'อุดม' หนุนยกระดับภารกิจ ตร.ปฏิรูป เพื่อประชาชน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'อุดม' หนุนยกระดับภารกิจ ตร.ปฏิรูป เพื่อประชาชน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มี.ค. 2559 16:34
551 ครั้ง


"อุดม" โว ปฏิรูปตำรวจไม่สำเร็จ ร่างรัฐธรรมนูญไม่มีความหมาย เผย กรธ.ให้ความสำคัญในการแก้ปัญหา "กระบวนการยุติธรรม" หนุนยกระดับองค์กรให้มีภารกิจ เพื่อ ปชช.อย่างแท้จริง ด้าน 'ฟองสนาน' ชี้ปฏิรูป ตร. เกิดหลัง 17 มิ.ย. 59

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 59 ที่อาคาร 15 ม.รังสิต นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวในงานเสวนาเรื่อง "การปฏิรูปตำรวจ" ถึงเหตุผลของการปฏิรูปตำรวจว่า ตำรวจในสายตาของคนไทย อาจจะมองว่าได้หลายรูปแบบ เช่นคนที่รักษากฎหมายบางคนอาจจะบอกว่า คนที่เป็นคนไปฟ้องคดีบางคนที่จะไปช่วยเรา เวลาที่เรามีปัญหาหรือมีความทุกข์ อยู่ที่เราจะมองในมุมไหน ตำรวจในสังคมไทยเป็นองค์กรที่มีความจำเป็นสำหรับการแก้ปัญหาในเรื่องการใช้กฎหมาย ในเรื่องการดำเนินชีวิต กระบวนการยุติธรรม ทั้ง 3 เรื่อง ปัญหาสังคมไทยเรามี แล้วจำไปสะท้อนภาพรวมจากวิกฤติที่เกิดขึ้น

นายอุดม กล่าวต่อว่า องค์กรตำรวจเป็นองค์กรที่มีปัญหาการดำเนินชีวิต ตนพูดในภาพรวมอาจยังไม่เห็นภาพที่ชัดเจน แต่ถ้าถามตำรวจกับเรื่องถูกย้าย ทำไมการเมืองต้องเข้าไปเกี่ยวข้องวงการตำรวจ อันนี้สะท้อนอย่างมาก แต่สิ่งที่เราเห็นไม่ใช่ตำรวจสำคัญในเชิงการเมืองแต่สำคัญต่อการดำเนินชีวิตของชาวบ้าน มี 2 เรื่องที่อยากทำ คือการยกระดับองค์กรตำรวจ และองค์กรยุติธรรม ถ้าบ้านเมืองจะมีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจหรือไม่ เราสามารถวัดได้จากการซื้อมาม่า แต่ถ้ามีปัญหาสังคมวัดจากปัญหาการทำงานของตำรวจ ทำไมสังคมมีปัญหา ทุกวันนี้ตำรวจเป็นกองทัพที่ 4 ทำอย่างไรตำรวจจะไม่ใช่ทหาร ทำอย่างไรตำรวจจะใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น และทำอย่างไรตำรวจจะสามารถดำรงตนอยู่ได้โดยไม่ข้องแวะวงการการเมือง คนที่วิจารณ์วงการตำรวจ เพราะทุกคนเห็นความสำคัญขององค์กรตำรวจ คนที่กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนมากย่อมถูกวิจารณ์จากสังคมมาก ตนเชื่อว่าคนที่มาฟังหลายคนเป็นตำรวจต่อไปในอนาคต ต้องเห็นความสำคัญของตัวเองที่มีต่อสังคม บางคนวิจารณ์ว่าตรงเหมือน รปภ. ตนมองว่าเป็นการมองในการทำงาน อยู่ที่ท่านจะใช้กฎหมายอย่างไรทำให้บ้านเมืองอยู่ได้อย่างสงบ เพราะการใช้ กม.อย่างเดียวอาจจะไม่สงบ การที่มีการมองว่ามีการซื้อขายตำแหน่งนั้นเป็นเพียงการมองกันแต่ภายนอกเท่านั้น

นายอุดม กล่าวต่อว่า ที่ย้ำเรื่องการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่คิดว่าการปฏิรูปคงไม่พอ เรื่องการปฏิรูปตำรวจเป็นเรื่องที่เราไม่กล้าใช้คำตรงๆ ในร่าง รธน. เราใช้คำว่า การบังคับใช้กฎหมาย เพราะไม่อยากให้กระทบใจคนหลายฝ่าย จุดประสงค์ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตำรวจ เวลาที่เราพูดถึงตำรวจ เราไม่ได้พูดถึงตัวบุคคล หรือตำรวจ 2 แสนกว่าคน แต่เรามองในภาพรวมว่าภารกิจตำรวจควรเป็นอย่างไร เราพูดใน กรธ.ว่า ถ้าการปฏิรูปตำรวจไม่ประสบความสำเร็จ รธน.นี้ไม่มีความหมาย ที่เราเห็นการปฏิรูป 2 เรื่องคือ เรื่องการศึกษา และเรื่องการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ตนหวังว่าหากนายกฯ ฟังอยู่ ต้องมีการเปลี่ยนแปลงใน 2 เรื่องก่อนการเลือกตั้ง คือ เรื่องการศึกษา ทุกคนในที่นี้เชื่อเหมือนกันว่า เราเห็นปัญหาร่วมกันว่าอะไรบ้าง หากไม่มีการปฏิรูป ตร. บ้านเมืองไปไม่รอด ปัญหาที่เราเห็นคือบ้านเมืองกำลังพัฒนาไปไกล เรามีปัญหาในแง่ของคนที่มีความรู้ ความคิด ทัศนคติที่แตกต่าง คนที่มีมากขึ้น เรามีกระบวนการ และองค์กรที่มารักษาความสงบเรียบร้อย แต่ไม่มีการพัฒนา

นายอุดม กล่าวอีกว่า ภารกิจเรื่องการรักษากฎหมายต้องการองค์กรที่พัฒนา ที่ผ่านมาปัญหาที่เกิดจากองค์กรของตัวเองที่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วย การปรับย้ายตำแหน่ง ตรงนี้คืออุปสรรคสำคัญขององค์กรตำรวจ และทำอย่างไรจึงจะให้ตำรวจเป็นตำรวจอาชีพได้ และการที่คนมีความรู้สึกกับองค์กรตำรวจมากนั้น มาจากกระบวนการยุติธรรม เช่น อำนาจในการสอบสวน มีอำนาจในการจับดำเนินคดี ความกลัวของประชาชนตรงนี้จะมีมาตรการมาดูแล เวลานี้ยังไม่มีการดูแลอย่างจริงจัง ใน กรธ. มีข้อที่อยากทำให้เสร็จภายใน 1 ปี คืออยากเห็น ตร.มีการปรับเรื่องภารกิจ คือ 1. เกินเลยกว่าที่ ตร.ทำเยอะมาก ให้กระทรวงเอาไปดูแลเองบ้าง 2. ดูแลปัญหาเรื่องการสอบสวนจะทำอย่างไร และ 3. เรื่องการบริหารงานบุคคล และทำอย่างไรไม่ให้ ตร. ตกอยู่ในระบบการครอบงำเรื่องการโยกย้ายในระบบงานบริหารงานบุคคล เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องทำ และเปลี่ยนแปลงให้ได้ หากทำไม่ได้ ตร.จะเป็นองค์กรที่ไม่มีใครยอมรับนับถือ อยู่ยาก คนไม่ให้ความเชื่อถือศรัทธา

ด้าน นางฟองสนาน จามรจันทร์ นักจัดรายการวิทยุและสื่อมวลชนอิสระ และโฆษก กรธ. กล่าวเสริมว่า ตนในฐานะอดีตสื่อมวลชน เห็นนักการเมืองกับตำรวจเป็นที่น่ารังเกียจ ซึ่งรวมถึงสื่อด้วย แต่เราไม่เคยท้อแท้ ตนเห็นด้วยว่าควรมีการปฏิรูปและเห็นว่าการปฏิรูปตำรวจควรเริ่มจากการเพิ่มรายได้ให้ตำรวจก่อน หากเพิ่มแล้วยังทำผิดอีกต้องจัดการ และที่ผ่านมามีตำรวจฆ่าตัวตาย ตนเสียใจมาก ตอนนี้ในฐานะสื่อถึงเวลาแล้วที่ต้องเปลี่ยนในทุกระดับทุกองค์กร ทุกตัวบุคคล ยิ่งมีปัญหา ยิ่งมีโอกาส เมื่อไรก็ตามที่ดวงเมืองของประเทศนิ่งให้ระวังไว้ เช่น ตอนรัฐบาล นายบรรหาร ศิลปอาชา และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ปัญหาของประเทศจะเกิด แต่เวลาที่ประเทศมีปัญหา เราก็จะพบในสิ่งที่ดี ในปี 2565 ประเทศเราจะเจริญรุ่งเรือง ถึงเวลาที่จะต้องปฏิรูป ซึ่งปี 2565 ตำรวจจะเปลี่ยน ประเทศจะเปลี่ยน

นางฟองสนาน กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ของสื่อกับตำรวจนั้น ก็เป็นไปในลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัย และตนเห็นว่าควรมีนักจิตวิทยามาดูแลตำรวจ เพราะเท่าที่เห็นคือตำรวจทำงานหนักต้องดูแลสุขภาพจิต ส่วนกลางต้องลดการมีอำนาจลงบ้าง

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    20.0%
  • ไม่ชอบ
    73.3%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    6.7%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement