ไฟเขียวนำน้ำทิ้งโรงงานช่วยเกษตรกร ครอบคลุมพื้นที่ 5 หมื่นไร่ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ไฟเขียวนำน้ำทิ้งโรงงานช่วยเกษตรกร ครอบคลุมพื้นที่ 5 หมื่นไร่

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 มี.ค. 2559 06:30
1,917 ครั้ง


“อรรชกา” เปิดแผนรับมือภัยแล้ง ไฟเขียวให้โรงงานผลิตอาหาร 2,300 โรงนำน้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดจนได้มาตรฐานส่งไปช่วยเกษตรกร ตั้งเป้าเพิ่มปริมาณน้ำเพื่อเกษตรกร 5 แสนลูกบาศก์เมตรต่อวัน ครอบคลุมพื้นที่ 5 หมื่นไร่ เร่งปรับปรุงพื้นที่ เหมืองเก่านำมาเก็บสำรองน้ำ ช่วยเกษตรกรได้กว่า 166 ล้าน ลบ.ม

นางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งต่อภาคอุตสาหกรรม ว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดไปวางแผนรับมือภัยแล้งในภาคอุตสาหกรรม และหาแนวทาง ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน ล่าสุดกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ได้ออกประกาศเรื่องหลัก เกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการพิจารณาอนุญาตโรงงานอุตสาหกรรมนำน้ำทิ้งของโรงงานไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่เกษตรกรรมในช่วงภัยแล้ง ปี 2559 ในช่วงเวลาเฉพาะกิจ ที่จะอนุญาตให้โรงงานจำพวกที่ 3 ที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหาร 2,300 โรงงาน ที่มีเงื่อนไขห้ามระบายน้ำออกนอกโรงงาน และคุณลักษณะเป็นไปตามมาตรฐานน้ำทิ้งโรงงานแล้ว สามารถนำน้ำทิ้งจากโรงงานไปส่งต่อให้เกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำใช้ในการทำเกษตรสู้ภัยแล้ง

ทั้งนี้ น้ำดังกล่าวต้องเป็นน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดตามมาตรฐานของ กรอ.แล้ว และมีคุณภาพสามารถใช้ในการเกษตรได้ ซึ่งประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มี.ค.- 30 มิ.ย. นี้ โดยแต่ละโรงงานสามารถปล่อยน้ำทิ้งใช้ประโยชน์ในพื้นที่เกษตรกรรมอัตราการใช้น้ำไม่เกิน 10 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อไร่ต่อวัน คาดว่าจะช่วยแบ่งปันน้ำให้ภาคการเกษตร 500,000 ลบ.ม.ต่อวัน

สำหรับพื้นที่ที่โรงงานจะปล่อยน้ำช่วยเหลือเกษตรกรได้ มีจำนวน 50,000 ไร่ เป็นพื้นที่ภาคเหนือ มีโรงงานที่ปล่อยน้ำทิ้งช่วยเกษตรกรได้ 552 โรง ครอบคลุมพื้นที่ 12,000 ไร่ คิดเป็น 24% ของพื้นที่การเกษตรทั้งหมด ภาคกลางมีโรงงานปล่อยน้ำได้ 253 โรง พื้นที่ 5,600 ไร่ คิดเป็น 11% ของพื้นที่การเกษตร ภาคตะวันออกมีโรงงานปล่อยน้ำได้ 322 โรง พื้นที่ 6,800 ไร่ คิดเป็น 14% ของพื้นที่การเกษตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีโรงงานปล่อยน้ำ ทิ้งได้ 851 โรงงาน พื้นที่ 18,000 ไร่ คิดเป็น 37% ของพื้นที่การเกษตร ภาคตะวันตกมีโรงงานที่ปล่อยน้ำทิ้งได้ 276 โรง พื้นที่ 5,800 ไร่ คิดเป็น 12% ภาคใต้มีโรงงานที่ปล่อยน้ำทิ้งได้ 46 โรง พื้นที่ 965 ไร่ คิดเป็น 2% ของพื้นที่การเกษตร

“นอกจากโรงงานที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ยังมีโรงงานจำพวกที่ 3 ที่มีการใช้น้ำมาก ที่จะได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำ 3,616โรงงาน เป็นโรงงานที่ตั้งอยู่ใน 24 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง กำแพงเพชร ตาก พิษณุโลก นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี ชัยภูมิ อุบลราชธานี นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพฯ สมุทรสาคร สมุทรปราการ นครปฐม ส่วนโรงงานที่ใช้น้ำมากสูงสุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ อุตสาหกรรมเยื่อและกระดาษ อาหารและเครื่องดื่ม ฟอกย้อม แป้งมัน และฆ่าสัตว์ ซึ่งในจำนวนดังกล่าว มี 1,131 โรงงาน ที่ต้องปรับตัวใช้น้ำให้มีประสิทธิภาพสูงสุด”

นายชาติ หงส์เทียมจันทร์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กล่าวว่า ได้ตรวจสอบข้อมูลพื้นที่ขุมเหมืองแร่เก่าทั่วประเทศ พบว่ามีพื้นที่ที่สามารถใช้เป็นแหล่งน้ำได้ 36 แห่ง ปริมาณน้ำรวม 166 ล้าน ลบ.ม. ทั้งนี้ ในปัจจุบันมีพื้นที่เหมืองแร่ 9 แห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้มีการพัฒนาเป็นแหล่งน้ำเพื่ออุปโภค และการเกษตรกรรมโดยรอบ มีปริมาณน้ำรวม 32.7 ล้านลูกบาศก์เมตร

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า กนอ.ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ กนอ.เฝ้าระวังภัยแล้งของภาคอุตสาหกรรม สำหรับโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา ภาคตะวันออก กรุงเทพฯและปริมณฑล ภาคใต้ ภาคเหนือ และมีเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อติดตามสถานการณ์ เพื่อ แจ้งเตือนให้ผู้ประกอบการทราบสถานการณ์น้ำเป็นระยะๆ.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    83.8%
  • ไม่ชอบ
    5.4%
  • สนุก
    2.7%
  • ประหลาดใจ
    2.7%
  • เสียใจ
    2.7%
  • ให้กำลังใจ
    2.7%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement