โจร​สารภาพ ปล้น​ปืน​ไป​ขาย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

โจร​สารภาพ ปล้น​ปืน​ไป​ขาย

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 มี.ค. 2559 07:31
3,369 ครั้ง


ที่เมืองจีน ได้ราคาสูง หลักล้าน! นำหัวหน้า ไปทำแผน

หัวหน้าแก๊งปล้นปืนเปิดปากรับสารภาพก่อ เหตุเพราะต้องการเอาปืนไป ขายที่ประเทศจีน เป็นของหายากและราคาสูงมากถึงกระบอกละหลายแสนถึงหลักล้านบาท ยืนยันไม่เกี่ยวกับการเมืองหรือความมั่นคงเหมือนเหตุระเบิดแยกราชประสงค์ ตำรวจลากคอทำแผนละเอียดยิบ ตั้งแต่เข้ามาพักที่ไหน ซื้อวิทยุสื่อสารยังไง สั่งการสมุนทางวิทยุสื่อสารที่ชั้น 3 ตึกแถวใกล้ที่เกิดเหตุเหมือนในหนัง รวมทั้งวางแผนเส้นทางหลบหนีกลับประเทศจีน ตามเส้นทางอาร์ 3 เอ กรุงเทพฯ-คุนหมิง แต่ชุดสืบสวนยังไม่เชื่อเป้าหมายตามคำรับสารภาพ ยังพยายามหาพยานหลักฐานหักล้าง ส่วน “ซูซู” คนเอาซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือให้กลุ่มผู้ต้องหาใช้ ถูกรวบตัวที่ จ.ภูเก็ต ยืนยันเปิดเบอร์โทรศัพท์เป็นพันหมายเลข ปล่อยให้นักท่องเที่ยวชาวจีนและไกด์นำมาใช้ระหว่างเที่ยวในไทย ไม่เคยรู้จักแก๊งปล้นปืนมาก่อน ตำรวจเลยไม่มีหลักฐานเชื่อมโยง แต่ใช้วิธีถอนวีซ่าเตรียมผลักดันออกนอกประเทศ

กรณีคนร้ายชาวจีน 4 คน บุกปล้นปืนร้านอินเตอร์อาร์ม เลขที่ 127/17 ศูนย์การค้าสามยอด พลาซ่า ถนนเจริญกรุง แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กทม. แต่ถูกนายปกรณ์ แดงละม้าย อายุ 38 ปี เจ้าของร้านต่อสู้ขัดขืนจนคนร้ายหลบหนีโดยใช้รถ จยย. 2 คัน แต่ถูก ร.ต.อ.ธวัชชัย ผิวผ่อง รองสว.จร.สน.พลับพลาไชย 2 และ ด.ต.จรินทร์ สุบรรพวงศ์ ผบ.หมู่ ป. สภ.ปากเกร็ด ที่ผ่านมาประสบเหตุยิงต่อสู้คนร้ายจนได้รับบาดเจ็บ 3 คนประกอบด้วย นายซัน จุน เหวย อายุ 26 ปี นายหม่า เกิง อายุ 34 ปี และนายวู ซิง จุน อายุ 40 ปี ที่บาดเจ็บสาหัสไปเสียชีวิตที่ รพ.กลาง ส่วนนายลี คุน เปง อายุ 26 ปี วิ่งหนีเข้าไปในบ้านร้างใกล้ที่เกิดเหตุ แต่ถูกล้อมจับไว้ได้ พบของกลางเป็นปืนสั้นบีบีกัน 2 กระบอก และวิทยุสื่อสาร 2 เครื่อง ขยายผลผู้ต้องหารับสารภาพว่า นายเชียง หยาง หรือเจิ้น หยาง อายุ 30 ปี เป็นหัวหน้าแก๊ง ต่อมาตำรวจท่องเที่ยวร่วมกับตำรวจ ภ.จ.นครสวรรค์ จับกุมตัวได้บนรถไฟสายเชียงใหม่ ที่สถานีรถไฟจังหวัดนครสวรรค์ เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่า ปล้นปืนเพื่อนำไปปล้นร้านทองและปล้นธนาคารอีกทอดหนึ่ง

ความคืบหน้าจาก สน.สำราญราษฎร์ เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 มี.ค. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ รอง ผบก.น.6 พ.ต.อ.ชุมพล ชาญชนะโยธิน ผกก.สน.สำราญราษฎร์ พ.ต.อ.สุริยา จำนงโชค ผกก. (สอบสวน) สน.สำราญราษฎร์ พ.ต.ท.บวรภพ สุนทรเลขา สว.ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ และตำรวจท่องเที่ยว ควบคุมตัว นายเชียง หยาง หรือเจิ้น หยาง ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

จุดแรกที่พิชชี่ เกสต์เฮาส์ ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร นายเชียง หยาง เดินทางมาพร้อมพวกอีก 4 คน เข้าพักเมื่อวันที่ 27 ก.พ. หลังเดินทางมาจากประเทศจีน เปิดห้องพักเลขที่ เอ 2 ชั้น 2 ราคาห้องพัก 500 บาท พัก 2 คืน หลังจากนั้นนายลี คุน เปง และนายวู ซิง จุน แยกไปพักที่แฮปปีโอ้ ห้อง 314 ชั้น 3 เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ส่วนนายเชียง หยาง นายหม่า เกิง และนายซัน จุน เหวย แยกไปพักที่โฟร์ซัน วิลเลจ ห้อง 310 ชั้น 3 โดยที่พักทั้งหมดอยู่ในย่านถนนพระอาทิตย์ จุดที่สองเป็นซอยข้างโรงเรียนภารตวิทยาลัย แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร ตรงข้ามวัดสุทัศนเทพวราราม ห่างจากจุดเกิดเหตุปล้นปืนประมาณ 300 เมตร จุดที่นำรถ จยย. 2 คันมาจอดทิ้งไว้ในซอย 1 วันก่อนก่อเหตุ จนเช้าวันก่อเหตุแยกย้ายกันนั่งรถตุ๊กตุ๊กจากที่พักมาที่จุดดังกล่าว แล้วขี่รถ จยย.ไปก่อเหตุ

จุดสามบริเวณศูนย์การค้าสามยอดพลาซ่า นายเชียง หยาง ขึ้นไปสังเกตการณ์บนอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่ถึง 100 เมตร ใช้วิทยุสื่อสารสั่งการโดยมองผ่านหน้าต่างชั้น 3 แต่ก่อเหตุไม่สำเร็จจึงแยกย้ายกันหลบหนี นายเชียง หยาง หนีไปถึงบริเวณคลองผดุงกรุงเกษมโยนวิทยุสื่อสารทิ้งคลอง ก่อนไปซื้อตั๋วรถไฟที่สถานีรถไฟหัวลำโพงหลบหนี หากลงมือสำเร็จจะเดินทางไปพบกันบริเวณ รพ.ตากสิน เพื่อวางแผนหลบหนีต่อไป หลังจากนั้นนำตัวนายเชียง หยาง ไปที่ร้าน “กวางพูดได้” ที่จำหน่ายวิทยุสื่อสารบริเวณแยกเฉลิมกรุง เป็นร้านที่นายเชียง หยาง ซื้อวิทยุสื่อสารยี่ห้อแฮมเท็ก (HAMTEC) รุ่นเฮชที-เอ175 (HT-A175) สีดำ กำลังส่งรัศมี 5 กิโล เครื่องละ 2,300 บาท และหูฟัง 300 บาท ซื้อทั้งหมด 3 ชุด เมื่อวันที่ 2 มี.ค. อ้างว่าจะนำไปใช้ในกลุ่มทัวร์ ใช้เวลาทำแผนเกือบ 2 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น.เผยว่า นายเชียง หยาง รับสารภาพว่าเป็นหัวหน้าชุดวางแผนทุกอย่าง ทั้งมาดูลาดเลาและสั่งการทางวิทยุสื่อสารทั้งหมด เพื่อประสงค์ต่อทรัพย์เท่านั้น ไม่มีเหตุอื่น แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อจะสอบสวนและหาหลักฐานต่อไป ทั้งนี้หลังจากก่อเหตุจะเดินทางกลับประเทศจีน ทางเส้นอาร์ 3 เอ กรุงเทพฯ-คุนหมิง ซึ่งเป็นเส้นทางจากประเทศไทยผ่านประเทศลาวเชื่อมต่อไปยังเมืองคุนหมิงมณฑลยูนนาน ก่อนหน้านี้นายเชียงหยาง เคยเดินทางมาประเทศไทยแล้วเมื่อเดือน ต.ค.2557 โดยทางเครื่องบิน แต่เดินทางกลับช่วงปลายเดือนดังกล่าวโดยทางรถไฟไปยัง จ.เชียงใหม่ ต่อรถไป จ.เชียงราย ผ่านเส้นทางอาร์ 3 เอ กลับประเทศ การมาครั้งนั้นมีจุดประสงค์เพื่อท่องเที่ยวเท่านั้น

รรท.ผบช.น. เผยอีกว่า สำหรับนายซูซูเบื้องต้นพบว่า ทำธุรกิจนำเที่ยวในประเทศจีน และซื้อซิมโทรศัพท์ ในประเทศไทยเอาไปขายต่อให้นักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาประเทศไทย ตอนนี้ยังไม่พบความเชื่อมโยงกับแก๊งดังกล่าว และไม่รู้จักกับนายเชียง หยาง จึงยังไม่แจ้งข้อหา แต่หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องจะเร่งรัดออกหมายจับทันที

ด้านนายเจียง หยาง หัวหน้าแก๊งปล้นปืนรายนี้ ให้การผ่านล่ามต่อหน้าสื่อมวลชนว่า การลงมือครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย ตนไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายเหมือนเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ และไม่มีความตั้งใจจะทำลายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีน เป็นเรื่องส่วนตัวมุ่งประสงค์ทรัพย์เท่านั้น หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวนายเชียง หยาง กลับไปควบคุมที่ สน.สำราญราษฎร์ เตรียมนำตัวฝากขังศาล อาญารัชดาฯพรุ่งนี้ (7 มี.ค.) ก่อนเที่ยง

มีรายงานว่า ก่อนหน้านี้ชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. และ กก.สส.บก.น.6 สอบปากคำนายเชียง หยาง ให้การว่า ตกลงกับนายวู ซิง จุน ผู้ต้องหาที่ถูกตำรวจวิสามัญที่ประเทศจีน ก่อนเดินทางเข้าประเทศ ไทยว่า หากปล้นปืนได้จะนำปืนที่ปล้นไปขายที่ประเทศจีน ต้องการแต่อาวุธปืนพกสั้น เนื่องจากเป็นที่นิยม จำหน่ายได้ราคาสูง ถ้าได้ปืนจะเดินทางหลบหนีไป จ.เชียงใหม่ จากนั้นเข้า จ.เชียงราย ข้ามแม่น้ำโขงไปประเทศลาว ก่อนเข้าสู่ประเทศจีน ส่วนโทรศัพท์มือถือที่ใช้ นายเชียง หยาง และนายซัน จุน เหวย มีซิมการ์ดของไทยและโทรศัพท์คนละเครื่อง โดยนายซัน จุน เหวย เป็นคนซื้อผ่านบริษัทท่องเที่ยวระหว่างทำวีซ่า เบื้องต้นมีข้อมูลว่า ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน มีอาชีพเป็นคนงานก่อสร้าง และยังไม่มีประวัติเคยทำความผิด ทั้งนี้ ต้องรอผลการตรวจสอบกับทางการจีนอีกครั้ง

ด้าน พล.ต.ต. สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท. กล่าวว่า จากการสอบปากคำนายเชียง หยาง หัวหน้าแก๊งชาวจีนรับว่าเป็นหัวหน้า มีนายวู ซิง จุน ที่ถูกยิงตายเป็นรองหัวหน้า ก่อนเกิดเหตุร่วมวางแผนกันมาปล้นปืนเพื่อไปขายที่ประเทศจีน เพราะปืนหายากมากและมีราคาแพง มีได้เฉพาะข้าราชการ คนทั่วไปไม่มีสิทธิ์ มีปืน ราคาในตลาดมืดจึงสูงมาก ตกกระบอกละหลายแสนไปจนถึงหลักล้านบาทแล้วแต่ตกลงกัน ส่วนอีก 3 คนที่จับได้เป็นสมุน ถูกชวนให้มาทำงานด้วย หากปล้นปืนได้จะมีส่วนแบ่งเป็นกระบอก ส่วนค่าใช้จ่ายในการมาทำงาน นายเชียง หยาง และนายวู ซิง จุน เป็นคนออก ส่วนสาเหตุการรวมทีมปล้นปืนยังไม่เชื่อว่า จงใจปล้นไปขาย คงต้องรอหลักฐานอื่นมายืนยันอีกทีว่า นอกจากประสงค์ต่อทรัพย์แล้ว ยังมีเรื่องอื่นเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ แต่ขณะนี้ตัดประเด็นการเมืองและด้านความมั่นคงได้

พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. กล่าวว่า ผู้ต้องหาทุกคนที่ปล้นปืนต้องถูกดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยให้จบก่อน รวมทั้งการรับโทษด้วย หลังจากรับโทษครบกำหนดแล้วบุคคลเหล่านี้จะถูกส่งตัวให้ สตม.ส่งออกนอกราชอาณาจักรไปที่ประเทศต้นทางคือ ประเทศจีน แล้วขึ้นบัญชีบุคคลต้องห้าม (Blacklist) ไม่ให้เข้ามาในราชอาณาจักรอีก ยกเว้นนายซูซูที่ถูกจับกุมเป็นรายสุดท้าย ซึ่งพยานหลักฐานไปไม่ถึง แต่ทางการสืบสวนเชื่อว่า มีส่วนรู้เห็นจึงให้ สตม.เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและควบคุมตัวไว้ จากนั้นจะดำเนินการส่งออกนอกราชอาณาจักรต่อไป

มีรายงานว่า พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ร่วมสอบสวนนายซูซูที่ จ.ภูเก็ต นายซูซูรับว่า เป็นคนจีนที่เข้ามาทำงานด้านอสังหาริมทรัพย์ในไทยได้ประมาณ 8 เดือนแล้ว แต่พูดภาษาไทยได้คล่องเพราะสมัยที่เรียนอยู่ที่ประเทศจีนเรียนภาษาไทยเป็นวิชาเอก จึงเป็นนายหน้าติดต่อซื้อขายซิมการ์ดมือถือของบริษัทมือถือในไทย ขายครั้งละเป็นพันเบอร์ เพื่อนำไปขายต่อให้บริษัททัวร์จีนหรือไกด์นำเที่ยวชาวจีนเอามาใช้ในช่วงที่เข้ามาเที่ยวในเมืองไทย เพราะมีโปรโมชั่นราคาถูก และเป็นของที่หายากในจีน ชื่อผู้ที่ครอบครองซิมการ์ดมือถือจึงเป็นชื่อของนายซูซู แต่ปฏิเสธว่า ไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัวกับกลุ่มผู้ต้องหา แต่ซื้อขายซิมผ่านบริษัททัวร์หรือนายหน้าในจีน ทำให้ชุดสืบสวนไม่สามารถดำเนินคดีนายซูซูได้ จึงรายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ประสาน พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม.เพื่อดำเนินการผลักดันนายซูซูออกนอกประเทศ ในฐานะเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อความมั่นคง ตาม พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมืองต่อไป

ต่อมาเวลา 20.00 น. ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ควบคุมตัวนายซูซู อายุ 30 ปี ชาวจีนจาก จ.ภูเก็ต ถึงท่าอากาศยานดอนเมือง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ตำรวจ ท่องเที่ยวได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัย– จินดา ผบ.ตร.ให้ควบคุมตัวนายซูซูไปยังสำนักงานตำรวจตรวจเข้าเมือง (สตม.) ซอยสวนพลู ซึ่งเจ้าหน้าที่ คาดว่าพฤติกรรมของนายซูซูอาจจะเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ หากพบว่ามีความเชื่อมโยงจริง จะต้องดำเนินการเพิกถอนหนังสือเดินทาง และผลักดันออกนอกประเทศ พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้เน้นย้ำให้ทุกฝ่ายบูรณาการการสืบสวนร่วมกัน ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ เชื่อว่าได้ตัวผู้ต้องสงสัยทั้งหมดแล้ว

ด้านนายซูซูกล่าวว่า ส่วนตัวตนยืนยันว่าไม่ได้ รู้จักกับกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 5 คน เป็นเพียงตัวแทนจำหน่ายซิมโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้กับนักท่องเที่ยวจีนที่จะเดินทาง มาเที่ยวที่ประเทศไทยเท่านั้น หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคนเข้าเมือง (สตม.) มารับตัวนายซูซูไปสอบปากคำยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซอยสวนพลูต่อไป

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    77.8%
  • ไม่ชอบ
    11.1%
  • สนุก
    11.1%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement