เปลือยชีวิต 360 องศา เจ้าชายวงการโยคะเมืองไทย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

เปลือยชีวิต 360 องศา เจ้าชายวงการโยคะเมืองไทย

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 มี.ค. 2559 05:45
3,957 ครั้ง


“เอกเป็นคนไม่เอาใจคนเลย เป็นคนพูดตรงๆ สิ่งหนึ่งที่เอกบอกกับครูทุกคนตลอดคืออย่าคิดว่าอยากมีชื่อเสียง และพยายามทำตัวเองให้มีชื่อเสียงโด่งดัง เพราะคุณจะไม่ได้ เอกไม่ได้บอกว่าตัวเองดังหรือไม่ดัง แต่กว่าคนจะรู้จักครูเอกอย่างทุกวันนี้ ต้องใช้เวลา 10 กว่าปี แต่ใครจะรู้ไหมว่าทุกวันนี้เอกทำงานตั้งแต่ 7 โมงครึ่ง ถึง 4 ทุ่มครึ่ง โดยที่เอกไม่เคยพูดคำว่าเหนื่อยเลย!!”...“ครูเอก– พงศ์พิพัฒน์ เกียรติประพิณ” กูรูโยคะดังที่สุดในวินาทีนี้ พรั่งพรูความในใจ แต่ถึงจะมาดเข้มแบบนี้ แต่ครูเอกก็มัดใจป้าๆด้วยเสน่ห์จากลักยิ้ม และความจริงใจเกินร้อย


ในวงการโยคะเมืองไทยรู้จักชื่อเสียงของ “ครูเอก” ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งสตูดิโอ “โยคะ แอนด์ มี” แต่จะมีสักกี่คนที่เคยได้ยินเบื้องหลังชีวิตของครูเอก ก่อนจะโลดแล่นเข้าสู่วงการโยคะ...“เอกจบคณะวิทยาศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีชนบท จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตอนเรียนรู้ตัวว่าไม่ชอบสาขานี้ เพราะใจจริงอยากเป็นหมอ หลังเรียนจบรู้อย่างเดียวว่าเราชอบออกกำลังกายและคงไม่ทำงานสายที่เรียนมา พอดีมีเพื่อนชวนมาเป็นรีเทลขายยาที่ “โนวาร์ตีส ไทยแลนด์” เอกไม่รู้เรื่องยาเลย แต่เห็นว่ารายได้ดีเลยทำ ตอนสอบสัมภาษณ์ เอกบอกตรงๆว่าไม่ได้จบเภสัช แต่เชื่อว่าไม่ใช่เรื่องยากที่จะศึกษา เพราะเอกเป็นเด็กสายวิทย์ เขาก็ให้เอกลองขายของ ตอนนั้นเอกขายหมาโชว์ เพราะที่บ้านทำฟาร์มเลี้ยงหมา เขาคงชอบที่เอกยิ้มแย้มแจ่มใส ก็เลยได้งานนี้ ทำอยู่หนึ่งปีเต็ม ไม่รู้สึกว่ายาก แต่เครียดที่ต้องพรีเซนต์งาน การเข้าหาหมอก็ยากมาก ไม่รู้จะเริ่มต้นคุยยังไง แต่ละโรงพยาบาลจะมีรีเทลยาไปนั่งรอเยอะ เอกเลยหาวิธีอื่น ตั้งต้นจากสิ่งที่เราชอบคือชอบกินน้ำส้ม และมีน้ำส้มเจ้าเด็ดที่คั้นอร่อยมาก เอกซื้อที 30 ขวด แล้วติดสติกเกอร์โปรดักส์ของเอกที่ขวดน้ำส้ม เอาไปตั้งให้คุณหมอทุกเช้า สุดท้ายหมอก็จำได้ว่านี่คือน้องน้ำส้ม เอกเพิ่งเรียนจบใหม่ๆมีรายได้เดือนละ 5-6 หมื่นบาท ถือว่าเยอะมาก ตอนนั้นไม่ต้องขอเงินที่บ้านแล้ว แต่กลับรู้สึกเบื่อ เลยบินไปเรียนภาษาที่อังกฤษ 5-6 เดือน พอดีกลุ่มเพื่อนหรีดงานฟุตบอลประเพณีที่ธรรมศาสตร์ไปทำงานเป็นเออีที่คลิกเรดิโอ ก็ชวนกันเข้าไปทำ เอกจึงย้ายสายงานมาเป็นเออีขายโฆษณาคลื่นวิทยุ”


ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นนักขายมือทองมาก่อน

บอกตรงๆไม่เคยชอบงานขาย แต่คิดว่าคงมีคุณสมบัติบางอย่างที่คนเอ็นดูได้ง่าย ทำให้ทำงานขายได้ดี เอกไม่เคยสปอยล์ลูกค้า จะยึดตามหลักเหตุผล เอกทำอยู่คลิกเรดิโอได้ 4-5 ปี ระหว่างนั้นก็มีโยคะร้อนเข้ามาเมืองไทย


จากนักขายโฆษณา ผันตัวเข้าสู่วงการโยคะได้ยังไง

คือเอกเป็นคนชอบออกกำลังกายมาก แต่ตอนหลังเริ่มเบื่อตีแบด เพราะนัดเพื่อนยาก เลยมองหากีฬาอย่างอื่น ช่วงนั้นมีโยคะร้อนเข้ามาเมืองไทยใหม่ๆ คือแอบโซลูทโยคะ ออฟฟิศคลิกเรดิโออยู่อาร์ซีเอ เลิกงานปั๊บเอกก็นั่งมอเตอร์ไซค์ไปทองหล่อเล่นโยคะทุกวัน ตอนหลังย้ายไปอยู่อาร์เอสก็ยังเล่นโยคะต่อเนื่อง

ฉายแววโดดเด่นขนาดไหน ถึงได้รับการชักชวนเป็นครูโยคะ

เมื่อ 13 ปีที่แล้ว บิแครมโยคะ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของโยคะร้อน จัดประกวดชิงแชมป์ประเทศไทย เอกเรียนได้ 2-3 ปี ทางแอบโซลูทโยคะเห็นแววในตัว ก็เลยส่งเข้าประกวด โดยเขาเทรนให้หมดทุกอย่าง บอกตรงๆว่าเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยชอบ เพราะต้องไปยืนต่อหน้าคนอื่น แต่รับปากแล้วก็ทำเต็มที่ ปรากฏว่าได้รางวัลที่สองของเมืองไทย ที่จริงเขาให้ไปประกวดชิงแชมป์โลกที่อเมริกา แต่ไม่ออกค่าใช้จ่ายให้ เราเลยไม่ไป จากตรงนั้นเป็นจุดเริ่มต้นให้เข้าวงการนี้ เพราะทางแอบโซลูทเริ่มมองหาครูโยคะคนไทยรุ่นแรก เขาชวนเอกมาเป็นครู ระหว่างนั้นเอกยังทำอยู่ที่อาร์เอสด้วย แต่เริ่มอิ่มตัวจากงาน ก็เลยขอเวลาอาร์เอสครึ่งวันมาเทรนเป็นครูสอนโยคะ ลองคำนวณว่าถ้าสอนโยคะอย่างเดียวจะพอเลี้ยงตัวเองไหม เริ่มต้นได้คลาสละ 700 บาท วันหนึ่งสอน 3 คลาส อาทิตย์หนึ่งสอน 5-6 วัน เดือนหนึ่งมีรายได้ 50,000 บาท ถือว่าอยู่ได้แม้จะไม่เยอะเท่าเออี พอเทรนจบ 2 เดือน ตัดสินใจลาออกมาเป็นครูโยคะเต็มตัว


เคยเจอเหตุการณ์แปลกๆ หรือนักเรียนลองดีไหมคะ

เยอะมาก เราถูกแล้วโดนด่าก็เคย เป็นนักเรียนผู้ชาย อันนี้สอนให้เอกรู้ว่าต้องฝึกดูนักเรียน ไม่ใช่แค่ดูร่างกายให้ออก แต่ต้องดูบุคลิกภาพของนักเรียนด้วย คือบางคนไม่ชอบโดนจี้ให้ทำบ่อยๆ เอกโดนว้ากเลยว่าจะอะไรกันนักกันหนากลางคลาส ใจตกไปที่ตาตุ่ม แต่เอกต้องรันคลาสต่อ เอกไม่ได้โกรธเค้าเลย แต่โกรธตัวเองว่าไปจี้เขามากไปหรือเปล่า ตอนสอนใหม่ๆเอกยังอ่านร่างกายคนไม่ออก ไม่รู้ลิมิตนักเรียน

เท่าที่คลุกคลีอยู่กับโยคะ 13 ปี โยคะเป็นศาสตร์ที่มีความซับซ้อนลึกซึ้งขนาดไหน

โยคะมีเป็นหมื่นท่า เอกฝึกมาแล้วทุกแขนง โดยเริ่มสอนจากฮอตโยคะ ทำให้ค้นพบว่าในแต่ละแขนงมีพื้นฐานท่าไม่แตกต่างกัน แต่วิธีการมีได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ บางวิธีก็ไม่เหมาะกับคนแบบนี้ อย่างคนตัวอ่อนๆ อาจเหมาะกับบางวิธีมากกว่าคนตัวแข็ง อย่างฮอตโยคะ เอกนั่งวิเคราะห์ว่าทำไมคนชอบเล่น เขาคิดมาดีแล้วว่า อะไรที่ง่ายสำหรับคนฝึกใหม่ คนที่เริ่มต้นเล่นโยคะใหม่ๆ ใช้กล้ามเนื้อไม่ถูกร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก บางทีฟีลบางทีก็ไม่ฟีล เขาเลยเอาความร้อนเข้ามาช่วยเพื่อให้รู้สึกว่ามันง่าย จะได้ฟีลจากการได้เหงื่อ


โยคะสำหรับครูเอกคืออะไร ความสุขจากการเล่นโยคะอยู่ตรงไหน

มันเปลี่ยนตลอดเรื่อยๆ เอกสอนโยคะมา 10 ปี ไม่เคยตั้งค่ากับโยคะเลย ไม่เคยคาดหวังกับมันว่าต้องได้สมาธิได้อะไร เอกเข้าไปฝึกตั้งแต่วันแรกก็แบงก์ๆไม่คิดว่าต้องได้อะไร รู้แต่ว่าต้องอยู่ในคลาสให้จบ ต้องฟังสิ่งที่ครูพูดทุกคำพูด เอกแค่ถามตัวเองว่าเราฟังครูพูดทุกคำพูดจริงๆหรือเปล่า วันนี้โยคะสำหรับเอกมันคือสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันตลอด เอกต้องทำโยคะทุกวัน จะทำเป็นการออกกำลังกายก็ได้ ทำเป็นการทำสมาธิก็ได้ ทำเพื่อรักษาโรคภัยไข้เจ็บ แต่สำหรับเอกมันเหมือนการแปรงฟัน ถ้าไม่แปรงจะรู้สึกแย่ ตอนนี้เอกทำโยคะช่วงไหนก็ได้ สมัยแรกๆเอกต้องทำโยคะตอนเช้าเท่านั้น ต้องตื่นตีห้า-หกโมง มาฝึกสองชั่วโมง แล้วก็เหนื่อยหลับไป รอสอนโยคะต่อ เอกเคยกินแต่อาหารมังสวิรัติ เคยอยากไปอยู่อินเดียฝึกโยคะอย่างเดียว คือเอกทำอะไรสุดโต่งมาหมดแล้ว แต่สุดท้ายก็ถามตัวเองว่าไอ้จุดที่พอดีมันตรงไหน ที่อินเดียเขาตื่นแต่เช้ามาฝึกได้ เพราะไม่ต้องทำงาน แต่ถ้าเราตื่นแต่เช้ามาฝึกทุกวัน แล้วต้องสอนต้องทำงานด้วย ชีวิตคงพัง เอกใช้เวลา 3-4 ปีกว่าจะค้นหาตัวเองเจอว่าสมดุลชีวิตอยู่ตรงไหน


ครูเอกสอนคนดังๆมาเยอะ มีใครบ้างที่สวยเป๊ะด้วยฝีมือครูเอก

มีคนในวงการบันเทิงเรียนกับเอกเยอะครับ แต่เรียนสม่ำเสมอคือ ชมพู่-อารยา กับกาละแมร์ ตลอด 10 ปี เอกไม่เคยสอนไพรเวทคลาสเลย เพราะที่เก่าไม่ให้สอน แต่พอมาเปิดโยคะ แอนด์ มี ชมพู่-อารยาเป็นคนแรกที่อยากให้สอนไพรเวทคลาสที่บ้าน เอกเลยไปสอนให้ แต่ก็รับไม่ได้มาก เพราะตารางแน่นจริงๆ ตั้งแต่ 7 โมงครึ่ง ถึงสี่ทุ่มครึ่ง


มีคนเม้าท์ว่าถ้าไม่เด่นไม่ดัง ครูเอกไม่สอน และไพรเวทคลาสคิดครั้งละ 5,000 บาท

ไม่จริงเลย เอกคิดชมพู่ครั้งละ 2,000-2,500 บาทเท่านั้น ก็เอาไปพูดกันเกินไป

เคยรู้สึกอิ่มตัวกับอาชีพนี้ไหม

มีอยู่ช่วงหนึ่ง เอกเฟดตัวเองออกจากแอบโซลูทโยคะ หลังสอนมาได้ 6-7 ปี รู้สึกว่ามันหนักมาก เมื่อก่อนเอกสอน 3 คลาส สอนเช้าเสร็จบ่ายว่าง เอกก็มีเวลาไปฝึกโยคะและทำโน่นทำนี่ ตอนหลังๆเริ่มขยายสาขาเยอะ เอกต้องวิ่งรอกเช้าบ่ายๆทำงานเหมือนอุตสาหกรรม เอกเริ่มทำงานเยอะพักผ่อนน้อย เริ่มป่วยเข้าโรงพยาบาล ทำให้เอกต้องถามตัวเองว่าเรายังชอบสอนไหม ก็ได้คำตอบว่าเอกชอบสอน เวลาอยู่ในคลาสเหมือนองค์ลง จะมีความสุขมากที่ได้สอน รู้สึกโล่งมาก แต่ทำไมตื่นมาเริ่มมีความรู้สึกไม่อยากไปทำงาน แต่ถ้าเราไม่สอนต่อแล้วจะไปทำอะไรกิน กลับไปทำงานออฟฟิศคงไม่ได้ เพราะเรามาไกลแล้ว พอดีพี่ๆที่อาร์เอสดึงกลับมาทำทีวีดาวเทียมช่อง 8 เอกเลยขอสอนพาร์ตไทม์ จนวันหนึ่งพี่อ้อโทร.หาเอกว่าถ้าจะเปิดสตูดิโอโยคะ เอกจะมาร่วมทุนด้วยไหม นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของ “โยคะ แอนด์ มี”


“โยคะ แอนด์ มี” แตกต่างจากโยคะที่อื่นยังไง

โยคะจริงๆทำเพื่อสุขภาพ มากกว่าแค่การลดน้ำหนัก เพราะประโยชน์ลึกๆของโยคะเป็นเรื่องการปรับสมดุลร่างกาย เราจะเน้นคนที่จับต้องได้ เรียนแล้วต้องรู้สึกไม่ยากเกินไป ทุกวันนี้คนหันมาใส่ใจสุขภาพ ทุกคลาสก็ต้องเน้นเรื่องการดูแลสุขภาพ 80% ของโยคะ แอนด์ มี จะเป็นคลาสพื้นฐาน คนที่เล่นโยคะมา 5-10 ปี ยังถือเป็นนักเรียนพื้นฐาน โยคะยุคใหม่ต้องสอนให้ทุกคนรู้จักตัวเอง คุณพับตัวได้เหมือนคนอื่น วิธีการพับเหมือนกันแต่พับได้ไม่เท่ากัน เขาจะรู้สึกว่าวันนี้พับไม่ได้ไม่เป็นไร วันหน้าค่อยมาใหม่เดี๋ยวก็พับได้เยอะขึ้น ไม่ว่าคลาสไหนก็ตามเราเน้นเรื่องการดูแลสุขภาพ ปัจจุบันทุกคนมีปัญหาสุขภาพมากๆ การฝึกโยคะเป็นเหมือนยาอายุวัฒนะ ฝึกแล้วดีต่อสุขภาพ หลังจากเลิกคลาสต้องสบายตัว ฝึกโยคะแล้วต้องรู้จักสังเกตร่างกายตัวเอง มากกว่าจะมองแต่เพื่อนข้างหน้าแล้วทำตาม


ได้ข่าวว่าครูเอกจะโกอินเตอร์แล้ว แฟนๆคงร้องระงม

เอกมีโอกาสได้ไปสอนบ้านซีเล็คทูน่า เขาเป็นเจ้าของทีมฟุตบอลเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ ซึ่งพยายามเอาขึ้นพรีเมียร์ลีก เขาสนใจอยากเอาโยคะไปทำกับทีมฟุตบอล เพื่อช่วยพัฒนานักบอล ก็เลยชวนเอกไปฝึก ในวงการกีฬาโลกเอาโยคะไปใช้ประโยชน์เยอะมาก กำลังคุยกันอยู่ว่าเอกจะบินไปอยู่ที่อังกฤษสัก 2 เดือนได้ไหม.

ทีมข่าวหน้าสตรี

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    100.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement