางแผนร่วมกันในการลดพีคในช่วงฤดูร้อน ประกอบกับภาวะภัยแล้งทำให้ปริมาณน้ำใน 2 เขื่อนหลักคือสิริกิติ์และภูมิพล มีปริมาณลดต่ำลงมาก ทำให้การปล่อยน้ำจากเขื่อนทยอยลดลง และการผลิตไฟฟ้าจากน้ำที่เป็นต้นทุนต่ำสุด ก็จะมีกำลังการผลิตลดลง แต่โชคดีที่ราคาก๊าซธรรมชาติได้ปรับราคาลด ตามราคาน้ำมัน จึงทำให้ภาพรวมค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) ในขณะนี้ไม่ปรับตัวเพิ่มขึ้น แม้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำจะลดลงก็ตาม

นอกจากนี้คณะทำงานยังต้องติดตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินค่าพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าปีนี้ เนื่องจากยอมรับว่าภาวะเศรษฐกิจไทยช่วง 2 ปีที่ผ่านมาขยายตัวลดลง ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าต่ำกว่าที่ประเมิน แต่ภาพรวมการปรับค่าพยากรณ์ใหม่เพื่อนำไปสู่การปรับแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (พีดีพี) จะต้องทำการประเมินล่วงหน้าไว้ทุกๆ 2-3 ปี และส่วนใหญ่ หากจะมีการปรับแผนพีดีพี เรื่องการผลิตไฟฟ้า ก็ต้องปรับตามสภาพเศรษฐกิจในขณะนั้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาไฟฟ้าสำรองไม่เพียงพอหรือขาดแคลน แต่สถานการณ์ขณะนี้ ยังไม่จำเป็นต้องปรับปรุงแผนพีดีพีดังกล่าว เพราะปริมาณการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าต่างๆ ยังคงเพียงพอกับความ ต้องการใช้ในประเทศ.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    47.8%
  • ไม่ชอบ
    47.8%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    4.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement