มืดมน! 'สุกี้ เบเกอรี่' ถอดใจวงการเพลงไทยวิกฤติ! หันสู้! 'มวยMMA' - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

มืดมน! 'สุกี้ เบเกอรี่' ถอดใจวงการเพลงไทยวิกฤติ! หันสู้! 'มวยMMA'

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 มี.ค. 2559 09:30
42,830 ครั้ง


ใครจะเชื่อว่าค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ GMM แกรมมี่ จะมีวันนี้! วันที่ประกาศปลดพนักงานฝ่ายโปรโมตศิลปินและฝ่ายทำเพลงออก! แต่เมื่อ บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ มีโอกาสได้คุยกับ สุกี้ กมล สุโกศล แคลปป์ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง "เบเกอรี่ มิวสิค" ผู้จุดตำนานอัลเทอร์เนทีฟ อินดี้ ให้ลุกโชนขึ้นในวงการเพลงไทย เขากลับบอกเราสั้นๆ ว่า "ผมเชื่อ" เพราะสำหรับเขาโอกาสการเติบโตของค่ายเพลงไทยทุกวันนี้คือ "ศูนย์"

ตัวเขาเองยอมรับความเปลี่ยนแปลง และขอเริ่มต้นกับวงการกีฬา อะไร อย่างไร เพราะอะไร เขาถึงโบกมือลาการค่ายเพลงแล้วหันเข้าสู่เวที กีฬา ไปพูดคุยกับเขาจากรายงานพิเศษชิ้นนี้กัน

เปิดใจทำไมปิดเบเกอรี่มิวสิค
สุกี้ สมเกียรติ บอย ผู้ก่อตั้ง เบเกอรี่มิวสิค

มองธุรกิจเพลงไทยวันนี้เป็นอย่างไร
"ผมออกจากวงการเพลงไทยมา 8 ปี เบเกอรี่ปิดไปปี 2548 ตัวผมออกไปทำอย่างอื่นเพิ่งกลับเข้ามาประมาณ 2 ปีก่อน กลับมาครั้งนี้ผมรู้สึกว่าวงการเพลงแบบที่เราเข้าใจมันพังไปแล้ว ธุรกิจเพลงแบบที่เราเคยเข้าใจมันจบแล้ว ตอนนี้วงการเพลงเป็นแบบใหม่แล้ว หลักๆ คือซีดี เทปขายไม่ได้แล้ว ขายไม่ได้ในที่นี่คือเป็น 0 เลยนะครับ ที่เคยมีการบอกว่าดาวน์โหลดมาแทนก็ไม่ได้มาแทน บ้านเราก็ต้องยอมรับว่าโหลดกันฟรีอยู่ ศิลปินตอนนี้ก็ต้องหันไปทางเล่นโชว์"

เมื่อปี 2548 ทำไมถึงตัดสินใจปิดเบเกอรี่
"2 อย่าง อย่างแรกมันถึงจุดอิ่มตัวแล้ว มองว่าเราคงพามันไปไกลกว่านั้นไม่ได้แล้ว อีกอย่างตอนนั้นเรามีหุ้นฝรั่งเป็น BMG และเขาไปขายให้โซนี่ ผมมองว่ามันเริ่มไม่ใช่ของเราแล้ว ผมเป็นคนทำอะไรทำ 100-200 เปอร์เซ็นต์ ก็เลยไม่รู้ว่าเราจะทำไปทำไมให้คนอื่น หลายๆ อย่างมันลงมาเจอพร้อมกัน ผมเลยตัดสินใจหยุดดีกว่า"

เสียใจมั้ยที่ต้องปิดค่ายที่เราสร้างมา เบเกอรี่ สร้างมิติใหม่ให้วงการเพลงไทยมากเลยนะคะ
"ไม่ค่อยเสียใจครับ เพราะเบเกอรี่ไม่ใช่บริษัท เบเกอรี่มีวิญญาณของมัน และผมก็รู้ว่าเบเกอรี่อยู่ไปตลอดกาลไม่ได้ ผมมองว่าเบเกอรี่เกิดขึ้นช่วงที่ดวงดาวมันมาอยู่ในไลน์เท่ากัน วันหนึ่งมันก็ต้องแตกสลายกันไป ผมรู้แบบนี้มาตั้งแต่ก่อตั้งเบเกอรี่แรกๆ แล้ว เราไม่ได้จะทำให้มันเป็นธุรกิจ จุดเริ่มต้นเบเกอรี่เป็นเรื่องของเด็ก 3 คน ผม บอย โกสิยพงษ์, สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ ตอนเริ่มปี 2536 อายุ 23 ปีนะ (หัวเราะลั่น) เด็กจะตายจะไปรู้อะไร เรียนจบมาปีหนึ่งก็เริ่มเลย"

วงการเพลงไทยวิกฤติแล้ว
โอกาสของค่ายเพลงไทยน้อย อัตราการขายเทป ซีดี คือศูนย์ ดาวโหลดก็แทนที่ไม่ได้ เพราะคนไทยโหลดฟรี!

ทำไมตอนนั้นถึงคิดเปิดค่ายเพลงกัน
"จริงๆ ไม่ได้กะจะเปิดค่ายเพลงนะ ผม บอย สมเกียรติ เราทำเพลงกันเอง สมัยนู้นมีแต่ค่ายใหญ่ แกรมมี่ อาร์เอส คีตา เอสพีศุภมิต นิธิทัศน์ เราเองเป็นโปรดักชั่นเฮาส์ เราก็กะจะทำป้อนให้ค่ายใหญ่ เราไม่ได้คิดว่าจะเปิดเป็นค่ายเพราะจะไปแข่งกับยักษ์ใหญ่เขาไหวได้ไงล่ะ เราแค่เด็กๆ จำได้เลยตอนนั้นเราทำโมเดิร์นด็อกกัน จุดประสงค์คือทำโมเดิร์นด็อกให้เสร็จแล้วจะเอาไปขายค่าย แต่ป๊อดก็บอกว่า พี่สุกี้ถ้าเราเอาไปขายเขาก็จะเปลี่ยนดนตรีเรา เปลี่ยนหลายๆ อย่างของเรา ป๊อดบอกผมว่าพี่สุกี้เราทำเองกันเลยดีกว่า การมีเบเกอรี่นี่ต้องให้เครดิตป๊อดเลยนะ (หัวเราะ) ป๊อดคือคนยุ พอเราทำออกมาเองจริงๆ ขายได้ครึ่งล้าน (ยิ้ม)"

ถามจริงๆ ถ้าเป็นยุคนี้คิดว่าเบเกอรี่จะจุดติดได้มั้ย
"โน! (ตอบทันที) แล้วจริงๆ ในมุมมองผม เบเกอรี่ถ้าเริ่มก่อนหน้านั้นหรือหลังจากนั้น 4 ปีไม่เวิร์ก จังหวะมันได้พอดี ไทม์มิ่งทุกอย่างลงตัว เป็นเรื่องของดวงและจังหวะมาเจอกันจริงๆ"

ค่ายขนมปังดนตรีอย่าง เบเกอรี่ สร้างปรากฏการณ์ได้ขนาดไหน ณ ตอนนั้น 

"ผมว่ามันยิ่งใหญ่นะ เปลี่ยนหน้าวงการเพลงไทยไปเลย ก่อนมีเบเกอรี่ไทยไม่มีเพลงอินดี้ ไม่มีอัลเทอร์เนทีฟ มีแต่ค่ายใหญ่ที่ศิลปินถูกปั้น ศิลปินไม่ได้ทำเพลงเอง ทุกอย่างมีคนทำให้ศิลปินหมด สิ่งที่ผมภูมิใจมากที่สุดอย่างหนึ่งไม่ใช่ตัวเบเกอรี่เอง แต่ภูมิใจมากๆ ที่เบเกอรี่มาจุดไฟให้คนอื่น จำได้ว่าก่อนมีเบเกอรี่วงการเพลงไทยมีอยู่ 8-10 ค่ายเพลง แต่หลังเบเกอรี่เกิดมีค่ายเพลงเกิดขึ้นมากมายเกือบ 80 ค่าย ทุกคนมีไฟเปิดค่ายเพลงกันใหญ่เลย เพราะเบเกอรี่ทำให้เห็นว่าค่ายเล็กก็ทำได้"

กับวงพรู ที่มี น้อย วงพรู เป็นน้อยชายแท้ๆ
สุกี้ นักดนตรีผู้มีรอยยิ้มเสมอ

ณ วันนี้ธุรกิจขายเพลงในเมืองไทยยังมีโอกาสอยู่มั้ยหรือตันแล้วคะ
"มันเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ อนาคตมันอาจจะกลับมาได้ แต่จะมาในอีกรูปแบบหนึ่ง เป็นไปไม่ได้แล้วที่จะกลับมาบูมในรูปแบบค่ายเพลง จบแล้วค่ายเพลงที่เราเคยรู้จัก อินเทอร์เน็ต โซเชียลมีเดียเข้ามาทำให้เราสามารถตัดตัวกลางอย่างค่ายเพลงทิ้งไปได้ ค่ายเพลงแบบที่เราเคยเข้าใจในมุมมองผมเป็นไปไม่ได้แล้ว ตัวกลางไม่จำเป็นอีกต่อไป

แต่ยังไงก็ตามคนยังต้องการมีบริษัทที่ทำมาร์เก็ตติ้งให้เขา ผมมองว่าบทบาทของค่ายเพลงในอนาคตจะกลายเป็นการทำมาร์เก็ตติ้ง จะไม่มีพาวเวอร์ยิ่งใหญ่เท่าสมัยก่อน"

เอาตรงๆ คนทำเพลงยังจะใช้การทำเพลงหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้หรือเปล่า
"ปัญหาตรงนี้จริงๆ มันเกิดขึ้นแล้ว แต่คนที่อยู่บนสุดยังอยู่ได้ บนสุดหมายถึงศิลปินที่ป๊อปปูล่าติดตลาด อย่าง บอดี้สแลม บิ๊กเอส โมเดิร์นด็อก โจอี้บอย อะไรอย่างเนี้ย ณ ปัจจุบันคุณต้องอยู่บนสุดถึงจะรอด เพราะต้องพึ่งความเป็นสตาร์พาวเวอร์ในการปล่อยเพลง ในการมีโชว์ ขึ้นคอนเสิร์ต คนที่มีภาพรวมความโด่งดังความเป็นสตาร์พาวเวอร์ 90 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ยังหากินกับดนตรีอย่างเดียวได้ สมัยก่อน 70 เปอร์เซ็นต์ยังได้อยู่แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้แล้วต้อง 90 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ไม่งั้นกลางวันคุณก็ต้องหาอาชีพอื่นเสริมถึงจะอยู่ได้"

อย่างนี้เมืองไทยจะมีศิลปินรุ่นใหม่เกิดขึ้นทดแทนได้เหรอคะ
"มันก็น้อยลงจริงๆ ในมุมมองผมคนเดียวนะผมมองว่าวงการเพลงไทยจบที่รุ่นบอดี้สแลม ผมพวกเป็นรุ่นก่อนเขา ต่อไปคือรุ่นบอดี้สแลม บิ๊กแอส ย้ำว่ามุมมองผมคนเดียวนะ ผมว่าวงการเพลงไทยจบตรงรุ่นนี้ หลังจากนั้นเราไม่มีซุปเปอร์สตาร์ขึ้นมาอยู่ตรงนั้นได้เลย"

ปาดเหงื่อกับวงการเพลงไทยตอนนี้
สมัยไฟแรง

อีกหน่อยเราจะมีคอนเสิร์ตดูกันมั้ย
"นี่ไง! (ตอบเข่าฉาด) วันก่อนผมนั่งคุยกับบอย โกสิยพงษ์ ว่าอีก 10 ปีข้างหน้าเราจะรียูเนี่ยนอะไรกันวะ (หัวเราะ) ผมไม่รู้เลยจริงๆ นะ ทุกวันนี้ศิลปินที่สามารถเล่นอิมแพ็ค (อิมแพ็ค อารีน่า) ก็ต้องเป็นศิลปินยุคนู้น ศิลปินใหม่ๆ เล่นไม่ได้ ผมว่าตรงนี้แหละเป็นปัญหาหนึ่งของวงการเพลง เราต้องปั้นนะ เอาอย่างนี้แล้วกันคุณไปมิวสิกเฟสติวัลใหญ่ๆ วงปิดกี่ปีแล้วที่ยังต้องเป็นบอดี้สแลม โมเดิร์นด็อก บิ๊กแอส เฮ้ยพวกเขาแก่แล้วนะ อยู่ไหนกันหมดศิลปินใหม่ๆ อันนี้คือปัญหาของวงการเพลงไทยตอนนี้ ผมเองมองไม่เห็นว่าอนาคตวงการเพลงไทยจะเป็นอย่างไร"

วงการเพลงโลกเป็นอย่างนี้มั้ยค่ะ หรือเป็นแค่บ้านเรา
"เป็น แต่ไม่แย่เท่าบ้านเรา ของบ้านเราใช้คำว่าวิกฤติเลย วงการเพลงโลกรายได้ตกไปเยอะแต่ไม่ถึงขนาดบ้านเรา ที่ไม่มีศิลปินหน้าใหม่ที่ดังๆ มีความเป็นสตาร์พาวเวอร์เลย"

จะกลับมาได้มั้ยคะสำหรับวงการเพลงไทย
"ไม่รู้เลย ผมรู้ผมรวยไปแล้ว (หัวเราะ) ผมเดาไม่เอาจริงๆ ว่าอีก 10 ปียังไง แต่สิ่งหนึ่งทีผมเชื่อ ผมเชื่อในพรสวรรค์ ถ้าเกิดยูเก่งจริงๆ ยูเกิดได้ สมัยก่อนยูอาจจะเก่งแค่ 60 เปอร์เซ็นต์แล้วเกิดได้ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้นะ ผมยังเชื่อนะว่าเกิดได้ถ้าเก่งจริงแล้วทำอะไรที่ดึงคนได้"

ในความคิดเห็นของ สุกี้ ต้องทำยังไงจะลืมตาอ้าปากกันได้อีกครั้งสำหรับคนที่รักในการทำเพลงจริงๆ
"คุณต้องอาวุธครบ สมัยก่อน คุณอาจจะร้องเก่งอาจจะรอด หน้าดีอย่างเดียวเต้นได้อย่างเดียวก็รอด แต่สมัยนี้คุณต้องรอบด้าน อาวุธต้องครบ คุณต้องโชว์เก่ง เพลงต้องดี เอนเตอร์เทนเก่ง แล้วต้องพูดตรงๆ สมัยนี้น้อยคนที่อาวุธครบ ยังไม่เห็นศิลปินคนไหนทุกวันนี้มีครบ ศิลปินบางคนร้องเพลงเก่งมากนะ แต่เอนเตอร์เทนคนไม่เป็นก็จบ"

พร้อมเริ่มต้นใหม่
รักในสิ่งที่ทำ

หลายๆ ค่ายเพลงตอนนี้ก็หันมาทำธุรกิจอื่นกันเยอะ สุกี้ เองมีธุรกิจอะไรใหม่ๆ
"ตอนนี้ทำบริษัท สปอร์ตมีเดีย ชื่อวัน แชมเปี้ยนชิพ กีฬาที่เราทำคือ MMA (Mixed Martial Arts) เป็นกีฬาที่โตเร็วที่สุดในโลก MMA เป็นกีฬาที่เกิดขึ้นมาประมาณ 23 ปี เป็นกีฬาที่เพิ่งเกิดไม่นาน จุดกำเนิดของกีฬาประเภทนี้คือ เอาการต่อสู้ที่ดีที่สุด มวยไทย กังฟู คาราเต้ ทุกอย่างที่ดีที่สุดมาเจอกันเลย การจะเป็นแชมป์คุณต้องเป็นหมด คุณเป็นมวยไทยอย่างเดียวไม่พอ คุณต้องเป็นหมดทุกอย่าง ที่น่าสนใจสำหรับคนไทยคือ 20 กว่าปีผ่านไป ถูกพิสูจน์มาแล้วว่าถ้าปล้ำกันบนพื้นยิวยิตสูคือที่สุด แต่ถ้ายืนมวยไทยดีสุด ผมเลยคิดว่าควรนำเข้ามาให้คนไทยได้ติดตามกัน"

คนไทยจะชอบมันตรงไหน MMA
"ประเทศไทยเรามีมวยไทยอยู่ในสายเลือด ที่สำคัญ MMA เรามีแชมป์เป็นคนไทย เป็นคนไทยที่เคยเป็นแชมป์เวทีลุมพินีมาก่อน และองค์กรกีฬาระดับโลกที่มีคนไทยเป็นแชมป์มี MMA เท่านั้น ตรงนี้อย่างเดียวผมมั่นใจว่าต้องเป็นแรงขับให้คนไทยอยากมาดูสิ เราเป็นประเทศเล็กๆ แต่คนของเราไประดับโลกได้เราต้องภูมิใจ เราต้องมีความเป็นชาตินิยมสิ ตรงนี้ผมว่าสำคัญมากๆ แล้วรู้มั้ยว่า วัน แชมเปี้ยนชิพ มีเจ้าของเป็นคนไทยนะ มันตลกนะ เดชดำรงค์ เป็นแชมป์โลก MMA แต่คนไทยไม่รู้ เอาเป็นว่าอยากให้มาดูเขาต่อสู้เถอะมันสุดมากๆ"

ขอทำ MMA รายการ วัน แชมเปี้ยนชิพ ให้ดีที่สุด

ฝีมือ สุกี้ กมล จะจุด MMA ติดมั้ยคะในเมืองไทย หลังจุดเพลงอินดี้ติดมาแล้วกับเบเกอรี่
"(หัวเราะ) เบเกอรี่ไม่ใช่ฝีมือผมคนเดียวหรอก จริงๆ ผมชอบทำอะไรใหม่ๆ เพลงผมก็สนใจเพลงแนวใหม่ๆ จนเกิดยุคอัลเทเนทีฟ ผมรู้นะว่าทุกอย่างไม่ง่าย คุณแม่ผมยังพูดเลยว่าทำไมชอบเอาตัวเองไปอยู่ในจุดที่แปลกๆ ตลอดเวลา (หัวเราะ) แต่ผมดูกระแสโลกแล้ว MMA ตลาดเขาโตขึ้นเรื่อยๆ อย่างรายการ วัน แชมเปี้ยนชิพ ที่ผมเอาเข้ามา ระดับเอเซียเขาไปมาหมดนะครับ การที่เรามีแชมป์คนไทยเวลานี้มันใช่พอดี ถ้าเราหยิบ MMA มาทำเมื่อ 3 ปีก่อนอาจจะยังไม่เวิร์ก แต่ตอนนี้จังหวะมันใช่แล้ว ผมเข้าไปคุยกับสปอนเซอร์ผมก็กลัวเขาไม่รู้จักกันนะ แต่เชื่อมั้ยทุกคนรู้จัก บวกกับใน MMA มวยไทยได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นของจริง เจ๋งสุดนะ ถ้าเราห่วยสุดคงไม่เอา MMA มาฉายเมืองไทย ผมเลยตัดสินใจชวนชาตรี เจ้าของลิขสิทธิ์มาทำรายการนี่ร่วมกันที่เมืองไทย"

เห็นว่าการจัดการแข่งขัน MMA วัน แชมเปี้ยนชิพ ในเมืองไทยจะมีพาร์ทของคอนเสิร์ตมาโชว์ด้วย
"ตอนที่ผมคุยกับเจ้าของวัน แชมเปี้ยนชิพ ผมบอกว่าต้องทำให้มันเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ มีพรมแดง มีศิลปินดารา มีคอนเสิร์ต ผมอยู่ตรงนี้ผมสามารถเชิญศิลปินดารามาได้ แล้วเราเป็นกีฬาที่จัดในรูปแบบร็อกคอนเสิร์ต ชาตรี บอกผมว่าไอต้องการวงร็อกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ผมก็โทรหา ตูน บอดี้สแลม และบิ๊กแอส ซึ่งเขาก็คอนเฟิร์มมาเล่นให้ เราร่วมทุกอย่างเอนเตอเทนเนอร์กับกีฬามาเจอกันและทำให้สุด"

สุกี้ กมล สุโกศล แคลปป์

คาดหวังมั้ยคะว่า วัน แชมเปี้ยนชิพ จะต้องประสบความสำเร็จในเมืองไทย
"ผมเป็นคนทำอะไรผมเอาความชอบนำไว้ก่อน ผมทำค่ายเพลงไม่ใช่เพราะอยากเปิดค่ายเพลง แต่เพราะผมชอบทำดนตรี แต่พอเป็นธุรกิจแล้วเราก็ค่อยหาทางทำให้มันลงตัว ผมใช้ความรักในการทำสิ่งนั้นๆ เป็นตัวขับเคลื่อน ถ้าเราทำด้วยความรัก และทุ่มเท ตั้งใจ เดี๋ยวความสำเร็จก็ตามมา ถ้าถามเรื่องคาดหวัง โอเคเราทำอะไรก็อย่างจะสำเร็จ แต่ไม่ได้หวังเลยว่าวัน แชมเปี้ยนชิพจะต้องยิ่งใหญ่ โด่งดัง คาดหวังแค่ให้ตัวเองตั้งใจทำให้ดีที่สุดถ้าเกิดทำดีที่สุด ตั้งใจสุดๆ แล้ว แต่ไปได้แค่จุดๆ หนึ่งผมโอเค ผมจะไม่โอเคถ้าผมไม่ได้สู้กับมันเต็มที่"

แน่ใจเหรอคะว่า MMA จะถูกปากคนไทย
"สิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อในการทำธุรกิจ คือผมเคยอ่านหนังสือของผู้ก่อตั้ง โซนี่ เขาบอกประโยคหนึ่งที่ผมจำมาทุกวันนี้คือ Think Global, Act Local คุณต้องคิดแบบระดับโลก แต่ทำแบบท้องถิ่น ตอนผมเอาฮิพฮอพเขามาทำแบบฝรั่งจ๋าก็ไม่เวิร์กต้องเปลี่ยนให้เข้ากับคนไทย ผมเอา MMA เข้ามาเราก็ต้องปรับให้ถูกปากคนไทย การที่เรามีคุณเดชดำรงค์เป็นแชมป์คนไทยแล้ว เรามีนักมวยไทยคนอื่นขึ้นชกเป็น MMA คู่อื่นด้วย เพราะเราคือไทยแลนด์ เราไม่ได้เข้ามาแบบฝรั่งจ๋า

เราเป็นน้องใหม่ในวงการ พยายามทำอะไรที่ใหม่ ผมว่าเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมากนะการที่เรามีแชมป์โลกเป็นคนไทยที่เป็นนักมวยแชมป์เวทีลุมพินีมาก่อน คนไทยน่าจะภูมิใจและมาเชียร์เขา เรามีคนไทยน้อยคนที่อยู่บนเวทีโลก เดชดำรงค์ นักมวยเวทีแชมป์นี้เริ่มดังในทวีปเอเซียแต่คนไทยไม่รู้จัก ดูอย่างบัวขาวเขาดังมานานแล้วนะเป็น 10 ปีในญี่ปุ่นเขาดังมาก แต่คนไทยเพิ่งรู้จัก 4-5 ปี ทุกวงการเพลง กีฬา เราโตได้ถ้าเรามีไทยสตาร์ ประเทศเรายังขาดไทยสตาร์ มันสำคัญที่เราต้องปั้นตรงนี้ เพราะฉะนั้นคนไทยต้องช่วยกันผลักดัน"

มาลุยวงการกีฬาอย่างนี้แล้วจะได้เห็น กลับไปวงการเพลงอีกมั้ย
"ถ้าจะมาก็คงเป็นโปรโมเตอร์ คงไม่ได้ลงไปจับกีตาร์เล่นเองแล้ว ถ้าจะให้ปั้นเด็กใหม่ๆ ผมว่าหูผมไม่ถึงล่ะ ทำได้ผมคงต้องปั้นเด็กให้ไปปั้นเด็ก (หัวเราะ) ต้องยอมรับนะว่าดนตรีเป็นอะไรที่เราต้องอยู่ในยุคๆ นั้น ตอนทำเบเกอรี่เราเป็นเด็กรุ่นใหม่ไฟแรง เพลงมันก็เลยออกมาถูกใจคนยุคนั้น เดี๋ยวนี้เรากลายเป็นหูคนแก่แล้ว (หัวเราะ) ฟังเพลงไม่ทันเด็กยุคใหม่เขาแล้ว ถ้าถามถึงเรื่องการเปิดค่ายเพลงพูดได้ว่าโนไม่เปิด เพราะในมุมมองนะมันจบแล้ว และผมก็ทำมันมาแล้ว กลับไปทำก็คงสู้ตอนทำเบเกอรี่ไมได้ เราผ่านการประสบความสำเร็จแบบที่สุดมาแล้ว แขวนน่วมด้วยดีมาแล้ว ตอนนี้เราอยากทำตรงนี้กับ MMA ให้ดีที่สุด อยากประสบความสำเร็จกับตรงนี้ครับ"

"เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป" สัจธรรมที่ใช้ได้กับทุกวงการ แม้วันนี้ สุกี้ กมล หนึ่งในผู้สร้างตำนานเบเกอรี่ จะขอวางมือถาวรกับการทำธุรกิจค่ายเพลง เขาถอดใจ แต่ไม่อาจท้อใจ พักวันนี้ก่อน แล้วหันมาลองดูสักตั้งกับการจุดกระแสกีฬา MMA แล้ววันหนึ่งมีเรี่ยวแรงมากพอ วงการเพลงอาจจะได้ต้อนรับเขาอีกครั้ง กมล สุโกศล แคลปป์. 

หนึ่งในผู้สร้างตำนาน เบเกอรี่ มิวสิค

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    75.3%
  • ไม่ชอบ
    3.3%
  • สนุก
    3.3%
  • ประหลาดใจ
    3.3%
  • เสียใจ
    2.3%
  • ให้กำลังใจ
    12.6%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement