วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“ทหารชั่วคราว” ชื่อป๋วย อยากให้คนรุ่นใหม่ได้รับรู้

โดย ซูม

ผมกราบเรียนขออนุญาตท่านผู้อ่านไว้แล้วเมื่อวานนี้ว่า สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์แห่งการฉลอง 100 ปีชาตกาล ท่านอาจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์...ผมอาจจะเขียนถึงท่านมากกว่า 1 วัน เพราะคนดี ศรีแผ่นดินเช่นอาจารย์ป๋วย นานๆจะจุติขึ้นในประเทศนี้สักคนหนึ่ง

ควรจะต้องฉกฉวยโอกาสนำเรื่องราวอันเป็นคุณงามความดีของท่าน ซึ่งมีอยู่หลายแง่หลายมุมมาเขียนอย่างน้อยก็ 2-3 วัน เพื่อเป็นแบบอย่างและสร้างแรงบันดาลใจแก่คนรุ่นหลัง

จะได้เรียนรู้ซึมซับและไปสืบค้นต่อ เพื่อนำคุณงามความดีเหล่านั้นมาปฏิบัติ อันจะเป็นการเพาะบ่มให้คนรุ่นใหม่ของไทยเติบใหญ่เป็นคนดีอุทิศตนเพื่อแผ่นดินเช่นท่านบ้าง

ก็พอดีผมได้มีโอกาสอ่านหนังสือที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดพิมพ์ขึ้นในโอกาส 100 ปีชาตกาล และมีวางจำหน่ายตามร้านหนังสือทั่วไป ในชื่อเรื่องว่า “อัตชีวประวัติทหารชั่วคราว” อันเป็นบันทึกเหตุการณ์เมื่อครั้งที่ท่านอาจารย์เป็นเสรีไทย มากระโดดร่มพลาดจุดลงที่จังหวัดชัยนาทแล้วถูกจับตัวได้

เขียนโดยท่านอาจารย์ป๋วยเอง ตีพิมพ์ครั้งแรกในงานพระราชทานเพลิงศพ พันเอกสรรค์ ยุทธวงค์ น้องเขยของท่านเมื่อ พ.ศ.2496

น้องเขยซึ่งเป็นสามีของน้องสาวที่ท่านอาจารย์ป๋วยรักมากที่สุดเป็นทหารของกองทัพไทย จึงเปรียบเสมือนทหารตัวจริงหรือทหารประจำการ ที่มีหน้าที่เป็นรั้วของชาติโดยตรง

แต่ของท่านอาจารย์ที่ไปสมัครเป็นทหารสหราชอาณาจักรก็เพื่อเข้าร่วมในขบวนการเสรีไทยในการที่จะต่อสู้กับญี่ปุ่นที่ประกาศสงครามกับฝ่ายพันธมิตร อันมีอังกฤษและสหรัฐอเมริกาเป็นแกนสำคัญ

ท่านจึงเปรียบเสมือน “ทหารชั่วคราว” ที่มาทำหน้าที่ชั่วครั้งชั่วคราว ในการต่อสู้ “เพื่ออนาคตของชาติ” ในวาระที่ประเทศไทยกำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤติและสุ่มเสี่ยงต่อความหายนะเป็นอย่างยิ่งในช่วงเวลาดังกล่าว

คนไทยในอังกฤษและในสหรัฐอเมริกาเชื่อว่าญี่ปุ่นแพ้แน่นอน และประเทศไทยก็จะแพ้ด้วย อันจะนำไปสู่ความหายนะใหญ่หลวงในฐานะประเทศแพ้สงคราม

จึงเกิดขบวนการเสรีไทยขึ้นเพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์ให้ฝ่ายพันธมิตรได้เห็นว่า...มิใช่คนไทยทั้งหมดที่เห็นด้วยกับรัฐบาลไทย ที่ล่มหัว จมท้ายกับญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งนั้น

ท่านอาจารย์ได้เขียนเล่าถึงการกำเนิดของเสรีไทยในอังกฤษ และได้เอ่ยถึงพระนามและนามของเสรีไทยทั้งที่ไปสมัครเป็นทหารอังกฤษและมิได้เป็นทหาร แต่ให้การสนับสนุนไว้ด้วย

พระนามแรกในรายชื่อเสรีไทยที่มิได้เป็นทหาร ได้แก่ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ที่ประทับอยู่ในอังกฤษในห้วงเวลาดังกล่าว

สำหรับท่านอาจารย์นั้นสมัครเป็นทหารจึงถูกส่งตัวไปฝึกที่อินเดียและถูกส่งมาปฏิบัติการนำเอกสารสำคัญเพื่อติดต่อกับเสรีไทยในประเทศไทย โดยการโดดร่มพลาดจุดมาลงที่ชัยนาทจนถูกจับกุม

อาจารย์เล่าอย่างละเอียดถึงนาทีระทึกใจนับตั้งแต่ถูกจับกุม ถูกคุม ถูกมัด ไปจนถึงถูกติดคุก แต่ในที่สุดก็มีโอกาสได้พบกับหัวหน้าเสรีไทยในประเทศไทย คือ ท่านปรีดี พนมยงค์ ถือว่าปฏิบัติการสำเร็จ

ผมเองอ่านข้อเขียนชิ้นนี้จากการพิมพ์ครั้งที่ 2 เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง...ด้วยความรู้สึกทั้งตื่นเต้น ตื้นตัน และบางครั้งเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ความขัดแย้งในปัจจุบัน จนเกิดอะไรบางสิ่งบางอย่างขึ้นแก่ท่านอาจารย์ดังที่ทราบกันอยู่แล้ว ก็ถึงกับน้ำตาซึม

ด้วยความน้อยใจแทนท่านอาจารย์ว่า เหตุไฉนคนที่อุทิศตนเพื่อชาติ เพื่อศาสน์ กษัตริย์ และทำความดีสารพัดอย่าง ถึงต้องมาประสบเรื่องร้ายๆเช่นนี้ได้ในบั้นปลายชีวิต

ใครยังไม่เคยอ่านหนังสือเล่มนี้ ผมขอแนะนำให้อ่าน...โดยเฉพาะลูกๆหลานๆนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยทั่วประเทศ อยากให้อ่านกันเยอะๆ

เพื่อให้รับรู้ว่าในเสี้ยวหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่ประเทศไทยต้องเผชิญความคับขันนั้น บรรพชนของเราได้ร่วมมือร่วมใจกันอย่างกล้าหาญ ต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของประเทศชาติอย่างไรบ้าง

ลูกๆหลานๆจะได้จดจำและนำไปปฏิบัติเมื่อเติบใหญ่

อย่าไปเดินตามรอยนักการเมืองรุ่นปัจจุบันเลยลูกเอ๋ยหลานเอ๋ย เอาแต่สร้างความวุ่นวายไร้สาระ ล้วนเป็นสาเหตุที่จะทำให้ประเทศไทยของเราถอยหลังเข้าคลองอย่างที่เห็นอยู่ทุกวันนี้.

“ซูม”