'ไพโรจน์' สับร่างฯ 'มีชัย' มองข้ามประชาชน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'ไพโรจน์' สับร่างฯ 'มีชัย' มองข้ามประชาชน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 มี.ค. 2559 20:16
2,820 ครั้ง


"ไพโรจน์" ชี้ปฏิรูปการเมืองอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องปฏิรูปประเทศตามด้วย อัดร่าง รธน. "มีชัย" ไร้ความชอบธรรม มองข้าม ปชช. คิดว่ารัฐทำได้ทุกอย่าง ขณะที่ "วิไล" ระบุการปฏิรูปจะไม่เกิด ถ้า รธน.ยังจำกัดสิทธิประชาชน...

เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 59 มีการจัดงานเสวนา "รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะปฏิรูปประเทศไทยได้จริงหรือ" ในเรื่องของร่างรัฐธรรมนูญกับทิศทางและกลไกการขับเคลื่อนการปฏิรูป

โดย นายไพโรจน์ พลเพชร ที่ปรึกษาสภาประชาชนเพื่อการปฏิรูป (สชป.) และอดีตกรรมการปฏิรูปกฎหมาย กล่าวว่า การปฏิรูปการเมืองไม่เพียงพอ ต้องปฏิรูปประเทศด้วย ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับ นายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นั้นก็เน้นเรื่องการปราบทุจริต ซึ่งเป็นการลดเรื่องปฏิรูปทั้งหมดให้เหลือเพียงเรื่องเดียว ซึ่งใช้กลไกองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญในการปราบปราม โดย กรธ. คิดว่าเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพ แต่กลายเป็นว่ากลไกเหล่านี้อาจจะกลายเป็นเครื่องมือกำจัดคู่ต่อสู้ทางการเมืองได้ ซึ่งเครื่องมือวิเศษในการปราบคอร์รัปชันที่ดี คือการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบต่างหาก กล่าวได้ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่เห็นหัวประชาชน เพราะ กรธ. คิดว่ารัฐต่างหากที่สามารถจัดการทุกเรื่องได้ในประเทศนี้ จนกระทั่งนำไปสู่การกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ 20 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ดี การปฏิรูปจะมีความชอบธรรมก็ต่อเมื่อผ่านความเห็นชอบจากสภาที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน 
   



ทั้งนี้ นายไพโรจน์ กล่าวอีกว่า ข้อเสนอต่อการปฏิรูปก็คือ กลไกการปฏิรูปในอนาคต จะต้องมีความผูกพันต่อรัฐบาลในอนาคตอย่างชัดเจน จะต้องนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง ขณะที่กรรมการปฏิรูป หรือสภาที่ทำหน้าที่นี้ หรืออะไรก็แล้วแต่ จะต้องมีการทำงานร่วมกับประชาชนอย่างใกล้ชิด และในเรื่องการปฏิรูปนั้น จะต้องมีระยะเวลากำหนดที่แน่นอน ในส่วนกลไกการทำงานปฏิรูปนั้น หากยังใช้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.), คณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ชุดปัจจุบัน จะไม่นำไปสู่การปฏิรูป เพราะ สปท. สิ่งที่เสนอมานั้นมันเป็นไปไม่ได้ ส่วนเรื่องปฏิรูปในร่างรัฐธรรมนูญนั้น จะต้องผูกพันกับสภาสมัยหน้า สร้างความชอบธรรมให้ทุกฝ่ายยอมรับได้ ไม่ใช่ให้เรื่องปฏิรูปเป็นหน้าที่ของผู้ชนะที่ยึดอำนาจรัฐได้เท่านั้น ส่วนเนื้อหาการปฏิรูปก็ได้มีการศึกษาไว้แล้ว และอีกเรื่องที่ต้องทำให้ได้ คือการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ ที่ต้องมีการกระจายไปยังส่วนปกครองท้องถิ่น นี่คือหัวใจของการปฏิรูป ถ้าเราพัฒนาไปถึงขั้นนี้ได้ รากฐานของประชาธิปไตยในสังคมก็จะเกิด ซึ่งขณะนี้ตนไม่เห็นว่ากลไกในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะนำไปสู่กลไกการปฏิรูปแต่อย่างใด 
   



ด้าน นางวิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย กล่าวว่า ขณะนี้มีการออก พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ซึ่งทำให้กลุ่มประชาชนผู้ใช้แรงงานถูกจำกัดสิทธิในการชุมนุม ซึ่งส่วนใหญ่จะรวมตัวเพื่อเรื่องของปากท้อง ขณะเดียวกันร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็ได้ลดสวัสดิการของประชาชนที่เคยได้ และจำกัดสิทธิของประชาชน รวมถึงการเสนอกฎหมายของภาคประชาชนก็ขาดหายไป ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวอยู่เสมอว่า ต้องการลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น แต่ในความเป็นจริงกลับลดลง เมื่อเป็นเช่นนี้การปฏิรูปจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อร่างรัฐธรรมนูญยังจำกัดสิทธิต่างๆ ทั้งนี้ข้อเสนอต่างๆ ที่ภาคประชาสังคมเสนอมาล้วนเป็นประโยชน์ แต่เราก็ไม่อาจรู้ได้ว่าข้อเสนอเหล่านั้นจะถูกนำไปพิจารณาประกอบการแก้ไขหรือไม่ 


โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    55.7%
  • ไม่ชอบ
    26.8%
  • สนุก
    12.7%
  • ประหลาดใจ
    0.4%
  • เสียใจ
    1.1%
  • ให้กำลังใจ
    3.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement