'อภิสิทธิ์' ไร้ปัญหา ปรับอำนาจศาล รธน. จี้ มีชัย แจงสังคม - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

'อภิสิทธิ์' ไร้ปัญหา ปรับอำนาจศาล รธน. จี้ มีชัย แจงสังคม

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มี.ค. 2559 14:47
760 ครั้ง


อภิสิทธิ์ ยัน ไม่มีปัญหา ปรับอำนาจศาล รธน. แนะ อย่าหวังพึ่ง รธน.เป็นยาวิเศษ จี้ มีชัย แจงสังคม เปลี่ยนขั้นตอนอุทธรณ์คดีศาลฎีกานักการเมือง 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 มี.ค. 59 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ปรับเนื้อหาอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ จากเดิมที่ให้ยกวิกฤติประเทศที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาพิจารณาเองได้ มาเป็นให้อำนาจประธานศาลรัฐธรรมนูญ จัดประชุมร่วมกับประธานสภาผู้แทนฯ ประธานวุฒิสภา นายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุดและประธานองค์กรอิสระเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดแทนว่า ไม่เป็นปัญหาอะไร แต่ต้องวินิจฉัยให้อยู่ภายใต้ขอบเขตกฎหมาย โดยยึดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ไม่อยากให้การเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบนี้สามารถวินิจฉัยเรื่องการเมืองได้ด้วย เพราะจะทำให้เกิดปัญหาและนำไปสู่ความขัดแย้ง

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า การเพิ่มองค์ประกอบจากฝ่ายการเมือง ทั้งนายกฯ ประธานสภาฯ ประธานวุฒิสภา ยังถือเป็นเสียงข้างน้อย หากการวินิจฉัยเพื่ออุดช่องว่างทางกฎหมายก็ไม่มีปัญหา เพราะที่ผ่านมามีปัญหาว่า เมื่อไม่มีบทบัญญัติชัดเจนว่าจะใช้ช่องทางไหน แต่เมื่อระบุให้ช่องทางชัดเจนจะช่วยได้ระดับหนึ่ง ส่วนหลังจากมีคำวินิจฉัยแล้ว จะสามารถบังคับใช้และยอมรับได้ทุกฝ่ายหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ แต่หากบางฝ่ายไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เหมือนช่วงก่อนการรัฐประหาร ที่ตนเคยเสนอแล้วว่า ต้องมีการค้นหาทางออกทางการเมือง โดยฝ่ายการเมือง หากยังไม่ใช้บทเรียนที่เกิดขึ้นและหวังใช้รัฐธรรมนูญอย่างเดียว ก็จะเกิดปัญหาอีก เพราะสิ่งที่เหนือกว่ากฎหมาย คือ การหาทางออกโดยฝ่ายการเมือง หากฝ่ายการเมืองพยายามหาทางออกทุกมิติ รัฐธรรมนูญจะกลายเป็นเรื่องรอง เพราะการคลี่คลายความขัดแย้งในประเทศประชาธิปไตยสามารถทำได้โดยกระบวนการทางการเมืองมากกว่า ซึ่งไม่ได้คัดค้านที่ร่างรัฐธรรมนูญแบบนี้ แต่เตือนว่า อย่าหวังพึ่งกลไกนี้เป็นหลัก

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ กรธ.แก้ไขขั้นตอนการอุทธรณ์คดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จากเดิมที่ให้อุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ผู้พิพากษาศาลฎีกา มาเป็นให้ที่ประชุมใหญ่ผู้พิพากษาศาลฎีกาตั้งองค์คณะใหม่ขึ้นมาพิจารณาคำอุทธรณ์ ตนเห็นว่า ควรกลับไปใช้ตามร่างเดิมจะดีกว่า เพราะการยื่นอุทธรณ์ควรจะชัดเจนว่า ผู้พิจารณาอยู่ในระดับที่สูงกว่าองค์คณะ ซึ่งการกำหนดให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเหมาะสมแล้ว เพราะชัดเจนว่า สูงกว่าการพิจารณาขององค์คณะแค่ 9 ท่าน เพราะการตั้งองค์คณะใหม่จะไม่ชัดเจนว่า องค์คณะใหม่จะมีระดับที่สูงกว่าองค์คณะเก่าที่มาจากศาลฎีกาอย่างไร อีกทั้งหากจะให้มีการอุทธรณ์ก็ต้องมีการจำกัดขอบเขตให้ชัดเจน เช่น มีพยานหลักฐาน หรือข้อเท็จจริงใหม่ ไม่ใช่ว่า เมื่อแพ้คดีจากศาลหนึ่งก็ไปลุ้นคดีอีกศาลหนึ่ง โดยการขอเปลี่ยนองค์คณะผู้พิพากษา ส่วนจะเอื้อให้ใครได้รับอานิสงส์หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับบทเฉพาะกาลที่ต้องระบุให้ชัดเจนว่า สิ่งที่ค้างอยู่ตามกติกาเดิมจะให้ไปต่ออย่างไร เพราะหากไม่ต้องการให้มีผลผูกพันกับคดีที่ค้างอยู่ต้องกำหนดให้ชัดเจนในบทเฉพาะกาล จึงต้องรอดูเนื้อหาส่วนนี้ก่อน และขอให้ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. อธิบายเหตุผลในการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาส่วนนี้ด้วย เพราะก่อนหน้านี้เคยระบุว่า การให้ที่ประชุมใหญ่ผู้พิพากษาศาลฎีกา จะเป็นผู้พิจารณาคำอุทธรณ์ตามรัฐธรรมนูญ 50

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.9%
  • ไม่ชอบ
    99.0%
  • สนุก
    0.1%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement