รวบคาตู้รถไฟ หน.แก๊ง มังกรปล้นปืน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

รวบคาตู้รถไฟ หน.แก๊ง มังกรปล้นปืน

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 มี.ค. 2559 05:24
2,499 ครั้ง


รับสิ้นอ้างจะขนอาวุธไปบุกแบงก์ผบ.ตร.ชี้ไม่เกี่ยวอุยกูร์-ก่อการร้ายล็อกอีกคนที่ภูเก็ต-เนรเทศส่งจีน

ตำรวจตะครุบ “เชียง หยาง” หัวหน้าแก๊งมังกรจีน ตัวการวางแผนปล้นร้านปืนย่านวังบูรพา คาขบวนรถไฟระหว่างเข้าจอดสถานีนครสวรรค์ จ่อเผ่นออกนอกประเทศ ผบ.ตร.รุดสอบปากคำ ยืนยันไม่ใช่กลุ่มก่อการร้ายหรือชาวอุยกูร์ ผู้ต้องหาอ้างต้องการปืนไปใช้ก่อเหตุปล้นธนาคารและร้านทอง ขณะที่ รรท.ผบช.น.คุมตัวลูกสมุนชาวจีนทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนส่งฝากขังศาลอาญา ขณะที่ผู้ช่วย ผบ.ตร.ตามล็อกคอคนสุดท้ายได้ที่ จ.ภูเก็ต แต่อ้างไม่มีส่วนพัวพัน

เหตุการณ์คนร้ายชาวจีน 4 คน ก่อเหตุปล้นร้านปืนอินเตอร์อาร์ม เลขที่ 127/17 ศูนย์การค้าสามยอดพลาซ่า ถนนเจริญกรุง แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กทม. แต่ไม่สำเร็จ เมื่อนายปกรณ์ แดงละม้าย อายุ 38 ปี เจ้าของร้านต่อสู้ขัดขืน ก่อนคนร้ายทั้ง 4 ขี่รถ จยย.2 คันหลบหนี แต่ถูก ร.ต.อ.ธวัชชัย ผิวผ่อง รอง สว.จร.สน.พลับพลาไชย 2 และ ด.ต.จรินทร์ สุบรรพวงศ์ ผบ.หมู่ ป.สภ.ปากเกร็ด ผ่านมาประสบเหตุยิงสกัด คนร้ายบาดเจ็บ 3 คน คือนายซัน จุน เหวย อายุ 26 ปี นายหม่า เกิง อายุ 34 ปี และนายวู ซิง จุน อายุ 40 ปี โดยนายวู ซิง จุน เสียชีวิตที่ รพ.กลาง ส่วนนายลี คุน เปง อายุ 26 ปี เพื่อนร่วมแก๊งวิ่งหลบหนีเข้าไปในบ้านร้าง ซอยศิริชัย 1 ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจปิดล้อมจับกุมไว้ได้ พร้อมของกลางปืนบีบีกัน 2 กระบอก วิทยุสื่อสาร 2 เครื่อง จากการสอบสวนขยายผลพบกลุ่มคนร้ายมีนายเชียง หยาง หรือเจิ้น หยาง อายุ 30 ปี เป็นหัวหน้าแก๊ง เจ้าหน้าที่เร่งไล่ล่าจับกุมมาดำเนินคดี

ความคืบหน้าคดีเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 5 มี.ค. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท. พร้อมชุดสืบสวน บก.ทท. ประสาน พล.ต.ต.กัมปนาท โสภโณดร ผบก.ภ.จ.นครสวรรค์ ขอกำลังตำรวจ สภ.เมืองนครสวรรค์ สภ.หนองปลิง และตำรวจรถไฟ เข้าปิดล้อมจุดต่างๆโดยรอบสถานีรถไฟนครสวรรค์ หลังฝ่ายสืบสวน บก.ทท.ได้รับข้อมูลว่ามีบุคคลหน้าคล้ายกับนายเชียง หยาง อยู่ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ตรวจสอบพบว่านายเชียง หยาง ซื้อตั๋วรถไฟสายเชียงใหม่ ขบวนที่ 51 จะถึงสถานีนครสวรรค์ เวลา 02.53 น. จึงวางกำลังจับกุม โดยตำรวจรถไฟนัดแนะแผนการจับกุมกับพนักงานขับรถไฟไว้ล่วงหน้า ทันทีที่รถไฟขบวนดังกล่าวมาถึง เจ้าหน้าที่ตำรวจระดมกำลังบุกเข้าตรวจค้นทั้ง 11 โบกี้ พบนายเชียง หยาง นั่งหลับอยู่โบกี้ที่ 6 ค้นพบหนังสือเดินทางเลขที่ E 28994691 จากนั้นคุมตัวไปสอบสวนที่ กก.1 บก.ทท. มี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. ร่วมตรวจสอบทันที

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า จัดชุดตำรวจท่องเที่ยวติดตามไล่ล่าคนร้าย หลังจากนำตัวนายลี คุน เปง ไปขยายผลสอบปากคำ นำค้นโรงแรมที่พักย่านถนนพระอาทิตย์ ก่อนนำกำลังชุดไล่ล่าจับกุมตัวนายเชียง หยาง หัวหน้าขบวนการได้บนรถไฟสายมุ่งหน้าเชียงใหม่ ให้การว่าจะหลบหนีมุ่งหน้าออกไปทางเชียงราย โดยกลุ่มคนร้ายวางแผนนัดกันมาเจอที่กรุงเทพฯ เพื่อจะปล้นปืนนำกลับไปก่อเหตุที่ประเทศจีน สำหรับกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นชาวจีน จากมณฑลเฮย–หลงเจียง ส่านซี เหอหนาน และมองโกเลียใน

ต่อมาเมื่อเวลา 08.00 น. ที่ บก.ทท. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท. ร่วมสอบปากคำนายเชียง หยาง ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง 30 นาที ภายหลัง พล.ต.อ.จักรทิพย์เปิดเผยว่า นายเชียง หยาง ยอมรับว่าเป็นคนเดียวกับบุคคลตามภาพที่มีการเผยแพร่ตามสื่อต่างๆ และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ยอมรับว่าเกี่ยวข้องทุกขั้นตอน แต่เจ้าตัวแปลกใจว่าทำไมถึงถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเร็วขนาดนี้ พร้อมให้การว่าจะเดินทางไปภาคเหนือ ขณะนี้กำลังเร่งสอบสวนรายละเอียดอื่นๆอยู่ ทั้งที่มาของปืนบีบีกัน มีด ที่นำมาใช้ก่อเหตุ รวมถึงหากได้ปืนไปจะนำไปใช้ก่อเหตุที่ใด ส่วนกระแสข่าวว่าคนร้ายวางแผนไปก่อเหตุที่เมืองพัทยา หรือ จ.ภูเก็ต นั้น ตนยังไม่ทราบ เร่งสอบสวนขยายผลว่ามีคนไทยเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ เบื้องต้นไม่พบว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย หรือเกี่ยวข้องกับชาวอุยกูร์แต่อย่างใด

จากนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.พร้อมคณะทำงานคุมตัวนายเชียง หยาง ไปชี้จุดที่นายเชียง หยาง ให้การว่า นำวิทยุสื่อสารมาทิ้งไว้ที่บริเวณสะพานทางเดินข้ามคลองผดุงกรุงเกษม ฝั่งตรงข้ามกับสถานีรถไฟหัวลำโพง โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์สั่งการให้เจ้าหน้าที่ค้นหาวิทยุสื่อสารภายในคลองมาเป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี ก่อนเจ้าหน้าที่ชุดพนักงานสอบสวนจะคุมตัวนายเชียง หยาง ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่กองบังคับการสืบสวน บช.น.

ส่วนความเคลื่อนไหวที่ สน.สำราญราษฎร์ พ.ต.อ.ชุมพล ชาญชนะโยธิน ผกก.สน.สำราญราษฎร์ และ พ.ต.อ.สุริยา จำนงโชค ผกก. (สอบสวน) สน.สำราญราษฎร์ คุมตัวนายลี คุน เปง และนายหม่า เกิง สองผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุปล้นร้านปืน อินเตอร์อาร์ม ออกจากห้องควบคุมผู้ต้องหาพร้อมนำของกลาง รถ จยย. 2 คัน อาวุธปืนปลอม มีด และอุปกรณ์ที่ใช้ก่อเหตุไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ มี พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. และ พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 ควบคุมการชี้จุด

จุดที่ 1 กลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 4 จอดรถ จยย. 2 คัน ห่างจากร้านปืน 50 เมตร เพื่อรอคำสั่งทางวิทยุสื่อสารจากนายเชียง หยาง หัวหน้าแก๊ง จุดที่ 2 ภายในร้านปืน อินเตอร์อาร์ม นายวู ซิง จุน และนายลี คุน เปง บุกเข้าไปในร้านแล้วเกิดต่อสู้กับเจ้าของร้าน ขณะที่นายซัน จุน เหวย และนายหม่า เกิง ถือปืนยืนคุมเชิงอยู่นอกร้าน เห็นเหตุการณ์จึงเข้าไปช่วยเหลือ หลังก่อเหตุไม่สำเร็จคนร้ายทั้ง 4 วิ่งขึ้นรถ จยย.หลบหนี จุดที่ 3 เป็นจุดที่ ร.ต.อ. ธวัชชัย ผิวผ่อง รอง สว.จร.สน.พลับพลาไชย 2

ผ่านมาประสบเหตุ พบผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย กำลังสตาร์ตรถหลบหนี แต่ปรากฏว่ารถ จยย.คันที่ นายซัน จุน เหวย ขี่ มีนายหม่า เกิง นั่งซ้อนสตาร์ตไม่ติด ระหว่างนั้นผู้ต้องหายกปืนปลอมเล็งใส่ ร.ต.อ.ธวัชชัย ทำให้ ร.ต.อ.ธวัชชัยชักปืนยิงสวนกลับ 2 นัด เป็นเหตุให้กระสุนเข้าช่องท้องนายซัน จุน เหวย 1 นัด และถากหน้าท้องนายหม่า เกิง ได้รับบาดเจ็บ จุดที่ 4 บริเวณไม้กั้นทางออกศูนย์การค้าสามยอดพลาซ่า เมื่อ นายวู ซิง จุน ขี่รถ จยย. พานายลี คุน เปง หลบหนี แต่ถูก ด.ต.จรินทร์ สุบรรพวงศ์ ผบ.หมู่ ป.สภ.ปากเกร็ด ยิงปืน 11 มม.สกัด หลังคนร้ายเล็งปืนใส่ กระทั่งนายวู ซิง จุน ถูกยิงไปเสียชีวิตที่ รพ.กลาง ขณะที่นายลี คุน เปง วิ่งหนีเข้าไปที่บ้านร้าง เลขที่ 372 ซอยศิริชัย 1 ถูกตำรวจ กก.สส.บก.น.6 ล้อมจับกุมไว้ได้

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า ในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ผู้ต้องหาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เจ้าหน้าที่ปฏิบัติไปตามหน้าที่ด้วยความสุจริตใจไม่มีการบังคับ การชี้จุดสอดคล้องกับคำให้การ จากนี้จะนำพยานหลักฐานไปประกอบในสำนวนการสอบสวน กรณีนี้ได้พูดคุยกับทางสถานทูตจีน และฝ่ายสืบสวนแล้วขอยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองและการก่อการร้ายแต่อย่างใด เนื่องจากชาวจีนจะไม่กระทำการเช่นนี้นอกประเทศ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นเรื่องการก่อเหตุอาชญากรรมลัก วิ่ง ชิง ปล้น มากกว่า

พล.ต.ต.ทรงพลกล่าวว่า จากการสอบสวนนายลี คุน เปง และนายหม่า เกิง ให้การว่า ปืนปลอม รถ จยย. มีนายเชียง หยาง หัวหน้าแก๊งเป็นผู้จัดหาให้ วางแผนก่อเหตุที่พัทยา จ.ชลบุรี ส่วนรถ จยย.เช่ามาจาก จ.ชลบุรี กำลังรอผลการตรวจสอบหมายจับจากตำรวจสากลว่าผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เคยก่อคดีใดมาบ้างหรือไม่ เข้าใจว่าแก๊งนี้น่าจะต้องการอาวุธปืนไปสร้างอิทธิพล ตั้งตนเป็นผู้ดูแล ชาวจีนในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งของไทยมากกว่า

จากนั้นพนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ คุมตัวนายซัน จุน เหวย นายลี คุน เปง และนายหม่า เกิง ผู้ต้องหาคดีร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมี และใช้ยานพาหนะกระทำผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ และ พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม ไปฝากขังที่ศาลอาญา คำร้องระบุว่า การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบปากคำพยานอีก 6 ปาก รอผลการตรวจพิสูจน์ ของกลาง จากกองพิสูจน์หลักฐาน และรอผลการการตรวจสอบประวัติการต้องคดีของผู้ต้องหา ขอฝากขังผู้ต้องหา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 5-16 มี.ค.59 และขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากพวกผู้ต้องหาเป็นชาวต่างชาติไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ก่อคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ หากปล่อยชั่วคราวเกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวผู้ต้องหาทั้งสามขึ้นรถไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบประวัตินายลี คุน เปง เป็นทหารหน่วยรบพิเศษ ประเทศจีน เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังประสานไปยังสถานทูตจีนเพื่อขอประวัติว่ายังรับราชการอยู่ หรือออกจากราชการแล้ว ส่วนนายเชียง หยาง หัวหน้าแก๊งพนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ได้ขอศาลอาญาธนบุรี ออกหมายจับเลขที่ 472/1559 ลงวันที่ 5 มี.ค.59 ข้อหาปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธ พยายามฆ่า พกพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และครอบครองวิทยุสื่อสารคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจะนำตัวฝากขังศาลอาญา วันที่ 7 มี.ค.นี้

มีรายงานด้วยว่า จากการสืบสวนนายเชียง หยาง หัวหน้าแก๊ง เป็นผู้พานายวู ซิง จุน และนายซัน จุน เหวย ไปเช่ารถ จยย. 2 คัน ที่ร้านรถเช่าแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี จัดหาซื้อปืนบีบีกันอยู่ใกล้ร้านรถเช่า ก่อนขี่รถ จยย.ไปที่ห้องพักแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เพื่อวางแผนร่วมกับนายลี คุน เปง และนายหม่า เกิง โดยนายเชียง หยาง สั่งการให้นายวู ซิง จุน และนายลี คุน เปง ขโมยป้ายทะเบียนรถ จยย.คันอื่นมาเปลี่ยนตบตาเจ้าหน้าที่ จากนั้นช่วงเย็นวันที่ 3 มี.ค. นายเชียง หยาง สั่งการให้ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ขี่รถ จยย.ไปดูลาดเลา ก่อนจะกลับมาก่อเหตุในวันต่อมา สำหรับวิทยุสื่อสาร ยี่ห้อแฮมเทค คาดว่านายเชียง หยาง ซื้อมาจากร้านค้าย่านซอยทิพย์วารีหรือบ้านหม้อ นอกจากนี้ผู้ต้องหาอ้างว่าต้องการเอาปืนไปใช้ก่อเหตุปล้นธนาคาร และห้างทองที่พัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่

จากการสอบสวนนายเชียง หยาง หัวหน้าแก๊งชาวจีนให้การว่า เดินทางเข้ามาเมืองไทยช่วงปลายเดือน ก.พ. กลุ่มผู้ต้องหาชาวจีนต่างคนต่างเดินทางมาโดยไม่ได้รู้จักกันมาก่อน มีนายซูซู ผู้ต้องหาชาวจีนที่หลบหนีเป็นผู้เปิดโทรศัพท์มือถือ เปิดห้องพักให้ช่วงที่เดินทางไปเมืองพัทยา คาดว่าน่าจะมีการรับงานเข้ามาก่อเหตุในไทย มีผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย เจ้าหน้าที่เร่งจับกุมตัวนายซูซูที่หลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต

ด้านนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากข้อมูลที่มีขณะนี้เป็นเพียงการก่อเหตุอาชญากรรม ยังไม่มีรายงานว่าเกี่ยวข้องกับความมั่นคง ส่วนจะเชื่อมโยงกับประเด็นอื่นๆหรือไม่ ต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ ขอให้มั่นใจว่า กรณีคนต่างชาติเข้ามากระทำความผิดเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบให้ครบทุกมิติ ส่วนมาตรการดูแลและตรวจสอบการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย ของชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยว รวมถึงมาประกอบธุรกิจในประเทศ รัฐบาลกำลังเร่งรัดออกมาอีกหลายมาตรการ โดยความร่วมมือหลายกระทรวง เพื่อให้เกิดความมั่นใจ

ที่ จ.ภูเก็ต พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต กล่าวถึงการประสานข้อมูลจากส่วนกลางและตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต กรณีมีเบาะแสว่าอาจมีผู้ร่วมแก๊งปล้นร้านปืนอยู่ในพื้นที่ จ.ภูเก็ตว่า หลังเกิดเหตุได้รับการประสานข้อมูลจากส่วนกลาง เพื่อให้เฝ้าติดตามพฤติกรรมกลุ่มบุคคลต้องสงสัยที่เป็นชาวจีนในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ที่คาดว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว สั่งการให้ พ.ต.อ.สมคิด บุญรัตน์ ผกก.สส.ภ.จ.ภูเก็ต สืบสวนหาข่าวพร้อมนำกำลังออกตรวจสอบเป้าหมายในพื้นที่ต้องสงสัย มีตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ตร่วมประสานข้อมูลอีกทางหนึ่ง ขณะที่สถานกงสุลจีนที่ตั้งอยู่ใน จ.ภูเก็ต มอบหมายให้ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต จัดกำลังสายตรวจดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชม.เช่นกัน

ความเคลื่อนไหวที่ จ.ภูเก็ต เมื่อเวลา 18.00 น. พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต และ พ.ต.ท.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ สว.สทท.2 กก.5 บก.ทท.ควบคุมตัวนายซูซู อายุ 30 ปี ชาวจีน ที่วิลล่า เมอเดก้า หมู่ 2 ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ไปสอบปากคำที่ห้องประชุม สภ.ถลาง หลังสืบทราบว่านายซูซูอาจมี ส่วนเกี่ยวข้องเปิดการใช้หมายเลขโทรศัพท์มือถือให้กับหนึ่งในผู้ต้องหาชาวจีนที่ร่วมกันก่อเหตุปล้นร้านปืน ใช้เวลาสอบราว 2 ชั่วโมง โดยนายซูซูให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ยอมรับว่าเป็นคนเปิดหมายเลขโทรศัพท์มือถือให้กับเพื่อนจริง แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุดังกล่าว นายซูซูเดินทางเข้าไทยเมื่อวันที่ 30 พ.ค.58 ได้รับอนุญาตให้อยู่ถึงวันที่ 27 ส.ค.59 ทำงานที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งใน อ.ถลาง

พล.ต.ต.ธีระพลกล่าวว่า ขณะนี้นายซูซูยังไม่ใช่ผู้ต้องหา จากนี้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะเพิกถอนวีซ่า เพื่อสืบสวนสอบสวนขยายผลว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ เนื่องจากคดีที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ โดยจะฝากควบคุมตัวไว้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต และในวันที่ 6 มี.ค. จะนำตัวไปที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซอยสวนพลู กรุงเทพฯ เพื่อสอบสวนต่อไป

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    47.1%
  • ไม่ชอบ
    5.9%
  • สนุก
    23.5%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    23.5%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement