วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กต๊อก' เผย คดีไม่ยุติแม้ 'สมเด็จช่วง' คืนรถ เดินหน้าสอบตาม ก.ม.

"ไพบูลย์" ระบุ คดีไม่ยุติ แม้ "สมเด็จช่วง" คืนรถผู้บริจาค ยัน เดินหน้าสอบตามกฎหมาย ขณะหลายวัดขึ้นป้ายหนุนขึ้นสังฆราช ยัน ไม่มีผลต่อการเสนอชื่อ ด้านอธิบดีดีเอสไอ เตรียมเข้าพบก่อนรับรถของกลางมาตรวจสอบ

เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 59 ที่กระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีทีมทนายความวัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ ได้ทำหนังสือคืนถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ได้คืนรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ โบราณ ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ให้กับผู้บริจาคแล้ว ว่า นั่นคือการแสดงความประสงค์ ซึ่งหมายถึงเจตนารมณ์ที่ได้แจ้งเอาไว้ ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับเนื้อหาของกฎหมายว่าเกี่ยวข้องกับผู้ครอบครองรถอย่างไร เพราะเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการพิสูจน์ว่ารถผิดหรือไม่ เพราะรถคันดังกล่าวชัดเจนแล้วว่าผิดกฎหมาย แต่ต้องดูที่สถานะผู้ครอบครองรถว่าผิดหรือไม่ ถ้าครอบครองสิ่งที่ผิดกฎหมาย แม้จะเอาไว้ไปอยู่ในสถานที่ใดก็ผิดกฎหมาย ก็ต้องดำเนินคดีต่อไป ไม่เกี่ยวว่ารถคันนั้นจะส่งไปที่ใด เพราะไม่สามารถจะยุติหรือไม่มีสิทธิ์ที่จะไม่ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนกรณีที่มีการพูดกันว่า หากรถของสมเด็จช่วงเป็นของชาวบ้านทั่วไปก็คงถูกยึดอายัดแล้วนั้น ก็น่าคิดว่าเหตุใดที่ผ่านมาจึงไม่ดำเนินการยึดรถ เพราะถ้าหากกฎหมายกำหนดไว้เช่นนั้น ก็ต้องปฏิบัติตามเหมือนกัน หากทำทุกราย เหตุใดต้องมีการยกเว้น ทั้งนี้ จะสอบถามต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษว่า ทำไมยังไม่ยึดรถ

นอกจากนี้ ในวันที่ 7 มี.ค. 59 เวลา 09.30 น. พล.อ.ไพบูลย์ จะเป็นประธานประชุมผู้เกี่ยวข้องกับรถผิดกฎหมายจำนวน 6,000 คัน โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับปัญหานี้ร่วมกันหารือ เช่น กรมศุลกากร สรรพสามิต กรมขนส่งทางบก ฯลฯ ส่วนเรื่องการแก้ไข อยากให้ถามรัฐมนตรีที่ดูแลในเรื่องนี้ เพราะกระทรวงยุติธรรมเป็นปลายเหตุ

สำหรับกรณีวัดหลายแห่งมีการขึ้นป้ายสนับสนุนสมเด็จช่วง ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า "ขอถามว่าเป็นสิ่งที่จะทำได้หรือไม่ ถ้าทำได้ก็ทำไป แต่ต้องยึดเรื่องหลักเกณฑ์และกฎหมาย ส่วนกรณีการกระทำดังกล่าวมีผลกดดันต่อการเสนอชื่อสมเด็จช่วงหรือไม่ ไม่มีใครมากดดันผมได้ เพราะทำตามกฎหมาย หากไม่ผิดก็ไม่ต้องกลัว ถ้าทำถูกต้องตามกฎหมายก็อย่ามากดดันผม เพราะมันไม่มีผล ถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็สามารถร้องเรียนได้"

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ พล.อ.ไพบูลย์ ได้สั่งให้ผู้ติดตามต่อสายโทรศัพท์สอบถามไปยัง พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อสอบถามประเด็นในข้อสงสัยดังกล่าว ก็ได้รับคำตอบว่าต้องเข้าไปพบกับสมเด็จช่วงก่อน เพื่อพูดคุยในรายละเอียด และเป็นการให้เกียรติพระชั้นผู้ใหญ่ เพื่อขอรับรถของกลางมาตรวจสอบต่อไป.

"ไพบูลย์" ระบุ คดีไม่ยุติ แม้ "สมเด็จช่วง" คืนรถผู้บริจาค ยัน เดินหน้าสอบตามกฎหมาย ขณะหลายวัดขึ้นป้ายหนุนขึ้นสังฆราช ยัน ไม่มีผลต่อการเสนอชื่อ ด้านอธิบดีดีเอสไอ เตรียมเข้าพบก่อนรับรถของกลางมาตรวจสอบ 3 มี.ค. 2559 15:33 3 มี.ค. 2559 16:20 ไทยรัฐ