ชงปปง.สอบทรัพย์สินบ.ไร่ส้ม สรยุทธโพสต์ภูมิใจ กุ๊ก-ไบรท์จัดรายการดี - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ชงปปง.สอบทรัพย์สินบ.ไร่ส้ม สรยุทธโพสต์ภูมิใจ กุ๊ก-ไบรท์จัดรายการดี

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 มี.ค. 2559 03:45
12,725 ครั้ง


‘สรยุทธ’โพสต์ชม ภูมิใจ2สาวจัดได้ดี

กุ๊ก-กฤติกา เสียบแทนสรยุทธอ่านข่าวคู่ ไบรท์-พิชญทัฬห์ รายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” หลังสรยุทธประกาศยุติบทบาทการเป็นผู้ดำเนินรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” “เรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์” และ “เจาะข่าวเด่น” เมื่อช่วง เย็นวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่พิธีกรข่าวชื่อดังโพสต์อินสตาแกรม sorrayuth9111 ให้กำลังใจ 2 พิธีกรสาว ด้านมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านการทุจริต คอร์รัปชันยื่นหนังสือถึง “เลขาธิการ ปปง.” ให้ตรวจ สอบทรัพย์สิน บ.ไร่ส้ม ย้อนหลังตั้งแต่ปี 46-ปัจจุบัน ขณะที่ ผจก.ประชาสัมพันธ์ ช่อง 3 เผยให้ “กุ๊ก-ไบรท์” อ่านรายการเรื่องเล่าเช้านี้และเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ไปก่อน และยกเลิกรายการเจาะข่าวเด่นช่วงเย็นเป็นรายการข่าวแทน

กรณีศาลอาญามีคำพิพากษา จำคุก 13 ปี 4 เดือน ในคดีบริษัทไร่ส้มโกงเงินค่าโฆษณา อสมท แม้คดีจะยังไม่ถึงที่สุด แต่เป็นการลดกระแสดราม่าสังคม เนื่องจากถูกหลายฝ่ายในสังคมกดดันอย่างหนัก ให้แสดงความรับผิดชอบ ทำให้นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา นักเล่าข่าวคนดังช่อง 3 และกรรมการผู้จัดการ บริษัทไร่ส้ม จำกัด ตัดสินยุติบทบาทการเป็นผู้ดำเนินรายการต่างๆ ทั้งรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้ ” รายการ “เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์” และรายการ “เจาะข่าวเด่น” เมื่อช่วงเย็นวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา

คืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. วันที่ 4 มี.ค. ที่ห้องส่งสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 อาคารมาลีนนท์ทาวเวอร์ 2 ถนนพระรามสี่ แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ ทีมงานและสตาฟฟ์เตรียมจัดรายการเรื่องเล่าเช้านี้ตามปกติ แต่ไม่ปรากฏตัวนายสรยุทธ ซึ่งปกติต้องเดินทางมาเตรียมข้อมูลข่าวก่อนเปิดรายการทุกครั้ง ครั้งนี้มีเพียง ไบรท์-พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ พิธีกรสาวที่อ่านข่าวในรายการเรื่องเล่าเช้านี้คู่กับสรยุทธอยู่แล้ว ที่ยังคงทำหน้าที่พิธีกรข่าวรายการข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ มี กุ๊ก-กฤติกา ขอไพบูลย์ เป็นผู้ดำเนินรายการ ร่วมกับสรยุทธ ในรายการ “เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์” มานั่งทำหน้าที่พิธีกรข่าวแทนนายสรยุทธ

เมื่อได้เวลาออกอากาศ เวลา 06.00 น. ก่อนเข้ารายการ มีการเปิดภาพนายสรยุทธกับทีมพิธีกรข่าวที่มีทั้ง น.ส.พิชญทัฬห์ น.ส.กฤติกา และพิธีกรคนอื่นๆ พร้อมเพลงเรื่องเล่าเช้านี้ จากนั้น น.ส.กฤติกาได้อ่านข่าวนายสรยุทธ ประกาศยุติบทบาทหน้าที่พิธีกรรายการข่าวต่อจากข่าวราชสำนัก ใช้เวลาประมาณ 1 นาที พร้อมนำภาพข้อความประกาศในอินสตาแกรมของนายสรยุทธ มาเป็นภาพประกอบการอ่านข่าวด้วย

ตลอดการดำเนินรายการมีข้อความจากแฟนครอบครัวข่าว 3 ส่งเข้ามาให้กำลังใจนายสรยุทธ เขียนว่า รอวันที่นายสรยุทธจะกลับมาทำงานอีกครั้ง รวมทั้งให้กำลังใจในการทำหน้าที่ของ 2 พิธีกรสาวด้วย นอกจากนี้ นายสรยุทธได้โพสต์ข้อความในอินสตาแกรม “sorrayuth9111” ว่าทำหน้าที่ได้ดี พี่ภาคภูมิใจมาก (แฟนข่าว) #RuengLao #ยิ้มให้กันทุกเช้า ซึ่งมีคนเข้ามากดถูกใจไลค์เลย พร้อมเขียนข้อความให้กำลังใจนายสรยุทธมากมายเช่นเดียวกัน ด้านไบรท์-พิชญทัฬห์ ก็โพสต์ภาพคู่กับ กุ๊ก-กฤติกา ที่ทำพิธีกรเรื่องเล่าเช้านี้พร้อมบรรยายภาพว่า “เรื่องเล่าเช้านี้ เช้าวันศุกร์ที่ 4 มีนาคม 2559 คิดถึงนะคะ @sorrayuth9111 มากๆด้วยค่ะ”

ด้านนายบริสุทธ์ บูรณะสัมฤทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ สถานีไทยทีวีสีช่อง 3 ชี้แจงว่า หลังนายสรยุทธยุติบทบาทลง โดยไม่มีใครกดดันให้ลาออกอย่างที่นายสุรินทร์ให้สัมภาษณ์นั้น เป็นความสมัครใจของเจ้าตัว เบื้องต้นให้กุ๊ก-กฤติกา กับไบรท์-พิชญทัฬห์ ดำเนินรายการคู่กัน ทั้งรายการเรื่องเล่าเช้านี้และเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ไปก่อน ทั้งคู่ก็เคยทำรายการนี้อยู่แล้ว ส่วนเจาะข่าวเด่นช่วงเย็นจะไม่มีช่วงดังกล่าวแล้ว เป็นข่าวปกติร่ายยาวจนถึงเวลา 17.30 น. แทน ส่วนเหตุการณ์เกิดขึ้นสร้างความหนักใจแก่สถานีหรือไม่นั้น ขอตอบว่าไม่เลย เป็นการเปลี่ยนแปลงปกติที่เกิดขึ้นได้ ส่วนอนาคตจะมีใครมาเพิ่มหรือปรับอะไรอีกค่อยมาว่ากันอีกที เชื่อว่าความรู้สึกของสรยุทธในเวลานี้คงหนักหนาคงต้องให้เวลา

วันเดียวกันเมื่อเวลา 11.00 น. ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) น.ส.ภคอร จันทรคณา กรรมการมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ฝ่ายกฎหมาย มูลนิธิเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมทีมงาน เดินทางยื่นเอกสารร้องเรียนต่อ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. เพื่อให้พิจารณาตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา นักเล่าข่าวชื่อดังและพวก

น.ส.ภคอรกล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากสื่อมวลชน นักวิชาการ บริษัทเอกชน เพื่อนนักแสดง เพื่อให้ตรวจสอบและเพื่อสร้างบรรทัดฐานทางจริยธรรมของผู้ทำหน้าที่สื่อมวลชน จริยธรรมทางจิตใจ จำเป็นต้องสูงกว่าการรอคำพิพากษาถึงที่สุด เรื่องดังกล่าวต้องสร้างบรรทัดฐานสังคมไทยต่อไป ขอสนับสนุนนโยบายเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯส่วนการตรวจสอบทรัพย์สิน บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ให้ตรวจย้อนหลังช่วงระหว่างปี พ.ศ.2546 ถึงปัจจุบัน ว่าในตัวสัญญาระหว่าง อสมท กับบริษัท ไร่ส้ม จำกัด ได้มาโดยชอบหรือไม่ 4 ประเด็น

1.รายละเอียดในตัวสัญญาได้เขียนครอบคลุมเพื่อรักษาผลประโยชน์ของทางราชการหรือไม่ 2.ที่มาของสัญญาได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ อาทิ กฎหมายว่าด้วยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม อีกทั้ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ พ.ศ.2542 มีการแข่งขันราคาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ 3.ตรวจสอบดูว่าสัญญาในลักษณะเดียวกันมีการทำสัญญามากกว่า 1 สัญญาที่ได้ทำกับภาครัฐหรือไม่ และ 4.กำหนดรายละเอียด คุณลักษณะในสัญญา (TOR) เป็นไปในทางที่รักษาผลประโยชน์ทางราชการหรือไม่ ยังมีอีกหลายสัญญาที่มีการทำแอบแฝงอยู่ อยากให้หน่วยงานของกระทรวงยุติธรรม หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายเข้าตรวจสอบ ส่วนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไม่อยากให้ตรวจสอบเฉพาะ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด แต่ควรตรวจสอบบริษัทอื่นๆที่เกี่ยวข้องด้วยว่าเอื้อประโยชน์กันหรือไม่ อยากสร้างเป็นบรรทัดฐานของสังคมและมองว่าการทุจริตติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐถือว่าผิดขั้นร้ายแรง

ด้าน พ.ต.อ.สีหนาทเผยว่า เบื้องต้น ปปง. รับเรื่องไว้ตรวจสอบ แบ่งเป็น 2 กรอบ 1.ตรวจสอบตามคำสั่งของกฎหมายที่ว่าตามระเบียบ 2.ตรวจสอบอันที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตโดยมีบริษัทเอกชนเข้ามาเกี่ยวข้อง และจะดำเนินการทำงานร่วมกับเอกชน อาจใช้เวลาสักระยะเนื่องจากต้องย้อนหลังไปหลายปีซึ่งข้อมูลอาจจะมีมาก หากผู้กระทำผิดคืนทรัพย์สินครบถ้วน ปปง. ไม่สามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้แต่หน่วยงานอื่นสามารถดำเนินการเอาผิดต่อไปได้

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลงาน อสมท กล่าวว่า เท่าที่ทราบมีการดำเนินคดีฟ้องร้องกันอยู่แล้ว เป็นการฟ้องคดีทางแพ่ง อยู่ระหว่างการดำเนินคดีของศาล ส่วนกรณีเป็นการฟ้องร้องประเด็นปลอมแปลงเอกสารนั้นไม่ทราบเลย และไม่ทราบว่ามีการปลอมแปลงเอกสารกันจริงหรือไม่ หากมีจริงก็สามารถฟ้องร้องได้

นอกจากนี้ ยังเกิดกระแสดราม่าในโลกโซเชียลของวงการบันเทิงเมื่อ โก๊ะตี๋-เจริญพร อ่อนละม้าย ดาราตลกและพิธีกรร่วมในรายการข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ ช่วงครอบครัวบันเทิง โพสต์อินสตาแกรมเป็นภาพข้อความว่า “ถึงจะดีแสนดีอย่างไร ถ้าไม่ใช่พวกตัว มันก็ว่าชั่วอยู่ดี ถึงจะชั่วแสนชั่วอย่างไร ถ้าเป็นพวกตัว มันก็ว่าเป็นคนดี...อยู่ดี วัดใหญ่ชัยมงคล สุโขทัย” พร้อมเขียนข้อความใต้ภาพว่า “โลกนี้อยู่ยาก!! สาธุ”

ปรากฏว่าข้อความลอยๆที่ไม่ได้ระบุว่าหมายถึงอะไรดังกล่าว กลับถูกคนโยงเข้าไปว่าเกี่ยวข้องกับข่าวนายสรยุทธ จนมีคนมากมายเข้ามาถกเถียงกันกลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าในโลกอินเตอร์เน็ต มีทั้งเข้ามาแสดงความเห็นด้วย และเข้ามาแสดงความคิดเห็นตรงข้าม อีกทั้งยังมีการด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย จนสุดท้ายโก๊ะตี๋ต้องตัดสินใจลบภาพดังกล่าวทิ้งไป ก่อนที่โก๊ะตี๋จะลงภาพเป็นข้อความอีกครั้งว่า

“ขอชี้แจงนะครับ ทำไมผมถึงลงรูปนั้น ฟังนะ!! คือผมมีปัญหาด้านงานของผมอยู่และผมก็ระบายผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพี่ยุทธเลย พี่นักข่าวครับช่วยแก้ให้หนูด้วยนะ!! ถามตรงๆนะศาลเขาตัดสินมาแล้วหนูจะทำไรได้ นอกจากให้กำลังใจ และเมื่อวันพุธที่ผ่านมาก็คุยกันแล้ว ผมไม่เคยคิดดูหมิ่นศาล อย่าโยง!!! ถามว่าทำไมถึงลบ เพราะคิดไม่ถึงไงว่าจะโยงไปหากันได้ และไม่อยากให้สังคมที่สวยงามนี้ต้องคิดมาก ก็เลยลบ! เข้าใจตรงกันนะครับ”

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า กระแสร้อนเดียวกันยังทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นระหว่างพ่อลูกตระกูล “เทวกุล” อีกด้วย โดย ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล หรือ ม.ล.ปลื้ม เขียนข้อความผ่านเฟซบุ๊กโจมตีการทำงานของ ป.ป.ช. มีข้อความบางช่วงระบุว่า “เพราะความคลั่งของ ป.ป.ช. ที่จะเชือดไก่ให้ลิงดู อยากได้คนดังคนเด่นที่เป็นสื่อที่ร่ำรวยมาถูกสังเวยต่อหน้าสาธารณชน ให้เห็นว่าคนที่เก่งและประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ก็เป็นคนโกงๆได้เหมือนกัน ต้องโชว์ให้เห็นว่าพร้อมลงโทษขั้นเด็ดขาด” และ “เคยลองคิดดูสักนิดมั้ยว่าเงินก้อนนั้นร้อยกว่าล้าน ควรที่เป็นของบริษัทไร่ส้มตั้งแต่แรก เพราะเขาคือฝ่ายที่ผลิตเนื้องาน สร้างเรตติ้งและดึงดูดผู้ชมเข้ามา สัญญาที่ร่างไว้เพื่อให้ อสมท ได้เปรียบ คือความไม่เป็นธรรมที่แท้จริงมากกว่า” กระทั่งนายสรยุทธถูกศาลพิพากษาจำคุก ต่อมา ม.ล.ปลื้มได้ลบข้อความดังกล่าวออกจากเฟซบุ๊กตัวเอง

ก่อนที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี บิดา ม.ล.ณัฏฐกรณ์ จะออกมาเขียนข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความเสียใจที่ลูกชายได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเช่นนั้น เนื้อหาบางช่วงระบุว่า “ผมสอนเค้ามาตั้งแต่เด็ก พยายามเต็มที่ เป็นอุทาหรณ์การส่งลูกไปเรียนเมืองนอกทางตะวันตกเร็วไป ตั้งแต่อายุ 12 ขวบ เป็นช่วงกำลังซึมซับทัศนคติแบบที่นั่น ผมรู้สึกว่าทางตะวันตกแบบปัจจุบันเขาให้คุณค่าเรื่องจริยธรรมน้อยลงไปกว่าสมัยก่อน ไม่หนักแน่นเหมือนเมืองไทย นี่พยายามตามแก้เท่าที่แก้ได้ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว”

“เขาชอบได้ข้อมูลมา บางทีเขาก็เอาข้อมูลอันโน้นอันนี้มาอวดตน ตนก็บอกว่า เฮ้ย มันไม่ใช่อย่างที่คิดนะ ทีนี้เขาก็ไม่ได้อวด ไปโพสต์เลย เขาเป็นคนที่เห็นข้อมูลเขาก็คิด เขาคิดเก่ง แต่ก็เป็นเหยื่อไง คนหยอดข้อมูลอะไรก็คิดแล้วด่วนสรุปเลย อันนี้เป็นข้อเสีย.....ตนก็บอกเขาให้คิดให้ดี มีอะไรก็แก้ตัว ขอโทษเขาไป ขอโทษประชาชนก็ยังได้ แต่เขาจะทำหรือไม่ตนไม่รู้ ตนก็เตือนเขาแล้ว ตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร หากมีคนไปฟ้องว่าละเมิดศาล แต่ก็หวังว่าผู้ใหญ่เขาคงไม่ถึงขนาดนั้น”

ในส่วนหน่วยงานรัฐบาลและเอกชนที่เคยซื้อช่วงเวลาโฆษณา บริษัท ไร่ส้ม จำกัด เพื่อออกอากาศในรายการเรื่องของนายสรยุทธนั้นได้ออกมาชี้แจงด้วย นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผอ.ธนาคารออมสิน เผยว่า เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ธนาคารออมสินขอชี้แจงว่า ธนาคารออมสินได้วางสื่อโฆษณาในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ และเรื่องเล่าเสาร์ อาทิตย์ ของบริษัท ไร่ส้ม จำกัด มาตั้งแต่ปี 2550 พิจารณาต่อสัญญาทุก 3 เดือน จนฝ่ายสื่อสารองค์กร ธนาคารออมสิน ยุติสัญญาไม่ได้ซื้อโฆษณานับตั้งแต่สิ้นสุดสัญญาในเดือน พ.ย.2555 ตามแนวทางการปฏิบัติเพื่อกำกับการปฏิบัติการและธรรมาภิบาลที่ดี ตามหนังสือ ที่ กธ 1387/2555 ลงวันที่ 17 ต.ค.2555 ให้ทบทวนสัญญาจ้างวางสื่อโฆษณากับบริษัท ไร่ส้ม จำกัด และนับถึงปัจจุบันธนาคารไม่ได้ซื้อเวลาโฆษณากับบริษัท ไร่ส้ม จำกัด อีกเลย นับเป็นเวลา 3 ปีแล้ว สำหรับการวางแผนซื้อสื่อโฆษณาในปี 2559 จะดำเนินการพิจารณาซื้อจากช่องฟรีทีวีและทีวีดิจิตอล คำนึงถึงความคุ้มค่าและความนิยมของรายการนั้นๆ หลีกเลี่ยงการซื้อโฆษณาตรงในช่วงเวลาของบริษัท ไร่ส้มจำกัด

ด้านนางพิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิตยังคงระงับการเป็นผู้สนับสนุนโฆษณาในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ และเรื่องเล่าเสาร์ อาทิตย์ ต่อไป เนื่องจากยังยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลตามนโยบายของบริษัท และหลังจากนี้หากมีการเข้าเป็นผู้สนับสนุนกิจกรรมหรือรายการใด ก็จะพิจารณาในเรื่องจริยธรรมและหลักธรรมาภิบาลอย่างเข้มงวด

ด้าน “ข้าวนึ่ง” วิสารท เดชกุล พิธีกรสมาชิกคนล่าสุดของรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” ได้ระบายความรู้สึกผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า ทีมงานเรื่องเล่าลับหลังพี่ยุทธ เราเรียกว่า “พ่อ” ครับ ไม่ใช่แค่เพราะความเกรงใจในฐานะหัวหน้างาน แต่หมายรวมถึงความเป็นหัวหน้าครอบครัวที่แท้จริงของเรื่องเล่าเช้านี้“พี่ยุทธ” จดจำเรื่องราวลูกน้องได้แม่นยำ ทั้งที่มีอยู่จำนวนมาก แต่ใส่ใจและถามถึงให้ความเป็นกันเองอย่างสม่ำเสมอ ผม..แม้มาทีหลัง แต่ก็ได้รับความเมตตาอย่างที่พ่อดูแลลูก..ช่วงเวลาที่ป่วย อ่านข่าวไม่ได้ ผมได้รับคำย้ำจากหัวหน้าและพี่ๆว่า ที่ตรงนี้ยังมีข้าวนึ่งอยู่..“ข้าวนึ่งรักษาตัวรอกลับมาอ่านข่าวด้วยกัน” เป็นคำพูดจากพี่ยุทธที่ทำให้ผมกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่..และยังทำให้ผมได้มีโอกาสอ่านข่าวอย่างทุกวันนี้ ขอขอบคุณพี่ยุทธ ที่ให้โอกาสเด็กบ้านนอกธรรมดาๆ ที่เคยดูพี่ที่หน้าจอทีวีทุกวัน และเป็นแค่คนราคาถูกๆคนหนึ่ง ได้เข้ามามีโอกาสนั่งอ่านข่าวตรงนี้ มันเป็นสิ่งที่ไม่เคยคิดฝัน..ทุกความรู้สึกยังคงตราตรึงอยู่อย่างแนบแน่น ขอรักและเคารพพี่คนนี้ของผมตลอดไป”

ขณะที่กุ๊ก-กฤติกา ที่มารับหน้าที่พิธีกรเล่าข่าวแทนนายสรยุทธเผยความในใจผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า “ไม่มีในหัวสักครั้งที่น้องจะคิดว่าจะมีวันนี้ สำหรับกุ๊กที่ได้ทำงานและเป็นน้องพี่มา 10 กว่าปี น้องรู้ดีว่าการมาทำงาน ทำข่าว อ่านข่าว คือลมหายใจของพี่ ขอบคุณที่พาน้องมาไกลถึงตรงนี้ เป็นกำลังใจให้พี่เสมอมา และจะเป็นกำลังใจให้พี่ตลอดไป รักและเคารพพี่ชายคนนี้เสมอ กุ๊ก กฤติกา ขอไพบูลย์”

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    39.9%
  • ไม่ชอบ
    25.8%
  • สนุก
    0.4%
  • ประหลาดใจ
    5.2%
  • เสียใจ
    0.8%
  • ให้กำลังใจ
    27.8%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement