'บิ๊กต๊อก' สั่งตรวจรถจดประกอบกว่า 7 พันคัน ให้เสร็จใน 10 เดือน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'บิ๊กต๊อก' สั่งตรวจรถจดประกอบกว่า 7 พันคัน ให้เสร็จใน 10 เดือน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 มี.ค. 2559 14:41
679 ครั้ง


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ประชุมร่วม 7 หน่วยงานกำหนดทิศทางการทำงานเร่งรัดทำคดีรถยนต์จดประกอบกว่า 7 พันคัน ให้แล้วเสร็จภายใน 10 เดือน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 มี.ค. ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 1 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เป็นประธานการประชุมกรณีการตรวจสอบขบวนการทำรถยนต์จดประกอบ เพื่อติดตามและเร่งรัดการดำเนินงาน ร่วมกับ 7 หน่วยงาน ประกอบด้วย ดีเอสไอ กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร กรมสรรพากร กรมการขนส่งทางบก สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า คดีรถเลี่ยงภาษีเริ่มตั้งแต่ปี 2553-2556 แต่ไม่มีความคืบหน้า จึงเรียกประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดทิศทางการทำงานให้เกิดความเข้าใจตรงกัน รถยนต์จดประกอบทั้งหมดขณะนี้มียอดจำนวน 7,123 คัน กรมการขนส่งทางบกจะตรวจสอบจำนวนรถยนต์จดประกอบทั้งหมด เพื่อยืนยันว่ามีจำนวนครบถ้วนหรือไม่ พร้อมกับสรุปบัญชีหมายเลขเครื่องยนต์และเลขตัวถังส่งกลับมาให้ทาง ดีเอสไอ เพื่อรวบรวมส่งต่อไปยัง กรมศุลกากร ตรวจสอบว่าเป็นรถยนต์จดประกอบคันไหนถูกต้อง หรือสงสัยว่าผิดกฎหมาย ซึ่งขั้นตอนนี้จะมีความชัดเจน หากเป็นรถที่ถูกต้องจะถูกส่งคืนให้กับผู้ครอบครอง

ส่วนรถยนต์ที่อยู่ในกลุ่มสงสัยว่าผิดกฎหมายจะถูกนำไปตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่มาร่วมประชุมในวันนี้ หากพบความผิดชัดเจนแล้ว ทางกรมศุลกากร จะดำเนินการฟ้องแพ่งเพื่อเรียกเก็บภาษีอากร ขณะเดียวกันกรมศุลกากร จะส่งเรื่องมายังดีเอสไอ เพื่อดำเนินคดีทางอาญาต่อไป การดำเนินการทั้งหมดคาดใช้เวลาประมาณ 10 เดือน หรือประมาณเดือนธันวาคม 2559 จึงจะแล้วเสร็จตามข้อตกลง

ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เผยว่า ความคืบหน้าการตรวจสอบรถยนต์จดประกอบที่เคยดำเนินการไปก่อนหน้านี้จำนวนกว่า 500 คัน ทางดีเอสไอ ได้ส่งเรื่องไปยังกรมศุลกากรแล้วจำนวน 399 คัน ทางกรมศุลกากรดำเนินการตรวจสอบพบความผิดพร้อมเกี่ยวกับการประเมินภาษีก่อนส่งเรื่องกลับมายังดีเอสไอแล้ว จำนวน 8 คัน รวมอยู่ด้วยส่วนรถยนต์จำนวนที่เหลือยังอยู่ระหว่างเร่งรัดดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

"ขณะที่ความคืบหน้าการตรวจสอบรถเบนซ์โบราณ ทะเบียน ขม 99 กทม. ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) พนักงานสอบสวนดีเอสไอส่งหนังสือนัดให้ถ้อยคำภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งอยู่ระหว่างการตอบกลับจากทางทนายความ ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบรถยนต์จากัวร์ แพนเธอร์ ของพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรวบเอกสารการสืบสวน" พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าว

ขณะที่ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาคดีเอสไอ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการแจ้งข้อหาผู้ต้องหาแล้ว 5 ราย พร้อมทั้งได้ออกหมายจับชาวมาเลเซีย 2 ราย ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มพวกนี้ดำเนินการเป็นกระบวนการ โดยในรายรถหรูที่ถูกไฟไหม้ที่ อ.กลางดง จ.นครราชสีมา ในช่วงระหว่างเวลาดำเนินการขนส่งนั้น อยู่ระหว่างการสรุปสำนวนคดี ส่วนรถที่เหลือบางคันรอข้อมูลจากต่างประเทศเกี่ยวกับรายละเอียดตัวรถ โดยรถในกลุ่มนี้รับไว้เป็นคดีพิเศษจำนวน 11 คดี ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    100.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement