'นิพิฏฐ์' โต้ 'เสรี' พาดพิง 'ควง' ฉะ คสช.จ้องสืบอำนาจ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

'นิพิฏฐ์' โต้ 'เสรี' พาดพิง 'ควง' ฉะ คสช.จ้องสืบอำนาจ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 มี.ค. 2559 19:39
3,064 ครั้ง


"นิพิฏฐ์" สวน "เสรี" ย้ำเป็นราชสีห์ตัวจริง ปัดมโนเหน็บจุดต่างไม่ชมดะ ชี้เชียร์ทหารเปรียบอุจจาระยังหอม จวกหลงตัวเป็นดาวฤกษ์ แท้จริงแค่ดาวเคราะห์ ท้าลงเลือกตั้งหลังเคยสอบตกยกพรรค ซัด กรธ.ทำตามใบสั่ง คสช. ฉะจ้องสืบอำนาจ

เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 59 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวโต้ตอบ นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนปฏิรูปด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่พาดพิงให้ดูกำพืดตัวเองและหลงตัวเองเป็นราชสีห์ว่า ตนเป็นราชสีห์จริงๆ ไม่ใช่แค่คิดว่าจะเป็น จึงไม่จำเป็นต้องนำหนังราชสีห์มาห่ม เพราะอยู่พรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียว มาตั้งแต่ยุคที่มี ส.ส.อยู่ 44 คน จนถึงยุคที่มี ส.ส.เกือบ 200 คน ร่วมอยู่ร่วมสร้าง และร่วมสืบทอดเจตนารมณ์พรรคมาตลอด ฉะนั้นอย่าพูดเลยเถิดไปถึง นายควง อภัยวงศ์ อดีตหัวหน้าพรรคยุค 2475 เพราะมันลึกเกินไป และพาดพิงถึงผู้ล่วงลับ เอาแค่นายเสรีกับตนก็พอ ส่วนเรื่องการหลงอำนาจนั้น นายเสรี คงคิดว่าตัวเองเป็นดาวฤกษ์มีแสงในตัวเอง ทั้งที่เป็นดาวเคราะห์รับแสงจากดาวใหญ่ เป็นบริวารมาตกกระทบ จึงหลงว่าเป็นแสงของตัวเอง

"หากรัฐบาล และ คสช.ทำอะไรถูก ผมก็ชม แต่สิ่งไหนไม่ถูกก็ตำหนิ ไม่ใช่หลับหูหลับตาชม ไม่ใช่นิสัย เช่น อุจจาระทหารเหม็นก็บอกเหม็น ไม่ใช่บอกหอม อย่างที่นายเสรีกำลังบอกสังคม เราต่างกันที่จุดนี้ ถ้านายเสรีชื่นชมรัฐธรรมนูญนี้ว่าดี ปราบคนโกง ถือเป็นโอกาสดีที่สุดในชีวิต ออกมาตั้งพรรคการเมืองและลงเลือกตั้งอีกครั้ง แม้ครั้งก่อนจะตั้งพรรคแล้วสอบตกกันยกพรรค ก็อาจเป็นเพราะรัฐธรรมนูญปี 50 ไม่ดี ฉะนั้นเมื่อฉบับนี้ดีให้มาสมัครดู อาจทำให้สอบได้ทั้งพรรค นายเสรี อาจเป็นนายกฯ ก็ได้ ผมขอเสนอให้ใช้ชื่อพรรคว่า เสรีประชาธิปไตย โดยไม่คิดค่าลิขสิทธิ์ ถ้าแน่จริงขอให้ลงเลือกตั้งแข่งขันกัน" นายนิพิฏฐ์ กล่าว

นอกจากนี้ นายนิพิฏฐ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เห็นด้วยกับ ส.ว.สรรหาทั้ง 200 คน ในระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ว่า ชัดเจนแล้วว่าผู้มีอำนาจเอากับแนวคิดนี้ ทั้งที่เป็นการกลับหลักการเลือกตั้ง ส.ว.ทางอ้อม โดยกลุ่มอาชีพที่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. คิดและเขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญแรกอย่างสิ้นเชิง ทั้งที่ก่อนจะรับตำแหน่งประธาน กรธ.เข้าใจว่า ทั้งนายมีชัย และ นายกฯ ได้พูดคุยกันจนเข้าใจในการทำหน้าที่ แต่สุดท้ายกลายเป็นว่ารัฐบาลมากลับหลักการเช่นนี้ ยิ่งแสดงให้เห็นว่า กรธ.ไม่ได้มีอำนาจจริง แต่เป็นแค่การทำตามคำสั่งของผู้มีอำนาจที่แต่งตั้ง เมื่อเขาเคาะแล้วว่าจะเอาแบบนี้แน่นอน มันจึงไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย และไม่ใช่การคืนประชาธิปไตยให้ประชาชน แต่เป็นการสืบทอดอำนาจ

"ส่วนที่มีการอ้างว่า หากปล่อยให้มีการเลือกตั้ง ก็จะกลายเป็นสภาผัวเมีย หรือสภาครอบครัวนั้น เป็นเพียงแค่คำพูดแก้เกี้ยว เพราะในร่างแรกของนายมีชัย ก็เขียนห้ามไว้ชัดเจนอยู่แล้ว การยึดหลักคิดนี้ชัดเจนว่าเขาไม่ยอมรับการตัดสินใจของประชาชน หรือมองว่าประชาชนคนไทยตัดสินใจเองไม่ได้ ผู้มีอำนาจจึงตัดสินใจแทน เพราะมองว่าประชาชนยังเป็นเด็กละอ่อน หรือยังใช้ดุลยพินิจไม่ถูก การที่ตนออกมาท้วงติงเพราะมองเห็นว่าหากมีการแก้ไขโดยกลับหลักการเกี่ยวกับ ส.ว.จะสร้างปัญหาในอนาคต" นายนิพิฏฐ์ กล่าว

เมื่อถามว่า เป็นความตั้งใจของผู้มีอำนาจหรือไม่ ที่จงใจเขียนรัฐธรรมนูญออกมาเช่นนี้เพื่อไม่ให้ผ่านประชามติ และอาจหยิบรัฐธรรมนูญฉบับใดมาบังคับใช้หรือร่างขึ้นเพื่อยืดเวลา นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ถ้าเขียนออกมาตามแนวคิดที่เพิ่งมาโผล่ตอนท้ายนี้ มันไม่ดีแน่และมีปัญหา

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    78.3%
  • ไม่ชอบ
    13.0%
  • สนุก
    7.0%
  • ประหลาดใจ
    0.9%
  • เสียใจ
    0.9%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement