พท.ถล่มคสช. สืบอำนาจ ‘ไก่อู’แขวะกลับ จะไปกังวลอะไร - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

พท.ถล่มคสช. สืบอำนาจ ‘ไก่อู’แขวะกลับ จะไปกังวลอะไร

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 มี.ค. 2559 05:44
5,547 ครั้ง


“ไก่อู” โต้วุ่นรัฐบาล-คสช.ไม่คิดสืบทอดอำนาจ แจงซ้ำให้ ส.ว. สรรหาคุมเกมเปลี่ยนผ่าน 5 ปี จัดระเบียบเสริมความเข้มแข็งให้ประเทศ อ้างประชาชนไม่กังวลแล้วนักการเมืองกลัวอะไร ระบุนายกฯฝากขอสื่อเลือกยืนข้างประเทศ เลิกแบ่งขั้วแบ่งฝ่าย สนช.ตั้งแท่น 10 มี.ค.รับลูกรื้อ รธน. ชั่วคราวเคลียร์หลักเกณฑ์ทำประชามติ “เสรี” รับหน้าชื่น คสช.ต้องคัดพวกเดียวกันมาทำงาน พท.ซัดชัดเป๊ะกระบวนการต่อท่อเผด็จการผ่านรูปแบบลากตั้ง ส.ว. “ชัยเกษม” ฟันธง กรธ.ยอมหงอตามใจ 2 บิ๊กเบิ้ม “อุดมเดช” ชี้ คสช.-สนช.ชูคอยึดสภาสูง “อภิสิทธิ์” ติงนิ่มๆ ระวังไม่พ้นครหากลายเป็นปมขัดแย้งขอฟังขอบเขต กระตุก กรธ.เป็นตัวของตัวเอง ไม่ควรสยบยอม “นิพิฏฐ์” ดักคอ สนช.จ่อพ่วงคำถามต่อท่อ คสช.-ติดดาบเพิ่มอำนาจ ส.ว. ปธ.กกต.ไม่กังวล กปปส.เอาคืนร้อง ป.ป.ช. “เต้น” เฉ่ง กกต.ต้นตอไฟขัดแย้ง

จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ผลักดันให้มี ส.ว.สรรหา เป็นกลไกคุมเกมในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี โดยเปิดทางให้สมาชิก คสช.เข้าร่วมเป็น ส.ว.สรรหาด้วย ขณะที่ฝ่ายการเมืองยังคงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นความชัดเจนของกระบวนการในการสืบทอดอำนาจของ คสช.

รัฐบาล-คสช.ย้ำไม่คิดสืบทอดอำนาจ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 5 มี.ค. พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันถึงกรณีฝ่ายการเมืองกังวลจะมีการสืบทอดอำนาจว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องชี้แจงหลายครั้งแล้วว่า คสช.เข้ามาเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งของบ้านเมือง ที่เกิดจากการใช้อำนาจที่ไม่มีธรรมาภิบาล และความขัดแย้งของประชาชนในประเทศ เมื่อแก้ปัญหาจบแล้วถือว่าภารกิจเสร็จสิ้น ไม่ต้องการสืบทอดอำนาจ ก่อนวันที่ 22 พ.ค.2557 ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยเต็มที่ แต่หลักการนี้แก้ปัญหาไม่ได้ คสช.จึงเข้ามาดูว่าทำอย่างไร ไม่ให้ปัญหากลับมาอีก หากบอกว่าต้องเป็นสากลแบบเดิม อะไรจะยืนยันว่าปัญหาเหล่านั้นจะไม่กลับมาอีก มาตรการต่างๆที่วางไว้จะเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ เพื่อกำหนดให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มีธรรมาภิบาล เดินตามยุทธศาสตร์ชาติไม่ให้เกิดปัญหาอีก และให้สังคมรู้ว่าแนวทางการพัฒนาประเทศจะเป็นอย่างไร อีกทั้งห้วงเวลาดังกล่าว คสช.และรัฐบาลไม่อยู่แล้ว ช่วงนี้เป็นช่วงที่ฝ่ายต่างๆ เสนอความคิดให้ กรธ.พิจารณาได้

ยก ปชช.ไม่กังวลนักการเมืองกลัวอะไร

พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม อธิบายชัดเจนแล้วว่า ข้อเสนอให้ ส.ว.มาจากการสรรหา ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน 5 ปี เป็นเพียงแนวคิด เพื่อให้มีกลไกจัดระเบียบสร้างความเข้มแข็งประเทศ ไม่ได้สืบทอดอำนาจ ดังนั้น คำถามคือ ฝ่ายการเมืองจะกังวลอะไร เพราะถ้าเป็นประชาชนเชื่อว่าไม่กังวลตรงนี้ ในเมื่อ คสช.และรัฐบาลเข้ามาแก้ปัญหา ประชาชนวางใจมองว่าจะยุติความขัดแย้งได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นทำไมไม่เชื่อมั่นว่าทุกฝ่ายตั้งใจทำเพื่อไม่ให้ปัญหาก่อนวันที่ 22 พ.ค.57 กลับมาอีก ขณะที่ฝ่ายการเมืองแก้ปัญหาไม่ได้ตอนเกิดความขัดแย้งอย่างนี้แล้วจะฟังใคร ฟังคนทำให้เกิดความขัดแย้ง หรือคนที่เข้ามาแก้ความขัดแย้ง

วางยุทธศาสตร์หยุดประชานิยม

พล.ต.สรรเสริญกล่าวอีกว่า ส่วนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เป็นการตั้งเป้าประเทศไทยจะก้าวหน้าไปอย่างไร ไม่ได้ไปทำให้การบริหารราชการรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมีข้อจำกัด เพราะวิธีเดินไปสู่เป้าหมาย รัฐบาลจากการเลือกตั้งเป็นผู้กำหนด ทุกคนกลัวสืบทอดอำนาจ แต่อยากถามว่า แล้วยุทธศาสตร์ที่วางกันไว้จะต้องทำอย่างไรถึงจะเชื่อมั่นได้ว่า วันข้างหน้าจะเดินไปตามนั้น ที่ไม่ใช่ประชานิยม คิดเอาความนิยมประชาชนอย่างเดียว แจกนั่นแจกนี่ แจกแท็บเล็ตแต่ไม่แก้ปัญหาการศึกษาเหมือนที่รัฐบาลทำอยู่ปัจจุบัน มีแต่เรียกร้องรัฐธรรมนูญใหม่ให้เป็นประชาธิปไตยเต็มร้อยเป็นสากล แล้วคำว่าปฏิรูปอยู่ตรงไหน ต้องไปปรับพฤติกรรมเสียใหม่

นายกฯวอนสื่อเลือกข้างประเทศ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า นายกฯยังฝากถึงสื่อมวลชนทุกแขนงเนื่องในวันสื่อสารมวลชนแห่งชาติ 5 มี.ค.ว่า อยากเห็นสื่อมวลชนเลือกข้างประเทศไทย ที่ทำหน้าที่สำคัญเปรียบเสมือนสุนัขเฝ้าบ้าน คอยเตือนเจ้าของบ้านเมื่อมีภัยมาเยือน ที่สำคัญสื่อต้องก้าวข้ามความเกรงอกเกรงใจเพราะผลประโยชน์ เลิกแบ่งขั้วแบ่งฝ่าย แบ่งแยกประเทศประชาชน ขอให้คิดว่าความสงบสุขในประเทศเป็นสิ่งที่เอาอะไรมาแลกไม่ได้

สนช.ถกแก้ รธน.ชั่วคราว 10 มี.ค.

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกวิป สนช. กล่าวว่า ในการประชุม สนช.วันที่ 10 มี.ค. จะพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ปี 2557 โดยเปิดให้สมาชิกอภิปรายเสนอความเห็นต่อเนื้อหาที่ขอแก้ไข จากนั้นที่ประชุมจะลงมติว่าจะให้หรือไม่ให้ความเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว คงไม่มีปัญหาอะไร ส่วนการตั้งประเด็นคำถามทำประชามติของ สนช.นั้น ยังมีเวลาให้ สนช.ตัดสินใจว่าจะตั้งประเด็นคำถามประชามติหรือไม่อย่างไร ต้องให้สมาชิก สนช.เห็นร่างรัฐธรรมนูญก่อนจึงจะสรุปได้ แนวทางการพิจารณาของ สนช. เรื่องคำถามประชามติจะมีอยู่ 2 ส่วน ก่อนจะนำเข้าที่ประชุมสนช. คือ 1.คณะกรรมาธิการสามัญแต่ละคณะจะหารือกันแล้วสรุปผลออกมา 2.คณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาศึกษาเสนอแนะและรวบรวมความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ สนช.ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. เป็นประธาน จะรวบรวมสรุปผลสรุปความเห็นของ กมธ.สามัญทุกคณะ รวมถึงของ กมธ.รวบรวมความเห็นฯแล้วนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม สนช.ต่อไป จากนั้นที่ประชุม สนช.จะหารือกันว่าจะตั้งคำถามหรือไม่ แล้วจะตั้งอย่างไร ส่วนตัวยังฟันธงไม่ได้ว่าสนช.จะตั้งคำถามหรือไม่ หากดูจากการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวแล้ว ยังคงให้ สนช.เสนอประเด็นคำถามได้ แสดงให้เห็นว่า สนช.ยังได้รับความไว้วางใจให้เสนออะไรที่เป็นประ โยชน์ต่อบ้านเมือง สนช.จะต้องหารือกันให้รอบคอบ

นัด 2 เม.ย.ตั้งวงสัมมนาเจาะลึก

นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน รองประธานคณะกรรมาธิการการเมือง สนช. กล่าวว่า กมธ.การเมือง จะจัดสัมมนาในวันที่ 2 เม.ย. เพื่อวิเคราะห์ลงลึกในรายละเอียดของร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงหารือประเด็นการตั้งคำถามประชามติว่าจะตั้งหรือไม่อย่างไร เท่าที่ดูเชื่อว่าจะมีการตั้งคำถามประชามติ แต่จะตั้งคำถามอย่างไร กรรมาธิการแต่ละคณะของสนช.และ กมธ.รวบรวมความเห็นฯรวมถึงสมาชิกสนช.ต้องหารือกันอีกครั้ง โดยศึกษาจากร่างรัฐธรรมนูญที่ กรธ.จะส่งมาให้ สนช.ก่อน

รับลูกรื้อ 4 มาตรา 5 ประเด็น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 มี.ค. นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. นัดประชุม สนช. ในวันที่ 10 มี.ค. เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ. ...ที่ ครม. และ คสช.เสนอ โดยมี 4 มาตรา สาระสำคัญดังนี้ 1.เมื่อ กรธ.จัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วให้แจ้ง ครม.และ สนช.ทราบ และให้ กกต.จัดให้มีการออกเสียงประชามติ พร้อมจัดทำคำอธิบายสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญโดยสรุปแบบที่ประชาชนเข้าใจเนื้อหาได้โดยสะดวก ส่งให้ กกต.ภายใน 15 วัน นับแต่วันถัดจากวันที่แจ้ง ครม. 2.คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิลงประชามติ ต้องใกล้เคียงกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งสุดท้ายก่อนวันที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ยกเว้นส่วนที่เกี่ยวกับอายุ ให้ผู้มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ในวันออกเสียงประชามติเป็นผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 3.การออกเสียงประชามติ ให้ออกเสียงประชามติว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ต้องกระทำในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ทั้งนี้ สนช.จะมีมติเสนอประเด็นอื่นใดไม่เกินหนึ่งประเด็นที่สมควรให้ กกต.จัดให้ออกเสียงประชามติเพิ่มเติมว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบพร้อมไปในคราวเดียวกันด้วยก็ได้ แต่ต้องเสนอภายใน 15 วัน นับแต่วันถัดจากที่ได้รับแจ้งจากคณะ กรธ. 4.ให้ กกต.ประกาศกำหนดวันออกเสียงประชามติ ซึ่งต้องไม่เร็วกว่า 90 วัน แต่ไม่ช้ากว่า 120 วัน นับแต่วันถัดจากวันที่ กรธ.ส่งคำอธิบายสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญให้ กกต. และ 5.ในการออกเสียงประชามติ ถ้าคะแนนเสียงข้างมากของผู้ออกเสียงประชามติเห็นชอบด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ให้นายกฯนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูล เกล้าฯภายใน 30 วันนับแต่วันประกาศผลการออกเสียงประชามติ และเมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและใช้บังคับได้ โดยให้นายกฯลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ก่อนที่นายกฯนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯให้คณะ กรธ.ปรับปรุงคำปรารภของร่างรัฐธรรมนูญให้สมบูรณ์และสอดคล้องกับผลการลงประชามติ

กรธ.ปรับร่างเก่าคืบหน้า 200 มาตรา

นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการร่างรัฐธรรมนูญว่า ได้พิจารณาปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราตามข้อเสนอและความเห็นของแต่ละฝ่ายที่ส่งเข้ามายัง กรธ.ได้ 200 มาตราแล้ว ขณะนี้การพิจารณาอยู่ในหมวดศาล กรธ.พิจารณามา ได้พอสมควรแล้ว เบื้องต้นในหลักการหมวดศาล กรธ.ไม่ได้ปรับแก้อะไร มีเพียงปรับถ้อยคำให้กระชับและรายละเอียดเล็กน้อยเท่านั้น ในวันที่ 7 มี.ค. กรธ.จะพิจารณาหมวดศาลต่อ คาดว่าสัปดาห์หน้าอาจพิจารณาเสร็จจนถึงหมวดองค์กรอิสระด้วย จากนั้นจะนำประเด็นร้อนที่ กรธ.แขวนไว้คือ ระบบการเลือกตั้ง ส.ส.และที่มา ส.ว.มาพิจารณาต่อไป โดยจะปรับแก้ให้เสร็จทั้งฉบับก่อนวันที่ 23 มี.ค. ที่จะไปประชุมนอกสถานที่ยัง จ.ประจวบคีรีขันธ์

แนะหารือคนเขียนก่อนสรุปตั้งคำถาม

นายอมรกล่าวอีกว่า ส่วนการหารือเพื่อตั้งคำถามควบคู่ไปกับการทำประชามติของ สนช.เท่าที่ได้ยินมาตอนนี้ สนช.ยังไม่ชัดเจนว่าจะตั้งคำถามหรือไม่ ต้องรอมติ สนช.ก่อน คิดว่าแม้กฎหมายจะไม่ได้บัญญัติไว้ว่าต้องหารือกัน แต่ถ้าจะเสนอคำถามควบคู่ไปกับประชามติต้องหารือระหว่างผู้ร่างกับทุกฝ่าย เพราะบางคำถามอาจส่งผลกระทบ เกรงในแง่ประชามติจะผ่านหรือไม่ผ่าน บางคำถามอาจกระทบทำให้ประชาชนสับสนหรือไม่ อีกอย่างจะได้ดูความสอดคล้องเพื่อความชัดเจนระหว่างผู้ร่างกับทุกฝ่าย แต่อย่าเพิ่งกังวล อาจไม่มีการตั้งคำถามก็ได้

คงหลักเดิมเปิด 3 ชื่อว่าที่นายกฯ

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษก กรธ.กล่าวถึงการพิจารณาปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญในส่วนของที่มาของนายกรัฐมนตรีว่า ขณะนี้ กรธ.พิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในเบื้องต้น กรธ.ยังคงยืนยันตามหลักการเดิมในร่างฉบับแรกคือ ให้พรรคการเมืองเปิดเผยรายชื่อนายกฯก่อนการเลือกตั้งจำนวนไม่เกิน 3 รายชื่อ และนายกฯไม่จำเป็นต้องเป็น ส.ส. แต่รายชื่อนั้นต้องเป็นสมาชิกพรรค และมีหนังสือยินยอมการลงสมัครด้วย เหตุผลที่ กรธ.ยังคงยืนยันตามหลักการเดิม เพราะเราคิดว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ดีและเหมาะสมที่สุด ในการให้ประชาชนรับรู้ว่าใครจะมาเป็นนายกฯล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงก่อนการเลือกตั้ง ไม่ใช่มารับรู้ในวันที่จะมาโหวตนายกฯกันในสภาหรือรู้ล่วงหน้าไม่กี่วันตามข่าว ส่วนประเด็นนายกฯคนนอกนั้นเลิกคิดได้แล้ว ไม่มีคนนอกอะไรทั้งสิ้น ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อก็ต้องเป็นคนของพรรคการเมือง ดังนั้น เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่พรรคการเมืองจะคัดสรรคนมาลงสมัคร พรรคใหญ่หรือพรรคเก่าๆส่วนใหญ่ก็มีระบบในการเลือกผู้สมัครนายกฯอยู่แล้ว

“เสรี” ป้องต้องคัดคนพวกเดียวกัน

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะ กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท.กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ระบุว่า คสช.อาจเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ ส.ว.สรรหาในช่วงเปลี่ยนผ่านว่า คสช.คงจะไม่เข้ามาเป็น ส.ว.สรรหาเอง แต่คงเข้ามาทำหน้าที่สรรหา ขึ้นอยู่กับการกำหนดคุณสมบัติ อาจเป็นข้าราชการก็ได้ ถ้ามีความรู้ความสามารถเข้ามาทำหน้าที่ ส.ว.ได้ เหมือน ส.ว.แต่งตั้งยุคก่อน เป็นความรับผิดชอบของ คสช.ที่ต้องทำให้ประเทศเดินหน้า การกำหนดให้ใครเข้ามาทำหน้าที่จำเป็นต้องหาคนที่ทำงานร่วมเป็นไปในทิศทางเดียวกันได้ ไม่ใช่เรื่องของการสืบทอดอำนาจแต่อย่างใด

นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิก สปท. กล่าวว่า หากบุคคลใดได้รับการสรรหาเข้ามาเป็นได้ทั้งนั้น แม้แต่ คสช.เองหากได้รับการสรรหา แต่ตอนนี้เรายังไม่รู้ภารกิจของ ส.ว.ว่ามีอะไรบ้าง ถ้ามีแค่หน้าที่กลั่นกรองกฎหมายคงไม่มีปัญหา

พท.ซัด ส.ว.ลากตั้งชัดเป๊ะต่อท่อเผด็จการ

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงรายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึง ข้อเสนอให้มีแต่ ส.ว.สรรหาเพื่อคุมสถานการณ์ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ว่า ตามหลักการแล้วเรื่องดังกล่าวไม่ถูกต้อง เพราะอำนาจนิติบัญญัติต้องยึดโยงประชาชน ทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายและถ่วงดุลการบริหารงานของรัฐบาล โดยเฉพาะ ส.ว.ที่มีหน้าที่แต่งตั้งบุคคลเข้าไปเป็นองค์กรอิสระที่มีอำนาจมากด้วยแล้ว หากเป็นเช่นนี้จริงเท่ากับเป็นการสืบทอดอำนาจฝ่ายเผด็จการอย่างชัดเจน ประชาธิปไตยที่เราเรียกหาไม่ใช่แบบนี้ ยกตัวอย่างในร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ห้ามไม่ให้ ส.ส.หรือคณะรัฐมนตรี แปรญัตติงบประมาณเพื่อประโยชน์ในพื้นที่ของตัวเอง หาก ส.ว.พบเห็นสามารถเข้าชื่อ 1 ใน 10 ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้มีคำวินิจฉัยได้ภายใน 7 วัน ศาลรัฐธรรมนูญที่มาจากการสรรหาของ ส.ว. คงมีความคิดเห็นในทิศทางเดียวกัน ในที่สุดแล้ว ส.ว.สรรหาทั้งหลายจะเป็นอุปสรรคต่อการบริหารงานประเทศ ช่วง 5 ปีแรกการเมืองจะวุ่นวาย รัฐบาลไม่สามารถทำงานได้

“อ๋อย” ฉะกระบวนการใต้อุ้งมือ 2 พี่น้อง

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฟังการอธิบายของนายกฯ และ พล.อ.ประวิตรถึงข้อเสนอ ส.ว.สรรหาช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ทั้งที่บอกว่า 5 ปีนี้ถ้าตั้งไข่ได้แล้ว จะไม่มีใครมายุ่งกับฝ่ายการเมือง ต้องการให้ ส.ว.เข้ามาดูยุทธศาสตร์ประเทศ หรือกระบวนการสรรหาอาจมี คสช.เข้าไปเป็นก็ได้ หรือถึงขั้นบอกว่า อาจร่วมประชุมกับ ส.ส.หรือทักท้วงรัฐบาลได้ ที่อาจถึงขั้นถ้า ส.ว.ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลใด รัฐบาลนั้นอาจเป็นรัฐบาลต่อไปไม่ได้ บวกกับองค์กรอิสระกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ อาจถูกแต่งตั้งจากระบบที่อยู่ใต้อำนาจ คสช. ทั้งหมดนี้คือกระบวนการสืบทอดอำนาจผ่านรูปแบบการแต่งตั้ง ส.ว.ที่มาจากพวกตัวเองนั่นเอง โดยผ่านกลไกที่มีอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญของกรธ.อยู่แล้ว และที่จะปรับปรุงตามความเห็น 2 ผู้มีอำนาจ

ถ้าผ่านซาวเสียงประเทศเสียหายยับ

นายจาตุรนต์กล่าวว่า สิ่งที่ คสช.มักจะบอกว่าไม่ใช่การสืบทอดอำนาจ ยังไม่มีข้อยุติสุดท้าย อย่าเพิ่งวิจารณ์นั้น แต่มาถึงตอนนี้สิ่งที่ผู้มีอำนาจทั้ง 2 คนชี้แจง รวมถึงที่บอกว่าไม่ต้องการให้การยึดอำนาจมา 2 ปีกว่าเสียของ มันชัดเจนแล้วว่าต้องการสืบทอดอำนาจ ส่วนท่าที กรธ.เมื่อถึงขั้นนี้คงรู้สึกกระอักกระอ่วน อยู่ในสภาพไม่รู้จะทำอย่างไร ถึงต้องแบ่งรับแบ่งสู้ แต่ถ้าเขากล้าหาญพอที่จะปฏิเสธข้อเสนอที่เกินเลยไปมาก อาจไม่ตกเป็นเหยื่อ แต่ถ้าจำเป็นต้องทำตามความเห็น ต้องแยกแยะด้วยว่าอะไรเป็นความเห็นของ กรธ. อะไรเป็นความเห็นของ คสช. ประชาชนจะได้แยกแยะได้ว่าเรื่องไหนใครต้องรับผิดชอบ ถ้าร่างนี้ผ่านประชามติไปได้ประเทศจะเสียหายยับเยิน

รู้ไต๋ กรธ.ตามน้ำหงอ “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม”

นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ออกมาสนับสนุนให้ ส.ว.มาจากการสรรหา ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีว่า เวลานี้ใครที่ใหญ่สุดในการปกครองประเทศ ถ้าไม่ใช่ คสช. ดังนั้น เมื่อเป็นข้อเสนอจาก 2 บิ๊กเบิ้ม คสช.ทางคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) คงมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ ขณะเดียวกัน การที่นายกฯหรือ พล.อ.ประวิตรบอกว่าไม่ได้เป็นการสืบทอดอำนาจ แต่ถ้าเป็นแบบนี้แล้ว ส.ว.ที่จะมีขึ้น ไม่ได้มีหน้าที่แค่กลั่นกรองกฎหมายเหมือนในอดีต แต่มีอำนาจควบคุมการทำงานรัฐบาล ถึง 5 ปี มันก็คือการสืบทอดอำนาจอยู่ดี เพียงแต่ไม่เต็มรูปแบบเท่านั้น

ฟันธงเครือข่าย คสช.–สนช.ชูคอสลอน

นายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีต ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ข้อเสนอให้มีแต่ ส.ว.สรรหาเพื่อคุมสถานการณ์ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีนั้น ความคิดดังกล่าวเกิดจากความไม่ไว้ใจการใช้อำนาจเลือกตั้งของประชาชน กังวลว่าจะไม่ได้บุคคลที่ตรงใจมาทำหน้าที่ ส.ว. ถ้าเชื่อมั่นในดุลพินิจของประชาชนทุกอย่างจะจบ ตัวอย่างการเลือกตั้ง ส.ว.ครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญปี 40 ได้คนมีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานเป็นจำนวนมาก หากข้อเสนอดังกล่าวเป็นจริง คนที่จะมาเป็น ส.ว.สรรหาคงเป็นบุคคลเดิมๆ ที่อยู่ใน สนช.และเครือข่ายของ คสช.เป็นหลัก คงมีการควบคุมการบริหารงานหลังการเลือกตั้งโดย ส.ว. การดำเนินการใดๆของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งคงเป็นไปได้ยาก หากไม่เป็นเนื้อเดียวกับ คสช.

“วัฒนา” โวยถูกทหารบุกบ้านมา 4 หน

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์และ แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเล่าเหตุการณ์ที่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารบุกควบคุมตัวที่บ้านพักเพื่อไปปรับทัศนคติ โดยชื่นชม น.ส.วีรดา เมืองสุข หรือน้องเฟ บุตรสาววัย 18 ปี ว่า น้องเฟ มีส่วนช่วยตนในเหตุการณ์วันนั้นเป็นอย่างยิ่ง คอยถ่ายภาพทหารที่มาควบคุมตัวตน กล้าหาญไม่ร้องไห้ให้ใครเห็น และไม่ยอมมอบโทรศัพท์ของตนให้ทหาร จนเจ้าหน้าที่ทหารถึงกับชื่นชม แต่ถึงอย่างไรลูกตนไม่ได้ฉลาดกว่าเด็กอื่น แต่เป็นเพราะประสบการณ์ที่เห็นเหตุการณ์แบบนี้มา 4 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน ไม่เช่นนั้นคงมอบโทรศัพท์ให้ไป ป่านนี้ข้อมูลในโทรศัพท์คงถูกเจาะไปเรียบร้อยแล้ว

“มาร์ค” ติง คสช.นั่ง ส.ว.ไม่พ้นครหา

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่สถาบันพระปกเกล้าฯ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ถนนแจ้งวัฒนะ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีข้อเสนอของรัฐบาลจะให้มี ส.ว.สรรหา 200 คน ในระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ว่า เห็นว่าทั้งการสรรหาหรือเลือกอ้อม เลือกไขว้ที่เสนอมานี้ไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่ในใจอยากให้การเลือก ส.ว.ควรให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางมากกว่า ถ้ากังวลว่าพรรคการเมืองจะเข้ามาเกี่ยวข้องก็อยากให้ออกแบบให้เลือกตามสายอาชีพมากกว่า เพราะอยากเห็น ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่การกำหนดใช้วิธีการเลือกอ้อม หรือสรรหานี้ประชาชนมีส่วนร่วมน้อยมาก

เมื่อถามว่า ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ระบุเปิดช่องให้ คสช.เข้ามาเป็น ส.ว.ได้ด้วย หลายฝ่ายมองว่าจะเป็นการสืบทอดอำนาจหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทั้งหลายในขณะนี้ต้องระมัดระวัง หากถูกมองว่าทำอะไรไปแล้วเพื่อหวังที่จะสืบทอดอำนาจ ที่สุดจะเป็นปมข้อขัดแย้ง และยังรอฟังให้ชัดว่าที่พูดถึงระยะเวลา 5 ปี ที่ระบุว่าเป็นชั่วคราวนี้ต้องการทำอะไร ฟังคำชี้แจงเวลานี้คือเพื่อทำปฏิรูปเรื่องเดียว ต้องเอาให้ชัดว่าขอบเขตคืออะไร จะสร้างปัญหาให้กลไกการเมืองปกติหรือไม่

ยุ กรธ.เป็นตัวเองไม่ควรสยบยอม

เมื่อถามอีกว่า มีการระบุว่าจะทำเรื่องยุทธศาสตร์และปฏิรูปจะกระทบต่อรัฐบาลหน้าหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ทั้งการปฏิรูปหรือวางยุทธศาสตร์จะสำเร็จได้ ต้องมีประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมและยอมรับ หากไปทำยุทธศาสตร์ เช่น สมมติว่าทำเสร็จก่อนเลือกตั้งและหวังว่าจะไปผูกมัดต่อไปอีก 20 ปี โดยประชาชนและพรรคการเมืองต่างๆ ไม่เห็นด้วยคงเป็นไปได้ยาก ที่สุดจะเป็นปมการขัดแย้ง หากเน้นให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมจะไปได้ตรงจุดดีกว่าอย่าคิดว่ามีกลไกของคนจะมีจำนวนเท่าไหร่ก็แล้วแต่ เข้ามาควบคุมแล้วมันจะเดินได้ ส่วนจะบีบหรือกดดัน กรธ.หรือไม่นั้น กรธ.ต้องเป็นตัวของตัวเอง เพราะสุดท้ายคนที่จะตัดสินคือประชาชนในการทำประชามติ ไม่ใช่คนที่เสนอความเห็นเข้าไป จะส่งผลถึงการทำประชามติหรือไม่ขึ้นอยู่กับ กรธ.ต้องพิจารณาให้ดีว่าอะไรมีเห็นผลเหมาะสมหรือไม่ แต่อะไรที่กระทบต่อโครงสร้างหลัก ท่านคงไม่ควรยอม เมื่อถามย้ำว่า แต่รัฐบาลชี้นำไปแล้ว นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า รัฐบาลมีสิทธิเสนอความเห็น แต่ กรธ.ต้องคำนึงถึงว่าที่สุดประชาชนจะต้องทำประชามติ

บ่นอย่าตั้งธงปิดปากฝ่ายการเมือง

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงการปฏิรูปของรัฐบาล 2 ปีที่ผ่านมา ว่า ยังไม่เห็นผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรม ยังไม่มีคำอธิบายหรือทิศทางหลักคิดของการปฏิรูป หลายเรื่องเป็นห่วงว่าถอยหลัง ทั้งการปฏิรูปตำรวจ ปฏิรูปการศึกษา การกระจายอำนาจ มีเพียงมาตรการบางอย่างที่ดีขึ้น คือ การปราบปรามการทุจริต แต่อีกหลายเรื่องที่จำเป็นมากคือการปฏิรูปสื่อ ยังไม่มีทิศทางชัดเจน ส่วนกรณีที่นักการเมืองแสดงความคิดเห็นเรื่องการปฏิรูปหรือเรื่องรัฐธรรมนูญแต่ถูกผู้มีอำนาจห้าม เห็นว่านักการเมืองมีสิทธิเท่ากับคนอื่นที่แสดงความคิดเห็น จะรับฟังหรือไม่ควรอยู่ที่เหตุผล ไม่ใช่อยู่ที่ใครเป็นคนพูด ถ้าคิดตั้งธงอย่างเดียวว่าถ้านักการเมืองพูดไม่ต้องฟัง จะมีคนอีกจำนวนหนึ่งตั้งธงว่า ถ้าเผด็จการร่างรัฐธรรมนูญก็ไม่รับแล้วสังคมจะเดินหน้าได้อย่างไร ต้องมาดูที่สาระ ถ้าคนร่างแม้ว่ามาด้วยวิธีการใด ร่างแล้วดี สังคมควรจะสนับสนุน ถ้าเสียงท้วงติงมาจากใครก็ตามจะมองว่าเลวหรือใช้ไม่ได้ ถ้ามีเหตุผลต้องรับฟัง ถ้าสังคมไม่อยู่ด้วยข้อเท็จจริง เหตุผลและสาระทุกอย่างก็ล้มเหลว สุดท้ายกลับไปที่เรื่องพวกเรื่องคนทะเลาะกันเช่นเดิม

ลงโทษประชามติต้องเท่าเทียม ลต.

เมื่อถามว่า กกต.วางกำหนดบทลงโทษคนที่จะเคลื่อนไหวชี้นำคว่ำร่างรัฐธรรมนูญให้มีบทลงโทษทั้งจำคุกและปรับ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การเอาผิดกับบุคคลที่รณรงค์ต่อต้านการใช้สิทธิลงประชามติ ควรยึดหลักกฎหมาย เหมาะสมกับกฎหมายเลือกตั้งทั่วไป โดยต้องไม่ยั่วยุ หลอกลวงและบิดเบือนข้อมูล ต้องระมัดระวังรอบคอบ ส่วนการนับคะแนนเสียงการทำประชามติ ถึงอย่างไรต้องแก้ไขให้ผู้มาใช้สิทธิจริงๆ ไม่ใช่คิดจากผู้ที่มีสิทธิ ปกติไม่มีช่องให้กาสำหรับผู้ประสงค์ไม่ลงคะแนนเสียงอยู่แล้ว

“นิพิฏฐ์” จี้แบไต๋อย่าหมกเม็ดที่มา ส.ว.

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ระบุ คสช.อาจต้องเข้าไปเป็น ส.ว.สรรหา ไม่เช่นนั้นจะเสียของว่า ต้องดูการออกแบบที่มาและอำนาจ ส.ว.ของ กรธ.ก่อน แต่ตอนนี้รัฐบาลต้องการให้ ส.ว.สรรหาทั้งหมด เป็นเรื่องใหญ่ที่ทุกคนจับตามอง กรธ.ยังยืนยันว่าออกแบบมาดีแล้ว จะนำประเด็นไปไว้นาทีสุดท้าย ซึ่งคงทำอะไรไม่ได้วิจารณ์ก็ไม่ได้ อย่าเก็บเอาไว้ ควรเอาออกมาบอกประชาชนก่อน กรธ.คงกลัวว่าถ้าบอกก่อนจะวุ่นวาย ส่วนตนมองสัญญาณแล้วเขาเอาแน่ ถ้า ส.ว.มาจากสรรหาทั้งหมด อำนาจคงเพิ่มขึ้นกว่าเดิมแน่ ไม่อย่างนั้นคงไม่แต่งตั้งทั้งหมด เพราะ ส.ว.แต่งตั้งมาค่อนข้างควบคุมได้

ดักคอพ่วงคำถามต่อท่ออำนาจ

นายนิพิฏฐ์ กล่าวถึงกรณี สนช.อาจตั้งคำถามควบคู่ไปกับการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่าบางคนอาจรับได้ แต่ส่วนใหญ่เขาหมั่นไส้คำถามพ่วง เราคิดด้วยเหตุผล คุณจะถามพ่วงมาทำไม ใกล้จะถึงเวลาลงประชามติมติกันแล้ว พอพ่วงถามมาคงเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้หรือต่อเวลาก็ไม่ได้ สนช.อย่าไปพ่วงคำถามให้คนหมั่นไส้เลย อยากได้อะไรตอนนี้ไปเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าจะพ่วงเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญคงไม่ได้ ไม่เหมาะสม ไม่น่าจะดี เช่น จะถามให้ คสช.อยู่ต่อไหม หรือจะถามเรื่องการให้อำนาจ ส.ว.เพิ่มมากกว่าเดิมได้ไหม แบบนั้นคงไม่ดี ไม่มีเวลาแก้ไข โครงสร้างรัฐธรรมนูญเสียไปหมด

กกต.ลงแส้ขวางประชามติสกัดซ้ำรอย

ที่สถาบันพระปกเกล้าฯ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ถนนแจ้งวัฒนะ นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติว่า ขณะนี้เรื่องได้ส่งกลับมายัง กกต.เพื่อทบทวนทั้ง 16 มาตรา มีความคืบหน้ามากพอสมควร โดยเฉพาะบุคคลที่ขัดขวางการทำประชามตินั้น จะมีบทลงโทษตามลำดับหนักเบา ทั้งนี้หากไม่ได้ทำผิดไม่ต้องกลัว เพราะเจตนาของร่างกฎหมายลักษณะนี้ มีเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหมือนในอดีตที่ผ่านมา

ไม่กังวล กปปส.เอาคืนร้อง ป.ป.ช.

เมื่อถามถึงกรณีมติ กกต.จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกลุ่มแกนนำ กปปส.ที่ขัดขวางการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.2557 เป็นเงิน 2,400 ล้านบาท นายศุภชัยตอบว่า ยืนยันว่า กกต.ยังไม่ได้ส่งเอกสารให้กับอัยการสูงสุด (อสส.) และเป็นการประชุมลับ ไม่ทราบข้อมูลนี้หลุดออกมาได้อย่างไร ขั้นตอนยังอยู่ในชั้นการไต่สวนที่ใกล้จะแล้วเสร็จ เบื้องต้นประเมินค่าเสียหายตามจริงเป็นจำนวนเงิน 2,000 ล้านบาท ทั้งนี้ไม่กังวลหากกลุ่ม กปปส.จะฟ้องกลับเพราะ กกต.ทำตามหน้าที่และไม่มีสิทธิ์เลื่อนพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งที่กำหนดในวันที่ 2 ก.พ.2557 หาก กกต.ไม่ดำเนินการกับผู้ที่ขัดขวางการเลือกตั้งก็จะเกิดปัญหากับ กกต.เอง

ปิดปากงดจ้อฟ้อง ลต. 57 โมฆะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่ กกต.มีมติฟ้องเรียกค่าเสียหายกับกลุ่ม กปปส. และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯฝ่ายละ 2400 ล้านบาท ที่ทำให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.2557 เป็นโมฆะนั้น ผู้สื่อข่าวพยายามโทรศัพท์ติดต่อเพื่อสอบถามความคืบหน้าเรื่องดังกล่าวกับ กกต. แต่ไม่มีใครอยากแสดงความคิดเห็น โดยอ้างว่าเลยขั้นตอนของ กกต.ไปแล้ว รวมทั้งไม่อยากจะให้สัมภาษณ์เกรงว่าจะกลายเป็นตอบโต้กันไปมา อย่างไรก็ตามสำหรับการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย กกต.ได้ส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยว อาทิ อัยการสูงสุด โดยรวบรวมเอกสารหลักฐาน ภาพถ่าย บันทึกถ้อยคำของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จำนวนหลายลัง เพื่อให้หน่วยงานนำหลักฐานไปพิจารณาดำเนินการฟ้องร้องต่อไป อาจต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควรกว่าจะยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาลหรืออาจต้องใช้เวลายาวนานเป็นปี

“เต้น” จวกองค์กรอิสระต้นตอขัดแย้ง

ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า คนส่วนใหญ่คงงงเหมือน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ กรณี กกต.เตรียมฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการเลือกตั้ง ทั้งที่การจัดการเลือกตั้งเป็นความรับผิดชอบของ กกต. และถูกขัดขวางโดยกปปส. อีกทั้งน่าสงสัยว่า กกต.อย่างน้อยบางคนรู้เห็นเป็นใจกับการล้มการเลือกตั้งหรือไม่ น่าสังเวชใจที่แกนนำ กปปส.พากันปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง โดยไม่คำนึงถึงหลักฐาน ต่อให้ผู้มีอำนาจพยายามช่วยเหลือ ไม่อาจลบล้างความจริงที่เกิดขึ้นได้ ถ้า กกต.ฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ จริงต้องต่อสู้ตามกระบวนการ เหมือนที่ต่อสู้คดีจำนำข้าว สังคมควรฉุกคิดว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมา การใช้อำนาจโดยไม่อยู่ในหลักการขององค์กรอิสระหลายหน่วยงาน เป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งของความขัดแย้ง ถ้าผู้มีอำนาจยังปล่อยให้ กกต.เลอะเทอะในคดีนี้ หรือให้ผู้ตรวจการแผ่นดินใช้ดุลพินิจเรื่องมติมหาเถรสมาคม (มส.) ขัดหลักกฎหมายและจารีต ในขั้นตอนการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชจนเสี่ยงจะทำให้บานปลาย การพูดถึงการปฏิรูป ปรองดอง สร้างประชาธิปไตยจะไร้ความหมาย ความเสียหายที่เกิดขึ้น คสช.ต้องรับผิดชอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สัญญาณแบบนี้ไม่ได้บอกว่าประเทศกำลังเดินหน้าสู่ความเข้มแข็ง แต่แสดงว่า เราอยู่ในสภาพหลักเสื่อมกันมานานจนเสี่ยงจะพังทั้งระบบ

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    36.1%
  • ไม่ชอบ
    47.1%
  • สนุก
    11.3%
  • ประหลาดใจ
    3.0%
  • เสียใจ
    1.7%
  • ให้กำลังใจ
    0.8%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement