บิ๊กตู่เอาแน่ ขอสัก5ปี มีส.ว.ลากตั้ง - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

บิ๊กตู่เอาแน่ ขอสัก5ปี มีส.ว.ลากตั้ง

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 มี.ค. 2559 07:49
7,621 ครั้ง


แต่มีชัยทําไขสือ ยังไม่ได้พิจารณา

“บิ๊กตู่” สำทับโมเดล ส.ว.ลากตั้งยกเข่ง ใช้ช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน 5 ปี มีหน้าที่พิจารณาทุกสิ่งร่วมกับ ส.ส. เพื่อสานงานต่อ สิ่งที่ คสช.ทำไว้ ชี้เหตุจำเป็นต้องใช้ในภาวะที่ประเทศยังมีปัญหาค้างท่อ ระบุถ้าให้มาจากการเลือกตั้งหนีไม่พ้นสภาผัว-เมีย อีนุงตุงนังทำชาติแกว่ง “มีชัย” ยังพลิ้วไม่ฟันธงปรับจูนที่มา ส.ว. อ้างที่ทำไว้แบบเลือกไขว้เพื่อเป็นสภาพลเมืองดีอยู่แล้ว “วิษณุ” แตะเบรกอย่าเพิ่งเดาไปไกลให้ ส.ว.ยกมือโหวตเลือกนายกฯ กกต.ทำเก๋ตั้งงบให้ฝ่ายหนุน-ต้านรธน.เสนอกิจกรรมรณรงค์ประชามติฝ่ายละ 50 ล้าน “วัฒนา” ได้ประกันตัว หลังเจอข้อหาผิด พ.ร.บ.คอมฯ กรณีโพสต์เฟซบุ๊กจัดหนัก “บิ๊กป้อม” ลั่นไม่กลัวเดินหน้าวิจารณ์ต่อ พท.ได้จังหวะโร่ร้องยูเอ็นอีกกระทอก ครวญถูกละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน นายกฯบอกเตือนแล้วไม่ฟัง อย่าพูดอะไรเสียหาย ถ้าวิจารณ์เป็นประโยชน์ก็เชิญตามสบาย พร้อมสั่งบัวแก้วชี้แจงข้อเท็จจริงอีกด้าน

โมเดล ส.ว.สรรหายกชุด 200 คน ช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ที่เปิดเผยออกมาจากการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์วุรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เริ่มชัดแจ้งขึ้น เมื่อล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมาสำทับถึงความจำเป็นในการมี ส.ว.ในระบบดังกล่าว ในภาวะที่ประเทศยังคงมีกลิ่นอายแห่งความขัดแย้ง

“บิ๊กตู่” ตีธงใช้ ส.ว.สรรหาเปลี่ยนผ่าน

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เสนอให้มี ส.ว.จากการสรรหาทั้งหมดในช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปีว่า ไปดูหลายประเทศก็ทำแบบนี้ วันนี้เราต้องถามย้อนกลับว่า ประเทศเรามีปัญหาหรือไม่ หรือสื่อมวลชนคิดว่ามันไม่มีอะไรเลย ดีทุกอย่าง ดีเลิศประเสริฐศรี เคยพูดมาตั้งนานแล้วว่า มันมีปัญหาจึงต้องมาคิดว่าทำอย่างไรให้เกิดความสมดุลในช่วงเวลาที่เกิดการเปลี่ยนผ่าน ถึงได้พูดตลอดว่า รัฐธรรม-นูญว่ากันไป บทเฉพาะกาลก็แยกออกมาว่าจะทำอย่างไร คำว่า 5 ปีนั้น ถ้าอยู่ได้ 5 ปีจริง ก็ทำหน้าที่ในฐานะ ส.ว.ซึ่งมีหน้าที่พิจารณาร่วมกับ ส.ส.ทั้ง 2 สภา ดังนั้น ถ้ามีอะไรที่เป็นประเด็นปัญหาก็แค่ขอเปิดประชุมสภาเพื่อพิจารณาโดยอภิปราย ซึ่งไม่ใช่อภิปรายเรื่องการทุจริตเพียงอย่างเดียว ก็ต้องมาพูดคุยด้วยว่าแผนปฏิรูปที่ทำมาทำไปแค่ไหนแล้วอย่างไร

เลือกตั้งหมดไม่พ้นสภาผัว-เมีย

“พล.อ.ประวิตรเข้าใจเช่นเดียวกับผม เพราะคิดเหมือนกันอยู่แล้ว เพียงแต่มีความคาดหวังว่าไม่ต้องการให้ปัญหาลุกลามบานปลาย ถ้าปล่อยให้เป็นแบบเดิม ส.ว.กับ ส.ส.ต่างก็เลือกเข้ามา มีญาติพี่น้อง มีลูกเมีย มันก็ไปด้วยกันหมด ประเทศชาติมันก็แกว่ง มันไปไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไปจับผิดรัฐบาล แต่เป็นการช่วยรัฐบาลในการประเมินผลงานของรัฐบาล หน้าที่ของ ส.ว.เป็นเช่นนี้ หน้าที่อีกอย่างคือการเปิดประชุม 2 สภา เรื่องนี้คิดว่ามันเป็นหน้าที่อยู่แล้วไม่ว่าจะเป็น ส.ว.หรือ ส.ส. หน้าที่แรกคือการดูเรื่องธรรมาภิบาล ความโปร่งใสในการทำงาน รวมทั้งการเดินยุทธศาสตร์ของประเทศ” นายกฯกล่าว

ส.ว.สานงานต่อสิ่งที่ คสช.ทำไว้

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การเดินยุทธศาสตร์ประเทศนั้นมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว ในการทำเรื่องนี้เป็นเพียงการเขียนข้อหลักๆไว้ เหมือนการนำแผนของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งเป็นกรอบใหญ่ๆมาบรรจุไว้ ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับนโยบายความมั่นคงของประเทศ ยุทธศาสตร์ประเทศ 20 ปี ซึ่งในทุก 5 ปี สภาพัฒน์จะมาทำแผนให้สอดคล้อง ในเรื่องปฏิรูปเน้นย้ำว่าให้มีความสอดคล้องในระยะเวลา 5 ปี ทั้งนี้ไม่ว่ารัฐบาลไหนเราต้องเดินหน้าอย่างมีขั้นตอน ไม่ได้ไปล็อกอะไรตรงไหนเลย ถ้าทำตามนี้ ไม่ว่าจะมากหรือน้อยแล้วต้องไปพิจารณาในสภาอยู่ดี ไม่ใช่เปิดอภิปรายก็เอาแต่เรื่องทุจริต ไม่เห็นทำอะไรได้สักอย่าง ไม่ใช่จะเอา ส.ว.มาเพื่อจับผิด แต่ ส.ว.ไปทำหน้าที่แทนประชาชนสานต่องานที่เราทำไว้ ตนในฐานะผู้นำรัฐบาลและหัวหน้า คสช.ต้องทำให้เกิดความเข้าใจ ตนต้องรับผิดชอบทั้งหมดต้องทำความเข้าใจบ้างเป็นครั้งคราว

พรรคการเมืองต้องเดิน 2 ขา

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ทุกฝ่ายจะต้องมีความเข้าใจและร่วมมือกันในการเดินหน้าและพัฒนาประเทศ ตนเข้าใจเรื่องการเมืองและการดำเนินการทางการเมือง แม้จะไม่ใช่นักการเมืองก็ตาม ได้ศึกษามารู้ว่าต้องเดิน 2 ขา ขาหนึ่งเพื่อประเทศชาติ อีกขาหนึ่งก็เพื่อพรรคของท่าน จะอยู่ในอำนาจเท่าไหร่ก็ว่ามา ไม่ได้ไปห้าม ทั้งนโยบายพรรคและนโยบายต่างๆ แต่ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า นโยบายพรรคที่ทำนั้น ทำแล้วจะเอาเงินที่ไหนและเกิดประโยชน์กับใครบ้าง ต้องแยกแยะ จริงๆไม่อยากจะกล่าวอ้าง สมมติว่าจะมีการเดินนโยบายเกี่ยวกับเรื่องจำนำ แล้วคนที่ทำอาชีพอื่นจะได้อะไรจากนโยบายพรรคตรงนี้ นโยบายพรรคควรเดินไปตามยุทธศาสตร์ชาติเพื่อการปฏิรูปประเทศ ถ้าใครหาเสียงแบบนี้ผมจะเลือกเข้ามา

“วิษณุ” แตะเบรกอย่าเพิ่งมองไกล

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อเสนอที่จะให้มี ส.ว.สรรหาในช่วงเปลี่ยนผ่าน ว่า ไม่ขอแสดงความคิดเห็นในส่วนนี้ และการที่มีข้อเสนอของสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) บางคนให้ ส.ว.มีส่วนร่วมในการโหวตเลือกนายกฯนั้น ตนคงไม่ได้มองไปไกลขนาดนั้น อย่าเอาคำพูดของ สปท.เพียงคนเดียว ซึ่งยังไม่ผ่านการรับรองของที่ประชุม สปท.มาถามรัฐบาล แต่ยอมรับว่า ในอดีต ส.ว.เคยมีส่วนในการโหวตเลือกนายกฯ เป็นเพียงช่วงหนึ่งแต่ไม่นาน

ตัดงบแต่กระจายร่าง รธน.ทั่วถึง

เมื่อถามว่า ในที่ประชุมร่วมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องการให้ลดงบประมาณในการทำประชามติ นายวิษณุตอบว่า ใช่ มติ ครม.อยากให้ควบคุมในงบที่เหมาะสม แต่บอกไม่ถูกว่าต้องใช้เท่าไร วงเงิน 3 พันล้านบาทถือว่ามาก เมื่อปี 58 ที่จะมีการทำประชามติกำหนดให้แจกจ่ายร่างรัฐธรรมนูญให้ได้ร้อยละ 80 ของครัวเรือน ก็วางงบประมาณไว้ที่ 3 พันล้านบาท แต่วันนี้ลดลงแล้ว วิธีการจะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญเข้าถึงประชาชนมีเยอะ โดยไม่ต้องพิมพ์เป็นเล่ม ตนเห็นว่า คู่มือบทสรุปร่างรัฐธรรมนูญมีความสำคัญที่สุด โดยจะแจกจ่ายให้ทั่วถึง อาจจะออกโทรทัศน์ได้ทุกวัน

“พรเพชร” หนุนโมเดล ส.ว.สรรหา

เมื่อเวลา 09.45 น. ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ให้ ส.ว.มาจากกลุ่ม 20 วิชาชีพเลือก ไขว้กัน แต่จากการพิสูจน์ทางวิชาการไม่มีประเทศใดใช้ระบบนี้ การให้กลุ่มวิชาชีพเลือกผู้แทนของตนเองผลคือมีการสร้างบล็อกโหวตขึ้นมา ถือว่าไม่ได้ผลอย่างเต็มที่ในการจะมีตัวแทนกลุ่มวิชาชีพอย่างแท้จริง สนช.จึงเกรงว่าการที่จะรีบด่วนใช้กระบวนการสรรหา ส.ว.แบบไขว้กันจะเร็วเกินไปหรือไม่ หรือเป็นการไปทดลองโดยที่ยังไม่มั่นใจ จึงเห็นว่าการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคส่วนต่างๆที่ใช้มานั้น ถือว่าเป็นระบบที่มีจุดอ่อนและข้อเสียน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับระบบเลือกตั้ง เพราะระบบเลือกตั้งโดยตรงจะไปซ้ำซ้อนกับการเลือก ส.ส. ตนจึงได้เสนอให้นายมีชัยใช้ระบบสรรหาดีกว่า

ไม่เห็นบทบัญญัติสืบอำนาจ

เมื่อถามว่า หากใช้ระบบสรรหาจะทำอย่างไรไม่ให้ถูกครหาว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ นายพรเพชร ตอบว่า คสช.ยืนยันมาตลอดว่าไม่มีการสืบทอดอำนาจ ดังนั้น จึงต้องดูต่อไป และในบทบัญญัติร่างรัฐธรรมนูญนี้ตนยังไม่เห็นเรื่องการสืบทอดอำนาจ แต่ยังสงสัย อยู่ที่บอกกันว่าให้พรรคการเมืองเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกฯ 3 รายชื่อ และการลงคะแนนด้วยบัตรใบเดียว แล้วมีผลการเลือกตั้ง ส.ส. 2 ประเภท ตนยังไม่เห็นว่าไปเกี่ยวข้องกับการสืบทอดอำนาจของ คสช.อย่างไร ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 เข้าใจว่า คสช.ส่งให้ สนช.แล้ว น่าจะบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมของ สนช.ได้ภายในสัปดาห์หน้า

“มีชัย” พลิ้วยังไม่ฟันธงที่มา ส.ว.

ด้านความเคลื่อนไหวการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ วันเดียวกันเมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ทำหน้าที่ประธานการประชุม วาระพิจารณาทบทวนและปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญในหมวดคณะรัฐมนตรี นายมีชัยให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม และนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ออกมาแสดงความเห็นตรงกันว่า อยากให้ร่างรัฐธรรมนูญปรับแก้ที่มา ส.ว.โดยให้มาจากการสรรหาว่า กรธ. ยังไม่ได้พิจารณาประเด็นที่มาของ ส.ว.เนื่องจากต้องรอดูความเห็นของฝ่ายต่างๆที่ส่งเข้ามาก่อน ในส่วนอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับเบื้องต้นนั้นเห็นว่ามีความสมบูรณ์แล้ว ตามเจตนารมณ์ที่ต้องการให้ ส.ว.เป็นสภาพลเมือง

กกต.จัดงบ 50 ล. ให้ฝ่ายหนุน–ต้าน

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงการเตรียมการทำประชามติว่า ตอนนี้เมื่อเงินเหลือน้อย หากจะทำให้มีประชามติเกิดขึ้นจริง รัฐบาลต้องเร่งรัดการเบิกจ่ายให้กับ กกต. จะไม่เหมือนทุกครั้งที่ กกต.สำรองจ่ายไปก่อน ไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้เกิดการติดขัดในการทำงาน ส่วนการเตรียมทำประชามติเรื่องกฎหมาย คิดว่ากฎหมายทุกอย่างจะเสร็จภายในเดือน เม.ย.นี้ มีผลบังคับใช้ในกรอบระยะเวลาที่กำหนด ส่วนการจัดเตรียมด้านแผนงาน และโครงการกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำประชามติได้เตรียมการไว้แล้ว โดยเฉพาะการแสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญของฝ่ายที่เห็นชอบ และไม่เห็นชอบ จะให้โอกาสแต่ละฝ่ายเท่าเทียมกัน โดย กกต.จะให้องค์กร หรือหน่วยงานที่สนใจจะรณรงค์ลงทะเบียนกับ กกต. และเสนอโครงการกิจกรรมที่จะทำขึ้นมา กกต.เตรียมงบประมาณสนับสนุนแต่ละฝ่ายไว้ฝ่ายละ 50 ล้านบาททั่วประเทศ

พท.ชี้ตรรกะผิดใช้ รธน.ปราบโกง

นายคณิน บุญสุวรรณ ประธานคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การร่างรัฐธรรมนูญเพื่อเป็นเครื่องมือปราบทุจริตนั้น แค่คิดก็ผิดแล้ว โดยเฉพาะการมุ่งปราบนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ด้วยองค์กรที่มาจากการแต่งตั้ง เพราะส่วนใหญ่เชี่ยวชาญแต่กระบวนการยุติธรรมทางอาญา ไม่ใช่กระบวนการยุติธรรมทางการเมือง อีกทั้งยังอาจมองข้ามการทุจริตในหมู่ข้าราชการประจำ และพ่อค้านักธุรกิจภาคเอกชน เพราะคนที่จะมาอยู่ในองค์กรอิสระส่วนใหญ่ล้วนเติบโตมาจากระบบข้าราชการ ที่สำคัญการคอร์รัปชันไม่ใช่อาชญากรรมธรรมดา แต่เป็นอาชญากรรมทางการเมือง ดังนั้นต้องใช้กระบวนการทางการเมืองที่เน้นความโปร่งใสตรวจสอบและเป็นประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือ การใช้กระบวนการยุติธรรมทางอาญาธรรมดาจึงถือว่าล้มเหลวตั้งแต่ต้น ดีไม่ดีอาจกลายเป็นว่าใช้การปราบโกงเป็นอาวุธทำลายฝ่ายตรงข้าม เพื่อจะได้ฉวยโอกาสโกงเสียเอง

ปชป.หนุนห้ามเล่นแร่แปรงบฯ

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ขอสนับสนุน กรธ.ที่มีการแก้ไขร่างมาตรา 139 ว่าด้วยการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี ห้าม ส.ส. ส.ว. หรือกรรมาธิการ (กมธ.) ที่มีส่วนร่วมในการพิจารณา เสนอ แปรญัตติหรือการกระทำใดๆที่มีผลทำให้ ส.ส. ส.ว.หรือ กมธ.ได้รับประโยชน์ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม มีบทกำหนดให้ลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนร่วมอนุมัติให้การกระทำที่ห้ามดังกล่าวโดยขยายไปถึงเจ้าหน้าที่รัฐในฐานะผู้ที่เสนอโครงการมายังหน่วยงานผู้อนุมัติด้วย เพราะจากประสบการณ์เป็นโฆษก กมธ.งบประมาณมา 2 สมัยยืนยันได้ว่าการทุจริตเงินงบประมาณนั้น จุดเริ่มต้นมาจากข้าราชการประจำ ต้นสังกัดโครงการนั้นๆทั้งสิ้น

“เสรี” เหน็บ “นิพิฏฐ์” ดูกำพืดตัวเอง

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ขอตอบโต้ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง ไม่รู้ไปกินอะไรมาถึงได้ของขึ้น ออกอาการเหมือนผี ถูกน้ำมนต์กรณีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่เน้นปราบโกง ว่ากล่าวให้ร้ายและท้าทายคนนั้นคนนี้ให้ออกมาเลือกตั้งแข่งกับตนเอง หลงตัวเองว่ามีคะแนนเสียงดี หากแน่จริงต้องลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ก่อนค่อยมาท้าคนอื่น อยู่พรรคประชาธิปัตย์เหมือนเอา หนังราชสีห์มาห่ม แล้วคิดว่าตัวเองเป็นราชสีห์ ทั้งๆที่ไม่ใช่ อ้างว่าตัวเองเป็นนักประชาธิปไตย กล่าวให้ ร้ายดูถูกคนอื่นและทหารว่าเป็นเผด็จการ ต้องการสืบ ทอดอำนาจ โดยไม่ดูกำพืดของตัวเองเลยว่าเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อันเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ที่มีนายควง อภัยวงศ์ เป็นผู้ก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์เมื่อปี 2489 และเป็นสมาชิกคณะราษฎรสายพลเรือน ซึ่งร่วมการปฏิวัติสยาม พ.ศ.2475 นายนิพิฏฐ์ควรดูประวัติศาสตร์ของตัวเอง ก่อนไปกล่าวให้ร้ายคนอื่น

“วัฒนา” ซัดพฤติกรรมลุอำนาจ

ส่วนความคืบหน้ากรณีนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ถูกควบคุมตัวไปปรับทัศนคติ และถูกแจ้งข้อกล่าวหากระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กรณีโพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์การให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมนั้น วันเดียวกัน นายวัฒนาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า นายทหารพระธรรมนูญแจ้งว่าข้อความที่ตนโพสต์เป็นความเท็จทำให้ผู้อื่นเกิดความเสียหาย ไม่ขอมีความเห็น เพราะเมื่อดำเนินคดี แล้วควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่สิ่งที่ต้องพูดคือหากเห็นว่าตนทำผิดต้องแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่ใช่ยกกำลังมาบุกบ้านเพื่อควบคุมตัว เพราะเป็นพฤติกรรมลุแก่อำนาจ ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ขัดกับคำพูดของพวกคุณเองที่เรียกร้องให้ทุกคนเคารพกฎหมาย นี่คือสาเหตุสำคัญที่ตนเรียกร้องความเป็นประชาธิปไตย

ไม่ยอม ไม่กลัว ลุยวิจารณ์ต่อ

นายวัฒนาระบุว่า แม้นายทหารปฏิบัติกับตนอย่างสุภาพ แต่ไม่ได้หมายความว่าวิธีการถูกต้อง ได้ยืนยันกับนายทหารที่มาปรับทัศนคติว่าจะยังวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล คสช. และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป ใครที่กินเงินเดือนจากภาษีประชาชนย่อมถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ พวกคุณไม่มีสิทธิมาใช้พฤติกรรมแบบที่ทำกับตนโดยเด็ดขาด เพราะไม่ยอมและไม่เคยกลัว อย่างไรก็ตาม ทราบจากแม่บ้านว่าทหารกลุ่มที่พาตัวไปได้ย้อนกลับมาที่บ้าน มาหลอกแม่บ้านว่าตนใช้ให้มาเอาโทรศัพท์ที่ฝากไว้กับลูกสาว โชคดีที่ลูกสาวไม่เชื่อ พฤติการณ์ของทหารที่ทำแบบนี้ควรเรียกว่าอะไร

ขึ้นศาลพิเคราะห์ผิดอาญาร้ายแรง

จากนั้นเวลา 09.00 น. นายวัฒนาเดินทางมายังศาลอาญากรุงเทพใต้ หลังนัดหมายพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง มาฝากขังศาลคดีความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ สืบเนื่องจากกรณีนายวัฒนาโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กหมิ่นวิจารณ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ถึงเรื่องการทำงานของ คสช. โดยมีแกนนำพรรคเพื่อไทยเดินทางมาให้กำลังใจจำนวนหนึ่ง ท่ามกลางกองทัพนักข่าวที่มารอติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าว กระทั่งเวลา 09.30 น. พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้งนำตัวนายวัฒนา ผู้ต้องหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลปลอม ไม่ว่าจะทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลอันเป็นเท็จที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ไปยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 3-14 มี.ค.59 เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบปากคำพยาน 7 ปาก ศาลสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน พิเคราะห์แล้วเห็นว่ากรณีตามคำร้องของพนักงานสอบสวนเป็นความผิดอาญาที่มีโทษร้ายแรง ทั้งการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น จึงอนุญาตให้ฝากขังมีกำหนด 12 วัน ตามที่พนักงานสอบสวนร้องขอให้ประกันตัววงเงิน 1 แสนบาท

อย่างไรก็ตาม ภายหลังนายวัฒนายื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 100,000 บาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยตีราคาประกัน 100,000 บาท ห้ามผู้ต้องหาเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล พร้อมกำชับผู้ต้องหาให้มารายงานตัวต่อศาลวันที่ 14 มี.ค. ตามที่นัดในวันที่ครบฝากกำหนดฝากขังครั้งแรกด้วย

“จาตุรนต์” สับใช้ความโกรธส่วนตัว

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวกรณีทหารควบคุมตัวนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย เข้าปรับทัศนคติว่า ที่นายวัฒนาใช้คำว่าเหยียดหยามทางเพศนั้นถูกของนายวัฒนา แต่คนที่ไปจับและคนที่สั่งให้ไปจับคงไม่เข้าใจว่าทำไมจึงว่าเหยียดหยาม จะไปปรับทัศนคติกันได้อย่างไร ในเมื่อคนที่จะถูกปรับทัศนคติมีวัฒนธรรมที่สูงกว่าคนที่จะปรับ กรณีนี้ยิ่งน่าเกลียดเพราะการลุแก่อำนาจครั้งนี้ดูแล้ว ใครๆก็เห็นว่ามาจากความโกรธเป็นส่วนตัว ที่กำลังจะกลายเป็นใครแตะต้องไม่ได้ แต่ที่ตนยังไม่เข้าใจคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม บอกว่านายวัฒนาพูดเท็จ ลองอ่านที่นายวัฒนาพูดเรื่องเหยียดหยามทางเพศแล้ว นึกไม่ออกว่าคำไหนที่เท็จ ใครเข้าใจว่าคำไหนเป็นคำเท็จ ช่วยบอกที

โร่ร้องยูเอ็นถูกละเมิดสิทธิ

ที่สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย และ น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ คณะทำงานด้านต่างประเทศ พรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าพบผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ เพื่อรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในไทย พร้อมมอบแถลงการณ์พรรคเพื่อไทยกรณีที่ทหารเข้าควบคุมตัวนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคไปปรับทัศนคติที่ มทบ.11 เมื่อวันที่ 2 มี.ค.

ต้องการพื้นที่แสดงความเห็น

น.ส.วิสาระดีกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้มามอบแถลงการณ์เพื่อตอกย้ำจุดยืนในการเรียกร้องให้รัฐบาล คสช.หยุดละเมิดสิทธิมนุษยชน ตลอดจนสิทธิขั้นพื้นฐานของนักศึกษา นักวิชาการ สื่อมวลชน มาโดยตลอด

น.ส.ชยิกากล่าวว่า เราไม่ได้เรียกร้องเพื่อนักการเมืองของพรรคเพียงอย่างเดียว แต่เรียกร้องในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ถ้าบุคคลหนึ่งไม่สามารถแสดงความคิดเห็นต่อรัฐบาลเพื่อปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานได้แล้วประชาชนจะสามารถปกป้องสิทธิของตนเองในการแสดงความคิดเห็นได้อย่างไร โดย เฉพาะในช่วงเวลาสำคัญขณะนี้ ประชาชนต้องการพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องการรณรงค์รับ-ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม

“บิ๊กตู่” สั่ง กต.แจงความจริงอีกด้าน

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ให้สัมภาษณ์กรณีทหารเชิญตัวนายวัฒนามาปรับทัศนคติและแจ้งขอหาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ว่า ก่อนหน้านี้ได้เตือนไปหลายครั้งแล้ว อยากให้ดูคำสั่ง คสช. มาตรา 44 เขียนว่าอย่างไร การกระทำอะไรที่สร้างความเดือดร้อน สร้างความขัดแย้ง ซึ่งวันนี้ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ ดังนั้นเขาไม่ควรจะพูดอะไรที่เสียหาย ถ้าเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ที่เป็นประโยชน์ ตนเคยไปยุ่งอะไรหรือไม่ บางคนไม่เป็นประโยชน์ตนก็ยังทน ผู้สื่อข่าวถามว่า ห่วงหรือไม่ว่าจะมีการนำไปขยายความร้ององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เหมือนที่เคยทำ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ก็ไปร้อง ตนก็ชี้แจงยูเอ็นตลอดอยู่แล้ว วันนี้ก็ให้ทูตชี้แจงในต่างประเทศ ส่งข้อมูลพื้นฐานไปแล้ว ใครทำความผิดอะไรบ้าง พฤติกรรมที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ส่งไปหมดทุกประเทศ เป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ คงไม่ปล่อยให้เขาไปฟ้องข้างเดียว ตนไม่ได้ไปตอบโต้ แต่เป็นการนำข้อเท็จจริงไปชี้แจง และหลายประเทศเขาก็เข้าใจมากขึ้นเรื่อยๆ เราอย่ามาทำลายกันเองเลย

อย่าให้คนนอกประเทศปลุกปั่น

พล.อ.ประยุทธ์ยังให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึง “วันนักข่าว” วันที่ 5 มี.ค. ว่า สำหรับสื่อคงไม่ไปห้ามอะไร เพราะคงห้ามหมดไม่ได้อยู่แล้ว เราเป็นประเทศประชาธิปไตย ตนก็ประชาธิปไตย แต่ก็มีคนบอกว่าก้ำๆกึ่งๆ อยากใช้อำนาจก็ใช้ บางคนบอกใช้น้อยเกินไปด้วยซ้ำ มันถึงวุ่นวายแบบนี้ ไม่อยากให้เกิดการดื้อยาด้วยการใช้ยาแรงทุกเรื่อง มันไม่ใช่ เรากำลังเตรียมการสู่ประชาธิปไตย เป็นประชาธิปไตยที่จะแก้ปัญหาเดิมๆ ไม่ให้เกิดปัญหาใหม่ อนาคตไม่ว่ารัฐบาลไหนเข้ามา งบประมาณต้องลงไปในรูปแบบตามภูมิภาค ไม่ใช่ตามคะแนนเสียง นี่คือเหตุที่ต้องมียุทธศาสตร์ชาติให้เดิน ต่อไปทุกโครงการต้องเข้มงวด ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ จัดทำแผนบูรณาการเชื่อมโยงกัน ไม่ใช่ต่างกันต่างใช้ การพัฒนาประเทศอย่าเอาการเมือง ความขัดแย้งมาปะปน ไม่อย่างนั้นไม่ว่าเรื่องอะไรก็ล้มเหลว วิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่อย่าให้ร้ายโดยไม่มีข้อมูล อย่าให้คนที่อยู่ในและนอกประเทศปลุกปั่น ถ้าคิดมาปลุกปั่น ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเท่านั้น อย่าไปพูดข้างนอกมันประจานตัวเอง

เรียก ผบ.ทบ.เข้าพบหารือตึกไทยฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการให้สัมภาษณ์ พล.อ.ประยุทธ์วันนี้ เป็นไปตามข้อตกลงคือผู้สื่อข่าวจะต้องแจ้งชื่อสังกัดและคำถามที่จะถามนายกฯกับเจ้าหน้าที่กองงานโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีล่วงหน้า ซึ่งโดยครั้งนี้กำหนดให้ถามได้ 5 คำถาม ทั้งนี้ ตลอดการให้สัมภาษณ์นายกฯตอบคำถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ โดยให้มากกว่า 5 คำถาม โดยพูดกับผู้สื่อข่าวด้วยว่า “วันนี้อารมณ์ดี” ขณะเดียวกัน ทีมงานนายกรัฐมนตรีได้แจ้งต่อผู้สื่อข่าวว่า จากนี้ไปห้ามไม่ให้มีการตะโกนถามนายกฯขณะกำลังเดินอยู่ระหว่างทางเชื่อมตึกไทยคู่ฟ้าและตึกสันติไมตรี รวมถึงจุดอื่นๆด้วย เพราะนายกฯไม่ใช่นักการเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ช่วงเช้าวันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ได้เรียก พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. เข้าพบที่ตึกไทยคู่ฟ้า ใช้เวลาหารือกันประมาณ 20 นาที ถึงสถานการณ์การเมืองทั่วไป รวมทั้งการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารกลางปี

พท.โยน กกต.จ่ายเจ๊งเลือกตั้ง

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่ กกต.จะให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ รับผิดชอบทางละเมิด กรณีปล่อยให้มีการเลือกตั้ง 2 ก.พ.2557 และต้องชดใช้ความเสียหาย 2,400 ล้านบาทนั้น ไม่น่าจะถูกต้อง เพราะหลังจากมีการ ยุบสภาฯให้เลือกตั้งใหม่ มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งออกมา ความรับผิดชอบในการจัดการเลือกตั้งอยู่ที่ กกต.โดยตรง ตามที่ระบุไว้ในกฎหมาย การที่รัฐบาลรักษาการจะใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินยังต้องขออนุมัติจาก กกต.แทบทุกเรื่อง ดังนั้น การอนุมัติใช้จ่ายของรัฐบาลเพื่อดูแลควบคุมการเลือกตั้งทั่วประเทศ ฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายบริหารคงจะเข้าไปก้าวก่ายไม่ได้เลย การประท้วงปิดกั้นไม่ให้มีการเลือกตั้งก็เป็นหน้าที่ของ กกต.ที่จะต้องรับผิดชอบ การที่ กกต.จะมาฟ้องทางละเมิดให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ชดใช้จึงไม่ถูกต้อง การเลือกตั้งที่เป็นโมฆะนั้นควรอยู่ในความรับผิดชอบโดยตรงของ กกต. จึงต้องเป็นผู้รับผิดชอบทางละเมิดเองจึงน่าจะถูกต้อง

“ปิยะ” นั่ง ปธ.ศาลปกครองสูงสุด

ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เป็นประธานการประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบให้นายปิยะ ปะตังทา รองประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นประธานศาลปกครองสูงสุด หลังจาก พล.อ.อู้ด เบื้องบน ประธานคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้ได้รับการเสนอชื่อ ด้วยคะแนน 125 ต่อ 42 งดออกเสียง 22 เสียง และที่ประชุมมีมติเห็นชอบผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ 14 คน ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด อาทิ นายบุญอนันต์ วรรณพานิชย์ อธิบดีศาลปกครองสงขลา นางกาญจนรัตน์ ลีวิโรจน์ สมาชิก สนช. ขณะที่นายสุชาติ ศรีวรกร ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลาง เป็นคนเดียวของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อที่ไม่ได้รับเลือก

ฟ้องเพิ่ม “พะจุณณ์” หมิ่นประมาท

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สมาชิกสปท.กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีโพสต์ข้อความผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ มีการซื้อขายตำแหน่งตำรวจว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.สั่งดำเนินคดี เนื่องจากทำให้ สตช.เสียหาย กล่าวหาโดยไม่มีมูลความจริง ไม่มีพยานหลักฐาน และ พล.ต.อ.จักรทิพย์มอบอำนาจให้ตนมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนอีกหนึ่ง ข้อหาฐานหมิ่นประมาท โดยการโฆษณา ส่วนที่มีการออกหมายเรียกไปแล้วนั้น พล.ร.อ.พะจุณณ์ได้รับหมายเรียกหรือยัง ตนไม่ทราบ เนื่องจากไม่มีการติดต่อมาที่ตนหรือ ผบ.ตร.และยังไม่มีการแจ้งจาก บก.ปอท.ว่ามีการติดต่อมาแล้ว

ลั่นโยงถึงใครดำเนินคดีทุกราย

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ยืนยันเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม เป็นเรื่องขององค์กรตำรวจ และถ้ายังมีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องต้องดำเนินคดีทุกราย เพราะเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง พล.อ.ประวิตรกำชับแล้วกำชับอีกห้ามเด็ดขาด เพราะสิ่งต่างๆเหล่านี้ทหารไม่นิยม เรื่องนี้ทำให้ สตช.เสียหาย เสียศรัทธา ความเชื่อมั่น เมื่อมีหน้าที่รับใช้ประชาชน ถ้ามาซื้อขายตำแหน่งแล้วจะรับใช้ประชาชนอย่างไร ผบ.ตร.ย้ำมาตลอดเรื่องศักดิ์ศรีตำรวจ ปล่อยให้ใครเหยียบย่ำไม่ได้ ถือเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน เมื่อพบเห็นไม่ดำเนินการก็ผิดฐานละเว้น

สตง.ขู่ไล่เช็กองค์กรใช้งบฯ สสส.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กล่าวถึงปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนในการใช้จ่ายงบประมาณสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ว่า แม้เรื่องความทับซ้อนไม่ผิดกฎหมาย แต่ก็ทำไม่ได้ ทุกขั้นตอนต้องโปร่งใส ซึ่งรัฐบาลได้ปรับแก้ระเบียบการใช้งบประมาณป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนแล้ว ส่วนการเรียกชำระภาษีย้อนหลังของมูลนิธิต่างๆที่รับเงินจาก สสส. เป็นหน้าที่ของผู้ที่มีหน้าที่จัดเก็บภาษี ไม่มีการยกเว้น ดังนั้น องค์กร หน่วยงานที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการกุศล โดยเจตนาเนื้อแท้แล้ว ถ้ามีเจตนาที่ดี การเสียภาษีก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำตามหน้าที่ และจากนี้ สตง.จะเข้มงวดตรวจสอบอย่างละเอียด จะตามจากเงินที่ใช้จ่ายไปยังหน่วยงานต่างๆที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ที่เราจะเข้าไปได้ ว่าที่กล่าวอ้างมาข้อเท็จจริงอย่างไร

ก.ค.ได้ตัวเลขฟ้องแพ่งจำนำข้าว “ปู”

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว และนางชุติมา บุญยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เข้าพบ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อรายงานความคืบหน้าในการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวในรอบปีบัญชี ปี 58 ภายหลังเข้าพบนายสมชัยเผยว่า พล.อ.วิลาศสอบถามว่า จะมีการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเมื่อใด ซึ่งตนได้แจ้งว่า สามารถปิดบัญชีในรอบบัญชี ปี 58 ได้ในวันที่ 8 มี.ค.นี้ เพราะองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) และองค์การคลังสินค้า (อคส.) ได้ส่งตัวเลขมาหมดแล้ว ซึ่งรอบนี้ไม่มีข้าวหาย ส่วนความคืบหน้าการดำเนินการเรียกค่าเสียในโครงการรับจำนำข้าวว่า กรณีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ คณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง ที่มีอธิบดีกรมบัญชีกลางเป็นประธาน ได้ประชุมแล้ว คาดว่าจะสรุปตัวเลขได้ในเดือน มี.ค.59 จากนั้นจะส่งเรื่องไปยัง รมว.คลัง เพื่อส่งต่อนายกฯพิจารณาก่อนส่งไปให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการเรียกเก็บค่าเสียหาย ส่วนกรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เบื้องต้นคาดว่า ภายในเดือน ก.ค. 59 น่าจะจบ จากนั้นจะส่งมาให้นายกฯ เมื่อนายกฯพิจารณาเสร็จจะส่งกลับ รมว.คลังเพื่อเรียกค่าเสียหาย

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    19.5%
  • ไม่ชอบ
    71.0%
  • สนุก
    6.6%
  • ประหลาดใจ
    1.0%
  • เสียใจ
    1.0%
  • ให้กำลังใจ
    1.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement