สุริยคราส โหรดังเตือนส่งผลแรง แนะนายกฯนั่งสมาธิ สดร.ชี้ยะลาเห็นมากสุด - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

สุริยคราส โหรดังเตือนส่งผลแรง แนะนายกฯนั่งสมาธิ สดร.ชี้ยะลาเห็นมากสุด

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 มี.ค. 2559 05:55
36,028 ครั้ง


สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) ชวนชมปรากฏการณ์ “สุริยคราสเต็มดวง” เช้าตรู่ 9 มี.ค. ซึ่งประเทศไทยเห็นได้บางส่วน โดยที่ “ยะลา”เปอร์เซ็นต์เห็นเยอะสุด หากพลาดต้องรออีก 54 ปี ถึงเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงอีกครั้ง ซึ่งตรงกับที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงคำนวณไว้เมื่อ 148 ปีที่แล้ว ด้านโหรชื่อดังเตือนแรง “วันพระอาทิตย์ดับ” ตอกย้ำความรุนแรง เหตุดาวมฤตยูทับดวงเมืองยันส่งผลร้ายรวดเร็วทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอารมณ์ผู้นำรัฐบาล แนะ “บิ๊กตู่” นั่งสมาธิภาวนาดับร้อน สกัดเหตุขัดแย้งผู้นำด้วยกันเองจนอาจมีปฏิวัติซ้อน และให้ทำบุญประเทศจะช่วยผ่อนหนักเป็นเบา ขณะที่ “เจ้าคุณธงชัย” วัดไตรมิตรฯ ชี้ปรากฏการณ์ “พระอาทิตย์ดับ” เป็นการ “ดับเพื่อเกิดใหม่” ประเทศจะยกฐานะสู่การพัฒนา เตือนไม่ส่งผลดีต่อคนที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง

หลังจากเมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา เกิดปรากฏการณ์ดาวมฤตยูย้ายจากราศีมีนเคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ หรือทับดวงเมือง ล่าสุด ยังจะเกิดปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ครั้งสำคัญอีกครั้งในวันที่ 9 มี.ค.นี้ โดยเมื่อวันที่ 7 มี.ค. นายบุญรักษา สุนทรธรรม ผอ.สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า ในวันที่ 9 มี.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 06.20-08.40 น. จะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงในชุดซารอสที่ 130 แนวคราสเต็มดวงพาดผ่านมหาสมุทรอินเดีย ผ่านประเทศอินโดนีเซีย สู่มหาสมุทรแปซิฟิก โดยประเทศไทยจะเห็นเป็นสุริยุปราคาบางส่วน เห็นดวงอาทิตย์เว้าแหว่งมากที่สุดทางภาคใต้ ที่ อ.เบตง จ.ยะลา ประมาณร้อยละ 69 และค่อยๆ เห็นน้อยลงจากใต้ขึ้นเหนือ โดยกรุงเทพฯ เห็นประมาณร้อยละ 41 และเชียงใหม่ เห็นร้อยละ 27 โดยเริ่มสังเกตได้ตั้งแต่เวลา 06.38 น. ดวงจันทร์บังลึกที่สุดเวลา 07.32 น. และสิ้นสุดในเวลา 08.32 น. รวมระยะเวลา 1.54 ชั่วโมง

นายบุญรักษากล่าวอีกว่า การเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี ครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้นในประเทศไทยคือเมื่อวันที่ 24 ต.ค.2538 โดย สดร.จะตั้งกล้องโทรทรรศน์และอุปกรณ์สังเกตการณ์คุณภาพสูงสังเกตการณ์ 5 จุดใหญ่ทั่วประเทศ ได้แก่ 1. สวนเบญจกิติ ถนนรัชดาภิเษก ติดศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กทม. 2.ดาดฟ้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ 3. หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา 4.หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมา และ 5.ลานชมวิวนางเงือก หาดสมิหลา อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งเป็นจุดสังเกตการณ์ที่จะได้เห็นคราส การบังมากที่สุด ที่สำคัญ สดร.จะเดินทางไปสำรวจและเก็บข้อมูลปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง ที่เมืองเตอร์นาเต หมู่เกาะโมลุกกะ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย พร้อมถ่ายทอดสดภาพการเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงและเก็บภาพปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงมาฝากชาวไทยด้วย

“ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสนพระราชหฤทัยและกำหนด เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรปรากฏการณ์ สุริยุปราคาเต็มดวง ณ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ในวันที่ 9 มี.ค. โดยทีม สดร. ได้จัดเตรียมกล้องโทรทรรศน์ติดฟิลเตอร์กรองแสงพร้อมอุปกรณ์สังเกตการณ์ ถวายพระองค์ท่านด้วย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่วงการดาราศาสตร์ไทยเป็นล้นพ้น” นายบุญรักษากล่าว


ผอ.สดร.กล่าวอีกว่า การเกิดสุริยุปราคาครั้งนี้ ถ้าพลาดแล้วจะต้องรออีกเกือบ 4 ปี ก็จะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วนในวันที่ 26 ธ.ค.2562 และประเทศไทยจะได้เห็นสุริยุปราคาเต็มดวงอีกครั้งในอีก 54 ปีข้างหน้า คือวันที่ 11 เม.ย.2613 จะเป็นสุริยุปราคาครั้งประวัติศาสตร์ เพราะเป็นสุริยุปราคาในชุดซารอสที่ 130 ชุดเดียวกับที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์นักดาราศาสตร์ทรงคำนวณไว้ได้อย่างแม่นยำเมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2411 และจะสังเกตการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งนี้ได้ที่ อ.หว้ากอ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นจุดเดียวกันที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมพระราชอาคันตุกะไปทอดพระเนตร


ขณะที่นายศรัณย์ โปษยะจินดา รอง ผอ.สดร. กล่าวถึงข้อควรปฏิบัติในการสังเกตการณ์สุริยุปราคาว่า ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ต้องใช้อุปกรณ์โดยเฉพาะเท่านั้น ห้ามสังเกตการณ์ด้วยตาเปล่าหรือแว่นกันแดดเด็ดขาด เพราะแสงอาทิตย์จะทำลายเซลล์ประสาทตาจนตาบอดถาวรได้ ห้ามสังเกตการณ์ผ่านกล้องทุกชนิด ทั้งกล้องถ่ายรูป กล้องโทรศัพท์มือถือ หรือกล้องโทรทรรศน์ที่ไม่ติดฟิลเตอร์ เพราะอุปกรณ์เหล่านี้มีเลนส์รวมแสง ยิ่งทวีกำลังของแสงอาทิตย์ มากขึ้น นอกจากอันตรายแก่ดวงตาแล้ว อุปกรณ์ดังกล่าวจะเสียหายด้วย วิธีสังเกตการณ์ที่ถูกต้องนั้น หากสังเกตทางตรงต้องใช้กล้องโทรทรรศน์ สำหรับดูดวงอาทิตย์โดยเฉพาะ หรือกล้องโทรทรรศน์ที่ติดฟิลเตอร์กรองแสง หรือสังเกตทางอ้อมโดยใช้ฉากรับแสง สังเกตรูปร่างของเงาที่ทาบลงบนฉากนั้น สามารถใช้อุปกรณ์ ที่หาได้ใกล้ตัวเช่น กระดาษทึบเจาะรูเล็กๆ ให้แสงลอดผ่าน แล้วทาบเงาลงบนพื้นผิวอื่น จะเห็นเงาที่ทอดลงเป็นวงกลมเว้าไปบางส่วน สัดส่วนเท่ากับขนาดของคราสในเวลานั้น

อย่างไรก็ดี แม้นักวิชาการด้านดาราศาสตร์ยืนยันปรากฏการณ์สุริยุปราคาในวันที่ 9 มี.ค.นี้ ถือเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สามารถคำนวณช่วง เวลาล่วงหน้าได้ จึงไม่มีผลต่อดวงเมือง หรือชะตา ชีวิตคน แต่ในมุมมองของโหราศาสตร์กลับเห็นต่าง โดยพระพรหมมังคลาจารย์ หรือเจ้าคุณธงชัย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม ผู้ออกมาเปิดเผยการเคลื่อนตัวของดาวมฤตยูทับดวงเมือง กล่าวว่า การเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาในวันที่ 9 มี.ค.ถือว่าสำคัญ เพราะเกิดขึ้นหลังการเคลื่อนตัวของดาวมฤตยูเพียง 3 วัน แต่ทั้งสองปรากฏการณ์เหมือนกันคือจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม มฤตยูคือความตาย หรือศูนย์ ขณะที่สุริยคราสเป็นการดับพระอาทิตย์ แต่ทั้งสองปรากฏการณ์เป็นการดับเพื่อเกิดใหม่ หมายถึงบ้านเมืองจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ประเทศยกฐานะสู่การพัฒนา ไม่ดีอย่างเดียวสำหรับสองปรากฏการณ์คือคนที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง

พระพรหมมังคลาจารย์กล่าวต่อว่า การเคลื่อนตัวของดาวมฤตยูเกิดขึ้น 84 ปี มี 1 ครั้ง ดาวมฤตยู อยู่ในลัคนาดาวพระอาทิตย์ในดวงเมืองและดวงโลก ด้วยตกลัคนาราศีเมษเหมือนกัน แต่ดาวมฤตยูนานๆมาที และใช้เวลาอยู่รอบละ 7 ปี อยู่แต่ละจักรราศีใช้เวลา 84 ปี จะกลับมาราศีเดิม ตั้งแต่สร้างเมืองกรุงเทพฯ ปี 2325 ดาวมฤตยูทับดวงเมืองครั้งนี้ครั้งที่ 3 โดยก่อนหน้านี้ครั้งที่ 1 และ 2 ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ต่อประเทศทุกด้าน ขณะที่สุริยคราสเกิดขึ้นบ่อยๆ แต่การเกิดขึ้นในห้วงเวลาใกล้เคียงกันถือว่าสำคัญ เป็นการเกิดอย่างสอดคล้องกัน ดาวมฤตยูใหญ่กว่าสุริยคราส เพราะฉะนั้นสุริยคราสต้องคล้อยตามมฤตยู ดังนั้น การเมืองเปลี่ยนแปลงแน่ ประเทศไทยจะก้าวสู่ความเป็นประชาธิปไตย เพราะจะไปต้านกระแสโลกไม่ได้ ที่จะต้องระวังคือเศรษฐกิจต้องก้าวให้ทันกระแสโลก

เช่นเดียวกับนายโสรัจจะ นวลอยู่ โหรชื่อดังเจ้าของฉายา “นอสตราดามุสเมืองไทย” กล่าวถึงการเกิดสุริยุปราคา ในวันที่ 9 มี.ค. ว่า การเกิดสุริยคราสในวันที่ 9 มี.ค. จะเป็นเหตุซ้ำเติมเพิ่มความแรงจากวันที่ 6 มี.ค. ที่ดาวมฤตยูจรเข้าทับลัคนาเมือง ซึ่งถือว่าหนักอยู่แล้ว เมื่อมาเกิดสุริยคราสซ้ำขึ้นมาในระยะใกล้กันยิ่งไปเพิ่มพลังของดาวให้มีอิทธิพลกับชีวิตผู้คนและบ้านเมืองมากขึ้น จะเกิดความขัดแย้งชิงชัง ความไม่ลงตัว ความพยายามจะเอาชนะกันจะปะทุขึ้นมาอีกครั้ง ให้ระวังตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค.ไปจนถึงเดือน เม.ย. จะมีความชัดเจนมากขึ้นทุกด้าน ในด้านเศรษฐกิจประเทศจะหาทางออกไม่ได้ จะตกในสภาพข้าวยากหมากแพง หนี้สินครัวเรือนเพิ่ม จีดีพีประเทศจะตกต่ำที่สุดในรอบหลายสิบปี เหตุการณ์จะซ้ำรอย “ต้มยำกุ้ง” จนอาจเป็นหนี้ไอเอ็มเอฟอีกครั้ง จะเกิดภัยพิบัติ ฝนแล้ง ร้อนจัดสลับหนาว เกิดโรคระบาดแปลกๆ

นายโสรัจจะกล่าวอีกว่า ในทางการเมืองจะเกิดความขัดแย้งมากขึ้น โดยเฉพาะผู้นำ หลัง 9 มี.ค. จะอารมณ์ร้อนแรงมากขึ้นเป็นทวีคูณจนอาจเกิดความขัดแย้งกันเองในหมู่ผู้นำของประเทศ อาจเกิดความเข้าใจผิดจนนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงทำให้ไม่ไว้วางใจกันเหมือนเดิม อาจเกิดปฏิวัติซ้อน นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี นักการเมือง ต้องพยายามใจเย็นเพราะจะเกิดเหตุร้อนๆหนักๆ ให้แก้ไขเฉพาะหน้าอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี ต้องทำใจเย็นให้ได้ ซึ่งทำได้ด้วยการนั่งสมาธิสงบจิตใจ ทำบุญมากขึ้น ปัญหาหรือสิ่งน่ากลัวอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นขนาดนั้น แต่เป็นแนวทางที่อาจเกิดได้ รู้ไว้จะได้ไม่ประมาท การทำบุญประเทศจะสามารถผ่อนหนัก เป็นเบาได้ แต่ต้องทำด้วยใจจริงๆ หากคนจำนวนมากรวมจิตใจทำบุญใหญ่จะสามารถทำให้เกิดพลังยิ่งใหญ่ทำหนักให้เป็นเบาได้ โดยผลร้ายจากคราสจะแรงในช่วงแรกๆ และจะเบาลงช่วงปลายปี แล้วปีถัดไปจึงจะกลับมาอีกถ้าไม่แก้ไขจะหนักต่อไปอีกนาน

ด้านนายทศพร ศรีตุลา หรือ “หมอช้าง” กล่าวว่า สุริยคราสในวันที่ 9 มี.ค. เป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่าพระอาทิตย์ดับ สำคัญยังไงต้องดูที่ดวงเมืองไทยที่อยู่ในราศีเมษมีพระอาทิตย์ซึ่งสว่างมากที่สุดเป็นดาวประจำดวงเมือง เมื่อพระอาทิตย์ดับ ดาวในลัคนาดวงเมืองจะดับไปด้วย แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ แต่ก็มีผลสำคัญเพราะเป็นการดับเต็มดวง อาจส่งผลร้ายในช่วงสั้นๆ ต้องระวังเหตุเกี่ยวกับไฟและภัยธรรมชาติ อาจจะเกิดไฟไหม้ใหญ่ใจกลางเมือง จึงต้องระวัง โดยเฉพาะคนที่เกิดราศีสิงห์ ตั้งแต่ 17 ส.ค.-16 ก.ย. และราศีกุมภ์ ตั้งแต่ 13 ก.พ.-14 มี.ค. คนเกิดวันพุธกลางคืน วันจันทร์ วันอาทิตย์ จะได้รับผลกระทบจึงต้องระมัดระวังการใช้ชีวิตในเดือนนี้ที่ถือว่าเป็นเดือนอันตราย เพราะช่วงนี้ดาวมฤตยู เพิ่งจะเข้าทับดวงเมืองเมื่อ 6 มี.ค. เป็นเหตุการณ์ใกล้กัน จึงมีความวุ่นวาย พระอาทิตย์หมายถึงผู้นำ ดวงเมืองไทยมีอาทิตย์อยู่ที่ลัคนาดวงเมือง และการเกิดพระอาทิตย์ดับมีผลมากกว่าจันทร์ดับ เพราะเหมือนสว่างแล้วดับลง ให้สวดมนต์ไหว้พระหรือสวดคาถาสุริยบัพพา ซึ่งเป็นคาถาโบราณจะช่วยป้องกันภัยร้ายจากสุริยคราสได้ ที่สำคัญต้องใช้ชีวิตอย่างมีสติดูแลตัวเองมากขึ้น

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    49.9%
  • ไม่ชอบ
    6.6%
  • สนุก
    4.4%
  • ประหลาดใจ
    5.2%
  • เสียใจ
    1.7%
  • ให้กำลังใจ
    32.1%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement