5มังกรมองโกล ปล้นร้านปืนวังบูรพา จับตาย1เป็น3หัวโจกหนี - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

5มังกรมองโกล ปล้นร้านปืนวังบูรพา จับตาย1เป็น3หัวโจกหนี

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 มี.ค. 2559 03:30
10,898 ครั้ง


ควงของปลอมเจอตร.สกัด ถูกจับตาย1เป็น3 หัวโจกหนี ปัดไม่ใช่พวกก่อการร้ายจีน

ปล้นสนั่นเมือง 5 แก๊งจีนมองโกลเหิม ใช้ปืนปลอมบุกปล้นร้านจำหน่ายปืน ในศูนย์การค้าสามยอดพลาซ่า ย่านวังบูรพา ไม่สำเร็จ แถมขณะหนียังชักปืนปลอมขู่ตำรวจที่ผ่านมาประสบเหตุ เลยโดนสวนด้วย 9 มม. เจ็บ 3 ราย หนึ่งในนั้นไปเสียชีวิตที่ รพ.กลาง ถูกล้อมจับได้อีก 1 ราย ใกล้จุดเกิดเหตุ เผยหัวหน้าผู้บงการหลบหนีไปได้ ใช้วิธีสั่งการผ่านวิทยุสื่อสาร ตกเย็นเค้นสอบผู้ต้องหาพบต้องการปืนไปปล้นธนาคารแห่งหนึ่งที่พัทยาและที่ จ.ภูเก็ต สอดรับกับ รรท.ผบช.น. และ ผบ.ตร.ออกมาปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้ายชาวอุยกูร์

โจรต่างชาติเหิมรวมตัวบุกปล้นปืนร้านย่านวังบูรพาแต่ไม่สำเร็จ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 มี.ค. พ.ต.อ.สุริยา จำนงโชค ผกก.(สอบสวน) สน.สำราญราษฎร์ รับแจ้งเหตุกลุ่มคนร้ายต่างชาติพยายามปล้นทรัพย์ ถูกตำรวจยิงบาดเจ็บ บริเวณหน้าร้านขายปืนห้างหุ้นส่วนจำกัดอินเตอร์อาร์ม เลขที่ 127/17 ศูนย์การค้าสามยอดพลาซ่า ถนนเจริญกรุง แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 พ.ต.อ.ชัยยุทธ เจียรศิริกุล รอง ผบก.น.6 พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ รอง ผบก.น.6 พ.ต.อ.ชุมพล ชาญชนะโยธิน ผกก.สน.สำราญราษฎร์ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุห่างหน้าร้านปืนดังกล่าวไปประมาณ 30 เมตร พบรถ จยย.ฮอนด้า ซูเมอร์เอ็กซ์ สีดำ ทะเบียน สมค 122 กรุงเทพมหานคร พลิกคว่ำอยู่ 1 คัน ใกล้กันพบคนร้ายชายชาวจีน 2 คน นอนร้องครวญครางอยู่ที่พื้นเพราะถูกตำรวจยิง คุมตัวทั้งคู่ส่งรักษาที่ รพ.ตร. จุดที่สองห่างจากจุดแรกห่างไปประมาณ 300 ม. พบรถ จยย.ฮอนด้า คลิก สีแดงดำ ทะเบียน รษน 788 กรุงเทพมหานคร พลิกคว่ำอยู่ตรงไม้กั้นทางเข้า-ออกศูนย์การค้า มีคนร้ายชายชาวจีน 1 ราย ถูกตำรวจยิงนอนหายใจรวยริน เจ้าหน้าที่จึงรีบนำส่ง รพ.กลาง เบื้องต้นพบ 1 ในกลุ่มคนร้ายวิ่งหลบหนีไปทางสวนรมย์มณีนารถ ตำรวจจึงระดมกำลังล้อมจับเอาไว้ได้ขณะหลบซ่อนตัวใกล้ธนาคารกสิกรไทย สาขาสำราญราษฎร์

สอบสวนนางกัญธิรา ลิ้มอุปถัมภ์ อายุ 38 ปี ภรรยาเจ้าของร้านปืนอินเตอร์อาร์ม ให้การว่าก่อนเกิดเหตุตนพร้อมนายปกรณ์ แดงละม้าย อายุ 38 ปี สามีผู้เป็นเจ้าของนายสิทธินนท์ มณฑาพันธ์ อายุ 32 ปี ลูกจ้าง เตรียมเปิดร้าน ยังไม่ได้นำปืนออกจากตู้เซฟมาโชว์ จู่ๆมีคนร้าย 4 คน ซ้อนท้ายรถ จยย.2 คัน สวมหมวกกันน็อกและผ้าคลุมบังใบหน้า ถือปืนสั้นแบบออโตเมติก 2 กระบอกและมีดพับ 2 เล่ม เข้ามาในร้านส่งเสียงขู่กรรโชกเป็นภาษาจีน ต้องการกุญแจเปิดตู้เซฟปืน สามีและลูกจ้างขัดขืนจนเกิดการต่อสู้ทำให้สามีถูกมีดฟันที่มือ ส่วนลูกจ้างโดนปืนตีศีรษะแตกและถูกมีดแทงเข้าที่ไหปลาร้า ระหว่างนั้นตนวิ่งหนีเข้าไปขังตัวเองในห้องน้ำ คนร้ายยังตามมาถีบประตูจนพัง แต่ทั้งหมดเห็นท่าไม่ดีใช้เวลาปฏิบัติการนานยังไม่ได้ทรัพย์สิน คนร้ายจึงพากันออกจากร้านสตาร์ตรถ จยย.หลบหนี ก่อนถูกตำรวจที่ผ่านมาประสบเหตุยิงสกัดเอาไว้ กระทั่งถูกจับกุมตัว ภายหลังเจ้าหน้าที่นำตัวสามีและลูกจ้างที่ถูกทำร้ายบาดเจ็บไปรักษาตัวที่ รพ.ศิริราช อาการปลอดภัย

ร.ต.อ.ธวัชชัย ผิวผ่อง รอง สว.จร.สน.พลับพลาไชย 2 ที่ผ่านมาประสบเหตุเผยถึงเหตุการณ์ว่า ก่อนเกิดเหตุตนแวะผ่านมาซื้อของภายในศูนย์การค้าสามยอดพลาซ่า ใกล้ๆร้านที่เกิดเหตุ ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจึงออกมาดู พบคนร้าย 4 คน ซ้อนท้าย จยย. 2 คัน พยายามหลบหนี จึงวิ่งไปสกัดแต่คนร้ายกลับยกปืนขึ้นมาเล็งใส่ จึงตัดสินใจใช้ปืนพก 9 มม. ยิงสวนไป 2 นัด กระสุนถูกคนร้ายชุดแรกจนรถ จยย.ล้มลง ก่อนเข้าควบคุมตัวไว้ได้ 2 คน ส่วนคนร้ายที่เหลืออีก 2 คน ซ้อนท้ายรถ จยย. มุ่งหน้าหลบหนีไปทางเครื่องกั้นทางเข้า-ออก ด้านถนนอุณากรรณ์ เผชิญหน้ากับตำรวจนอกเครื่องแบบอีกชุดจึงถูกยิงสกัด เป็นเหตุให้คนร้าย 1 คน โดนยิงบาดเจ็บสาหัสนำส่ง รพ.กลาง อีก 1 คน พยายามหลบหนีกระทั่งถูกล้อมจับตัวได้ที่บ้านร้างเลขที่ 372 ซอยศิริชัย 1 ใกล้ธนาคารกสิกรไทย สาขาสำราญราษฎร์

ด้านนายวิเชียร สุภาพ อดีตนายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจอาวุธปืนแห่งประเทศไทยและเป็นเจ้าของร้านจำหน่ายปืนละแวกใกล้เคียง ให้ข้อมูลเสริมว่าคนร้ายกลุ่มนี้มาดูเส้นทางหลบหนีตั้งแต่เวลา 17.00 น. ของวันที่ 3 มี.ค. พบมีการวางแผนวนรถ จยย.ดูลาดเลานานนับชั่วโมง ก่อนเกิดเหตุทั้งหมดเดินทางมาถึงตั้งแต่เวลา 07.00 น.ไม่คิดว่าจะเป็นชาวต่างชาติที่กล้าลงมือก่อเหตุอย่างอุกอาจ

พล.ต.อ.จักรทิพย์เปิดเผยว่า กลุ่มคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุเป็นสัญชาติจีนมองโกเลีย 5 คน พกปืนบีบีกัน 2 กระบอก มีดพก 1 เล่ม วิทยุสื่อสาร 2 เครื่อง เข้ามาก่อเหตุภายในร้านขายปืน เพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ ทั้งหมดมีหัวหน้า 1 คนเป็นผู้สั่งการทางวิทยุสื่อสารและมีชุดทำงานอีก 4 คน เท่าที่สังเกตทั้งหมดวางแผนเป็นอย่างดี ก่อนหน้าเมื่อวันที่ 3 มี.ค. กลุ่มคนร้ายเข้ามาดูลาดเลา 1 รอบ สอบปากคำคนร้ายที่ถูกจับกุมได้ในซอยศิริชัย 1 พบที่ลงมือก่อเหตุครั้งนี้ เพราะต้องการก่อเหตุปล้นปืนเท่านั้น ยังไม่ทราบว่าจะเอาไปใช้ที่ใด ตรวจสอบประวัติการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยพบว่า คนร้ายทั้งสี่เดินทางเข้าประเทศมาในฐานะนักท่องเที่ยวพร้อมกันเมื่อวันที่ 27 ก.พ. ส่วนตัวหัวหน้านั้นเข้าออกหลายครั้ง เชื่อว่ายังวนเวียนกบดานอยู่ภายในประเทศ

“เบื้องต้นสั่งการให้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 เร่งสืบสวนไล่ล่าผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ ส่วนพาหนะที่ใช้ก่อเหตุพบว่ารถ จยย.ที่คนร้ายใช้นั้นมี 3 คัน ทั้งหมดสวมแผ่นป้ายทะเบียนปลอม เชื่อว่าเป็นรถ จยย.ที่ถูกขโมยมา เหตุครั้งนี้ไม่มีคนไทยเข้ามาเกี่ยวข้อง” พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าว

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า หลังรับแจ้งเหตุพยายามปล้นร้านปืนจึงรีบเดินทางมาตรวจสอบ จากการตรวจค้นตามร่างกายผู้ต้องหาที่คาดว่าเป็นชาวจีน ยังไม่ทราบชื่อ พบของกลางหลายรายการ อาทิ เงินสดประมาณ 5,000 บาท สิ่งเทียมอาวุธปืน 2 กระบอก วิทยุสื่อสาร 2 เครื่องพร้อมหูฟัง มีดพับ 3 เล่ม กุญแจมือ 1 คู่ ประแจขันนอต 1 อัน ถุงมือ และผ้าคลุมศีรษะ เจตนาประสงค์ต่อทรัพย์ชัดเจนเชื่อว่ามีการวางแผนมาอย่างดี อยู่ระหว่างประสานกองพิสูจน์หลักฐานให้ตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงกับหลักฐานทั้งหมดที่พบในจุดเกิดเหตุ พร้อมตรวจประวัติการเดินทางเข้าออกของคนร้ายทั้ง 4 คนและเช็กข้อมูลหมายจับกับตำรวจสากลต่อไป

พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น. เผยหลังสอบปากคำคนร้ายถูกจับกุมทราบว่า กลุ่มคนร้ายเตรียมการวางแผนเป็นอย่างดี ลักษณะของการก่อเหตุจี้ปล้นโดยใช้อาวุธปืนปลอม คาดกลุ่มคนร้ายน่าจะมีข้อจำกัด นอกจากนี้ยังพบว่ามีหัวหน้าคอยสั่งการอยู่บริเวณใกล้เคียงผ่านทางวิทยุสื่อสาร ต้องตรวจสอบว่ากลุ่มคนร้ายซื้อมาจากไหน ประสานไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองทุกจุด เชื่อว่าคนร้ายที่หลบหนียังวนเวียนอยู่ในประเทศไทย

มีรายงานหลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.จักรทิพย์ สอบปากคำผู้ต้องหา 1 ราย ที่ถูกล้อมจับด้วยตนเอง ทราบข้อมูลว่า ชาวจีนทั้ง 4 คน ที่ร่วมกันก่อเหตุ มีหัวหน้าแก๊งสัญชาติเดียวกันอีก 1 คน ยังจับกุมไม่ได้ ก่อนลงมือวางแผนที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ทั้งหมดเตรียมรถ จยย. ปืนปลอม อุปกรณ์สื่อสารและกุญแจมือ เพื่อมาก่อเหตุ ผบ.ตร.สั่งการให้ชุดคลี่คลายคดีช่วยกันหาชื่อนามสกุลระบุตัวตนของผู้ต้องหาทั้งหมดให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากต้องสงสัยเกี่ยวพันกับกลุ่มก่อการร้ายชาวอุยกูร์ เบื้องต้นทราบรายชื่อผู้ร่วมขบวนการทั้ง 5 แล้ว ประกอบด้วย 1.นายซุน ซุนเหว่ย ชาวเฮอหนาน สัญชาติจีน อายุ 27 ปี ถูกตำรวจยิงบาดเจ็บใกล้กับจุดเกิดเหตุ 2.นายหม่า เกิง ชาวมองโกล สัญชาติจีน อายุ 34 ปี ถูกตำรวจยิงบาดเจ็บใกล้กับจุดเกิดเหตุ ทั้งคู่ถูกนำไปรักษาตัวที่ รพ.ตร. 3.นายหวู ซิ่งจุน ชาวมองโกล สัญชาติจีน อายุ 40 ปี ถูกตำรวจยิงบาดเจ็บสาหัส ถูกนำไปรักษาตัวที่ รพ.กลาง 4.นายหลี่ คุณเผิง ชาวเฮยหลงเจียง สัญชาติจีน อายุ 26 ปี ถูกตำรวจล้อมจับกุมนำตัวมาสอบที่ บก.สส.บช.น. รายสุดท้ายนายเจิ้ง หยาง อายุ 30 ปี อยู่ระหว่างหลบหนี คาดว่าเป็นหัวหน้าผู้บงการเหตุปล้นร้านปืนครั้งนี้ ทั้งหมดเข้ามาประเทศไทยจากเมืองกว่างโจวพร้อมกันเมื่อวันที่ 27 ก.พ.แยกย้ายโดยสารทางสายการบินสยามแอร์และสปริงแอร์ไลน์ ก่อนเข้ามาพักที่ กทม.และ จ.เชียงใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก รพ.กลาง หลังตำรวจควบคุมตัวนายหวู ซิ่งจุน ชาวมองโกล สัญชาติจีน อายุ 40 ปี 1 ในผู้ต้องหาที่ถูกยิงบาดเจ็บสาหัสเข้ารับการผ่าตัดช่วยเหลือชีวิตว่า ผู้ต้องหารายนี้เสียชีวิตขณะผ่าตัดที่ห้องฉุกเฉินชั้น 5 ของโรงพยาบาลแล้ว เบื้องต้นพบบาดแผลถูกยิงเข้าที่ไหล่ซ้าย ขวาแห่งละ 1 นัด และที่หน้าท้องอีก 1 นัด

ต่อมาเวลา 15.30 น. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท. พร้อมกำลังตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจสืบสวน บก.น. 6 และตำรวจ สน.ชนะสงคราม นำตัวนายหลี่ คุณเผิง 1 ในผู้ต้องหา จึงนำตัวไปชี้จุดที่พักทั้ง 3 แห่ง ย่านถนนพระอาทิตย์ โดยไม่อนุญาต ให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า จากการนำตัวผู้ก่อเหตุมาขยายผลหลังทราบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุมาพักที่ พิชชี่ เฮ้าส์ ริมถนนพระอาทิตย์ห้อง เอ 2 เป็นแห่งแรก ตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ.จนถึงวันที่ 2 มี.ค. ก่อนแยกย้ายกระจายกันไปพักตามเกสต์เฮาส์ภายในซอยชนะสงคราม 2 แห่ง ประกอบด้วย โฟร์ซัน วิลเลจ และแฮปปิโอ้ เกสท์เฮ้าส์ โดยมีนายเจิ้ง หยาง หัวหน้าแก๊ง เป็นผู้จ่ายเงินค่าที่พักทั้งหมด เบื้องต้นตรวจสอบไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ส่วนคำให้การของผู้ต้องหาอ้างว่าหลังก่อเหตุจะเดินทางไปที่เมืองพัทยาและจังหวัดภูเก็ต ยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การ อยู่ระหว่างเร่งตามตัวนายเจิ้ง หยาง ที่เป็นหัวหน้าผู้สั่งการเหตุครั้งนี้ พร้อมประสานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองร่วมติดตามตัว เชื่อว่าเหตุครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย

เย็นวันเดียวกัน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น.ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า เหตุครั้งนี้ไม่น่าจะเกี่ยวชาวอุยกูร์และเรื่องก่อการร้าย ขณะนี้ชุดสืบสวนตรวจสอบประวัติว่ากลุ่มผู้ต้องหาเคยมีประวัติกระทำผิดจากประเทศต้นทางหรือไม่ มีพฤติการณ์อย่างไร เบื้องต้นน่าจะประสงค์ต่อทรัพย์เพราะเอากุญแจรถของเจ้าทรัพย์ไปด้วย ส่วนปืนถ้าเอาไปได้ก็คงไม่กี่กระบอกเพราะใช้รถ จยย.มา 2 คัน จากพฤติกรรมถ้าคนร้ายได้ปืน อาจไปก่ออาชญากรรมทั่วไปไม่เกี่ยวกับความมั่นคง ขอเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริง

มีรายงานข่าวหลังการสอบสวนนายหลี่ คุณเผิง ผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวไว้ได้หลังเกิดเหตุ ผ่านล่ามชาวจีน ทราบว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการปล้นปืนเพื่อนำไปก่อเหตุปล้นธนาคารแห่งหนึ่งในตัวเมืองพัทยาและที่ จ.ภูก็ต ทั้งนี้ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่ผู้ต้องหาให้การ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงเหตุดังกล่าวว่า ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก ยืนยันว่ากลุ่มผู้ต้องหาไม่มีความเชื่อมโยงกับกระบวนการก่อการร้ายใดๆ แต่เป็นกลุ่มมิจฉาชีพ หากเป็นกลุ่มก่อการร้ายจริงจะสามารถติดตามได้ เพราะหน่วยงาน มีฐานข้อมูลอยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าหลังการสอบสวนผู้ต้องหา พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท. ผบช.น.ยังสั่งการเร่งรัดให้ตำรวจชุดสอบสวนออกหมายจับผู้ก่อเหตุทั้งหมดในข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธ ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานและข้อหาพยายามฆ่า ท่ามกลางกระแสข่าวที่ระบุเพิ่มเติมว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุบางรายเป็นอดีตทหาร รับงานมาก่อเหตุร้ายในประเทศไทย นอกจากนี้ตำรวจชุดสืบสวนพบหลักฐานเป็นแผนที่ที่กลุ่มคนร้ายทำสัญลักษณ์ไว้ที่จ.เชียงใหม่ และ จ.ภูเก็ต อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อรายงานตามสายการบังคับบัญชา

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    87.7%
  • ไม่ชอบ
    1.8%
  • สนุก
    1.8%
  • ประหลาดใจ
    5.3%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    3.5%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement