บิ๊กป้อมกลัวเสียของ ไม่ขัดคสช.นั่งส.ว. กับสาขาอาชีพอื่น - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

บิ๊กป้อมกลัวเสียของ ไม่ขัดคสช.นั่งส.ว. กับสาขาอาชีพอื่น

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 มี.ค. 2559 04:01
3,652 ครั้ง


“บิ๊กป้อม” ดอดคุยนอกรอบนายกฯ แบะท่าส่ง คสช.คุมเกมสภาสูงช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี “ต้องช่วยไปทำ ไม่เช่นนั้นจะบอกว่าเสียของ” ปัด ส.ว.ลากตั้งไม่มีสิทธิโหวตจิ้มตัวนายกฯ “วิษณุ” ส่งร่างแก้ไข รธน.57 ถึงมือ สนช.แล้ว “บิ๊กตู่” เรียกแม่น้ำ 5 สายตรวจการบ้าน ลั่นร่าง รธน.ไม่เห็นสืบทอดอำนาจตรงไหน จี้กลุ่มเคลื่อนไหวทั้งใน-นอก หยุดเดินเกมโลกล้อมประเทศ ทำลายแผ่นดินเกิด กวักมือให้กลับมาสู้คดี กรธ.รับหน้าชื่นซื้อเวลาเคาะที่มา ส.ว.ไว้นาทีสุดท้าย พท.ตอกมองมุมไหนก็จ้องกรุยทางเครือข่ายต่อท่ออำนาจ “ลดาวัลลิ์” เย้ยควรทบทวนตัวเองทำไมโลกถึงเมิน “นิพิฏฐ์” ย้ำ กรธ.ทำตามใบสั่ง คสช. “บิ๊กป๊อก” เชื่อผ่านช่วงราหูทับดวงเมืองไปได้ “ปู” งงทำตามกฎหมายแต่กลับถูก กกต.ฟ้องเอาผิดได้ไง กปปส.ไม่ยอมขู่ร้อง ป.ป.ช.ฟัน กกต.-อดีตรัฐบาล “ประวิตร” ปัดปม “พะจุณณ์” ร้าวลึก

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมาสำทับแนวคิดให้มี ส.ว.สรรหาคอยคุมเกมในช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ออกตัวว่าเป็นไปได้ที่จะมี คสช.เข้าไปร่วมเป็น ส.ว.สรรหาด้วย

เรียก “ประวิตร–พรเพชร” คุยนอกรอบ

เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้หารือนอกรอบกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม และนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นนายพรเพชรให้สัมภาษณ์ว่า ไม่มีการหยิบยกข้อเสนอให้มีแต่ ส.ว.สรรหาเพื่อคุมสถานการณ์ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีขึ้นมาพูดคุย และข้อเสนอให้ ส.ว.สรรหามีสิทธิโหวตเลือกนายกฯก็ไม่เคยได้ยิน ทุกอย่างต้องเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ข้อเสนอนี้จะเป็นไปได้หรือไม่ต้องไปถามนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เพราะไม่ใช่ประเด็นของตนแล้ว ความเห็น สนช.ที่เสนอให้มี ส.ว.สรรหาถือว่าจบไปแล้ว

แบะท่าส่ง คสช.คอยคุมเกมสภาสูง

ด้าน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นการคุยเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับงาน ส่วนที่กังวลว่า ส.ว.สรรหาจะมีส่วนร่วมโหวตเลือกนายกฯนั้น ยืนยันว่าไม่สามารถโหวตได้ แต่ต้องการให้เข้าไปดูแลงานด้านยุทธศาสตร์และการปฏิรูป รวมถึงงาน ส.ว.ปกติ เรื่องนี้เป็นความคิดส่วนตัวของตน ไม่ใช่ความคิดคสช. เพราะกลัวว่าจะไม่เป็นไปตามยุทธศาสตร์และการปฏิรูป เมื่อถามว่า คสช.จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ ส.ว.สรรหาด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า แล้วแต่ ก็ต้องช่วยไปทำ ไม่เช่นนั้นจะบอกว่าเสียของ เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่า คสช.จะกลายสภาพเป็น ส.ว. พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยังไม่รู้ การคัดเลือก ส.ว.ต้องตั้งคณะกรรมการคัดสรรขึ้นมา แต่จะเป็นหน่วยงานไหนคงต้องว่าในรายละเอียด เมื่อถามว่าต้องมีสัดส่วนทหาร และแต่ละอาชีพเข้าไปหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า คงต้องเอาไปให้ครบเพื่อช่วยกัน เรื่องนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับนายมีชัย และไม่ทราบว่านายกฯเห็นด้วยหรือไม่ ยังไม่ได้คุยกัน

“วิษณุ” สอน สปท.ทำเป็นการเป็นงาน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รับทราบข้อเสนอของ พล.อ.ประวิตรที่ให้มีเฉพาะ ส.ว.สรรหาในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี แต่ไม่ขอแสดงความคิดเห็น ส่วนข้อเสนอของสมาชิกสภาปฏิรูปการขับเคลื่อนประเทศ (สปท.) ที่ให้ ส.ว.มีสิทธิโหวตนายกฯด้วย หากเป็นการเสนอแบบให้สัมภาษณ์ด้วยความคิดเห็นส่วนตัวก็ปล่อยไป แต่หากเสนอโดยเป็นมติ สปท. ควรเอาเข้าที่ประชุม สปท. และขึ้นอยู่กับ กรธ. ไม่ให้นำความคิดเห็นจากการสัมภาษณ์หลายๆส่วนมาถาม เพราะอาจเกิดความขัดแย้ง

ส่งร่างแก้ไข รธน.57 ถึงมือ สนช.

นายวิษณุกล่าวอีกว่า เรื่องที่มา ส.ว.ต้องรอความชัดเจนจาก กรธ.ก่อน วันนี้มีแต่คนออกมาพูด แต่ กรธ.ยังไม่พูดอะไร และนายกฯได้กล่าวในที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคล เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ครบ 70 ปี ว่า แสดงความคิดเห็นในฐานะประชาชนคนธรรมดาเท่านั้น สำหรับความคืบหน้าการจัดทำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ขณะนี้รัฐบาลส่งไปให้ สนช.เรียบร้อยแล้ว

“บิ๊กตู่” ตรวจการบ้านแม่น้ำ 5 สาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 7 มี.ค. เวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เรียกประชุมร่วมแม่น้ำ 5 สาย ประกอบด้วย คสช. ครม. สนช. สปท. และ กรธ. ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อติดตามความคืบหน้าและทำความเข้าใจการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน รวมถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ใกล้เข้าสู่ช่วงการทำประชามติ โดยวันที่ 29 มี.ค.นี้ กรธ.จะต้องปรับแก้เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จตามข้อเสนอแนะของฝ่ายต่างๆ

กรธ.ปรับแก้สิทธิเสรีภาพให้แล้ว

วันเดียวกันที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาปรับแก้ในหมวดคณะรัฐมนตรี โดยนายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษก กรธ. แถลงว่า กรธ.ได้ปรับแก้เนื้อหาในหมวด 3 เรื่องสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ใน 7 มาตราที่เกี่ยวข้อง ให้มีความสมบูรณ์ครบถ้วน มีหลักประกัน วิธีคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ตามที่ทุกฝ่าย ทั้งภาควิชาการ องค์กรระหว่างประเทศ และภาคประชาสังคม เสนอแนะแล้ว เช่น มาตรา 25 กำหนดชัดเจนว่า บุคคลที่ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ สามารถยกขึ้นต่อสู้คดีในศาลได้ ส่วนมาตรา 41 ว่าด้วยสิทธิร้องทุกข์ต่อหน่วยงานรัฐ ได้ตัดถ้อยคำว่า ต้องเป็นไปตามขอบเขตแห่งสิทธิ และตามที่กฎหมายบัญญัติทิ้งไป นอกจากนี้ยังกำหนดรายละเอียดอื่นเพิ่มเติมว่า รัฐต้องสนับสนุนการจัดตั้งองค์กรผู้บริโภค

ซื้อเวลาเคาะที่มา ส.ว.นาทีสุดท้าย

นายชาติชายยังกล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. สนับสนุนให้มี ส.ว.แต่งตั้งช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ว่า ที่ประชุมกรธ.ยังไม่ได้หารือในประเด็น ส.ว. ท่านประกาศกลางอากาศ เลิกส่งมาทางเสียงตามสาย ก็เท่ากับยืนยันว่าท่านต้องการแบบนี้ เชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจ กรธ. คงต้องนำประเด็นนี้มาคุยกันในนาทีสุดท้าย อาจเป็นวันที่ 28 มี.ค. ตอนนี้ต้องซื้อเวลา คงต้องเงียบไปก่อน รับฟังกระแสสังคมไป นั่งคิดไป ระหว่างนั้นท่านอาจเปลี่ยนใจนาทีสุดท้ายก็ได้ การร่างรัฐธรรมนูญคือการจัดสรรอำนาจอย่างเท่าเทียม บางอย่างต้องเจอกันครึ่งทาง ยืนยันว่าที่ผ่านมาเราคิดกันมาอย่างรอบคอบ แล้ว ก็ต้องยืนไปตามหลักที่คิด บางเรื่องอาจผ่อนปรนได้ แต่ต้องคงหลักของเราไว้ด้วย หากอะไรที่ต้องปรับเพื่อสถานการณ์พิเศษสัก 5 ปี อาจพอรับได้

เชื่อเกณฑ์นับคะแนนชัดผ่านง่าย

ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ นายคำนูณ สิทธิสมาน สปท. และอดีตกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า หากปรับแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวให้ชัดเจนประเด็นการนับคะแนนเสียงประชามติ เชื่อว่าโอกาสที่ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านความเห็นชอบมีสูงมาก แต่ปัญหาทางเทคนิคคือการแก้ไขเช่นนี้จะใช้ข้อความว่า คะแนนเสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิออกเสียงเฉยๆ ไม่น่าจะได้ เพราะถ้าใช้อาจถูกตีความไปได้ว่าต้องได้เสียงเกินครึ่ง ของผู้มาใช้สิทธิออกเสียงเท่านั้น เข้าใจเจตนาว่ามุ่งให้นับเฉพาะบัตรดีไม่นับบัตรเสีย แต่ข้อความที่เขียนออกมาชวนให้งุนงงสงสัย ว่านับเฉพาะบัตรที่ออกเสียงเห็นชอบเท่านั้น ซึ่งเป็นไปไม่ได้ รวมถึงการยึดเอาคะแนนเสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิออกเสียงที่เห็นชอบ ถ้าเช่นนั้นก็ต้องมีคะแนนเสียงข้างน้อยด้วย ซึ่งต้องคอยดูข้อความที่ชัดเจนในร่างรัฐธรรมนูญที่จะแก้ไขเพิ่มเติมกันต่อไป ว่าจะเป็นอย่างไร

พท.มองมุมไหนก็สืบทอดอำนาจ

ขณะที่นายคณิน บุญสุวรรณ ประธานคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. บอกว่ามองไม่เห็นการสืบทอดอำนาจในร่างรัฐธรรมนูญนั้น การสืบทอดอำนาจทำได้สองทางคือ เปิดช่องให้กลุ่มคนที่มาจากคณะรัฐประหารและเครือข่าย เข้าไปอยู่ในตำแหน่งต่างๆ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และระบุไว้ในบทเฉพาะกาลระงับการบังคับใช้บทบัญญัติบางมาตรา ที่เรียกกันว่าใช้รัฐธรรมนูญสองขยัก ไม่มีตอนไหนเลยเป็นหลักประกันจะไม่มีการสืบทอดอำนาจ การยืนยันจากปากนายกฯ ว่าขอเวลา 5 ปีในช่วงเปลี่ยนผ่าน และร่าง พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติของ สปท. ที่มองมิติใดก็ถือว่าเป็นการสืบทอดอำนาจชัดๆ

อย่าทำเป็นพวกปากว่าตาขยิบ

นายคณินกล่าวต่อว่า จะอ้างเหตุผลจำเป็นเพราะเหตุใดก็แล้วแต่ แต่จะบอกไม่มีการสืบทอดอำนาจเลยนั้น มันตรงกันข้ามเพราะพฤติกรรมทุกอย่างมันฟ้อง โตๆ กันแล้ว พูดอะไรต้องตรงไปตรงมา ไม่ใช่ปากพร่ำพูดแต่เรื่องคุณธรรม จริยธรรม เรื่องการปฏิรูป แต่ในใจมีแต่เรื่องอยากได้อำนาจแต่ไม่อยากเลือกตั้ง เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี หลักประกันที่เป็นรูปธรรมว่าจะไม่มีการสืบทอดอำนาจ คือต้องระบุไว้ในบทเฉพาะกาลว่า ห้ามมิให้บุคคลในแม่น้ำทั้ง 5 สาย ดำรงตำแหน่งใดๆในรัฐธรรมนูญ เป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปี อย่างนี้จึงจะเรียกว่าไม่สืบทอดอำนาจอย่างแท้จริง การลงประชามติอาจผ่านได้สบายเพราะเห็นความจริงใจว่าที่ทำมาทั้งหมดไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง

ถามตั้งใจคืนประชาธิปไตยจริงไหม

น.ส.วิสาระดี เตชะธีรวัฒน์ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ถูกควบคุมตัวไปปรับทัศนคติ เป็นการตอกย้ำการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนโดยรัฐบาลเผด็จการ ว่าไม่ฟังและไม่เคารพการแสดง ออกทางความคิดเห็นที่แตกต่าง บ่งชี้ว่าวันนี้บ้านเมืองไม่ได้ดำเนินไปตามหลักกฎหมายสากล ตนและพรรคเพื่อไทยเป็นห่วงว่า ความพยายามของรัฐบาลที่จะให้ประเทศกลับสู่ประชาธิปไตย คือความตั้งใจจากใจจริงหรือไม่ คนในรัฐบาลเข้าใจคำว่าประชาธิปไตยเหมือนที่อารยประเทศเข้าใจหรือไม่ การทำประชามติหากประชาชนไม่สามารถแสดงออกซึ่งความคิดของตน ไม่สามารถเรียกร้องปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของตนแล้ว เราจะหวังถึงการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่บริสุทธิ์ยุติธรรมได้อย่างไร

เย้ยทบทวนตัวเองทำไมโลกถึงเมิน

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีต รมช.แรงงาน กล่าวถึงกรณีกลุ่มสตรีศรีสยาม ยื่นหนังสือเรียกร้องให้นายกฯจัดการขั้นเด็ดขาดต่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่า คนอย่างนายทักษิณ ไม่เคยทำลายประเทศชาติบ้านเกิดของตนเอง มีแต่สร้างความเจริญก้าวหน้าให้ประเทศชาติ แม้ถูกตั้งข้อกล่าวหามากมาย แต่ทำไมผู้นำหลายประเทศกลับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา และการได้รับเชิญไปบรรยายในเวทีสถาบันนโยบายโลก (World Policy Institute) เชื่อว่าจะมีคนนับพันล้านคนทั่วโลกรอฟังวิสัยทัศน์ของนายทักษิณ ดังนั้นควรพิจารณาให้ดีว่าทำไมองค์กรระดับโลกจึงเชิญนายทักษิณ แต่กลับไม่เชิญคนในรัฐบาลไปบรรยายบ้าง ความขัดแย้งรุนแรงจนฉุดเศรษฐกิจไทยให้ตกต่ำทุกวันนี้ เกิดจากคนไทยทำลายกันเองทั้งสิ้นมิใช่หรือ

“นิพิฏฐ์” ย้ำ กรธ.ทำตามใบสั่ง คสช.

อีกด้าน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เห็นด้วยให้แต่ ส.ว.สรรหาระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ชัดเจนแล้วว่าผู้มีอำนาจเอากับแนวคิดนี้ ทั้งที่เป็นการกลับหลักการที่ กรธ.คิดและเขียนในไว้ร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกอย่างสิ้นเชิง ทั้งที่ก่อนจะรับตำแหน่งประธาน กรธ.เข้าใจว่า ทั้งนายมีชัยและนายกฯพูดคุยจนเข้าใจในการทำหน้าที่ แต่สุดท้ายกลายเป็นว่ารัฐบาลมากลับหลักการ แสดงให้เห็นว่า กรธ.ไม่ได้มีอำนาจจริง เป็นแค่การทำตามคำสั่งของผู้มีอำนาจที่แต่งตั้ง เมื่อเขาเคาะแล้วว่าจะเอาแบบนี้แน่ มันจึงไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยไม่ใช่การคืนประชาธิปไตยให้ประชาชน แต่เป็นการสืบทอดอำนาจ

แค่แก้เกี้ยวโยนบาปใส่สภาผัวเมีย

นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า ส่วนการอ้างว่าหากปล่อยให้มีการเลือกตั้งจะกลายเป็นสภาผัวเมีย หรือสภาครอบครัวนั้น เป็นเพียงแค่คำพูดแก้เกี้ยว เพราะในร่างแรกของนายมีชัยเขียนห้ามไว้ชัดเจนอยู่แล้ว การยึดหลักคิดนี้ชัดเจนว่าไม่ยอมรับการตัดสินใจของประชาชน หรือมองว่าประชาชนตัดสินใจเองไม่ได้ ผู้มีอำนาจจึงตัดสินใจแทน เพราะมองว่าประชาชนยังเป็นเด็กยังละอ่อน หรือยังใช้ดุลพินิจไม่ถูก ที่ตนต้องออกมาท้วงติงเพราะมองเห็นว่าจะสร้างปัญหาในอนาคต แต่ไม่ทราบว่าเป็นความจงใจของผู้มีอำนาจ ที่ให้เขียนรัฐธรรมนูญออกมาเช่นนี้เพื่อไม่ให้ผ่านประชามติหรือไม่ แต่ถ้าเขียนออกมาตามแนวคิดที่เพิ่งมาโผล่ตอนท้ายนี้ มีปัญหาแน่

โต้ “เสรี” เป็นราชสีห์ตัวจริงเสียงจริง

นายนิพิฏฐ์ยังกล่าวตอบโต้ นายเสรี สุวรรณภานนท์ สปท. ที่พาดพิงให้ดูกำพืดตัวเองอย่าหลงตัวเองเป็นราชสีห์ ว่า ตนเป็นราชสีห์จริงๆ ไม่ใช่แค่คิดว่าจะเป็น จึงไม่จำเป็นต้องนำหนังราชสีห์มาห่ม เพราะอยู่พรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียวมาตั้งแต่ยุคที่มี ส.ส.อยู่ 44 คน จนถึงยุคที่มี ส.ส.เกือบ 200 คน ร่วมอยู่ร่วมสร้างและร่วมสืบทอดเจตนารมณ์พรรคมาตลอด ฉะนั้น อย่าพูดเลยเถิดไปถึงนายควง อภัยวงศ์ อดีตหัวหน้าพรรค พาดพิงถึงผู้ล่วงลับ เอาแค่นายเสรีกับตนก็พอ ส่วนเรื่องการหลงอำนาจนายเสรีคงคิดว่าตัวเองเป็นดาวฤกษ์มีแสงในตัวเอง ทั้งที่เป็นดาวเคราะห์รับแสงจากดาวใหญ่ เป็นบริวารมาตกกระทบจึงหลงว่าเป็นแสงของตัวเอง หากรัฐบาลและ คสช.ทำอะไรถูก ก็ชม แต่สิ่งไหนไม่ถูกก็ตำหนิ ไม่ใช่หลับหูหลับตาชม อุจจาระทหารเหม็นก็บอกเหม็น ไม่ใช่บอกหอม อย่างที่นายเสรีกำลังบอกสังคม เราต่างกันที่จุดนี้ ถ้าชื่นชมว่ารัฐธรรมนูญนี้ว่าดี ขอให้ออกมาตั้งพรรคและลงเลือกตั้งอีกครั้ง

“บิ๊กป๊อก” เชื่อผ่านราหูทับดวงเมืองได้

ช่วงเช้าวันเดียวกันที่โรงเรียนเทศบาล 5 ตำบลท่าวังผา อ.เมือง จ.พะเยา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงคำทำนายทางโหราศาสตร์ กรณีดาวมฤตยูจะย้ายเข้าทับดวงเมืองในวันที่ 6 มี.ค. ว่า ส่วนตัวเชื่อมั่นว่าจิตใจที่ดีงามของคนไทยทุกคน จะทำให้ทุกอย่างคงผ่านไปได้ ไม่ว่าจะดวงเมืองดวงอะไร เชื่อมั่นว่าประเทศไทยที่ตั้งมาหลายร้อยปี ถ้าพวกเราตั้งมั่นอยู่ในความสามัคคี คงผ่านทุกอย่างได้หมด ไม่เคยกังวลเรื่องนี้ ส่วนกรณีที่พระเกจิอาจารย์ชื่อดังเตรียมทำพิธีสวดนพเคราะห์นั้น คงเป็นเพราะต้องการเตือนสติให้พวกเราหันกลับมาคิด เมื่อถามว่าเริ่มมีการเรียกคนไปปรับทัศนคติอีก พล.อ.อนุพงษ์ตอบว่า หากดูลึกๆ แล้วในส่วนของชาวบ้านไม่มีอะไร มีคนแค่ 2-3 คนเต้น ภายใต้เงื่อนไขต้องการให้มีเหตุการณ์ความไม่สงบเท่านั้นเอง ต้องพยายามงัดหาประเด็นกันขึ้นมา ก็อย่าไปหลงตามเกม ยังไงก็ต้องสงบไม่เช่นนั้นประเทศพัฒนาไม่ได้

แนวร่วมแดงบุก กกต.ค้านฟ้อง “ปู”

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กลุ่มคนเสื้อแดงในนามกลุ่มพลังประชาชนคนไทยที่มีบัตรประชาชนจำนวนหนึ่ง นัดรวมตัวพร้อมชูป้ายข้อความ กกต.ต้องรับผิดชอบเลือกตั้งโมฆะ “สมชัยเลือกตั้งเอียง” คัดค้านมติ กกต.ที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากรัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จำนวน 2,400 ล้านบาท หลังการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.2557 ต้องเป็นโมฆะ โดยเห็นว่าสาเหตุที่ทำให้การเลือกตั้งดังกล่าวต้องเป็นโมฆะ ไม่ใช่ความผิดของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ การจัดให้มีเลือกตั้งเพราะต้องการให้ประเทศชาติเดินหน้าไม่ถอยหลังลงคลอง โดยหลังจากนี้ทางกลุ่มฯเตรียมจะยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อเรียกค่าเสียหายกับ กกต. และจะออกมาเคลื่อนไหวแสดงจุดยืนทุกครั้งหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกฟ้องร้องในกรณีดังกล่าว

เจ้าตัวยังงงทำตาม ก.ม.ถูกฟ้องได้ไง

ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจ เพราะขณะนั้นมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งแล้ว ตนทำตามกระบวนการกฎหมายทุกอย่าง ไม่ทราบว่า กกต.จะมาเรียกค่าเสียหายได้อย่างไร ส่วนแนวทางการต่อสู้ หรือจะฟ้อง กกต.กลับหรือไม่นั้น ขอดูรายละเอียดก่อน ส่วนกรณีที่นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ และแกนนำ พรรคเพื่อไทย ที่ถูกทหารเข้าควบคุมตัวที่บ้านพักเพื่อปรับทัศนคตินั้น อยากให้ค่อยพูด ค่อยจา จะได้เป็นไปในทางที่ราบรื่นมากกว่า

กปปส.ขู่ร้อง ป.ป.ช.ฟัน กกต.–“รบ.ปู”

นายถาวร เสนเนียม แกนนำกลุ่ม กปปส. กล่าวว่า ได้เตรียมร้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนข้อเท็จจริงรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ กกต. ร่วมทำผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เพราะร่วมกันจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ. ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสามารถเลื่อนการเลือกตั้งได้ แต่ยังทำต่อจนทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ดังนั้น ทั้งคู่ต้องร่วมรับผิดทั้งทางแพ่ง โดยชดใช้ค่าเสียหายกว่า 2,400 ล้านบาท และรับผิดทางอาญาฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตนขอท้า กกต.ทั้ง 5 คน ดีเบตผ่านสื่อโทรทัศน์เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสังคม ว่าใครกันแน่ที่ผิด กล้าหรือไม่

“บิ๊กป้อม” ปัดปม “พะจุณณ์” ร้าวลึก

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายเรียก พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ข้อหากระทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่โพสต์ข้อความผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ระบุมีการซื้อขายตำแหน่งตำรวจว่า ไม่เกี่ยวกับตนเพราะไม่ได้มีอะไรกับ พล.ร.อ.พะจุณณ์ เป็นเรื่องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ร.อ.พะจุณณ์ สนับสนุน คสช.มาตลอด มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นคนเลยตั้งข้อสังเกตว่ามีปัญหากันภายในหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยืนยันว่าไม่มี เป็นเรื่องของตำรวจต้องดูแลองค์กรของเขาเท่านั้นเอง เมื่อถามย้ำว่าจะมีการไกล่เกลี่ยกันหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า ยังไม่ได้คิดเลย ยังไม่ได้พูดอะไรกับทางตำรวจตอนนี้งานเต็มหัวอยู่แล้ว

สปท.ยังไม่แตะหวั่นให้ร้ายตำรวจ

นายวิรัช ชินวินิจกุล ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายและกระบวน การยุติธรรม สปท. กล่าวว่า กรณี พล.ร.อ.พะจุณณ์เมื่อเป็นคดีความไปแล้ว เป็นหน้าที่ฝ่ายบริหาร ไม่เกี่ยวกับงานปฏิรูปของ สปท. ที่จะไปยุ่งเกี่ยวหรือให้ความเห็น แต่บังเอิญกระแสข่าวขณะนี้มาตรงกับจังหวะที่ สปท.กำลังพิจารณาประเด็นการแต่งตั้ง ผบ.ตร. ไม่ให้ถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองพอดี ส่วนการซื้อขายตำแหน่งตามกระแสข่าวจะมีจริงหรือไม่ ต้องปล่อยให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องสืบหาข้อเท็จจริง ถ้าพูดไปก่อนจะเป็นการให้ร้ายตำรวจมากเกินไป อย่างไรก็ตามการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจเป็นหัวข้อต่อไป คาดว่าไม่น่าเกิน 1 เดือนจะเข้าสู่วาระเพื่อวางหลักการการโยกย้ายให้เป็นธรรมเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับตำรวจที่ทำงานเต็มที่

“วรงค์–วิชา” เบิกความคดีจำนำข้าว

อีกเรื่อง ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลนัดไต่สวนพยานโจทก์ครั้งที่ 4 คดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลย ในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและข้อหาอื่นๆ กรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสน ล้านบาท โดยฝ่ายอัยการนำ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ และนายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. เข้าเบิกความ

ม็อบให้กำลังใจ “ปู” โห่ไล่อีกฝ่าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศหน้าศาลฎีกาฯช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคัก มีมวลชนมารอให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์จำนวนมาก ทันทีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์มาถึงก็พาตะโกนให้กำลังใจว่า “นายกฯยิ่งลักษณ์สู้ๆ” พร้อมกับกรูเข้ามอบดอกกุหลาบสีแดง และเมื่อนายถาวร เสนเนียม นายวิรัตน์ กัลยาศิริ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาถึงก็ถูกกลุ่มคนที่มาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์โห่ไล่ แต่ไม่มีเหตุรุนแรงใดๆ

“บิ๊กตู่” จี้หยุดใช้ ตปท.ทำลายแผ่นดิน

ต่อมาเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ถึงสถานการณ์การเมืองว่า ยังคงมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้มีความผิดตามกฎหมาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งกฎหมายปกติ คำสั่ง คสช.มาตรา 44 ที่ไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเราใช้กฎหมายกับทุกคดีและทุกคน แต่คนบางกลุ่มต่อต้านทุกอย่าง หลบหนีแล้วไปอ้างต่างประเทศว่าถูกรังแกทางการเมือง ทั้งที่มีข้อมูลหลักฐานชัดเจน หากไม่มีความผิดคงไม่มีใครไปแกล้งได้ ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ ใครเห็นว่าไม่เป็นธรรมควรกลับมาสู้คดี ยอมรับในกติกาบ้าง ส่วนผู้ใช้องค์กรระหว่างประเทศและต่างประเทศมากดดันประเทศไทย อาจเป็นการละเมิดอธิปไตยของชาติ ต้องการเพียงลบล้างความผิดตัวเอง ไม่ควรทำ ต้องสำนึกว่าท่านทำลายแผ่นดินแม่บ้านเกิด คิดว่าคนไทยส่วนใหญ่คงรับไม่ได้ รัฐบาลก็รับไม่ได้เหมือนกัน

ลั่นไม่เห็นสืบทอดอำนาจตรงไหน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ส่วนการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ อาจมีการสร้างความเข้าใจผิด มีการบิดเบือนมากมาย เช่น กรณีด่า คสช.สืบทอดอำนาจ ความจริงเป็นวิธีการมีกลไกต่างๆ ทั้งการจัดระเบียบ การสร้างความเข้มแข็ง การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน รัฐบาลและ คสช.ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง หรือเพื่อใคร โดยจะวางยุทธศาสตร์ชาติให้ครอบคลุมทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม การต่างประเทศ จึงต้องมีพื้นฐานบริหารราชการแผ่นดินให้ทุกรัฐบาล ส่วนตัวไม่เห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะสืบทอดอำนาจตรงไหน เห็นใจกรธ.ที่มีแรงกดดันมากพอสมควร ร่างรัฐธรรมนูญไม่แตกต่างกับรัฐธรรมนูญฉบับอื่นมากนัก จะเน้นหนักเรื่องป้องกันทุจริต การใช้อำนาจทั้ง 2 สภา การปฏิรูปประเทศถ้าทำได้ ในระยะยาวจะเป็นการเปลี่ยน แปลงครั้งยิ่งใหญ่ หลายประเทศที่เป็นประชาธิปไตยสากลผ่านช่วงเวลานี้มาเกือบทั้งสิ้น

หมดอำนาจแล้วจะไปควบคุมใครได้

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า หากไปหลงเชื่อคำบิดเบือนที่อ้างคำว่าประชาธิปไตยมาจากประชาชน อยากถามกลับว่าเหตุใดประชาชนกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ยังยากจน เหลื่อมล้ำ ประเทศล้าหลังด้วยความขัดแย้ง ติดล็อกทุกอย่าง หรือการพัฒนาเฉพาะพื้นที่หาเสียงเท่านั้น อยากให้ช่วยกันพิจารณาให้ความสำคัญกับการร่างรัฐธรรมนูญ ไม่มีใครเจตนาจะทำให้เกิดความขัดแย้งหรือปัญหาถ้าไม่จำเป็น เขาไม่อยากเขียนให้วุ่นวาย ส่วนเรื่องช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน 5 ปีนั้น ตนจะไปควบคุมใครได้ ไม่มีอำนาจแล้วจะไปคุมอะไรได้ หรือไปอยู่ตรงไหนที่จะคุมได้ ไม่มี ยืนยันว่าไม่ใช่เปลี่ยนผ่านเพื่อให้ตนอยู่ในอำนาจ ช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี อาจดีขึ้นภายใน 1-3 ปี ก็เป็นไปได้ ส่วนบทเฉพาะกาลที่หาว่าสืบทอดอำนาจ เขาเขียนไว้เพื่ออะไร กฎหมายลูกเขียนไว้เพื่อให้ทำได้ ถ้าทำไม่ได้ไม่มีประโยชน์ ทุกอย่างที่ผ่านมา 2 ปีกว่า ไม่มีประโยชน์อะไรเลยล้มทั้งหมด

อย่าไปฟังคนที่สูญเสียอำนาจ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาหลายคนพยายามพูดเรื่องประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ การเข้าสู่อำนาจ การบังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่ไม่มีใครพูดว่าจะทำให้ประชาชนมีความสุข ลดความเหลื่อมล้ำอย่างไร มีแต่ตนพูด แล้วโดนตำหนิทุกวัน ทหารพูดอะไรไปแล้วต้องทำ มีช่องทางกลไกต่างๆต้องไปหาช่องทางทำ ส่วนเรื่องที่มีปัญหาจะไปสู่การขัดแย้งมากๆต้องหยุดตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ใช่ปล่อยให้บานปลายแล้วกลับมาแก้ไข แล้วมาบอกว่าทำไมต้องปฏิวัติ อยากบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ถ้าจะผ่านประชามติก็ต้องผ่านประชามติ เพราะทุกคนอยากมีการปฏิรูป ถ้าแบบเดิมไม่ต้องไปเขียนให้เสียเวลา อย่าไปฟังคนสูญเสียอำนาจหรือคนมีความผิด เพราะถ้าไม่ผ่านก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน จะผ่านหรือไม่ผ่านอยากให้ทุกคน ใช้เหตุผลตัดสิน อย่ามาทะเลาะกันอีก อย่าปล่อยให้ประเทศตกอยู่ในมือผู้ไม่หวังดี ไม่เคารพกฎหมาย เราปล่อยปละละเลยกันมานานเกินพอแล้ว

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    30.9%
  • ไม่ชอบ
    35.0%
  • สนุก
    29.8%
  • ประหลาดใจ
    0.7%
  • เสียใจ
    1.7%
  • ให้กำลังใจ
    1.9%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement