'มาร์ค' ชี้ ให้อำนาจ 7 ปธ.ผ่าทางตัน ขออย่าชี้นำ หวั่นขัดแย้ง - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'มาร์ค' ชี้ ให้อำนาจ 7 ปธ.ผ่าทางตัน ขออย่าชี้นำ หวั่นขัดแย้ง

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มี.ค. 2559 15:47
546 ครั้ง


"อภิสิทธิ์" รับไม่มีปัญหา ให้อำนาจ 7 ปธ.วินิจฉัยทางตันนอก รธน. แต่ไม่หนุนนำเรื่องการเมือง หวั่นเกิดความขัดแย้ง ชี้ ยังไม่มีใครตอบได้ หลังมีคำวินิจฉัยจะบังคับ-ยอมรับหรือไม่ แนะใช้ระบบอุทธรณ์คดีบิ๊กการเมืองแบบเดิม ชี้ ถ้าเปลี่ยนโครงสร้างบทเฉพาะกาล ก็ต้องเขียนให้ชัดว่าของเก่าเอายังไง

เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 59 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) พิจารณาปรับเนื้อหาในส่วนอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ จากเดิมที่ให้หาทางแก้ไขวิกฤติทางตัน ที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาเป็นให้อำนาจประธานศาลรัฐธรรมนูญ จัดประชุมร่วมกับประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา นายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด และประธานองค์กรอิสระ เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดว่า ไม่เป็นปัญหาอะไร แต่ต้องวินิจฉัยให้อยู่ภายใต้ขอบเขตกฎหมาย โดยยึดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ แต่ไม่อยากให้การเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบนี้ สามารถวินิจฉัยเรื่องการเมืองได้ด้วย เพราะจะทำให้เกิดปัญหาและนำไปสู่ความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มองค์ประกอบจากฝ่ายการเมือง เช่น นายกฯ ประธานสภาฯ ประธานวุฒิสภา คิดว่าเป็นความพยายามที่จะคลายกังวลในกรณีที่เห็นว่า รัฐธรรมนูญนำภาระไปอยู่ที่ศาลเพียงอย่างเดียว แต่องค์ประกอบนี้ยังถือเป็นเสียงข้างน้อย หากการวินิจฉัยอยู่ในขอบเขตอุดช่องว่างทางกฎหมายก็ไม่มีปัญหา
       
"ที่ผ่านมามีปัญหาว่า เมื่อไม่มีบทบัญญัติชัดเจนว่าจะใช้ช่องทางไหน พอเกิดปัญหาที่ไม่ระบุในรัฐธรรมนูญ เมื่อช่องทางชัดเจนจะช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่หลังจากมีคำวินิจฉัยแล้ว จะสามารถบังคับใช้และยอมรับได้ทุกฝ่ายหรือไม่ เป็นเรื่องที่ยังไม่มีใครตอบได้ เพียงแต่หวังว่า สังคมต้องก้าวไปสู่การยอมรับคำตัดสินขององค์กรต่างๆ แต่ถ้าย้อนกลับไปสู่บรรยากาศเดิม ที่บางฝ่ายไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นก่อนการรัฐประหาร ต้องมีการค้นหาทางออก ที่ฝ่ายการเมืองต้องทำกันเอง หากยังไม่ใช้บทเรียนที่เกิดขึ้นและหวังใช้รัฐธรรมนูญอย่างเดียวก็จะเกิดปัญหา หากฝ่ายการเมืองพยายามหาทางออกทุกมิติ รัฐธรรมนูญจะกลายเป็นเรื่องรอง ผมไม่ได้คัดค้านที่ร่างรัฐธรรมนูญแบบนี้ แต่เตือนว่าอย่าหวังพึ่งกลไกนี้เป็นหลัก" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
       
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ กรธ.แก้ไขขั้นตอนการอุทธรณ์คดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จากเดิมที่ให้อุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ผู้พิพากษาศาลฎีกา มาเป็นให้ที่ประชุมใหญ่ผู้พิพากษาศาลฎีกาตั้งองค์คณะใหม่ขึ้นมาพิจารณาคำอุทธรณ์ ตนเห็นว่าควรกลับไปใช้ตามทางเดิมจะดีกว่า เพราะการยื่นอุทธรณ์ควรจะชัดเจนว่าผู้พิจารณาอยู่ในระดับที่สูงกว่าองค์คณะ ซึ่งการกำหนดให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเหมาะสมแล้ว เพราะชัดเจนว่าสูงกว่าการพิจารณาขององค์คณะแค่ 9 ท่าน เพราะการตั้งองค์คณะใหม่จะไม่ชัดเจนว่า องค์คณะใหม่จะมีระดับที่สูงกว่าองค์คณะเก่าที่มาจากศาลฎีกาอย่างไร อีกทั้งหากจะให้มีการอุทธรณ์ก็ต้องมีการจำกัดขอบเขตให้ชัดเจน เช่น มีพยานหลักฐาน หรือข้อเท็จจริงใหม่ ไม่ใช่ว่า เมื่อแพ้คดีจากศาลหนึ่งก็ไปลุ้นคดีอีกศาลหนึ่งโดยการขอเปลี่ยนองค์คณะผู้พิพากษา.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    52.4%
  • สนุก
    42.9%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    4.8%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement