วัฒนา ปลื้มลูกสาว กล้าหาญ คุยทหารช่วยพ่อ ถูกเชิญตัวปรับทัศนคติ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

วัฒนา ปลื้มลูกสาว กล้าหาญ คุยทหารช่วยพ่อ ถูกเชิญตัวปรับทัศนคติ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 มี.ค. 2559 15:55
7,056 ครั้ง


วัฒนา เมืองสุข (เสี่ยไก่) สุดปลื้ม 'น้องเฟ' ลูกสาวกล้าหาญ คุยกับ จนท.ทหาร ช่วยพ่อ วันที่เสี่ยไก่ถูกควบคุมตัวไปปรับทัศนคติที่ค่ายทหาร ขณะเดียวกัน ขอขอบคุณ ผู้ใหญ่พรรคเพื่อไทยที่ช่วยเต็มที่ ไม่เช่นนั้นอาจได้ไปกินข้าวฟรี 3-7 วัน แน่ 

วันที่ 5 มี.ค. นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ยอมรับสุดปลื้มลูกสาวอายุ 18 ปีเศษ คุยกับ จนท.ทหารช่วยพ่อ วันถูกบุกมาที่บ้านเชิญตัวไปปรับทัศนคติ

"วีรดา เมืองสุข"

วันนี้ผมจะขอเล่าถึงวีรกรรมของลูกสาวผม ที่ช่วยปกป้องผมจนผ่านพ้นสถานการณ์วิกฤติไปได้ น้องเฟ หรือนางสาววีรดา เมืองสุข ลูกสาวผมเกิดวันที่ 1 ตุลาคม 2540 ขณะนี้อายุ 18 ปีเศษ

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 08.00 น. รปภ.ของหมู่บ้านได้โทรศัพท์มาบอกแม่บ้านผมว่า ทหารจำนวนมากได้บุกเข้ามาในหมู่บ้าน คงจะมาเอาตัวนาย แม่บ้านจึงรีบวิ่งขึ้นมาเคาะประตูบอกผม ซึ่งขณะนั้นผมป่วยยังนอนอยู่ ผมสั่งแม่บ้านซึ่งมีอยู่สองคนให้ล็อกประตูรั้ว ห้ามใครเข้ามา จากนั้นผมรีบส่งข่าวบอกคนที่พรรคและสื่อมวลชนทางไลน์ เพื่อให้ทุกคนทราบสถานการณ์ ตอนนั้นผมได้ยินเสียงออดหน้าบ้านเข้าใจว่า ทหารมากด ผมสั่งให้แม่บ้านไปบอกว่า ผมไม่อยู่ ออกไปจากบ้านแต่เช้าพร้อมลูกสาว ผมกำชับแม่บ้านห้ามเปิดประตูรั้วเด็ดขาด จากนั้นผมจึงรีบโทรศัพท์ติดต่อลูกที่ไปออกกำลังกายที่เมกาบางนา ผมเล่าเหตุการณ์ให้ลูกฟังต้องการให้เค้าหลบข้างนอก ผมกลัวลูกจะไม่ปลอดภัยและจะตกใจถ้าเห็นเหตุการณ์ หลังจากได้ฟังผมพูดลูกผมร้องไห้ด้วยความกลัว แต่แทนที่จะหลบไปตามที่ผมบอก เฟกลับขอกลับบ้านมาหาผม

ประมาณ 08.30 น. คนรถผมชื่อจอมได้ขับรถพาลูกสาวผมเข้ามาในหมู่บ้าน แต่เมื่อเข้ามาในซอยบ้าน คนรถเห็นทหารจับกลุ่มอยู่หน้าบ้าน จึงขับรถเลยไปจอดอีกซอย คงเพราะเป็นห่วงลูกสาวผม ระหว่างนั้นลูกสาวผมถ่ายรูปที่เกิดขึ้นหน้าบ้านแล้วส่งมาให้ผมดู จากนั้นโทรหาผมและร้องไห้ถามผมว่า จะให้เค้าทำต่อไปอย่างไร ผมบอกลูกว่า กำลังติดต่อพรรคและนักข่าวไม่ต้องเป็นห่วงพ่อ อยากให้ลูกช่วยแอบถ่ายรูปทหารไว้เป็นหลักฐานให้มากที่สุด แล้วให้คนรถรีบพาออกไปจากหมู่บ้าน ไม่ต้องเข้ามาหาพ่อเดี๋ยวทหารจะตามลูกเข้ามาในบ้าน น้องเฟบอกผมว่า ทหารเข้าไปในบ้านเต็มไปหมดแล้วพ่อ จากนั้นโทรศัพท์ก็ถูกตัดสาย

ผมมาทราบภายหลังว่า เป็นเพราะทหารบุกมาที่รถคันที่ลูกสาวผมนั่งอยู่ ที่จอดอยู่ในซอยถัดไป ลูกสาวผมเลยรีบตัดสาย ทหารสอบถามคนรถว่า ผมอยู่ไหน คนรถโกหกทหารว่า นี่ไม่ใช่รถผม เค้าพาลูกเจ้านายมาหาเพื่อนที่อยู่ในหมู่บ้านนี้เท่านั้น แต่ทหารไม่เชื่อ คงเพราะสืบมาล่วงหน้าแล้วว่า ผมใช้รถหมายเลขทะเบียนอะไร และเคยแอบเข้ามาถ่ายรูปไปหลายครั้งแล้ว ทหารหาว่า คนรถผมโกหก เจ้าหน้าที่จึงสั่งให้ลงจากรถจะนำตัวขึ้นรถจี๊ปทหารไปสอบสวน ลูกสาวผมจึงตัดสินใจบอกกับคนรถว่า "พี่จอมไม่ต้อง เดี๋ยวเค้าทำร้ายพี่จอม เฟจะไปเอง" น้องเฟจึงลงจากรถจะไปขึ้นรถจี๊ปทหาร แต่คนรถกลัวลูกสาวผมจะไม่ปลอดภัย จึงต่อรองขอขับรถพาน้องเฟกลับบ้านด้วยตัวเอง ปรากฏว่า ทหารยอม จึงขับรถจี๊ปทหารประกบรถลูกสาวผมพากลับมาที่บ้าน

มาถึงบ้าน น้องเฟขอเข้าบ้านเพื่อเข้าห้องน้ำ ลูกผมสั่งให้แม่บ้านปิดประตูบ้าน แต่แม่บ้านไม่กล้า ขณะนั้นแม่บ้านผมเปิดประตูบ้านที่ชั้นล่างให้ทหารแล้ว ทราบภายหลังว่าถูกทหารขู่ว่า ถ้าไม่เปิดประตูให้จะถูกจับไปด้วยอีกคน ผมเชื่อว่า ถ้าน้องเฟไม่กลับมาแม่บ้านคงจะพาทหารมาเอาตัวผมไปจากห้องนอนแน่ เพราะเธอย่อมกลัวทหารเป็นธรรมดา แม้จะกลัวเพียงไรก็ตาม น้องเฟก็ได้ออกไปนั่งคุยกับทหารที่โต๊ะรับแขกที่สนามหน้าบ้านเพื่อถ่วงเวลาไม่ให้พ่อโดนจับ เฟขอให้ทหารออกไปรอนอกรั้วบ้าน แต่ทหารไม่ยอมออก ยังตรึงกำลังอยู่หน้าประตูบ้าน อย่างไรก็ตาม เฟยืนยันไม่ยอมให้ทหารเข้ามาในบ้าน ให้รอที่โต๊ะรับแขกที่สนามหน้าประตูบ้านแทน ในขณะเดียวกันก็แอบส่งรูปทหารให้ผม น้องเฟเล่าว่า เธอขอทหารเข้ามาในบ้านเพื่อเข้าห้องน้ำและขอปิดประตูหน้าบ้านเพื่อความปลอดภัย จากนั้นเฟก็วิ่งขึ้นมาหาผมที่ห้องนอนเพื่อปรึกษา ลูกสาวผมยังร้องไห้บอกว่า เฟกลัว ระหว่างนั้นสถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไป

ประมาณเกือบ 10.00 น. นักข่าวเริ่มมาพร้อมที่หน้าหมู่บ้าน แต่ถูกทหารกันห้ามเข้า ไม่มีใครสามารถเข้ามาในหมู่บ้านได้เลย แต่มีคุณสาโรจน์ หงษ์ชูเวช รองผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย หลุดรอดเข้ามาหาผมที่บ้านได้ สาโรจน์ บอก รปภ.ว่า มาบ้านเลขที่ 84 ทหารคิดว่าเป็นคนในหมู่บ้านเลยปล่อยเข้ามา ผมทราบว่า คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง ก็กำลังตามมาด้วย แต่ยังติดไฟแดงที่สี่แยกอ่อนนุช ส่วนหลายท่านที่ผมไม่ได้เอ่ยนามกำลังประสานนักข่าว องค์กรทั้งภายในและต่างประเทศเพื่อจะช่วยผม เมื่อผมทราบว่านักข่าว ผู้ใหญ่ในพรรคมาพร้อมที่จะอยู่เป็นเพื่อนและให้คำแนะนำลูกสาวผมได้ ผมจึงหมดห่วงและบอกให้ลูกสาวแจ้งทหารไปว่า ขอเวลา 15 นาที เพื่อเตรียมตัว จากนั้นผมรีบแต่งตัว ลงมาทานอาหารและกินยาหลังอาหาร เมื่อเรียบร้อยแล้วผมจึงออกไปพบทหารที่หน้าบ้าน และถูกควบคุมตัวขึ้นรถตู้ปิดทับกระจกและทะเบียน นำตัวผมไปโดยผมไม่ทราบจุดหมายปลายทาง

ก่อนขึ้นรถเจ้าหน้าที่ขอยึดเครื่องมือสื่อสารของผมอ้างว่า ห้ามนำติดตัวไป ผมจึงเอาโทรศัพท์สองเครื่องมอบให้น้องเฟถือไว้ สั่งลูกว่า เฉพาะพ่อคนเดียวเท่านั้นที่จะขอโทรศัพท์คืนจากลูกได้ ลูกผมจะขอนั่งรถตู้มากับผมแต่ทหารไม่อนุญาต เฟจึงนั่งรถส่วนตัวผมติดตามรถตู้มา เมื่อรถออกจากหมู่บ้านนักข่าวพยายามติดตามรถตู้ที่ผมนั่งมา แต่มีการสั่งการให้สกัดอย่าให้ตามได้ ผมมองลอดกระจกเห็นรถตู้ขับเข้ามาในกองพลทหารราบที่ 1 ผมจำได้เพราะเข้ามาเตะบอลบ่อยคิดว่า ทหารจะเอาตัวผมมาเก็บไว้ที่นี่ แต่ในที่สุดก็พาผมออกจาก ร 1 ทางด้านหลังผ่านซอยสายลม พาทะลุข้ามทางรถไฟมาที่ มทบ. 11 อันเป็นสถานที่ควบคุมตัวผมแต่ไม่มีรถนักข่าวสามารถติดตามมาได้ ผมยังไม่เข้าใจจนบัดนี้ว่าทำไมทหารจึงต้องพาผมหลบหนีนักข่าว

ผมมาถึง มทบ. 11 เวลา 11.30 น. ตรวจเช็กร่างกายและถูกส่งมาควบคุมในห้องสี่เหลี่ยมขนาด 5x8 เมตร มีนายทหารมาคุยกับผมสองชุด ทุกคนต่างปฏิบัติตัวและพูดคุยกับผมอย่างสุภาพ จนกระทั่งเวลา 21.30 น. มีเจ้าหน้าที่เข้ามาพบผมที่ห้องบอกว่าจะพาผมไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.นางเลิ้ง จากนั้นทหารจะส่งผมกลับบ้าน รถตู้คันเดิมแต่คราวนี้ไม่ปิดทับป้ายทะเบียนและกระจกได้พาผมมาถึง สน.นางเลิ้ง ประมาณ 22.10 น. ผมถูกพิมพ์มือทำประวัติอาชญากร ถูกแจ้งข้อหา เสร็จแล้วเจ้าหน้าที่อนุญาตให้ผมกลับบ้านโดยให้ไปประกันตัวที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ในเวลา 09.30 น. รถตู้คันเดิมก็ได้พาผมกลับมาส่งบ้าน

ระหว่างทางกลับ หัวหน้าชุดที่มียศเป็นร้อยโทได้นำโทรศัพท์มือถือรุ่นโบราณที่โทรเข้าออกได้อย่างเดียว ใส่ไว้ในถุงพลาสติกมามอบให้ผมบอกว่า ลูกสาวท่านเอามาฝากไว้ให้เผื่อติดต่อ ผมรับไว้ด้วยความงงแต่ไม่ได้พูดอะไร หัวหน้าชุดได้ชวนผมคุยแล้วพูดขึ้นว่า "ถ้าลูกผมได้เศษหนึ่งของลูกสาวท่าน ผมคงภูมิใจและมีความสุขมาก ลูกสาวท่านเก่งและกล้าหาญมาก ไม่ได้แสดงความกลัวพวกผมเลย" นี่คือคำพูดที่ผมได้ฟังมา ผมถามว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร เค้าให้ผมไปถามลูกผมเอง คำพูดสุดท้ายที่ผมได้ยินก่อนถึงบ้านคือ "ลูกกับพ่อนิสัยเหมือนกันจริงๆ" ผมมาถึงบ้านประมาณ 23.10 น.

ผมถามน้องเฟว่า เอาโทรศัพท์อะไรไปฝากให้พ่อ ลูกเล่าให้ฟังว่า มีทหารในรถจี๊ปขับมาที่บ้านบอกว่าผมให้มาเอาโทรศัพท์ไว้ติดต่อเพราะเบอร์ต่างๆ ถูกบันทึกไว้ในเครื่อง ลูกสาวผมไปขอโทรศัพท์มือถือแบบเติมเงินของแม่บ้าน โทรศัพท์สั่งเลขาผมให้เติมเงินให้เพราะแม่บ้านไม่มีเงิน แล้วเอาโทรศัพท์ของแม่บ้านฝากไปให้ผม เฟบอกว่า คุณพ่อรู้เบอร์เฟมีอะไรให้คุณพ่อโทรมาหา เฟรู้รหัสของพ่อจะหาข้อมูลให้พ่อเอง โทรศัพท์เครื่องนั้นคือเครื่องที่ทหารคืนให้ผมในรถแต่บอกว่า ลูกสาวผมเอามาฝากไว้ซึ่งไม่จริง ความจริงคือลูกผมไม่เชื่อที่ทหารบอกเค้าเลยเอาโทรศัพท์แม่บ้านส่งไปแทน

ผมถามลูกว่า ลูกคุยอะไรกับพวกเค้า เฟเล่าให้ฟังว่า เฟถูกทหารกดดันถามที่อยู่พ่อ เฟบอกทหารไปว่า "น้าทำหน้าที่ของน้า หนูทำหน้าที่ของหนู หนูเป็นลูกหนูไม่บอก" ผมเข้าใจว่าหัวหน้าชุดคนนั้นคงมีลูกสาวในวัยใกล้เคียงกับเฟจึงอาจจะมีความเอ็นดู หรือ เมตตาจึงไม่ใช้กำลังบุกเข้ามา หรืออาจจะไม่แน่ใจว่าผมอาจออกไปพร้อมกับลูกตั้งแต่เช้าแล้วก็เป็นได้ ผมถามลูกว่า เฟได้ร้องไห้หรือเปล่า เพราะทุกครั้งที่พูดกับผมหรือแอบขึ้นมาหาผมเฟจะร้องไห้และบอกหนูกลัว เฟบอกพ่อว่าหนูร้องกับพ่อแต่ไม่ร้องกับคนอื่น นั่นคงเป็นที่มาของคำพูดที่ว่าลูกสาวผมกล้าหาญมาก และไม่กลัวใคร นี่ถ้าพวกนั้นรู้ว่า ลูกผมแอบร้องไห้กับผมคงไม่พูดแบบนั้นออกมา น้องเฟเล่าให้ผมฟังว่าถ้าผมไม่กลับบ้าน ในวันที่ 3 มีนาคม เวลา 09.00 น. เฟจะทวงพ่อคืนที่ทำเนียบรัฐบาล ถ้าไม่ได้คืนเวลา 10.00 น. เฟจะไปที่ UN ขอให้ช่วยติดตามผม โชคดีที่พ่อกลับมาไม่งั้นเฟต้องไปตามหาพ่อ

ผมขอขอบคุณพี่น้องประชาชน พี่น้องสื่อมวลชน ท่านนายกฯ ยิ่งลักษณ์ พรรคเพื่อไทย พี่อ้วนหรือเลขาภูมิธรรม กลุ่มประชาธิปไตยใหม่ คณาจารย์ในมหาวิทยาลัย องค์กรต่างๆ เพื่อนๆ พี่น้องในพรรคเพื่อไทยทุกท่านที่ผมอาจจะเอ่ยนามไม่หมด ที่ช่วยกันทุกทางทั้งการเผยแพร่ข้อมูล ติดตามและเรียกร้องให้ปล่อยตัวผมจนทำให้ผมได้รับอิสรภาพอย่างรวดเร็ว ฟังคำให้สัมภาษณ์ของผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้อง ผมน่าจะได้กินข้าวฟรีอย่างน้อย 3-7 วัน แต่ก็ได้กลับในวันเดียวกันนั้น

สำหรับผู้ที่มีลูกทุกท่านคงจะมีความสุขเหมือนกับผม แต่เชื่อผมเถิดว่าลูกทุกคนล้วนรักพ่อแม่และพร้อมจะปกป้องพ่อแม่ของตัวเองทั้งสิ้น ลูกผมไม่ได้ฉลาดกว่าเด็กอื่น แต่เป็นเพราะประสบการณ์ที่ลูกผมเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาหลายครั้ง ตั้งแต่ปี 2549 จนถึงบัดนี้เหตุการณ์ทำนองเดียวกันเกิดกับผมมา 4 ครั้งแล้ว เลยทำให้เฟมีประสบการณ์ ไม่เช่นนั้นคงมอบโทรศัพท์ให้ไป ป่านนี้ข้อมูลในโทรศัพท์ผมคงถูกเจาะไปเรียบร้อยแล้ว ผมลืมบอกไปว่าชื่อลูกสาวคือ "วีรดา" ผมเป็นคนตั้งให้ลูกเอง แปลว่า "ความกล้าหาญ" ครับ

วัฒนา เมืองสุข
5 มีนาคม 2559

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    77.2%
  • ไม่ชอบ
    3.0%
  • สนุก
    1.5%
  • ประหลาดใจ
    11.1%
  • เสียใจ
    1.9%
  • ให้กำลังใจ
    5.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement