'บิ๊กต๊อก' เผย คดีไม่ยุติแม้ 'สมเด็จช่วง' คืนรถ เดินหน้าสอบตาม ก.ม. - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'บิ๊กต๊อก' เผย คดีไม่ยุติแม้ 'สมเด็จช่วง' คืนรถ เดินหน้าสอบตาม ก.ม.

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 มี.ค. 2559 16:27
1,576 ครั้ง


"ไพบูลย์" ระบุ คดีไม่ยุติ แม้ "สมเด็จช่วง" คืนรถผู้บริจาค ยัน เดินหน้าสอบตามกฎหมาย ขณะหลายวัดขึ้นป้ายหนุนขึ้นสังฆราช ยัน ไม่มีผลต่อการเสนอชื่อ ด้านอธิบดีดีเอสไอ เตรียมเข้าพบก่อนรับรถของกลางมาตรวจสอบ

เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 59 ที่กระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีทีมทนายความวัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ ได้ทำหนังสือคืนถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ได้คืนรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ โบราณ ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ให้กับผู้บริจาคแล้ว ว่า นั่นคือการแสดงความประสงค์ ซึ่งหมายถึงเจตนารมณ์ที่ได้แจ้งเอาไว้ ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับเนื้อหาของกฎหมายว่าเกี่ยวข้องกับผู้ครอบครองรถอย่างไร เพราะเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการพิสูจน์ว่ารถผิดหรือไม่ เพราะรถคันดังกล่าวชัดเจนแล้วว่าผิดกฎหมาย แต่ต้องดูที่สถานะผู้ครอบครองรถว่าผิดหรือไม่ ถ้าครอบครองสิ่งที่ผิดกฎหมาย แม้จะเอาไว้ไปอยู่ในสถานที่ใดก็ผิดกฎหมาย ก็ต้องดำเนินคดีต่อไป ไม่เกี่ยวว่ารถคันนั้นจะส่งไปที่ใด เพราะไม่สามารถจะยุติหรือไม่มีสิทธิ์ที่จะไม่ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนกรณีที่มีการพูดกันว่า หากรถของสมเด็จช่วงเป็นของชาวบ้านทั่วไปก็คงถูกยึดอายัดแล้วนั้น ก็น่าคิดว่าเหตุใดที่ผ่านมาจึงไม่ดำเนินการยึดรถ เพราะถ้าหากกฎหมายกำหนดไว้เช่นนั้น ก็ต้องปฏิบัติตามเหมือนกัน หากทำทุกราย เหตุใดต้องมีการยกเว้น ทั้งนี้ จะสอบถามต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษว่า ทำไมยังไม่ยึดรถ

นอกจากนี้ ในวันที่ 7 มี.ค. 59 เวลา 09.30 น. พล.อ.ไพบูลย์ จะเป็นประธานประชุมผู้เกี่ยวข้องกับรถผิดกฎหมายจำนวน 6,000 คัน โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับปัญหานี้ร่วมกันหารือ เช่น กรมศุลกากร สรรพสามิต กรมขนส่งทางบก ฯลฯ ส่วนเรื่องการแก้ไข อยากให้ถามรัฐมนตรีที่ดูแลในเรื่องนี้ เพราะกระทรวงยุติธรรมเป็นปลายเหตุ

สำหรับกรณีวัดหลายแห่งมีการขึ้นป้ายสนับสนุนสมเด็จช่วง ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า "ขอถามว่าเป็นสิ่งที่จะทำได้หรือไม่ ถ้าทำได้ก็ทำไป แต่ต้องยึดเรื่องหลักเกณฑ์และกฎหมาย ส่วนกรณีการกระทำดังกล่าวมีผลกดดันต่อการเสนอชื่อสมเด็จช่วงหรือไม่ ไม่มีใครมากดดันผมได้ เพราะทำตามกฎหมาย หากไม่ผิดก็ไม่ต้องกลัว ถ้าทำถูกต้องตามกฎหมายก็อย่ามากดดันผม เพราะมันไม่มีผล ถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็สามารถร้องเรียนได้"

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ พล.อ.ไพบูลย์ ได้สั่งให้ผู้ติดตามต่อสายโทรศัพท์สอบถามไปยัง พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อสอบถามประเด็นในข้อสงสัยดังกล่าว ก็ได้รับคำตอบว่าต้องเข้าไปพบกับสมเด็จช่วงก่อน เพื่อพูดคุยในรายละเอียด และเป็นการให้เกียรติพระชั้นผู้ใหญ่ เพื่อขอรับรถของกลางมาตรวจสอบต่อไป.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    51.6%
  • ไม่ชอบ
    35.5%
  • สนุก
    8.9%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    1.6%
  • ให้กำลังใจ
    2.4%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement