'ม.ร.ว.ดิศนัดดา' ชี้ จัดการน้ำล้มเหลว ฝนตกปีละ 7.5 แสนล้าน ลบ.ม. เก็บได้ 10% - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

'ม.ร.ว.ดิศนัดดา' ชี้ จัดการน้ำล้มเหลว ฝนตกปีละ 7.5 แสนล้าน ลบ.ม. เก็บได้ 10%

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 มี.ค. 2559 18:26
2,971 ครั้ง


ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล ชี้ การจัดการน้ำไทยล้มเหลว แต่ละปีภาคอีสานฝนตกเฉลี่ย 2.3 เเสนล้าน ลบ.ม. แต่ไม่สามารถเก็บกักได้ แนะ ปชช.อย่าพึ่งแต่ รบ. เพราะต้องดูแลทั้งประเทศ ต้องรู้จักพึ่งพาตนเอง อย่ามัวแต่รอของแจก...

เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 59 มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ จัดแถลงข่าว ประจำปี 2559 เพื่อสรุปการดำเนินงานของมูลนิธิที่ผ่านมา ที่สยามสมาคม ในพระบรมราชูปถัมภ์

มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ จัดแถลงข่าว ประจำปี 2559 เพื่อสรุปการดำเนินงานของมูลนิธิที่ผ่านมา

หม่อมราชวงศ์ดิศนัดดา ดิศกุล เลขาธิการมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ กล่าวถึงผลการดำเนินงานงานของปิดทองหลังพระฯ ในพื้นที่ต้นแบบทั้ง 5 พื้นที่ ได้แก่ จังหวัดน่าน อุดรธานี เพชรบุรี กาฬสินธุ์ และอุทัยธานี รอบ 6 ปีที่ผ่านมา ถือว่าสัมฤทธิ์ผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาระบบน้ำ ที่สำคัญต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน นอกเหนือจากการพัฒนาทางเศรษฐกิจของชุมชนในพื้นที่ต้นแบบแล้ว ยังส่งเสริมอาชีพและพืชเศรษฐกิจใหม่ๆ ช่วยเพิ่มความรู้และต่อยอดไปสู่ความเข้มแข็ง จากระดับครัวเรือนสู่ระดับชุมชนได้ในอนาคต

ทั้งนี้ เลขาธิการมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ เปิดเผยภายหลังการแถลงผลงานถึงสถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังเป็นปัญหาของประเทศว่า "ไม่มีรัฐบาลใดนำเรื่องน้ำเป็นวาระแห่งชาติ ทั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงงานเรื่องนี้มาร่วม 60 ปี แต่ไม่มีใครน้อมนำหลักการของพระองค์มาปฏิบัติ ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องทำให้สำเร็จ ประเทศไทยโชคดีตั้งอยู่ในดินแดนสุวรรณภูมิ มีฝนตกประมาณ 7.5 แสนล้าน ลบ.ม.ต่อปี แต่เก็บกักได้เพียงร้อยละ 10 ปัญหานี้จึงอยู่ที่การบริหารจัดการน้ำบกพร่อง

สรุปผลงานตลอดระยะเวลา 6 ปี

บรรยายกาศภายในงาน มีการสรุปเนื้อหาโครงการต่างๆ ให้ผู้ร่วมงานได้ทราบ

ด้าน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีปริมาณฝนตก 2.3 แสนล้านลบ.ม.ต่อปี แต่เก็บกักได้เพียงร้อยละ 2 ต่อปี จึงเกิดคำถามว่า ใครเป็นผู้บริหารจัดการน้ำ แทนที่จะปล่อยให้น้ำไหลลงแม่น้ำโขง แม่น้ำชี แม่น้ำมูล ควรทำให้ไหลช้าที่สุด อาจทำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ (อ่างพวง) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สำหรับกักเก็บน้ำก็ได้"

หม่อมราชวงศ์ดิศนัดดา กล่าวอีกว่า ไม่เชื่อพื้นที่มีลักษณะแบนจะเก็บกักน้ำไม่ได้ เพราะเต็มไปด้วยเทือกเขา จึงต้องพยายามหาวิธีโดยศึกษาจากภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ หรือให้ชาวบ้านใช้พื้นที่เกษตรกรรมร้อยละ 10 สร้างบ่อเก็บกักน้ำไว้ หากภาคอีสานเก็บกักน้ำได้ร้อยละ 20 รับรองอีสานเขียว

"คนไทยต้องรู้จักพึ่งพาตนเอง ไม่ต้องพึ่งพารัฐบาล เดี๋ยวนี้รอแจกของ ทำอะไรไม่เป็นแล้ว รอรัฐบาลก็จะไม่มีน้ำใช้ เพราะไม่มีกำลังจะช่วยเหลือทั้งประเทศได้" เลขาธิการมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ กล่าว

ภายในงานมีการเสวนาจากคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ
หม่อมราชวงศ์ดิศนัดดา ดิศกุล เลขาธิการมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ

ขณะนี้กำลังร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย เป็นแกนนำในการบริหารจัดการเรื่องน้ำระดับพื้นที่ โดยจะมีการพัฒนาโครงการอ่างเก็บน้ำอันเนื่องมาจากกว่า 4,000 โครงการ ให้มีประสิทธิภาพและชาวบ้านสามารถใช้ประโยชน์ได้ ไม่ต้องสร้างอะไรใหม่ เเต่ให้นำสิ่งที่มีอยู่มาปรับปรุง บริหารจัดการตามศาสตร์พระราชา

เมื่อถามถึงความคืบหน้าโครงการฟื้นฟูป่าน่าน ม.ร.ว.ดิศนัดดา กล่าวว่า มีการพัฒนาที่ดีขึ้น เพราะสื่อมวลชนช่วยกันกระแทกเเรงๆ แต่การดำเนินโครงการจะต้องทำอย่างต่อเนื่อง อย่างมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2556 จนสามารถฟื้นฟูป่าได้ 2.5 แสนไร่ เคยเกิดไฟป่า 7.2 หมื่นไร่ต่อปี ปัจจุบันเหลือเพียง 84 ไร่ต่อปี ไม่ใช่เพราะมีเจ้าหน้าที่ป้องกันไฟป่า แต่เพราะสร้างความเป็นเจ้าของป่าแก่ชาวบ้าน ด้วยการพัฒนาเป็นป่าเศรษฐกิจ ปลูกมะม่วงหิมพานต์ ลิ้นจี่ ชาวบ้านไม่มีทางปล่อยให้เกิดไฟป่าเพราะพวกเขาเป็นเจ้าของ โดยโครงการพัฒนาให้ปลูกป่าเศรษฐกิจกั้นป่าอนุรักษ์และป่าใช้สอย ซึ่งรัฐบาลเห็นชอบให้มีการดำเนินโครงการ โดยขอคืนพื้นที่ป่าร้อยละ 60 แต่มูลนิธิฯ สามารถทำได้ร้อยละ 88

คณะทำงานมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ
คนไทยต้องรู้จักพึ่งพาตนเอง ไม่ต้องพึ่งพารัฐบาล เดี๋ยวนี้รอแจกของ ทำอะไรไม่เป็นแล้ว รอรัฐบาลก็จะไม่มีน้ำใช้ เพราะไม่มีกำลังจะช่วยเหลือทั้งประเทศได้
โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    78.6%
  • ไม่ชอบ
    13.7%
  • สนุก
    1.7%
  • ประหลาดใจ
    1.7%
  • เสียใจ
    0.9%
  • ให้กำลังใจ
    3.4%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement