‘ณเดชน์’ กังวลต้องเล่นเป็นหญิง แอบหวั่นแอ็กติ้งเหมือนกะเทย! - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

‘ณเดชน์’ กังวลต้องเล่นเป็นหญิง แอบหวั่นแอ็กติ้งเหมือนกะเทย!

ณเดชน์ เจองานหิน โอดต้องเล่นเป็นผู้หญิงในรางผู้ชายไม่ใช่เรื่องหมู หวั่นคนมองว่าเล่นเป็นกะเทย แต่ดีใจได้งานท้าทายความสามารถ พร้อมทุ่มสุดตัวเพื่อละครเรื่องนี้

การจะเป็นนักแสดงที่เก่งเป็นที่รู้กันว่าทุกคนจะต้องผ่านบทบาททางการแสดงที่หลากหลาย และสำหรับพระเอหนุ่มมากความสามารถอย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ ก็เป็นอีกคนที่กำลังจะพิสูจน์ฝีมือตัวเองว่าเล่นได้มากกว่าบทพระเอกหล่อมาดเข้ม หรือทะเล้นยียวนกวนประสาท เพราะละครเรื่องล่าสุดของหนุ่มณเดชน์นั้น ถือว่าเป็นบทบาทใหม่ที่นานๆ จะมีมาให้ได้เล่นกัน

นั่นก็คือเรื่องราวของการสลับร่างระหว่างชายหญิง หญิงไปอยู่ในร่างชาย และชายไปอยู่ในร่างหญิง ที่ละครแนวนี้ห่างหายไปจากหน้าจอละครไทยไปนานพอสมควร กับละครที่มีชื่อว่า เล่ห์ลับสลับร่าง ของผู้จัด แหม่ม ธิติมา สังขพิทักษ์ และผู้กำกับอย่าง กฤษณ์ ศุกระมงคล ของค่าย โนพรอบเล็ม จำกัด

ซึ่งละครแนวนี้นั้น ก่อนหน้านี้เคยมีเรื่องที่โด่งดังสุดๆ มาแล้ว อย่างเรื่อง หวานมันส์ฉันคือเธอ และสำหรับละครเรื่องเล่ห์ลับสลับร่าง จะทำให้คนดูสนุกและติดตามได้อย่างเรื่องก่อนหน้านี้หรือไม่นั้น เป็นอะไรที่ท้าทายความสามารถของพระเอกอกสามศอกอย่างณเดชน์มากๆ งานนี้จ้อหน้าจอเลยต้องจับพระเอกรูปหล่อมาพูดคุยสอบถามถึงการเตรียมตัวเล่นละครเรื่องนี้ เพราะถ้าหากเล่นได้สมบทบาท ณเดชน์จะกลายเป็นนักแสดงที่ทุกคนยอมรับในฝีมือทางการแสดง

ความยาก-ง่าย ของบทบาทในละครเรื่องนี้เป็นอย่างไร?
"ความง่ายอยู่ตรงที่การเล่นเป็นกลุ่มก๊วนทีมตำรวจ ความเป็นผู้ชาย ความดิบ ความขี้หลี มันเป็นคุณสมบัติของผู้ชายทั่วไปที่ควักขึ้นมาได้ง่าย ส่วนความยากคือจะเล่นอย่างไรเวลาที่เราสลับร่างกับญาญ่า จะทำอย่างไรให้คนดูเชื่อว่าเภตราเข้าอยู่ในร่างของผู้ชายคนนี้ให้ได้มากที่สุด ถ้าเราเชื่อว่าเราเป็นคนดูก็น่าจะเชื่อได้ครับ"

เริ่มจับบุคลิกของญาญ่าบ้างรึยัง?
"ประเด็นคือว่า สิ่งที่ญาญ่าควรทำคือเค้าไม่ได้เล่นเป็นตัวเองอยู่แล้ว ญาญ่าต้องเล่นเป็นเภตรา ผมไม่รู้หรอกว่าเภตราเป็นอย่างไร จะมารู้ตอนเวิร์กช็อปหรือตอนเปิดกล้องมันจะค่อยๆ ศึกษากันไปเรื่อยๆ และตอนถ่ายกันแรกๆ เราก็ยังไม่สลับร่างกันหรอก มันเลยพอจะมีเวลามานั่งคุยกัน มานั่งศึกษากัน"


แล้วณเดชน์จะถ่ายทอดตัวเองออกมาอย่างไร?
"ช่วงที่ฟิตติ้งมีการลองๆ กันแล้วเรื่องความเป็นผู้ชาย อย่างการนั่งเก้าอี้ ผู้ชายจะไม่นั่งหนีบ ผู้หญิงจะนั่งหนีบ ผมเป็นเภตราผมก็จะดูว่าญาญ่านั่งอย่างไร นั่งไขว่ห้าง ในตอนที่ญาญ่าสลับร่างกับผม ญาญ่าต้องนั่งถ่าง ก็จะบอกเค้าว่าเวลานั่งพี่จะถ่างเยอะๆ นะเพื่อจะได้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างผู้ชายและผู้หญิง เรื่องเสื้อผ้าก็บ่งบอกได้ ความซกมกของผู้ชายแคะขี้มูก เกาหัว มันก็จะดูขัดแย้งกับความสวยสง่าของเภตรา มันดูมีอะไรให้เล่น สนุกกันมากขึ้น เหมือนเราเล่นละครไปแล้วแกล้งกันไปด้วยในการคีบคาแรกเตอร์ ถ้าผมเป็นคนที่ชอบเกาตูดเวลาเดิน ญาญ่าก็ต้องทำ เพื่อให้คนดูเห็นว่า ทำไมคนนี้ดูเหมือนผู้กองรามิลจัง เดินเกาตูดเหมือนผู้กองเลย เป็นประมาณนี้ กำลังคิดว่าจะเกาตูด (หัวเราะ) ไม่ก็กินข้าวเสร็จแล้วเรอ แต่ผมคิดว่าถ้าผมไปเล่นเป็นญาญ่าผมคงต้องโกนขนรักแร้ โกนขนหน้าอกเหรอ (หัวเราะ) มันก็น่าสนใจนะแต่พอเล่นจริงก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องทำมั้ย แต่ถ้าจำเป็นผมก็ต้องทำครับ น่าสนใจดี"

ญาญ่าหนักใจมั้ยที่จะต้องมาเล่นเป็นณเดชน์?
"ด้วยความที่เราสนิทกันอยู่แล้ว เราก็จะเห็นตัวตนในตัวของแต่ละคนค่อนข้างง่าย พอมาเป็นคาแรกเตอร์ของตำรวจอกสามศอก โชว์ อกผายไหล่ผึ่ง เป็นตำรวจที่มั่นใจว่าตัวเองเก่ง กับผู้หญิงที่เป็นดาราและมั่นใจว่าตัวเองสวยที่สุด มันก็จะต้องมาศึกษากันอีกตอนเวิร์กช็อป"

ณเดชน์กลัวการเป็นญาญ่าตรงไหน?
"ผมว่าน่าจะอยู่ตรงที่เล่นยังไงให้ดูเป็นผู้หญิงมากกว่า ไม่เล่นอย่างไรให้ดูเป็นตุ๊ดเป็นแต๋ว ไม่ได้เล่นเป็นกะเทย ผู้หญิงมันจะมีความไม่ต้องประดิษฐ์แต่ว่ามันเกิดจากความเคยชินในความเป็นเพศหญิงอยู่แล้ว แต่ว่าสิ่งที่เราต้องทำคือต้องลองมองในสิ่งที่ผู้หญิงทำมากขึ้น บางอย่างที่แสดงออกไม่ได้เกิดขึ้นเพราะการสร้าง แต่เกิดขึ้นจากจิตใจของเค้า"

ฝึกอย่างไร?
"เค้าเป็นดาราใช่มั้ย เวลาโพสท่า เค้าจะมีการปล่อยปากเบาๆ (ทำท่าประกอบ) ผมมีไอดอลเป็นพี่มิค บรมวุฒิ เวลาที่เค้าเล่นเป็นสาวบ่อยๆ แต่ผมคงจะลดดีกรีความแรงแบบนั้นลงมาให้เยอะๆ เพื่อจะได้ดูเป็นผู้หญิงมากขึ้น"

กลัวมั้ยมันจะดูคาบเกี่ยวระหว่างกะเทยกับผู้หญิง?
"นี่คือสิ่งที่ทุกคนในกองกลัว เป็นสิ่งที่ไม่อยากมีใครให้เกิดขึ้น มันจะดูไม่จริง มันจะดูว่าณเดชน์เล่นเป็นกะเทย มันจะดูไม่เป็นว่าณเดชน์เล่นเป็นผู้หญิง"

ต้องแต่งตัวเป็นผู้หญิงมั้ย?
"ผมมั่นใจว่าจะต้องมี ตอนฟิตติ้ง จากผู้กองที่ใส่กางเกงยีนส์ขาดๆ รองเท้าเปื่อยๆ เสื้อยืด หมวกแก๊ป กลายเป็นว่าวันนึงมาใส่กางเกงยีนส์ ขารัดๆ รองเท้าหัวแหลม ใส่แบรนด์เนม มีสร้อย มีจี้ มีกำไล นาฬิาล้อมเพชร ดูเป็นไบโอเซ็กชวลขึ้นมาเลย คนในกรมก็จะตกใจ แล้วความเป็นผู้หญิงจะมีมากขึ้นแต่แสดงออกมากไม่ได้ ในเรื่องแม้เราจะสลับร่างกันแต่ก็ใช่ว่าจะแยกย้ายกันไป เราต้องมามีเรื่องมาเจอกันอีก มันจะมีเรื่องพัวพันกันตลอด"

คาดหวังมั้ยในการมาเล่นบทนี้?
"คนอาจจะมองหลายแบบ ผู้หญิงจะสลับร่างอยู่ในร่างผู้ชายจะเล่นแบบไหน แต่ผมว่าจะพยายามทำออกมาให้ดีที่สุด จะทำออกมาให้เหมือนผู้หญิงที่สุด ให้เหมือนเภตรามากที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ ด้วยการมานั่งศึกษา เวิร์กช็อป เพราะอยากจะทำให้เต็มที่ ไม่อยากเล่นแล้วให้เสียเปล่า ไม่อยากทำแบบจับฉ่าย ผมอยากจะทำให้ดีเพราะว่าเรื่องนี้จะอยู่ในความทรงจำของผมว่าครั้งนึงได้เล่นเป็นผู้หญิง (ยิ้ม)"

กลัวเล่นแล้วติดบทบาทของเภตรามั้ย?
“หลายคนแซว กลัวติดละสิ (หัวเราะ) กลัวกู่ไม่กลับ ก็คุยกันเล่นๆ ว่าอย่าถ่ายเกิน 6 เดือนนะ กลัวผมกู่ไม่กลับ ก็เป็นเรื่องขำๆ แซวกันมากกว่า แต่คงไม่ขนาดนั้นหรอก”

เพราะเป็นณเดชน์ คนจะคาดหวังว่าจะต้องหล่อเท่ แต่มาเล่นเป็นตุ๊ด กลัวคนผิดหวังมั้ย?
“ไม่นะครับ ผมว่าเป็นอะไรที่คนจะได้ดูและจดจำกับภาพที่เค้าได้เห็นในบทเภตราในร่างรามิล เป็นเหมือนละครดราม่า เพราะในเรื่องจะต้องด่ากันตลอด มีปมขัดแย้งตลอด แต่ในปมขัดแย้งจะมีเรื่องตลกจากการด่ากัน ทะเลาะกัน จริงๆ มันดราม่านะ แต่เค้ามาเปลี่ยนบทให้เป็นคอมเมดี้มากขึ้นครับ”

ก๊อปเป็นญาญ่า ยากมั้ย?
“ผมว่าไม่ยาก แต่ว่าอย่าหลุด อย่าสนุกเกิน อินได้แต่ไม่ใช่ญาญ่าร้อยเปอร์เซ็นเพราะญาญ่าต้องเล่นเป็นเภตรา”

เหมือนจะง่ายแต่ไม่ง่าย?
“เหมือนจะหมูแต่โคตรยากเลยนะ ผมบอกเลยนะ ว่าผมเองไม่สามารถที่จะเก็บรายละเอียดเกี่ยวกับการถ่ายทำได้ทั้งหมดตั้งแต่ตอนแรก เพราะระหว่างถ่ายทำก็มีงานนั้นงานนี้เข้ามา ผมต้องอาศัยความช่วยเหลือจากผู้กำกับและทีมงานว่าครั้งที่แล้วเล่นอย่างไร ผิดมั้ยหรืออะไร”

คิวบู๊เยอะมั้ยสำหรับเรื่องนี้?
“ไม่ห่วงครับ ห่วงเรื่องสลับร่างมากกว่า เพราะมันไม่ได้สลับแล้วสลับเลย มันสลับไปสลับมา แต่ญาญ่าต้องไปบู๊แทน งานหนักไปตกที่น้องแทน ผมไม่ห่วงบู๊เพราะเคยผ่านการเล่นบู๊มาและอีกอย่างชุดมันก็เซฟมากด้วย”

ฝากแฟนๆ ของณเดชน์ สำหรับละครเรื่องนี้?
“เป็นอีกบทบาทที่ผมยังไม่เคยเล่นมาก่อน ก็อยากจะให้แฟนละครรอติดตามดูว่า ผมจะเล่นเป็นผู้หญิงได้เหมือนขนาดไหน เพราะผมตั้งใจและทุ่มเทกับเรื่องนี้มากๆ เป็นบทบาทที่ท้าทายจริงๆ สำหรับผมและน้องญาญ่า ยังไงก็ฝากด้วยนะครับ”