'มีชัย' กลัวครหา ชิ่งหนีแม่น้ำ5สาย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'มีชัย' กลัวครหา ชิ่งหนีแม่น้ำ5สาย

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 มี.ค. 2559 07:25
5,432 ครั้ง


ปชป.ถล่มสนช.! พท.บี้กกต.เอียง กว่า‘หอเอนปิซ่า’

“บิ๊กตู่” เรียกประชุมแม่น้ำ 4 สายแต่ ไร้เงา กรธ. “วิษณุ” อ้างเหตุที่ไม่เชิญเพราะต้องเร่งปรับแก้ไขร่างฯให้ทันช่วงโค้งสุดท้าย เผยนายกฯไล่บี้กลางวงประชุมให้ กกต.กดงบฯประชามติลงมาอีก ข้องใจหั่นเนื้องานเพียบแต่ทำไมยังแพงอยู่ “มีชัย” แจงไม่ร่วมประชุมกลัวจะถูกผูกมัดปมปรับแก้ร่าง รธน. ออกตัวสั่งได้แต่จะฟังหรือไม่อยู่ที่เหตุผล ชิ่งตอบปมร้อนวางโมเดล ส.ว.ลากตั้งระยะเปลี่ยนผ่าน ให้รอไปก่อนอย่าเพิ่งคาดเดา “บิ๊กป้อม” อ้างชง ส.ว.ลากตั้งเพื่อความปรองดอง “นิพิฏฐ์” ตอก สนช.ชงคำถามหลอกเด็กตั้งรัฐบาลแห่งชาติ “วิรัตน์” จับพิรุธเปิดช่องแม่น้ำ 5 สายไหลบ่ากลับเข้าสู่อำนาจอีก “ตู่” ซัดกลุ่ม 40 ส.ว.รับใบสั่ง คสช.ชงหวานนายกฯคนนอก “เต้น” โวยประชามติแบบมัดมือชก พท.กระหน่ำ กกต.เอียงยิ่งกว่าหอเอนปิซ่า

ประเด็นการปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญยังคงเป็นที่จับตามองมาตลอด ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เรียกประชุมแม่น้ำ 4 สาย ได้แก่ คสช. ครม. สนช. และ สปท. ขาดเพียง กรธ.ที่ไม่ได้เข้าประชุม โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ชี้แจงว่าไม่ได้รับเชิญและไม่ต้องการถูกผูกมัดใดๆ

“บิ๊กตู่” ตั้งวงถกแม่น้ำ 4 สายไร้ กรธ.

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 7 มี.ค. ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานประชุมร่วมแม่น้ำ 4 สาย ประกอบด้วย คสช. คณะรัฐมนตรี (ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) โดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ไม่ได้ร่วมประชุม ในส่วน ครม.และ คสช. มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการคสช. ขณะที่ สนช. และ สปท. มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสปท. นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท. เข้าร่วมประชุม

ต้องรีบปรับแก้ไขร่าง รธน.ให้จบ

ต่อมาเวลา 16.10 น. นายวิษณุกล่าวว่า สาเหตุที่ไม่เชิญ กรธ.เข้าร่วมประชุมด้วย เพราะ กรธ.เหลือเวลาอีกไม่กี่วันต้องปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จในวันที่ 29 มี.ค. โดยที่ประชุมมีการติดตามงานแต่ละด้าน เนื่องจากไม่ได้ประชุมนานแล้ว แต่ละฝ่ายรายงานถึงข้อติดขัดว่ามีอะไรบ้าง และนายกฯยังแจ้งด้วยว่าจะเรียกประชุมแม่น้ำ 5 สายเต็มคณะในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. และหารือถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ว่าด้วยการจัดทำประชามติ ซึ่งนายสุวพันธุ์ในฐานะประธานคณะกรรมการประสาน 3 ฝ่าย (ครม.-สนช.-สปท.) รายงานข้อติดขัดการทำประชามติ เช่น การแจกจ่ายรัฐธรรมนูญจะทำอย่างไรให้ทั่วถึง ตรงนี้ขึ้นอยู่กับ กกต.จะไปดำเนินการ และการประชุม สนช.พิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวในวันที่ 10 มี.ค. ตนจะไปชี้แจงเพื่อให้เกิดเข้าใจและตกผลึกในทุกเรื่อง

คำถามพ่วงต้องไม่สร้างปัญหา

นายวิษณุกล่าวอีกว่า ส่วนการร่างกฎหมายสำหรับการทำประชามติของ กกต. ล่าช้าไปบ้าง เนื่องจาก กกต.เชิญผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปร่วมร่างด้วย อีกทั้ง ครม.เพิ่งส่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวไปให้ สนช.เมื่อวันที่ 4 มี.ค. โดยตนแจ้งไปยังเลขาธิการคณะรัฐมนตรีให้ตามเรื่องนี้แล้ว เพราะประธาน สนช.เป็นห่วง อยากรู้ว่ามีเวลาพิจารณาเท่าไหร่ และยังหารือถึงคำถามพ่วงในการทำประชามติ โดยยกตัวอย่างวิธีการถามว่าจะถามและให้โหวตอย่างไร โดย สนช.ต้องเป็นคนตั้งคำถาม เช่น เมื่อรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ แล้วคำถามพ่วงหากผลประชามติไปแย้งจะทำอย่างไร หากรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน แต่คำถามพ่วงผ่านจะทำอย่างไร โดยต้องไม่เป็นคำถามที่ปลายเปิด ดังนั้นต้องเป็นคำถามแค่ว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเท่านั้น

ไล่บี้ กกต.กดงบฯประชามติลงอีก

เมื่อถามว่า ที่ประชุมได้หยิบยกข้อเสนอ ส.ว.สรรหาช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีมาหารือหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่ เพราะทุกคนพูดตรงกันว่าเป็นความเห็นส่วนตัว เมื่อถามว่า ประเด็นคำถามพ่วงมีใครหยิบยกคำถามรัฐบาลแห่งชาติหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่มีใครยกตัวอย่างพิสดารขนาดนั้น เมื่อถามว่า งบฯประมาณจัดทำประชามติ 3,000 ล้านบาท ที่นายกฯเป็นห่วงว่ามากเกินไป นายวิษณุตอบว่า นายกฯไม่ได้บอกว่าจะไม่ให้ แต่มีคำถามว่าตอนแรกที่กำหนดให้แจกจ่ายร่างรัฐธรรมนูญร้อยละ 80 ต่อครัวเรือน แต่เมื่อเงื่อนไขนี้ไม่มีแล้ว ทำไมยังแพงอยู่ ซึ่ง กกต.คงคิดอีกทีว่า สุดท้ายจะใช้เท่าไหร่ ส่วนกรณีที่ว่า กกต.ถังแตกที่เป็นงบฯประจำ และได้ขอมา ขณะนี้ ตนได้เซ็นเสนอเข้าที่ประชุม ครม.แล้ว ทั้ง กกต.และผู้ตรวจการแผ่นดิน

“บิ๊กป้อม” ชง ส.ว.ลากตั้งเพื่อปรองดอง

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ข้อเสนอให้มี ส.ว.สรรหาในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี เป็นความคิดในฐานะประชาชน โดยให้ กรธ.เอาไปคิดว่าทำอย่างไรให้บ้านเมืองอยู่ได้ ก็ต้องทำ ดูว่าต้องทำยังไงให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้ คิดของตนแบบนี้ ส่วนทุกฝ่ายจะเห็นด้วยหรือไม่ไม่รู้ แล้วแต่เขา แต่คิดว่ามันควรจะอย่างนี้ คือทำอย่างไรให้เกิดความปรองดองให้ได้ ทุกฝ่ายร่วมมือกัน ไม่อย่างนั้นมันก็เดินไม่ได้ เมื่อถามว่าถ้าฝ่ายอื่นเสนอทางออกที่ดีกว่า พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ว่าอะไร เป็นความคิดส่วนตัว ไม่รู้ว่า กรธ.จะรับหรือไม่

ชิ่งปมร้อนที่มา ส.ว.ให้รอไปก่อน

วันเดียวกันเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เพื่อพิจารณาปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราในหมวดศาลรัฐธรรมนูญ นายมีชัยให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมว่า ยังไม่พิจารณาประเด็นที่มา ส.ว. แต่ยืนยันว่า ประเด็นที่มา ส.ว. กรธ.พิจารณาเสร็จแล้วโดยหลักการเดิมยังคงอยู่ เว้นแต่ทางโน้นเขาจะว่าอย่างไรมาค่อยดูกันอีกที ขอสื่อมวลชนอย่าคาดเดา เพราะ กรธ.ยังไม่ได้พิจารณา ขอให้รอไปอีกสักระยะ โดยก่อนการไปประชุมนอกสถานที่ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 23 มี.ค. คาดว่าจะได้ความชัดเจน รวมไปถึง เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับด้วย เพราะต้องทำให้แล้วเสร็จ เพื่อใช้เวลาการประชุมนอกสถานที่นำเนื้อหาทั้งหมดมาพิจารณาตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง กรธ.คงไม่ทำหนังสือถึง ครม.เพื่อขอรายละเอียดประเด็นที่มา ส.ว.แล้ว แต่หากเขาจะส่งมาก็ส่งมาได้ แต่เราคงไม่รอเพราะต้องทำงานของเราไป

ไม่ร่วมวงแม่น้ำ 4 สายหวั่นผูกมัด

นายมีชัยกล่าวว่า ส่วนกรณีไม่เข้าร่วมประชุมแม่น้ำ 5 สายที่ทำเนียบรัฐบาล เพราะไม่ได้รับเชิญ กรธ.จึงไม่ได้ส่งใครไปร่วมประชุม ไม่ใช่เพราะ กรธ.หารือนอกรอบกับ ครม.ก่อนหน้านี้แล้ว และหากตนเข้าร่วมประชุมกลัวว่าจะถูกผูกมัด เมื่อถามว่า ที่ไม่ไปเพราะกลัวถูกใบสั่งใช่หรือไม่ นายมีชัยตอบว่า “หากจะสั่งก็สั่งได้ แต่สั่งแล้วจะฟังหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับเหตุผล” หากที่ประชุมแม่น้ำ 5 สายมีมติใดๆออกมาคงมีหนังสือมาถึงเอง หากมติของเขาผิดไปจากหลักการที่ กรธ.วางไว้ ตนต้องนำเหตุผลมาพิจารณา ขณะนี้ยังตอบอะไรไม่ได้ ใจเย็นๆอีก 2-3 วันเดียวก็รู้ เมื่อถามย้ำว่าการจะตัดสินใจแก้ไขเรื่องใด ต้องประเมินผลการเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญต่อการทำประชามติหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า “จะไปเดามันทำไม เอาให้มันถึงจริงๆเสียก่อน”

หวั่นสังคมประณามสุมหัวตามใบสั่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ได้แจ้งต่อที่ประชุม กรธ. ถึงสาเหตุที่ไม่เข้าร่วมประชุมแม่น้ำ 4 สาย เพราะเป็นการประชุมของผู้เสนอความเห็นในการร่างรัฐธรรมนูญ ขณะที่ กรธ.เป็นผู้ร่าง หากเข้าร่วมประชุมด้วยจะทำให้สังคมมองภาพออกมาไม่ดี เหมือนไปนั่งสุมหัวเพื่อร่างรัฐธรรมนูญร่วมกัน กรธ.ต้องการความเป็นอิสระอย่างเต็มที่ หากใครต้องการประเด็นไหนให้เสนอเข้ามา ส่วนจะทำหรือไม่ทำขึ้นอยู่กับมติที่ประชุม กรธ. หาก กรธ.เข้าไปร่วมประชุมด้วยจะทำให้ถูกพรรคการเมืองและประชาชนโจมตี และเกิดข้อครหาได้ว่าทำไม กรธ.ถึงไม่ไปรับฟังกับองค์กร หรือภาคประชาชนอื่นบ้าง แต่มารับฟังเฉพาะพวกเดียวกันคือแม่น้ำ 4 สายเท่านั้น

ปชป.ขอเพิ่มกลไกตรวจสอบเข้มข้น

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ฝาก กรธ. ช่วยปรับปรุงกลไกตรวจสอบถ่วงดุลตามโครงสร้างฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติให้เข้มข้นขึ้น เพื่อช่วยให้การทำงานของฝ่ายบริหารโปร่งใส เป็นที่ยอมรับและเกิดความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น ขอให้พิจารณาใน 4 ประเด็นสำคัญ คือ 1.ปรับปรุงเพิ่มเติมกลไกเกี่ยวกับการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจรัฐ และตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ให้น้อยไปกว่ารัฐธรรมนูญที่ผ่านมา 2.ควรเพิ่มบทบาทฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบ

รัฐบาลให้เข้มแข็ง โดยกำหนดให้ฝ่ายค้านเป็นประธานกรรมาธิการที่มีบทบาทตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชัน และ กมธ.ที่ตรวจสอบการทำงานกระทรวงใหญ่ 3. ควรมีกระทู้ถามสดเป็นกลไกตรวจสอบการทำงานของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี และ 4. ควรกำหนดให้มีกลไกโต้แย้งการใช้อำนาจฝ่ายบริหารในการออกพระราชกำหนด ที่ไม่จำเป็นเร่งด่วน

ตอก สนช.หยุดชงคำถามหลอกเด็ก

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อเสนอของ พล.อ.นคร สุขประเสริฐ สนช.และอดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้ สนช.เสนอคำถามควบคู่ไปกับการทำประชามติเรื่องตั้งรัฐบาลแห่งชาติว่า ไม่เห็นด้วยกับการเสนอตั้งรัฐบาลแห่งชาติ เป็นคำถามหลอกเด็กเหมือนจะดูดี แต่ฉาบฉวย หมายถึงจะให้เพื่อไทยกับประชาธิปัตย์จับมือกันตั้งรัฐบาลใช่หรือไม่ อย่าเสนอดีกว่า เหมือนไปถามประชาชนว่าจะให้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกดีไหม เสนอได้แต่ไร้ผลในทางปฏิบัติจริง หยุดอ้างคำว่าปฏิรูปที่พูดกันมาหลายปีได้แล้ว วันนี้ไม่เห็นใครจะตอบคำถามได้เลยว่างานปฏิรูปคืบหน้าเรื่องอะไรบ้าง ถ้าอยากให้เรื่องปฏิรูปเป็นจริงควรเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญไปเลย วันนี้หลายความคิดเห็นเกินจนประชาชนสับสนไปหมด พอทักท้วงก็หาว่านักการเมืองคอยขวาง

จับพิรุธเปิดช่องแม่น้ำ 5 สายไหลบ่า

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ข้อเสนอของนายวันชัย สอนศิริ สปท. ให้มีแต่ ส.ว.แต่งตั้งในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี โดยมีศักดิ์และสิทธิเทียบเท่า ส.ส.นั้น ตรรกะนี้ถอยหลังกลับไปถึงปี 2521 เกือบ 30-40 ปีก่อน ประชาธิปไตยบนโลกนี้ มี ส.ส.ซึ่งเป็นตัวแทนประชาชนเลือกนายกฯ ส่วน ส.ว.เป็นเพียงผู้กลั่นกรองกฎหมาย หรือสภาที่ปรึกษาเท่านั้น แม้แต่ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งยังมีอำนาจเพียงเท่านี้ จะให้ ส.ว.สรรหามามีอำนาจเลือกนายกฯ กรธ. ครม. และคสช. ต้องคิดทบทวนให้ถี่ถ้วน เพราะผิดหลักการโดยสิ้นเชิง แต่มองดูจากสัญญาณที่เปิดช่องให้แม่น้ำ 5 สายกลับมาดำรงตำแหน่งต่างๆได้อีก ก็เป็นข้อพิรุธที่น่าคิด ขณะที่ กรธ.เขียนบล็อกนักการเมืองท้องถิ่น ห้ามกลับมาเป็น ส.ว.10 ปี ยิ่งมีพิรุธใหญ่ ทำให้คนที่อยากเป็น ส.ว. ต้องทำตัวเป็นเด็กดี ถ้าร่างตามข้อเสนอนี้เท่ากับเขียนเพื่อตนเอง หรือเพื่อให้บุคคลจากแม่น้ำ 5 สาย เข้ามาครองอำนาจต่อไปอีกหรือไม่

หยันพร่ำบอกปฏิรูปท่าดีทีเหลว

นายประมวล เอมเปีย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเรียกประชุมแม่น้ำ 5 สายเพื่อเร่งทำผลงาน โดยเฉพาะการวางยุทธศาสตร์ชาติใน 20 ปีข้างหน้า ตนเห็นด้วยที่รัฐบาลต้องเร่งสร้างผลงาน โดยเฉพาะการลดความแตกแยกขัดแย้งในสังคมไทย การใช้กฎหมายพิเศษคือรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 44 ทำให้ดูเหมือนว่าไม่มีความขัดแย้ง แต่ที่เห็นเป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง รัฐบาลคิดหรือว่าจะใช้กฎหมายพิเศษนี้ไปตลอดเวลา หากเป็นเช่นนั้นก็แค่การซื้อเวลา เพราะที่สุดประเทศต้องกลับเข้าสู่ภาวะปกติ วันนี้สังคมตั้งคำถามว่าแค่งานปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปตำรวจ หรือแม้แต่การปฏิรูประบบราชการ ยังไม่เห็นมีผลงานด้านไหนสำเร็จเป็นรูปธรรม จึงไม่ต้องพูดถึงการวางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีข้างหน้าให้เมื่อยปาก ขอให้เร่งปฏิรูปที่จำเป็นให้สำเร็จก่อนดีกว่า

“ตู่” ซัดกลุ่ม 40 ส.ว.รับใบสั่ง คสช.

อีกด้าน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกล ผ่านทางยูทูบ ว่า ข้อเสนอให้มีแต่ ส.ว.แต่งตั้งในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี มาจากกลุ่มอดีต 40 ส.ว. ที่เป็น สนช.ในปัจจุบัน เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ออกมาสนับสนุน จึงมีแนวโน้มว่าจะเป็นจริงมากขึ้น และยังเสนอถึงขั้นให้ ส.ว.แต่งตั้งเลือกนายกฯได้ หากเอาเสียง ส.ว. 200 คน แล้วเอาเสียง ส.ส. มาเติมอีก 151 เสียง ก็เกินครึ่งของสภา เปิดโอกาสให้คนนอกมีโอกาสเป็นนายกฯง่ายกว่าปอกกล้วยเข้าปาก การเสนอให้คนคนเดียวตั้ง ส.ว. 200 คน เป็นการถอยหลังไปไกลกว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2534 จึงไม่ใช่การสืบทอดอำนาจแต่เป็นการอยู่ในอำนาจ การเลือกตั้งเป็นเพียงสิ่งหลอกตาว่ามีประชาธิปไตยแล้ว ถ้าเลือกตั้งภายใต้กติกาแบบนี้อย่าดีกว่า ให้ คสช.อยู่ไปอย่าคืนอำนาจหากคืนไม่ครบ

“ณัฐวุฒิ” โวยประชามติมัดมือชก

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า การระบุว่าจะเพิ่มคุณสมบัติผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯต้องสังกัดพรรคการเมือง เพื่อยุติข้อวิจารณ์เรื่องนายกฯคนนอกนั้น กรธ.คิดจะเอาเส้นผมบังภูเขา เพราะเป็นไปได้น้อยมากที่คนซึ่งตกลงกับพรรคการเมืองถึงขั้นให้เสนอชื่อเป็นนายกฯ จะไม่เป็นสมาชิกพรรค ในทางปฏิบัติคนพวกนี้ต้องเข้าสู่กระบวนการรณรงค์หาเสียง และแสดงบทบาทในนามพรรคที่เสนอชื่ออยู่แล้ว จะกำหนดให้สังกัดพรรคหรือไม่จึงแทบไม่มีความหมาย เรื่องนายกฯคนนอกยังเป็นประเด็นใหญ่ มีการเปิดช่องไว้ชัดย่อมส่อเจตนาไม่น่าไว้วางใจ ส่วนการควบคุมตัวกลุ่มรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญไปบันทึกประวัตินั้น เป็นสัญญาณว่ากติกาประชามติที่กำลังออกมา จะเป็นด่านสกัดไม่ให้ฝ่ายไม่เห็นด้วยเคลื่อนไหวได้ ต่างกับฝ่ายสนับสนุนที่คงมีอิสระเต็มที่ บรรยากาศแบบนี้คือการประชามติแบบมัดมือชก ไม่สามารถอ้างความชอบธรรมใดๆได้

ข้อเสนอล้าหลังเจาะเวลาหาอดีต

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่จะให้ ส.ว.มาจากการสรรหาหรือแต่งตั้ง ขนาดกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ยังพัฒนามาเป็นเลือกตั้งหมดแล้ว จะเดินสวนทางกลับไปทำไม ส่วนตัวไม่ขัดข้องถ้าจะเลือก ส.ว.จากกลุ่มอาชีพ 20 กลุ่ม แต่สุดท้ายต้องให้ประชาชนเป็นคนเลือก ขอฝาก กรธ.ให้เขียนรัฐธรรมนูญบนความหวังดีต่อบ้านเมือง อย่าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาหาจุดยืนไม่ได้ เมื่อฟังทุกฝ่ายแล้วต้องหาข้อสรุปที่ดีที่สุด นำไปสู่การเลือกตั้งที่ทุกคนยอมรับ ส่วนข้อกังวลของ คสช.ว่าจะเกิดเหตุขัดแย้งวุ่นวายในช่วงที่จะมีการเลือกตั้งนั้น ให้เขียนลงไปในบทเฉพาะกาลเลยว่า หากมีความวุ่นวายเกิดขึ้นให้ฝ่ายความมั่นคงใช้กฎหมายพิเศษ หรือกฎอัยการศึกเข้ามาดำเนินการ เพื่อให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

จวก กกต.เอียงยิ่งกว่าหอเอนปิซ่า

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้ฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นเงิน 2,400 ล้านบาท กรณีการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.2557 เป็นโมฆะ ว่าถือเป็นเรื่องกลับตาลปัตรแปลกประหลาดที่สุดในโลก เป็นตลกร้ายใครก็รู้ว่าคนกลุ่มใดก่อจลาจลขัดขวางการเลือกตั้ง นำไปสู่การเลือกตั้งที่ล้มเหลว แนวคิดนี้จะสร้างความด่างพร้อยในประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศ สร้างความแตกแยก กกต.บางคนที่เขียนกลอนหอเอนเมืองปิซ่า ทำไมต้องเอียงกว่าหอเอนขนาดนี้ เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ผู้มีหน้าที่บริหารจัดการเลือกตั้งคือ กกต.ใช่หรือไม่ เมื่อเป็นหน้าที่แล้วทำไม่สำเร็จควรฟ้องใคร ถ้ายังดันทุรังจะฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ อาจขัดต่อกฎหมาย ขัดจริยธรรม ขัดสามัญสำนึก ขัดหลักการแห่งความรับผิดชอบหรือไม่

ขอรัฐบาลเลิกปิดกั้นบทบาทสตรี

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีต รมช.แรงงาน กล่าวถึงสิทธิสตรีไทยเนื่องในวันสตรีสากล ว่า ระยะเวลา 2 ปีในรัฐบาลภายใต้กฎหมายพิเศษชุดนี้ กิจกรรมเพื่อส่งเสริมบทบาทและศักยภาพของสตรี ไม่สามารถดำเนินการได้ รัฐบาลต้องไม่ลืมว่าประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีทุกรูปแบบของสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ จึงขอถามว่าในฐานะรัฐภาคีได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะในการส่งเสริมความก้าวหน้าของสตรีในทางการเมืองการปกครอง การไม่จัดให้มีการเลือกตั้งยิ่งปิดกั้นโอกาสการเข้าไปมีบทบาททางการเมืองระดับชาติของสตรี ส่วนด้านเศรษฐกิจและสังคม ไม่เคยได้ยินข่าวว่ารัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือ เกษตรกรสตรี จึงขอเรียกร้องไห้รัฐบาลเปิดโอกาส เพื่อมิให้สตรีไทยด้อยศักยภาพและล้าหลังกว่าสตรีในสากล

ถาม “ต่อตระกูล” มีเอี่ยวอะไร WPI

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์ลงเฟซบุ๊กว่า นายต่อตระกูล ยมนาค อดีตนายกสมาคมวิศวกรรมสถาน ระบุว่า สถาบันนโยบายโลก World Policy Institute หรือ WPI ที่เชิญนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไปพูดที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา วันที่ 9 มี.ค.นี้ เป็นสถาบันเอกชนเล็กๆ ไม่เป็นที่รู้จักในหมู่คนอเมริกันและคนทั่วไปนั้น การที่ WPI จะเป็นสถาบันเล็กหรือใหญ่ จะได้รับความน่าเชื่อถือหรือไม่ จะเชิญใครไปใหนหรือทำอะไร ก็น่าจะเป็นเรื่องของ WPI กับนายทักษิณที่ต้องพิจารณากันเอง เว้นแต่นายต่อตระกูลจะมีส่วนได้เสียกับ WPI ความเห็นของนายต่อตระกูลไม่มีใครได้ประโยชน์ กลับจะสร้างความเกลียดชังเพิ่มขึ้น อยากให้คนในสังคมใช้ปัญญาไตร่ตรองก่อนพูด หากเรื่องใดไม่เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะหรือเป็นเรื่องคนอื่น ควรเก็บความเกลียดชังไว้ในใจ หรือถ้านายต่อตระกูลว่าง ควรเอาเวลามาช่วยกันตรวจสอบไม่ให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน

“เรืองไกร” ยื่นสอบปมจดหมายน้อย

อีกเรื่องที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ขอให้ตรวจสอบกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ทำจดหมายถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เพื่อขอให้พักการลงโทษผู้ต้องหารายหนึ่งว่า เป็นการฝ่าฝืนระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ.2551 และเข้าข่ายฐานเป็นเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติเพื่อแสวงหาประโชยน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ตามมาตรา 123 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 หรือไม่ จึงขอให้นายกรัฐมนตรีส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ไต่สวนข้อเท็จจริงดังกล่าว

“วิษณุ” ไม่ซีเรียสพร้อมให้ตรวจสอบ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นหนังสือถึงนายกฯ ขอให้ตรวจสอบจริยธรรม กรณีส่งจดหมายถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์เพื่อให้พักโทษผู้ต้องหารายหนึ่ง ว่า ไม่ได้ว่าอะไร ในเมื่อตนเป็นผู้ถูกตรวจสอบ แต่ยืนยันว่าทำทุกอย่างถูกต้อง และได้ชี้แจงเรื่องดังกล่าวไปแล้ว คงไม่ต้องชี้แจงอะไรอีก หากมีกระบวนการที่จะต้องชี้แจงก็ขอให้ชี้แจงในกระบวนการนั้นจะดีกว่า

“บิ๊กหมู” ชมเปาะกำลังพล “สุดยอด”

ที่กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. เป็นประธานตรวจเยี่ยมการฝึกของกรมทหารราบเฉพาะกิจ 29 (ร.ฉก.29) ประจำปี 2559 โดยมีกำลังพลเข้าร่วมฝึกจำนวน 2,709 นาย พร้อมยุทโธปกรณ์เพื่อทดสอบการจัดกำลัง เน้นความพร้อมรบ บรรเทาสาธารณภัย ช่วยเหลือประชาชน ปกป้องประเทศ และพัฒนาขีดความสามารถให้กับผู้บังคับหน่วยในสายอำนวยการเเละกำลังพล โดย ผบ.ทบ.กล่าวสั้นๆหลังชมการฝึกฯว่า “สุดยอด”

พล.ต.ธรรมนูญ วิถี ผบ.พล.ร.9 กล่าวว่า เป็นการฝึกตามวงรอบประจำปีตามนโยบายของกองทัพบกในการจัดกำลังตอบสนองภารกิจรัฐบาลทุกเรื่อง ไม่เกี่ยวกับการแสดงศักยภาพป้องปรามหรือขู่ฝ่ายการเมืองแต่อย่างใด

ผบ.พล.9 ไม่หวั่นเจอ “จ่านิว” ฟ้อง

พล.ต.ธรรมนูญ วิถี ผบ.พล.ร.9 กล่าวถึงกรณีที่นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มนักศึกษาประชาธิปไตยศึกษา และกลุ่มพลเมืองโต้กลับ พร้อมพวก 5 คน แจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจร้องทุกข์จากกรณีถูกเจ้าหน้าที่ขัดขวางการเดินทางไปอุทยานราชภักดิ์ เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.2558 ว่า ฝ่ายกฎหมายกำลังดำเนินการอยู่ ยืนยันว่าทำตามหน้าที่และไปช่วยจ่านิวออกมาจากพื้นที่ โดยมีทนายด้านสิทธิมนุษยชนที่อยู่ในวันเกิดเหตุ และร่วมพูดคุยกับจ่านิวเป็นพยานด้วย

มือปืนป๊อปคอร์นจ่ออุทธรณ์สู้คดี

อีกด้านที่เรือนจำกลางบางขวาง น.ส.พวงทิพย์ บุญสนอง ทนายความ กล่าวภายหลังเข้าเยี่ยมนายวิวัฒน์ หรือท็อป ยอดประสิทธิ์ มือปืนป๊อปคอร์น ที่ถูกศาลอาญาพิพากษาจำคุก 37 ปี 4 เดือน ว่า นายวิวัฒน์มีสภาพจิตใจเข้มแข็งดี กำลังปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในเรือนจำกลางบางขวาง ซึ่งทางเรือนจำอนุญาตให้ญาติเข้าเยี่ยมได้ครั้งละ 5 คน ทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดีช่วงเช้า ซึ่งนายวิวัฒน์ฝากขอบคุณกลุ่มประชาชนที่จะระดมเงินเปิดบัญชีให้การช่วยเหลือ แต่ไม่ขอรับเงินดังกล่าว เนื่องจากได้รับการช่วยเหลือจากพระพุทธะอิสระอยู่แล้ว ส่วนเรื่องคดีมีฝ่ายกฎหมายเตรียมยื่นอุทธรณ์ และขอประกันตัวต่อสู้คดีจนถึงที่สุด

แอมเนสตี้ฯจี้รัฐบาลคืนสิทธิเสรีภาพ

ช่วงบ่ายที่ทำเนียบรัฐบาล นายชำนาญ จันทร์เรือง ประธานแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลประเทศไทย กล่าวภายหลังเข้าพบ พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า มาติดตามเรื่องที่เคยแถลงการณ์เรียกร้องสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ทั้งเรื่องการเปิดให้มีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกการชุมนุม การจะไม่ถูกจับกุมคุมขัง หรือขึ้นศาลทหาร รัฐบาลไทยพยายามอธิบายถึงสถานการณ์ความจำเป็นต่างๆ และพยายามบอกว่ารัฐบาลทำตามมาตรฐาน การพูดคุยกับรัฐบาลครั้งนี้ จะนำเรื่องไปแจ้งให้กับแอมเนสตี้ใหญ่ และจะมีการติดตามเรื่องต่อไป

โฆษกฯย้อนให้ดูมีนัยแฝงหรือไม่

ด้าน พล.ต.วีรชนกล่าวว่า ได้ชี้แจงวิธีการทำงาน ที่ต้องการให้ประเทศไทยมีภาพประชาธิปไตยที่ยั่งยืน ทำงานได้จริง และไม่ถูกละเมิด ได้บอกถึงความจำเป็นในบริบทต่างๆของสังคมไทย ที่เรากำลังทำให้ประชาชนไทยมีสิทธิมนุษยชน คำนึงถึงหน้าที่ ไม่มองแต่สิทธิของตัวเอง ขณะเดียวกัน ต้องไม่ไปละเมิดสิทธิเสรีผู้อื่น ยืนยันกับทางแอมเนสตี้ฯว่าไม่ต้องเป็นห่วง สิ่งที่เราทำต้องการให้เป็นมาตรฐานที่มากกว่าปกติด้วยซ้ำ การหารือครั้งนี้ออกมาในเชิงบวก ยังหวังว่าแอมเนสตี้จะเป็นกลไกทำให้ต่างประเทศรู้จักประเทศไทยในแง่มุมที่ถูกต้องมากขึ้น ส่วนความเคลื่อนไหวทางการเมืองแม้จะมองว่าถูกหลักการ แต่ผิดในรายละเอียด ต้องไปดูว่ามีนัยอะไรแอบแฝง

ไทยเจ้าภาพจัดการประชุม “เอซีดี”

ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า วันที่ 9-10 มี.ค. ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมรัฐมนตรีความร่วมมือเอเชีย (เอซีดี) ครั้งที่ 14 โดยมีผู้แทนจาก 34 ประเทศเข้าร่วมหารือในทุกมิติ อาทิ เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน การเงิน การคลัง การค้า การลงทุน การท่องเที่ยวและสาธารณสุข โดยไทยจะผลักดันการพัฒนาที่ยั่งยืนภายใต้กรอบของสหประชาชาติ พร้อมหารือถึงทิศทางการพัฒนาความเชื่อมโยง ความร่วมมือในกลุ่มเอซีดี ตลอดจนความผันผวนที่เกิดขึ้นในเศรษฐกิจโลก โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จะกล่าวเปิดการประชุมในวันที่ 10 มี.ค. ที่โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กทม.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    46.9%
  • ไม่ชอบ
    23.1%
  • สนุก
    29.2%
  • ประหลาดใจ
    0.8%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement