เจ้าของมะพร้าว3ลูก วอน สังคมเห็นใจ ยัน จำใจแจ้งจับดัดนิสัยหนุ่มขี้ขโมย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

เจ้าของมะพร้าว3ลูก วอน สังคมเห็นใจ ยัน จำใจแจ้งจับดัดนิสัยหนุ่มขี้ขโมย

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 มี.ค. 2559 14:50
10,584 ครั้ง


เจ้าของมะพร้าว3ลูก ยัน จำใจแจ้งตำรวจจับหนุ่มขี้ยาลักมะพร้าว-ผลไม้ในสวนนับครั้งไม่ถ้วน เพื่อดัดนิสัยขี้ขโมย ยังใจดีปล่อยเมียไม่เอาเรื่อง แถมเงินอีก100 บาท วอน สังคมเห็นใจ เผยผู้ต้องหาพาเมียไปร่วมขโมยด้วย

จากกรณีนางอารีย์ วงศ์ตระกูล วัย 67 ปี บ้านอยู่เลขที่ 248 หมู่ที่ 5 ต.นาโพธิ์ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช แจ้งตำรวจจับกุม นายนฤเบศ เพชรชุมพล อายุ 25 ปี บ้านอยู่หมู่เดียวกันดำเนินคดีในข้อหา ลักทรัพย์ หลังจากที่ได้ขโมยมะพร้าวไป 3 ลูก เพื่อนำไปให้ภรรยาซึ่งตั้งท้องได้ 5 เดือน กิน และหากจะให้ยอมความไม่ดำเนินคดีต้องจ่ายเงินให้ 5 หมื่นบาท ซึ่งนายนฤเบศ มีฐานะยากจนไม่สามารถที่จะหาเงินมาจ่ายให้ได้ และยอมติดคุกนั้นตามข่าวที่เสนอเมื่อวานแล้วนั้น (5 มี.ค.)

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 6 มีค.นี้ ร.ต.ท.สัญญา กล่อมสุข รอง สว.(สอบสวน) สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เจ้าของคดีนี้ได้เดินทางไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง โดยมีนางอารีย์ วงศ์ตระกูล ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของบ้านได้นำไป ชี้จุดเกิดเหตุที่ นายนฤเบศ ผู้ต้องหาลอบเข้ามาขโมยลูกมะพร้าว จำนวน 3 ลูก ซึ่งเป็นของกลางที่ยึดได้ โดยมี นายวินัย ชูบัวทอง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 5 ต.นาโพธิ์ และ ร.ต.ท.เสถียร หนูชัยแก้ว รอง สวป.สภ.ทุ่งสง ซึ่งเป็นหัวหน้าป้อมยามบริการประชาชน ต.นาโพธิ์ รวมทั้งชาวบ้านส่วนหนึ่ง ที่มาให้กำลังใจกับนางอารีย์ เพื่อเชื่อมั่นว่า นางอารีย์ เป็นคนใจดีโอบอ้อมอารีกับเพื่อนบ้านตลอดมา

หลังจากที่นางอารีย์ เจ้าของมะพร้าวที่ถูกขโมยไปนำตำรวจและผู้สื่อข่าวชี้สถานที่เกิดเหตุเรียบร้อยแล้ว นางอารีย์ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตามที่ข่าวเสนอไปนั้นยังคลาดเคลื่อนกับข้อเท็จจริง เพราะผู้ต้องหานั้นเมื่อถูกจับได้ให้การอ้างว่า เมียอยากกินน้ำมะพร้าวจึงได้ไปขโมยมา แต่แท้จริงแล้วนายนฤเบศขโมยมะพร้าวมานับสิบครั้งแล้วและเอามะพร้าวใส่กระสอบไปขาย มีอยู่ครั้งหนึ่งเมียของนายนฤเบศยังไปร่วมขโมยด้วย แม้แต่ผลหมากยังถูกนายนฤเบศ ขโมยไปขายจนหมดทั้งต้นมาแล้ว แต่คราวนี้สุดทนจริงๆ จึงได้ติดกล้องวงจรปิดจนสามารถจับภาพ ขณะที่นายนฤเบศและเมีย กำลังเข้าไปขโมยมะพร้าวในสวนข้างบ้านจริง จึงแจ้งตำรวจจับกุม แต่ตนยังสงสารเมียของนายนฤเบศ จึงไม่ติดใจเอาเรื่องเมียนฤเบศ ให้จับกุมนายนฤเบศเพียงคนเดียว เพื่อต้องการดัดนิสัยกำราบให้หลาบจำเสียบ้าง ไม่เช่นนั้น ก็จะก่อเหตุลักทรัพย์ของตนและเพื่อนบ้านอีก ตนอยากให้สังคมโซเชียลได้เห็นใจ และให้ความเป็นธรรมกับตนในครั้งนี้ด้วย นางอารีย์ กล่าวในที่สุด

ทางด้าน นายวินัย ชูบัวทอง ผญบ.หมู่ 5 ต.นาโพธิ์ เจ้าของท้องที่เกิดเหตุกล่าวว่า ประวัตินายนฤเบศ ผู้ต้องหานั้นติดยาเสพติด และชอบก่อปัญหาให้กับคนในหมู่บ้านมาโดยตลอด และในวันที่นายนฤเบศ มาขโมยมะพร้าวนั้น นางจันจิรา รักการ ซึ่งเป็นภรรยาของนายนฤเบศ และท้องอยู่ 5 เดือน ก็ได้มากับสามีด้วยและเป็นผู้ถือพัดลมที่ขโมยไปด้วย โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพที่ นางจันจิรา มือถือพัดลมอยู่ได้ด้วยและเมื่อตำรวจจับกุมนายนฤเบศ ไปที่โรงพักทุ่งสง ซึ่งนางอารีย์ ยังใจดีไม่เอาเรื่องนางจันจิรา ทั้งๆ ที่นางจันจิราก็ไปด้วยในวันที่ก่อเรื่อง เพราะนางอารีย์เห็นว่า กำลังท้องอยู่ แถมนางอารีย์ยังให้เงินกับนางจันจิรา 100 บาท ไปกินข้าวอีกด้วย จึงให้ตำรวจดำเนินคดีเฉพาะนายนฤเบศ ผู้เป็นสามีเพียงคนเดียว

ขณะเดียวกัน ร.ต.ท.เสถียร กล่าวว่า สำหรับนายนฤเบศผู้ต้องหารายนี้นั้น ตามประวัติได้มีการรวมทีมกันในหมู่เครือญาติ 3-4 คน พักอยู่บ้านเดียวกันจะพากันมั่วสุมเสพยาเสพติด และจะพากันออกตระเวนขโมยสิ่งของชาวบ้านจนเป็นที่เดือดร้อนของชาวบ้านทั้งหมู่บ้าน ต่อมา ร.ต.ท.เสถียร พร้อมกับลูกน้องและชาวบ้านได้เฝ้าระวังและกดดันจนกระทั่งพรรคพวกทีมงานของนายนฤเบศ ต้องพากันแยกย้ายกันไปอยู่คนละแห่ง ซึ่งก็ยังไม่ไว้วางใจได้แต่ก็ต้องคอยระวังอยู่กันตลอดเวลา และเมื่อนายนฤเบศ ถูกตำรวจจับกุมคาดว่า เหตุการณ์เรื่องสิ่งของชาวบ้านที่ถูกขโมยคงจะลดน้อยลง ร.ต.ท.เสถียร์ กล่าว

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับนางจันจิรา ภรรยาของนายนฤเบศ ที่บ้านเช่าซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียวไม่มีเลขที่ ห่างจากบ้านนางอารีย์ ประมาณ 400 เมตร จากการสอบถามนางจันจิรา ถึงเรื่องขโมยมะพร้าวในวันเกิดเหตุซึ่งนางจันจิรารับว่า ตนเองได้ไปด้วยและสามีได้ขโมยมะพร้าวมาแค่ 3 ลูกเท่านั้น ส่วนพัดลมที่เอามานั้น สามีเห็นว่า เป็นพัดลมที่เสียชำรุดแล้วจึงได้เอาติดมือมาด้วยเผื่อว่า จะซ่อมแซมได้โดยคิดไม่ถึงว่า นางอารีย์เจ้าทรัพย์จะเอาเรื่อง จนกระทั่งมาเกิดเรื่องสามีถูกจับกุมดังกล่าว ตนและสามีต้องโทษนางอารีย์ด้วย และต่อไปจะหลาบจำไม่ก่อเหตุอีก.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    68.2%
  • ไม่ชอบ
    11.4%
  • สนุก
    5.1%
  • ประหลาดใจ
    4.0%
  • เสียใจ
    1.1%
  • ให้กำลังใจ
    10.2%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement