ศาล ปค.ชี้คดีล่าช้าเหตุคู่กรณียื้อ ลั่นเร่งสะสางผดุงความเป็นธรรม - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ศาล ปค.ชี้คดีล่าช้าเหตุคู่กรณียื้อ ลั่นเร่งสะสางผดุงความเป็นธรรม

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มี.ค. 2559 16:24
666 ครั้ง


ศาลปกครอง แถลงผลงาน 15 ปี เร่งสางคดีค้างเพื่อความธรรม-เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับคดี รับคดีช้า เหตุคู่กรณียื้อเลื่อนชี้แจง มั่นใจ ก.ม.บังคับคดีมีผลทำเร็วขึ้น ปัดตอบปมคำสั่งหัวหน้า คสช. ให้จ้างเอกชนช่วงรอผล "อีไอเอ"

เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 59 ที่ศาลปกครอง นายปิยะ ปะตังทา รองประธานศาลปกครองสูงสุด ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นประธานในการแถลงผลการดำเนินงานของศาลปกครองในรอบปี 2558 ว่า ตลอดปีงบประมาณที่ผ่านมา ศาลปกครองได้ปฏิบัติหน้าที่สำคัญในการอำนวยความยุติธรรมข้อพิพาททางปกครอง โดยมุ่งเน้นให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นต่อการอำนวยความยุติธรรมของศาลปกครอง สำหรับผลการดำเนินงานที่สำคัญของศาลปกครองที่ผ่านมาในด้านการพิจารณาคดี และบังคับคดีปกครองตลอด 15 ปี ศาลปกครองมีคดีเข้าสู่การพิจารณา 115,018 คดี และพิจารณาแล้วเสร็จ 92,347 คดี คิดเป็นร้อยละ 80.29 แต่เฉพาะในปี 2558 ได้พิจารณาคดีแล้วเสร็จ 6,649 คดี และจากการที่ศาลได้เปิดแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณ เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2558 ขณะนี้มีผู้ยื่นฟ้องคดีในชั้นศาลปกครองชั้นต้นแล้ว 1 คดี ในด้านการบังคับคดีปกครอง จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2558 มีการเข้าสู่การบังคับดดีจำนวน 9,930 คดี บังคับคดีได้แล้วเสร็จ 7,510 คดี คิดเป็นร้อยละ 75.63 และมีคดีที่อยู่ระหว่างการดำเนินการบังคับคดี จำนวน 2,420 คดี คิดเป็นร้อยละ 24.37

นายปิยะ กล่าวต่อว่า เมื่อเปรียบเทียบจำนวนคดีกับจำนวนตุลาการเจ้าของสำนวน พบว่าตุลาการเจ้าของสำนวนในศาลปกครองชั้นต้น มีภาระคดีเฉลี่ยคนละ 166 คดี และตุลาการเจ้าของสำนวนในศาลปกครองสูงสุด มีภาระคดีเฉลี่ยคนละ 577 คดี ทำให้ศาลฯ ต้องเร่งรัดสรรหาตุลาการเพื่อรองรับกับปริมาณงานที่สูงขึ้น ซึ่งในปี 2559 ศาลปกครองกำหนดให้เป็นปีแห่งการเพิ่มประสิทธิภาพ และมาตรฐานการทำงานตามหลักธรรมาภิบาล โดยจะเร่งรัดการพิจารณาคดีและการบังคับคดีให้เร็วขึ้น มีการขยายการเข้าถึงของประชาชนโดยเตรียมเปิดศาลในภูมิภาคเพิ่มขึ้น คือศาลปกครองนครสวรรค์ สุพรรณบุรี และอุดรธานี ตามลำดับ 

ส่วนกรณีของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 9/2559 ให้จัดหาเอกชนรับสัมปทานโครงการขนาดใหญ่ได้ก่อนจะทำแผนประเมินสิ่งแวดล้อมนั้น นายสมชาย งามวงศ์ชน ตุลาการศาลปกครองสูงสุด กล่าวว่า เป็นเรื่องหนักใจ เพราะตนเชื่อว่าจะต้องมีการฟ้องร้องเป็นคดี ซึ่งคำสั่งที่ออกมาถือว่าโดยชอบ แต่การกระทำเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องพิจารณาเป็นกรณีไป

ขณะที่ นายนภดล เฮงเจริญ ตุลาการหัวหน้าคดีสิ่งแวดล้อมในศาลปกครองสูงสุด กล่าวว่า คำสั่งดังกล่าวมีผลเฉพาะในบางเรื่องเท่านั้น เช่น กรณีขยะ ไฟฟ้า เป็นต้น

ด้าน นายวิษณุ วรัญญู ตุลาการหัวหน้าคณะแผนกวินัยการคลังและการงบประมาณ ศาลปกครองสูงสุด กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีนี้มีคดีวินัยการคลังและการงบประมาณ 3-4 คดี ซึ่งสอดรับกับคดีที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ส่งเรื่องมา และคิดว่าถ้ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่บังคับใช้ ก็จะสามารถควบคุมการทุจริตตั้งแต่น้ำ เนื่องจากแผนกดังกล่าวเป็นเรื่องการควบคุมเจ้าหน้าที่รัฐไม่ให้ดำเนินการทุจริต ส่วนคดีที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคมนั้น แม้มีมากในขณะนี้ แต่ส่วนตัวเห็นว่ายังไม่มากพอที่ ศาลฯ ต้องตั้งเป็นแผนกคดีแยกออกมา รวมทั้งขั้นตอนการแสวงหาข้อเท็จจริง แม้ประสบปัญหาเรื่องความรู้ด้านเทคนิค แต่ตุลาการสามารถขอข้อมูลจากคู่ความ หรือสั่งให้พยานผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นได้ และขั้นตอนการพิจารณาคดีไม่ได้แตกต่างไปจากเดิม

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    100.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement