ขู่ล่าชื่อพระ2หมื่นรูป ถอดถอนผู้ตรวจการ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

ขู่ล่าชื่อพระ2หมื่นรูป ถอดถอนผู้ตรวจการ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 มี.ค. 2559 05:50
5,150 ครั้ง


ยื้อกันต่อปมตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ สนพ.เตรียมรวบรวมรายชื่อพระสงฆ์ 20,000 รูป ยื่นถอดถอนผู้ตรวจการแผ่นดินหลังออกมาวินิจฉัยมติมหาเถรสมาคม (มส.) ขณะที่ ผอ.สำนักพุทธฯ ยัน มส. ปฏิบัติตามกฎหมาย-จารีต ส่วนรัฐบาล-ผู้ตรวจการแผ่นดินยังไม่ประสานมา ด้านรองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มมร. ตั้งข้อสังเกตการวินิจฉัยผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่ชอบมาพากล ตีความกฎหมายทั้งที่ไม่มีหน้าที่ สุดท้าย “สุวพันธุ์” โบ้ย รอนายกฯสั่งการ

การนำชื่อสมเด็จพระราชาคณะ ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ ยิ่งบานปลาย เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินตีความมติมหาเถรสมาคม (มส.) ที่เสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กทม. ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 นั้นไม่ถูกต้อง โดยเมื่อวันที่ 5 มี.ค. นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยมติ มส.เสนอนามสมเด็จพระราชาคณะ สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชว่า ผิดขั้นตอนนั้น ขอยืนยันว่า พศ. และ มส. ดำเนินการตามกฎหมายและจารีตประเพณีที่เคยปฏิบัติมา ซึ่งขณะนี้ทางรัฐบาลและผู้ตรวจการแผ่นดินยังไม่ได้แจ้งอะไรเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวกลับมายัง พศ. ดังนั้น พศ.ต้องรอคำสั่งที่ชัดเจนก่อน

ขณะเดียวกัน มีความคิดเห็นจากเครือข่ายคณะสงฆ์ถึงกรณีดังกล่าว โดยพระเมธาวินัยรส รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) ตั้งข้อสังเกตถึงการตีความของผู้ตรวจการแผ่นดินว่าเป็นการตีความแบบภาษาศาสตร์ ไม่ได้ตีความจากภาษากฎหมาย ซึ่งในความเป็นจริง มาตรา 7 เขียนไว้ถูกต้องแล้ว เวลาปฏิบัติจริง กฎหมายให้อำนาจผู้ที่เห็นชอบ ทั้งนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ก็ปฏิเสธการวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน ยืนยันให้เห็นว่าการวินิจฉัยไม่เป็นไปตามหลักของกฎหมาย พร้อมระบุว่าคณะสงฆ์ทั่วสังฆมณฑล มองการวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่ชอบมาพากล หน้าที่นี้ควรเป็นคณะกรรมการกฤษฎีกา การทำโดยไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ไม่มีการตีความตามหลักกฎหมาย แสดงให้เห็นว่ามีอะไรอยู่เบื้องหลัง และไม่เกิดความเป็นธรรมกับคณะสงฆ์

ส่วนนายจำนงค์ สวมประคำ อดีตเลขาธิการวุฒิสภา กล่าวว่า การที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะตรวจสอบเรื่องใดที่หน่วยราชการหรือผู้มีคำสั่งใด ที่มีผู้อ้างว่าคำสั่งใดไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องมีผู้ร้องเรียน และผู้ร้องเรียนนั้นต้องเป็นผู้เสียหายเพราะคำสั่งนั้น ซึ่งควรจะเป็นสมเด็จพระราชาคณะ ผู้ตรวจการแผ่นดิน อ้างว่ามีผู้ร้องเรียน จึงพิจารณาเรื่องนี้ ทั้งๆที่ผู้ร้องเรียน อาจจะไม่ใช่ผู้เสียหาย ที่สำคัญตามอำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่มีอำนาจชี้ขาดว่า คำสั่งใดผิดหรือถูก อำนาจมีเพียงแค่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่สมบูรณ์แล้ว เห็นว่าไม่เป็นไปตามกฎหมาย ก็มีหน้าที่เพียงส่งเรื่องให้หน่วยงานนั้น พิจารณาและแก้ไขใหม่เท่านั้น ไม่มีอำนาจชี้ขาดว่าการดำเนินการใดผิดหรือถูก พร้อมยืนยันมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 ได้ลำดับขั้นตอนการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชในกรณีที่ตำแหน่งว่างลงไว้ชัดเจน โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ วรรคที่ 1 “การโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระสังฆราช เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์” แล้วขั้นตอนก่อนหน้านั้น พระมหากษัตริย์จะทรงสถาปนาได้ก็ต่อเมื่อได้มีการดำเนินการตามวรรค 2 คือ “ให้นายกฯนำนามสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ตามมติ มส. ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อสถาปนาเป็นพระสังฆราช” ดังนั้น คำว่า “ให้” จึงเป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีนำนามตามมติ มส. ขึ้นทูลเกล้าฯ ไม่มีบทบัญญัติใดเลยที่บอกว่าให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอรายนามให้ มส.พิจารณา หากนายกรัฐมนตรีทำเช่นนั้น ก็เท่ากับเข้ามาชี้นำการประชุมของ มส. นายกรัฐมนตรีจะกลายเป็นผู้กระทำผิดเสียเอง

ด้าน ผศ.ดร.เมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ เลขาธิการสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.) กล่าวว่า องค์กรพุทธฯ หารือร่วมกัน จะเตรียมรวบรวมรายชื่อพระสงฆ์ 20,000 รูป เพื่อยื่นถอดถอนผู้ตรวจการแผ่นดิน ในกรณีการวินิจฉัยมาตรา 7 ใน พ.ร.บ.คณะสงฆ์ อย่างไรก็ตาม องค์กรพุทธจะร่วมกันแถลงจุดยืน และแถลงข่าวอย่างเป็นทางการต่อสื่อมวลชนในวันที่ 7 มี.ค.นี้อีกครั้ง

อย่างไรก็ดี นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เห็นจากข่าว ยังไม่เห็นหนังสือจากผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งต้องรอว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. หรือนายวิษณุ เครืองาม รองนายก– รัฐมนตรี จะให้ตนดำเนินการอย่างไร ขั้นตอนการปฏิบัติมีอยู่แล้ว ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีไม่เคยมีคำถามเรื่องนี้มาก่อน ทั้งนี้ อยากให้ทุกฝ่ายที่จะเคลื่อนไหวหรือทำอะไร ควรยึดหลักพรหมวิหาร ไม่เช่นนั้น พุทธศาสนาจะถูกบั่นทอนความเข้มแข็งลงไปเรื่อยๆ โดยฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดชนะก็ไม่มีประโยชน์

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    52.1%
  • ไม่ชอบ
    31.2%
  • สนุก
    9.6%
  • ประหลาดใจ
    0.6%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    6.4%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement