มิตรผล ร่วมพัฒนาชุมชนบ้านเม็ง จ.ขอนแก่น หนุน ศก.ฐานราก - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

มิตรผล ร่วมพัฒนาชุมชนบ้านเม็ง จ.ขอนแก่น หนุน ศก.ฐานราก

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 มี.ค. 2559 11:04
402 ครั้ง


กลุ่มมิตรผล ลงพื้นที่ ต.บ้านเม็ง จ.ขอนแก่น ติดตามผลพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน สานนโยบายประชารัฐ เผย มีการส่งเสริมอาชีพหลัก แนะนำอาชีพเสริม ช่วยชาวบ้านมีรายได้ ความเป็นอยู่ดีขึ้น หวังดัน ศก.ประเทศดีขึ้นตาม...

เมื่อวันเสาร์ที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา นายวรวัฒน์ ศรียุกต์ ผู้อำนวยการด้านบริหารองค์กรเพื่อความยั่งยืน กลุ่มมิตรผล กล่าวภายในงาน "ฮักแพงโฮมคน ตำบลมิตรผลร่วมพัฒนาเพื่อเศรษฐกิจฐานราก" ที่จัดขึ้นที่บ้านนาหว้านาคำ ตำบลบ้านเม็ง อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ว่า การสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน นับเป็นการร่วมสนับสนุนและสานพลังตามแนวนโยบายประชารัฐ สร้างความเข้มแข็งจากเศรษฐกิจฐานราก ภายใต้โครงการ 1 ตำบล 1 sme เกษตรของรัฐบาล ซึ่งกลุ่มมิตรผลได้ร่วมลงนามความร่วมมือในโครงการดังกล่าวเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา

ผลผลิตมีความหลากหลายมากขึ้น รายได้ย่อมมากขึ้นตาม

โครงการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนของกลุ่มมิตรผลดำเนินการอยู่ใน 9 ตำบล ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ที่ตั้งของโรงงานมิตรผลทั้ง 6 แห่ง ประกอบด้วย ต.หนองใหญ่ อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด, ต.บ้านเม็ง และ ต.กุดกว้าง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น, ต.บ้านแก้ง และ ต.โคกสะอาด อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ, ต.โคกขมิ้น อ.วังสะพุง จ.เลย, ต.แจงงาม อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี, ต.ไม้ดัด อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี และ ต.สมสะอาด อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ โดยการดำเนินงานในแต่ละพื้นที่มีความคืบหน้าตามลำดับ ตั้งแต่การช่วยให้ชุมชนได้รู้จักตัวเอง การขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนจนถึงการสร้างความยั่งยืน

ครัวเรือนต้นแบบในโครงการตำบลมิตรผลร่วมพัฒนา

สำหรับการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน ประกอบด้วยการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างบูรณาการ 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสุขภาวะ ด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และด้านจิตใจนั่นเอง

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการกลุ่มมิตรผล และหัวหน้าคณะทำงานด้านการพัฒนาเกษตรสมัยใหม่

ขณะที่ นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการกลุ่มมิตรผล และหัวหน้าคณะทำงานด้านการพัฒนาเกษตรสมัยใหม่ กล่าวด้วยว่า สำหรับแนวทางประชารัฐนั้น มีงบดำเนินงานชุมชนละ 5 แสนบาท จากงบประมาณรวมทั้งหมด 35,000 ล้านบาท ส่วนที่เลือกชุมชน บ้านนาหว้านาคำ ตำบลบ้านเม็ง เป็น 1 ในชุมชนที่อยู่ในโครงการ เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีความพร้อมในหลายด้าน ซึ่งนอกจากจะดูแลช่วยเหลือส่งเสริมการปลูกอ้อยซึ่งเป็นอาชีพหลักแล้ว ยังมีการแนะนำอาชีพเสริม สร้างรายได้ให้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

นายอิสระ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้มีความคืบหน้าพอสมควร ชาวบ้านมีความเข้าใจ มีการปฏิบัติงานที่เป็นรูปธรรม มีรายได้เพิ่มมากขึ้น ความเป็นอยู่ในด้านต่างๆ ดีขึ้น ภาพรวมเศรษฐกิจน่าจะดีขึ้นตาม โดยในพื้นที่ภาคอีสานกังวลปัญหาเพียงอย่างเดียวคือ ภัยแล้ง ถ้ามีการเตรียมรับมือ ก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบอะไร

ติดตามผลการดำเนินงาน

ถ่ายรูปพร้อมมอบของที่ระลึก

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    100.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement