'สยามสปอร์ตฯ' โต้ 'สมยศ' อ้างสัญญาผูกขาด 20ปีขาดทุนมาตลอด - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'สยามสปอร์ตฯ' โต้ 'สมยศ' อ้างสัญญาผูกขาด 20ปีขาดทุนมาตลอด

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 มี.ค. 2559 10:45
9,691 ครั้ง


“สยามสปอร์ต” โต้สัญญาสมาคมฟุตบอลฯ หลังนายกลูกหนัง “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เตรียมยกเลิกสัญญาบริหารสิทธิประโยชน์ โดยอ้างว่าเป็นสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และผูกขาดแต่เพียงผู้เดียว ยืนยันทุกอย่างที่นายกฯระบุมาไม่เป็นความจริง เพราะกว่า 20 ปีที่เข้ามาช่วยทำในส่วนนี้ล้มลุกคลุกคลานและขาดทุนมาโดยตลอด แต่ที่ต้องเข้ามาเพราะสมาคมฟุตบอลฯขอให้เข้ามาช่วยพัฒนาและปลุกกระแสฟุตบอลเมืองไทย จนมีมูลค่ามหาศาลซึ่งทุกเม็ดเงินก็นำไปแบ่งจ่ายให้แต่ละสโมสรจำนวนมากอย่างไม่เคยมีมาก่อน โดย “สยามสปอร์ต” เตรียมเปิดแถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดบ่ายวันนี้(8 มี.ค.) ที่สตูดิโอสยามสปอร์ต รามอินทรา

นายอดิศัย วารินทร์ศิริกุล ประธานกรรมการบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ได้เผยถึงกรณีที่ทาง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้ให้ข่าวว่า สมาคมฟุตบอลจะยกเลิกสัญญาบริหารสิทธิประโยชน์กับบริษัทสยามสปอร์ตฯ โดยอ้างว่าเป็นสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกับสมาคม และกล่าวว่า เป็นสัญญาผูกขาดแต่เพียงผู้เดียว ไม่มีการกำหนดค่าตอบแทนให้แก่สมาคมนั้น ทางสยามสปอร์ตฯขอยืนยันว่า ในข้อกล่าวหาเรื่องเราทำสัญญาไม่เป็นธรรมกับสมาคมนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

โดยหลังจากที่ทางผู้บริหารสมาคมฟุตบอลชุดใหม่ของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เข้ามาบริหารงาน ทางสยามสปอร์ตฯได้ส่งตัวแทนเข้าไปร่วมประชุมชี้แจงรายละเอียดการบริหารงานสิทธิประโยชน์กับสมาคม ทั้งรายรับ รายจ่าย พร้อมเอกสารสัญญาที่ทำไว้กับสมาคมฟุตบอลอย่างชัดเจนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ในส่วนของการที่สยามสปอร์ตฯได้เข้ามาทำสัญญาบริหารสิทธิประโยชน์ของสมาคมฟุตบอลนั้น ทางนายอดิศัยได้ชี้แจงที่มาที่ไป เราเริ่มเข้ามาช่วยทำในส่วนนี้ตั้งแต่เมื่อ 20 กว่าปีที่ผ่านมา โดยทางสมาคมฟุตบอลชุดเดิมได้เข้ามาขอร้องให้ทางสยามสปอร์ตฯเข้าไปช่วยเหลือ เพราะเห็นว่าในช่วงนั้นเป็นช่วงที่ฟุตบอลเมืองไทยอยู่ในช่วงล้มลุกคลุกคลาน ไม่ค่อยมีแฟนบอลเข้าไปดูในสนาม การบริหารงานขาดเงินทุนหมุนเวียนอย่างมาก และผลงานของทีมชาติก็พลอยย่ำแย่ไปด้วย แทบไม่มี สปอนเซอร์เข้ามาเหลียวแลเลย ทั้งในทีมชาติและในสโมสร ทีมใหญ่ๆในอดีตหลายทีมก็พากันยุบทีมไปไม่น้อย แม้กระทั่งนักฟุตบอลเองก็ไม่สามารถเล่นฟุตบอลหาเลี้ยงชีพเองได้ ค่าจ้างโดยเฉลี่ยทั่วไปก็ตกคนละไม่ถึงหลักหมื่น หรือหมื่นนิดๆด้วยซ้ำ

ทางผู้บริหารสมาคมฟุตบอลฯเดิมได้บอกว่าสยามสปอร์ตฯมีศักยภาพในด้านสื่อที่มีทั้งหนังสือพิมพ์ และนิตยสารหลายเล่มในเครือ มีช่องโทรทัศน์และรายการทีวี มีเว็บไซต์ วิทยุ และพันธมิตรอื่นๆ ที่จะช่วยในการประชาสัมพันธ์สร้างกระแส รวมทั้งมีประสบการณ์ในด้านการจัดการแข่งขันมาแล้ว

จึงขอให้มาช่วยกันพัฒนาฟุตบอลให้ตื่นจากการหลับใหลตกต่ำขึ้นมาให้ได้ ทางผู้บริหารสยามสปอร์ตฯ ในช่วงแรกก็ลังเล เนื่องจากทางสมาคมฟุตบอลได้ให้ทางเราต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายจำนวนไม่น้อย ต้องยอมขาดทุนเห็นๆ แต่ในที่สุดเราก็ต้องยอมรับเข้าไปช่วยสมาคมฟุตบอลในจุดนี้ เนื่องจากเราทำธุรกิจที่ต้องการให้วงการกีฬาเจริญก้าวหน้า ให้คนรักคนชอบเข้ามาชมกีฬากันเยอะๆ ทั้งๆที่เราเองเสนอข่าวฟุตบอลต่างประเทศและข่าวมวยเป็นที่นิยม มีกำไรจากส่วนนี้จำนวนมากอยู่แล้ว

จากปีแรกๆของการเข้ามาบริหารสิทธิประโยชน์ ดูแลการจัดการแข่งขัน เราล้มลุกคลุกคลานแบกค่าใช้จ่ายจำนวนมากมาโดยตลอด เพิ่งมาแค่ช่วง 2-3 ปีนี้เองที่เกิดกระแสฟุตบอลไทยคึกคัก สร้างมูลค่าให้กับวงการฟุตบอลอย่างมหาศาล แฟนบอลแห่เข้าชมจำนวนมาก ก่อให้เกิดรายได้ในทุกส่วน ลิขสิทธิ์จากการบริหารสิทธิประโยชน์ที่มีผู้ซื้อสิทธิ์การถ่ายทอดสดมีมูลค่าสูงขึ้นทุกปี และมีการนำไปแบ่งจ่ายให้กับแต่ละสโมสรจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในทุกลีกตามที่เป็นข่าว

โดยทางสยามสปอร์ตฯจะนัดแถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดในเรื่องนี้ และเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ซักถามทุกประเด็น ในบ่ายวันนี้ (8 มี.ค.) ที่สตูดิโอสยามสปอร์ต รามอินทรา 40 เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป

เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ที่โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ รัชดาฯ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ พร้อมสภากรรมการร่วมแถลงผลการประชุมสภากรรมการ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2559 ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลาออกจากประธานบริษัทพรีเมียร์ ลีก (ไทยแลนด์) จำกัด “พีแอลที” ซึ่งทาง “บิ๊กอ๊อด” ได้ตั้งตัวเองขึ้นเป็นประธานพีแอลทีแทนอีกตำแหน่ง

นอกจากนี้ พล.ต.อ.สมยศแจ้งเรื่องสำคัญว่าที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ที่จะยกเลิกสัญญากับบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) โดยมีวัตถุเพื่อปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไขสัญญาให้มีความเป็นธรรม และกำหนดหน้าที่ของคู่สัญญาอย่างชัดเจน โดยเตรียมให้พีแอลทีเป็นผู้ดูแลในการจัดจ้างหาเอเจนซีเข้ามาดูแลสิทธิประโยชน์ ก่อนหัก 20 เปอร์เซ็นต์จากรายได้เข้าสมาคมฯ

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    12.9%
  • ไม่ชอบ
    13.9%
  • สนุก
    15.8%
  • ประหลาดใจ
    42.6%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    14.9%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement