5 ตัวงดงาม ฉุยฉาย สวยเกินบรรยาย! เปิดตัวนักถ่ายภาพปลากัดฝีมือระดับโลก! - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

5 ตัวงดงาม ฉุยฉาย สวยเกินบรรยาย! เปิดตัวนักถ่ายภาพปลากัดฝีมือระดับโลก!

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มี.ค. 2559 06:05
16,764 ครั้ง


จะมีช่างภาพสักกี่คนที่สนใจถ่ายภาพปลาจริงจังขนาดนี้? โดยเฉพาะเป็นปลาตัวจิ๋วอย่าง ปลากัด ด้วยแล้ว ต้องเป็นคนที่ชอบเลี้ยงปลาจริงๆ เท่านั้นแหละ ถึงจะอยากถ่ายรูปเจ้าตัวนี้ เพราะมันชอบอยู่นิ่งๆ มากกว่าจะว่ายไปมาให้ชมหางสวยๆ แว่วมาว่า บางตัวมีการประมูลราคาสูงถึง 2 หมื่นบาท ถ้าซื้อ 5 ตัว ก็ตกแสนกว่าบาทเลยทีเดียว

ไทยรัฐออนไลน์ ได้มีโอกาสไปชมงานแกลลอรี่ของภาพถ่ายปลากัดแห่งหนึ่ง จัดแสดงภาพปลากัดในมุมมองต่างๆ รวม 47 ภาพ แต่ละภาพดูพลิ้วไหวอย่างกับมีชีวิต งานนี้ได้เจอตัวเจ้าของผลงาน เลยคว้าตัวมาสัมภาษณ์เสียหน่อย อยากรู้จริงๆ ว่าศิลปินคนนี้เป็นใคร ทำไมถ่ายภาพปลาได้สวยกินใจขนาดนี้

เราได้เข้าไปพูดคุยกับ วิศรุต อังคทะวานิช เจ้าของผลงาน เลยถือโอกาสซอกแซกเรื่องราวเกี่ยวกับเจ้าปลากัด ที่มีลักษณะโดดเด่นและน่าสนใจมาให้ได้ทราบกัน รวมถึงบทสัมภาษณ์เจาะลึกการสร้างสรรค์ผลงานที่ได้รับการยอมรับในเวทีระดับโลก

ส่วนจะมีปลาตัวไหนสวยเริดกันบ้าง ล้อมวงมาดูทางนี้เลย

1. ปลากัดฮาล์ฟมูนยักษ์ (Halfmoon)

ริ้วสวย รูปร่างเหมือนทวีปแอฟริกา ปลากัดฮาล์ฟมูนยักษ์

เจ้าของผลงานเริ่มต้นแนะนำให้เรารู้จักกับ ปลากัดฮาล์ฟมูนยักษ์ เป็นตัวแรก วิศรุตบอกว่า ตัวนี้เป็นสายพันธุ์ที่ประเทศเยอรมนีเพาะขึ้นมาจากปลากัดไทยของเรา จากหางแหลมทรงป้าน มีการพัฒนาให้มันกลายเป็นหางยาวได้ แล้วมีการนำกลับมาเพาะพันธุ์ต่อที่เมืองไทย กลายเป็นมีสีต่างๆ มากมายเกิดขึ้น ซึ่งก็มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้กลายเป็นปลากัดขนาดใหญ่ขึ้นมาแต่หางสั้น

"ฮาล์ฟมูนยักษ์ เป็นปลาที่หายากมาก เพราะว่า เกิดจากการผสมพันธุ์ระหว่างพวกปลาหางสั้นตัวใหญ่ กับปลาฮาล์ฟมูนตัวเล็กหางยาว แล้วมันก็ออกมาเป็นฮาล์ฟมูนที่หางใหญ่สวยมาก แต่ส่วนใหญ่ที่ออกมามันจะไม่ค่อยคึก จะอยู่นิ่งๆ ถ่ายรูปยาก แต่ตัวนี้ที่เด่นคือ เขาเป็นปลากัดตัวใหญ่ขนาดความยาวประมาณหนึ่งฝ่ามือ มีความเปรียว ว่องไว และสีแดงคงที่ทั้งตัว พอผมเห็นที่ตลาดปุ๊บ ผมรู้เลยว่าตัวนี้แหละ...มีดี

ที่สำคัญคือ ถ่ายออกมาแล้วได้รูปทรงเหมือนทวีปแอฟริกา ท่วงท่าแบบนี้ ไม่ว่าจะถ่ายอีกกี่รอบก็ไม่มีทางได้ออกมาแบบนี้อีกแล้ว"

2. ปลากัดมัสตาร์ด

ปลากัดมัสตาร์ด

ตัวนี้เรียกว่า มัสตาร์ด เพราะมันมีสีเหลืองคล้ายๆ มัสตาร์ด ปลากัดมัสตาร์ดทั่วไปหางจะทึบสีดำ แต่ตัวนี้มีความโดดเด่นอยู่ที่ตัวสีดำ-ทอง มีหางโปร่งเหมือนผ้าลูกไม้ ถือว่าเป็นปลาที่เห็นแล้วประทับใจ และได้แรงบันดาลใจในการถ่ายภาพ เวลาเขาผสมพันธุ์ปลา ไม่ใช่ว่าออกลูกมาครอกหนึ่ง หน้าตาลูกปลาจะเหมือนกันหมด ไม่ใช่ มันจะแตกต่างหลากหลายไปหมดตามลักษณะของยีนที่สืบสายพันธุ์มาจากต้นตระกูล

ส่วนใหญ่ปลาที่มีคุณลักษณะพิเศษเหล่านี้ มักจะเกิดมาจากการกลายพันธุ์ หรือ การผ่าเหล่า (Mutation หมายถึง สภาพของสิ่งมีชีวิตที่เกิดมีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม ทำให้เกิดมามีลักษณะที่แตกต่างไปจากประชากรตัวอื่นๆ ของสิ่งมีชีวิตชนิดนั้น) ทำให้ได้ปลารูปร่างและสีสันที่แปลกตาไปจากเดิม

3. ฮาล์ฟมูนหัวสีน้ำเงิน

ฮาล์ฟมูนหัวสีน้ำเงิน

ต่อมาคือ ฮาล์ฟมูนขนาดตัวปกติ จุดเด่นคือ หัวสีน้ำเงิน ตัวสีดำ และมีหางสีแดง ลักษณะหางจะเป็นแบนๆ ใหญ่ๆ แบบครึ่งวงกลม ซึ่งปลากัดปกติจะไม่ค่อยเกิดผ่าเหล่าออกมาแล้วมีหัวสีนึงหนึ่งตัวอีกสีหนึ่งแบบนี้เท่าไหร่ ตัวนี้สวยมาก ผมไปเจอที่ฟาร์ม ตอนแรกขอซื้อเขาก็ไม่ขาย เขาหวงมาก แต่พอคุยไปคุยมาเจ้าของฟาร์มคงเห็นว่าถ้าปลามาอยู่กับผม ได้เผยแพร่รูปออกไปในวงกว้าง มันก็จะมีอะไรกลับมาให้วงการนี้อีกเยอะ สุดท้ายเขาก็ให้มาฟรีๆ เลย

4. ฮาล์ฟมูนเขียวเข้มเมทาลิค

ฮาล์ฟมูนเขียวเข้มเมทาลิค

ส่วนตัวนี้ก็เป็นฮาล์ฟมูนขนาดตัวปกติเช่นกัน แต่ตัวนี้เจ้าของร้านบอกว่าผสมพันธุ์มาจากประเทศอินโดนีเซีย ความสวยโดดเด่นของมัน คือ สีเขียวเข้มเมทาลิค (เขียวปีกแมลงทับ) และมีหางมีสีดำ ปกติถ้าเป็นปลาสีเมทาลิค หัวมันจะมีสีที่ถลอกๆ ด่างๆ ไปบ้าง หาสมบูรณ์อย่างนี้ไม่ค่อยได้ แต่ตัวนี้สีแน่นเสมอกัน สวย และมีรูปร่างรูปทรงที่สวยด้วย วิธีการว่ายก็สวย เป็นปลาที่ถ่ายรูปขึ้นกล้องมาก คือเวลาว่ายเหมือนเขาจะรู้ว่าต้องว่ายท่าไหนให้สวย เป็นตัวที่ถ่ายภาพง่ายมาก แทบจะไม่ต้องกำกับ

5. ปลากัดหูช้างสีขาว

ปลากัดหูช้างสีขาว

ตัวสุดท้าย ก็คือ ปลากัดหูช้าง เป็นฮาล์ฟมูนไซส์ปกติชนิดหนึ่ง ตัวนี้มีความโดดเด่นตรงที่ ครีบด้านข้างมีขนาดใหญ่พิเศษ ซึ่งเรียกว่าครีบแบบหูช้าง บางตัวใหญ่กว่านี้ก็มี ปลากัดหูช้างเพิ่งจะมีการพัฒนาสายพันธุ์มาเมื่อไม่กี่ปีนี้เอง โดยเลือกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์จากตัวที่มีครีบด้านข้างใหญ่ มาเจอกับครีบใหญ่เหมือนกัน แล้วก็ผสมอีกเรื่อยๆ พัฒนาจนมันใหญ่ขึ้นมาก

ปกติปลากัดหูช้างมักจะมีหางสั้น ก็เพิ่งจะมีการพัฒนาสายพันธุ์หูช้างแบบหางยาวออกมา ตัวนี้ก็เป็นลอตแรกๆ ที่ได้เจอ เห็นแล้วก็ประทับใจ คือ มีสีขาวสวยเสมอกันทั้งตัวไปจนถึงหาง ครีบหาง ครีบลำตัว ครีบตะเกียบสวยมาก

พูดคุยกับเจ้าของผลงาน วิศรุต อังคทะวานิช


เอาล่ะ พบกับปลาคุณลักษณะพิเศษสวย พลิ้ว แปลกตาสุดๆ ไปแล้ว 5 ตัว ตอนนี้มาอ่านต่อกับบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับผลงานของเจ้าตัวกันบ้าง

Q : เป็นเซียนปลากัดแน่ๆ เลย?
ไม่ได้เซียนหรอกครับ แต่คือว่าผมเลี้ยงปลามาตั้งแต่เด็กๆ ฉะนั้นก็พอรู้เรื่องของปลามาในระดับหนึ่ง แต่ผมไม่ได้มีสถานที่พอที่จะเพาะปลาเอง ฉะนั้นปลาที่ได้มาถ่ายรูป ก็มากจาการไปเดินตลาด ไปดูร้านขายปลา ไปซักถาม คือซื้อมาถ่ายรูปเสร็จแล้ว ก็เลี้ยงต่อไว้ที่บ้าน เลี้ยงปลามาซัก 5 ปีได้ ก็ตั้งแต่เริ่มถ่ายภาพปลากัดนี่แหละครับ ถ้าไม่นับสมัยเด็กๆ ที่เคยเลี้ยงอยู่ช่วงหนึ่ง

Q : เทคนิคการถ่ายภาพปลากัดได้พลิ้วไหวเหมือนมีชีวิตขนาดนี้ ทำยังไง?
ผมมองว่ามันไม่ใช่เป็นเรื่องของเทคนิค แต่มันเป็นเรื่องของไอเดีย จินตนาการ แรงบันดาลใจ เพราะว่าตอนที่ผมเห็นปลาพวกนี้ตอนงานประกวด คือสมัยเด็กๆ เราจะเคยเห็นแค่ปลาสีแดง สีน้ำเงิน สีเขียว ไม่กี่สี หางก็มี 2 แบบ คือ หางปลากัดจีน และหางปลากัดลูกหม้อ

ทีนี้ผมก็ไม่ได้เห็นปลากัดมานานมาก จนได้มาดูอีกทีก็คือในงานประกวดปลาเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ก็เห็นมันมีหางแบบใหม่เกิดขึ้นมาตั้งหลายแบบ สีสันก็มีสีสันใหม่ๆ แปลกๆ ขึ้นมาตั้งเยอะ มันก็ทำให้เรารู้สึกประหลาดใจ จากแรงบันดาลใจตรงนั้น เลยทำให้ผมสนใจมาถ่ายรูปปลา

ท่วงท่างดงาม แปลกตา

ก่อนหน้านั้นมันก็มีคนที่เขาถ่ายภาพปลา เพื่อขายปลาในอินเทอร์เน็ต เขาก็จะถ่ายให้เห็นปลาทั้งตัว ชัดเจน เพราะว่าไอเดียเขาคือ ต้องการให้คนซื้อเห็นว่าปลาตัวนี้ๆ มีลักษณะที่ชัดเจนยังไง แต่แรงบันดาลใจของผม ผมเห็นตอนที่ปลาเคลื่อนไหว เพราะฉะนั้นผมเลยไม่ได้ถ่ายทอดภาพออกมา อย่างที่เขาถ่ายทอดกันทั่วๆ ไป ผมตั้งใจถ่ายทอดปลากัดในมุมมองที่ผมรู้สึก นั่นคือ ปลามันมีความเคลื่อนไหว มันมีเรื่องของสีสัน รูปแบบที่แปลกตา มันมาจากตรงนี้มากกว่า

Q : แล้ววิธีการถ่ายภาพที่คุณวิศรุตใช้ล่ะคะ?
ก็เหมือนช่างภาพทั่วๆ ไป ไม่ได้พิเศษอะไร คือ ใช้แฟลชเข้ามาช่วย ใช้ฉากหลังสีดำ สีขาว มากั้นข้างหลังตู้ปลา คือมันไม่ได้ยากอย่างที่คิด ถ้าเป็นช่างภาพสตูดิโอ หรือเคยถ่ายงานมาแล้ว ก็คือเป็นเรื่องพื้นฐาน

Q : แสดงว่าผลงานชุดนี้ โดดเด่นที่ไอเดียล้วนๆ ?
คือผมมองว่า เวลาเราทำอะไรก็ตามสิ่งที่มันจะทำให้งานโดดเด่น มันมาจากไอเดีย อย่างคุณไปร้านอาหาร สั่งเมนูที่ปรุงจากไก่เหมือนกัน 2 เมนู แต่ซื้อคนละร้านกัน เชฟมีแรงบันดาลใจคนละอย่าง มันก็ได้อาหารออกมาหน้าตาไม่เหมือนกัน ฉะนั้นผมไม่ได้มองว่ามันเกิดจากวัตถุดิบหรือเทคนิค แต่เกิดจากแรงบันดาลใจของคนทำงาน

ปลากัดจริงๆ อายุขัยไม่ได้ยืนยาวมาก เพราะบางภาพผมก็ถ่ายไว้เมื่อหลายปีก่อนก็มี ปลากัดที่ผมเลี้ยงมีอายุราวๆ สัก 1 ปีได้ แล้วก็ตายไปตามอายุ โดยเฉพาะพวกหางยาว ความสมบูรณ์ของหางอยู่ได้แค่เดือนเดียวหรืออาทิตย์เดียวก็มี

ริ้วหางยาวพลิ้วสะบัด

Q : เวลาไปซื้อปลา ราคาแพงที่สุดอยู่ที่เท่าไหร่
ของพวกนี้เขาไม่ได้มีราคามาตรฐาน คือ ราคามาตรฐานใช้กับตัวที่มีสีและขนาดมาตรฐาน แต่ตัวที่มีคุณลักษณะเด่นพิเศษแบบนี้ ก็คือจะแล้วแต่การประมูล มีคนประมูลปลากัดไปในราคา 2 หมื่นก็มี

Q : แล้วภาพที่จัดแสดงในงานนี้ ขายด้วยรึป่าว
ภาพที่นำมาจัดแสดงในงานนี้ ผมขายภาพด้วย ราคาอยู่ที่ 30,000-60,000 กว่าบาทต่อภาพ จริงๆ ภาพเล็กที่เคยขายออกไป อยู่ที่ราคาประมาณ 15,000 บาท

Q : ใช้เวลาถ่ายนานมั้ย กว่าจะได้ภาพถูกใจ?
ปกติผมใช้เวลาถ่ายภาพปลาตัวละประมาณ 3-4 ชั่วโมง เพราะว่าเราไม่สามารถไปกำหนดได้ว่าจะให้เขาทำท่าไหน ฉะนั้นสิ่งที่เราจะกำหนดได้แต่แรกคือ ตอนไปเลือกซื้อที่ร้านขายปลา เราต้องอ่านคาแรกเตอร์ของเขาว่าเขาเป็นปลาประเภทไหน เป็นปลานิ่งๆ หรือปลาว่องไว เวลาพองตัวแล้วว่ายสะบัดหรือเปล่า ถ้าเลือกถูกมาตั้งแต่ที่ร้าน ก็ทำให้เราทำงานได้ง่ายขึ้น ยกเว้นบางตัวสวยมากๆ เราอาจจะต้องรอจังหวะนานขึ้นกว่าเดิม เพราะโดยธรรมชาติปลากัดอาศัยอยู่ในแอ่งน้ำนิ่งๆ ไม่ใช่ปลาที่ว่ายไปมาตลอดเวลา ก็เลยต้องใช้เวลารอจังหวะว่ายน้ำสวยๆ อยู่พอสมควร

อีกอย่างคือ เป็นปลาหวงถิ่น ถ้าเห็นตัวอื่นมาใกล้ ก็จะเกิดอาการพองตัว พองเกล็ดและครีบหาง เวลาถ่ายเราก็จะเอาตัวผู้อีกตัวมาล่อ หรือเอากระจกเงามาล่อ เพื่อให้เขาพองตัว ว่ายไปมา ก็ถ่ายได้ง่ายขึ้น ใครเลี้ยงปลากัดก็จะรู้กันอยู่แล้ว

วิศรุต อังคทะวานิช

Q : แล้วภาพที่จัดแสดงในงานนี่ถ่ายอยู่นานแค่ไหน
ผมถ่ายเก็บสะสมมาเรื่อยๆ ก็ใช้เวลาอยู่ประมาณหนึ่งปี แล้วค่อยๆ มาคัดเลือกรูปที่ถูกใจอีกที จนได้ออกมาจำนวน 47 รูป ที่นำมาจัดแสดงในงานนี้ ที่เอามาแสดงนี่ผมชอบทั้งหมดเลย เพราะเป็นภาพในจังหวะลีลาที่ไม่ใช่ท่าปกติของปลากัด เวลาผมถ่ายไปเรื่อยๆ มันจะมีท่าที่เขาสวยแบบปกติอยู่ ซึ่งพวกนั้นถ่ายไม่ยาก แต่ภาพเหล่านี้เป็นภาพที่เขาสวยในท่วงท่าที่แปลกออกไป ถ่ายอีกกี่ทีก็ทำซ้ำไม่ได้แล้วครับ

Q : ฝากถึงช่างภาพหรือศิลปินหน้าใหม่ในการสร้างผลงานศิลปะดีๆ แบบนี้
ถ้าเป็นช่างภาพ เป็นศิลปิน สิ่งที่สำคัญคือ การมี identity หรือมีเอกลักษณ์ของตัวเอง อาจจะเห็นงานผมแล้วมีแรงบันดาลใจก็จริง แต่ว่า สิ่งที่มันออกจากผมไป มันจะกลายเป็นความรู้ของเขา แต่มันคือ wisdom ของผม กว่าผมจะถ่ายทอดมันออกมาแบบนี้ได้ ผมศึกษาเยอะพอสมควร มีประสบการณ์มาพอสมควร มันถึงหล่อหลอมออกมาเป็นสิ่งที่เรียกว่า wisdom

แต่การที่เขาเห็นงานแล้วจะก่อเกิดเป็น wisdom ของเขาเองได้ เขาก็จะต้องเอาไปกลั่นกรอง เอาไปเจียระไนของเขาเอง ถ้าเป็นช่างภาพที่ได้เห็นงานผม ผมอยากให้มันเป็นแรงบันดาลใจในการที่เขาจะสร้างสรรค์อะไรของเขาเอง

อีกอย่างหนึ่งคือ ไม่ต้องรีบ กว่าผมจะมาถึงจุดนี้ได้ ผมถ่ายรูปมา 30 ปี บางทีเด็กรุ่นใหม่ถ่ายงานได้ 3-4 ปี แล้วก็มานั่งคิดมาก เอ…ทำไมเราไม่มีผลงานสักที ก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะบางอย่างในชีวิตมันใช้เวลา เหมือนปลูกต้นไม้ หยอดเมล็ดวันนี้หวังว่าพรุ่งนี้จะเห็นต้นไม้สูงใหญ่ มันเป็นไปไม่ได้ คือมันต้องมี period time ของมัน ก็ใจเย็นๆ ครับ

เคลื่อนไหวเป็นเหมือนเกลียวคลื่น

*ล้อมกรอบ*

วิศรุต อังคทะวานิช เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2513 นิสิตนิเทศศาสตร์ สาขาโฆษณาและประชาสัมพันธ์จากรั้ว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิศรุตสนใจถ่ายภาพปลากัดไทย เนื่องเพราะมีความผูกพันกับปลากัดมาตั้งแต่ครั้งเคยเลี้ยงปลายกัดเมื่อวัยเยาว์ และเห็นถึงความหลากหลายสีสันสวยงาม ทั้งยังเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีความผูกพันกับวิถีชีวิตคนไทยมาแต่เดิม ความพิเศษของภาพปลากัดที่วิศรุตถ่ายนั้น โดดเด่นด้านความคมชัด สีสันสวยงาม และการจับการเคลื่อนไหวอิริยาบถอันงดงามของปลากัดไทย ที่นำเสนอสู่สายตาคนทั่วโลกให้ได้เห็น ซึ่งผลงานของวิศรุตมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ได้รับการกล่าวถึงอย่างกว้างขวางบนสื่อออนไลน์มาตั้งแต่ปี 2556 ทั้งยัง ได้รับการตีพิมพ์ และนำเสนอผ่านสื่อออนไลน์ชั้นนำในหลายประเทศทั่วโลก อาทิ ABCNews, หนังสือพิมพ์ Guardian and Daily Mail, Sawasdee, หนังสือพิมพ์ The Nation และ นิตยสารสารคดี National Geography

ชวนไปชม Symphony Of Betta (ซิมโฟนี่ ออฟ เบตต้า) “บทเพลงแห่งมีน” นิทรรศการศิลปะภาพถ่าย ปลากัด โดย วิศรุต อังคทะวานิช ช่างภาพไทยชื่อก้องโลก ณ บริเวณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ระหว่างวันที่ 23 ก.พ.-13 มี.ค. 2559 โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    82.4%
  • ไม่ชอบ
    12.1%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    2.2%
  • เสียใจ
    1.1%
  • ให้กำลังใจ
    2.2%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement