ลงโทษตลอดชีวิต มือปืนป๊อปคอร์น - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ลงโทษตลอดชีวิต มือปืนป๊อปคอร์น

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 มี.ค. 2559 07:38
13,273 ครั้ง


แต่ได้ลด1ใน3 เพราะสารภาพ ติด37ปี4เดือน

ปิดตำนานมือปืนป๊อปคอร์น ที่ร่วมมือกับชายชุดดำ 22 คนช่วยม็อบ กปปส. ที่แยกหลักสี่ ศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิตข้อหาฆ่าคนตาย และอีก 6 ปี ข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะฯ แต่คำให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนมีประโยชน์ ลดโทษ 1 ใน 3 เหลือโทษจำคุกทั้ง 2 คดีรวม 37 ปี 4 เดือน

ที่ห้องพิจารณา 714 ศาลอาญา เมื่อเวลา 13.30น. วันที่ 3 มี.ค. ศาลอ่านคำพิพากษาคดีพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ฟ้องนายวิวัฒน์ หรือท็อป ยอดประสิทธิ์ อายุ 24 ปี มือปืนป๊อปคอร์นเป็นจำเลยความผิดฐานร่วมกันฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และนำอาวุธปืนออกนอกเคหสถานภายในพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ.2548

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 ก.พ.57 เวลากลางวัน จำเลยกับพวกมีปืนเล็กยาวไม่ทราบชนิดและขนาดติดตัวไปที่ทางแยกหลักสี่ เขตหลักสี่ ซึ่งเป็นพื้นที่ประกาศให้เป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และยิงปืนเข้าไปในอาคารศูนย์การค้าไอที สแควร์ จนนายอะแกว แซ่ลิ้ว เสียชีวิต ส่วน น.ส.สมบุญ สักทอง นายนครินทร์ อุตสาหะ และนายพยนต์ คงปรางค์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์มีเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นครไทย จ.พิษณุโลก เบิกความสอดคล้องกันเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนหาคนร้ายสวมเสื้อยืดชุดดำ ใส่หมวกไหมพรม ในมือสวมถุงกระสอบข้าวโพดสีเขียวเหลือง ต่อมาทราบชื่อเล่นว่าท็อปอาศัยอยู่ จ.พิษณุโลก ขณะที่มีภาพที่คนร้ายเปิดหมวกไหมพรมลักษณะคล้ายกับจำเลย เมื่อนำภาพถ่ายไปให้พี่ชายของจำเลยดูยืนยันว่าชายในรูปภาพเป็นน้องชายตนเองชื่อนายวิวัฒน์ยิ่งทำให้มีน้ำหนักมากขึ้น แม้จำเลยจะสวมหมวกปิดหน้า แต่เมื่อเปรียบเทียบลักษณะภาพถ่ายคนร้ายจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ กับภาพที่เปิดหมวกไหมพรม บุคคลในภาพมีลักษณะรูปร่างคล้ายกัน แต่งกายชุดเหมือนกัน สวมเสื้อเกราะเช่นเดียวกัน ตำแหน่งติดอุปกรณ์วิทยุสื่อสารตรงกัน

เมื่อนำรูปในทะเบียนราษฎรมาเปรียบเทียบกับเอกสารของโจทก์เห็นชัดว่า ชายคนดังกล่าวเป็นคนเดียวกับจำเลย ชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพและเป็นผู้นำชี้จุดเกิดเหตุ มีพนักงานสอบสวนและกระทำต่อหน้าสื่อมวลชนจำนวนมาก หากจำเลยถูกข่มขู่ให้รับสารภาพจริงควรร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ไม่ปรากฏว่ามีการร้องเรียนของจำเลย ขณะที่ข้อเท็จจริงที่ได้จากการนำสืบพบว่า ช่วงวันเวลาเกิดเหตุมีชายชุดดำ 22 คน มีภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นว่า กลุ่มชายชุดดำเดินจากแยกหลักสี่ไปจุดกึ่งกลางระหว่างผู้ชุมนุมกลุ่ม กปปส.ที่มาจากแยกลาดพร้าว กับกลุ่มผู้สนับสนุนการเลือกตั้งที่ใช้หินขว้างปาและยิงใส่กัน รวมทั้งขนอาวุธปืนจากรถกระบะสีขาวคล้ายรถขนเงิน มีภาพจำเลยวิ่งออกมารับอาวุธดังกล่าว นอกจากผู้ชุมนุมแล้วยังมีประชาชนทั่วไปเข้าไปใช้บริการ ศูนย์การค้าไอที สแควร์ด้วย

การกระทำของจำเลยย่อมมีเจตนาเล็งเห็นได้ว่า กระสุนที่ยิงไปนั้นอาจถูกคนเสียชีวิตได้ เมื่อดูภาพจากกล้องวงจรปิดจะเห็นว่า มีชายชุดดำตะโกนว่า ให้เล็งไว้ ถ้ามันออกมาแล้วสอยเลย หมายความว่า หากฝ่ายตรงข้ามเดินออกมาให้ยิงได้ทันที พยานหลักฐานของโจทก์จึงรับฟังได้ปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยเป็นคนเดียวกับคนร้ายที่สวมชุดดำ และในมือสวมถุงกระสอบข้าวโพดสีเขียวเหลือง

พิพากษาให้จำคุกจำเลยตลอดชีวิต ฐานฆ่า ผู้อื่นฯซึ่งเป็นบทหนักสุด และฐานมีอาวุธปืน พกพาอาวุธปืนฯ จำคุก 6 ปี แต่คำรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์มีเหตุให้บรรเทาโทษ ลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุกฐานฆ่าผู้อื่น 33 ปี 4 เดือน และความผิดฐานมีอาวุธปืนและพกพาอาวุธปืนลดเหลือจำคุก 4 ปี รวมจำคุกจำเลย 37 ปี 4 เดือน ให้ริบของกลาง

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    68.0%
  • ไม่ชอบ
    9.1%
  • สนุก
    0.3%
  • ประหลาดใจ
    0.6%
  • เสียใจ
    6.4%
  • ให้กำลังใจ
    15.7%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement