คุกตลอดชีวิต 'มือปืนป๊อปคอร์น' เจตนาฆ่า ลดแล้วเหลือ 37 ปี - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

คุกตลอดชีวิต 'มือปืนป๊อปคอร์น' เจตนาฆ่า ลดแล้วเหลือ 37 ปี

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 มี.ค. 2559 15:47
11,608 ครั้ง


ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วพิพากษาลงโทษ ‘มือปืนป๊อปคอร์น’ จำคุกตลอดชีวิต เชื่อ เป็นคนเดียวกับชายชุดดำที่ยิงใส่กลุ่ม กปปส. หน้าไอทีสแควร์จนมีผู้เสียชีวิต เป็นเจตนาฆ่า แต่คำให้การชั้นสอบสวนมีประโยชน์อยู่บ้าง ลดเหลือจำคุก 37 ปี 4 เดือน... 

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 3 มี.ค. 59 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้อ่านคำพิพากษา คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ หรือ ท็อป มือปืนป๊อปคอร์น เป็นจำเลยฐานร่วมกันฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ที่สาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต และนำอาวุธปืนออกนอกเคหสถานภายในพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน



โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 57 นายวิวัฒน์ กับพวก เข้าไปที่แยกหลักสี่ เขตหลักสี่ ซึ่งเป็นพื้นที่ประกาศให้เป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และยิงปืนเข้าไปในบริเวณศูนย์การค้าไอทีสแควร์ ส่งผลให้ น.ส.สมบุญ สักทอง ผู้เสียหายที่ 1 นายอะแกว แซ่ลิ้ว ผู้เสียหายที่ 2 นายนครินทร์ อุตสาหะ ผู้เสียหายที่ 3 และนายพยนต์ คงปรางค์ ผู้เสียหายที่ 4 ได้รับอันตรายสาหัส เเละเป็นเหตุให้นายอะเเกว ผู้เสียหายที่ 2 เสียชีวิต

ศาลพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ข้อยุติว่า พระพุทธะอิสระได้นำกลุ่มผู้ชุมนุมไปที่สำนักงานเขตหลักสี่ เพื่อไม่ให้นำบัตรเลือกตั้งไปยังพื้นที่ต่างๆ และในวันที่ 1 ก.พ. 57 วันเกิดเหตุ มีกลุ่มคนรวมตัวกันที่วัดหลักสี่ เพื่อเดินทางนำบัตรเลือกตั้ง โดยมีรถบรรทุกเครื่องเสียงนำขบวนแต่มีตำรวจกั้นไม่ให้เดินทางไป เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบกับกลุ่มพระพุทธะอิสระที่บริเวณปากซอยแจ้งวัฒนะ 10 กลุ่มดังกล่าวจึงถอยไปและมีบางส่วนอยู่บริเวณหน้าศูนย์การค้าไอทีสแควร์


ต่อมา มีกลุ่ม กปปส.ลาดพร้าว ได้เดินทางมาสนับสนุน กลุ่มพระพุทธะอิสระ โดยมีกลุ่มบุคคลปิดบังใบหน้า และมีกลุ่มบุคคลใช้ปืนที่อยู่ในกระสอบข้าวโพดสีเขียวเหลือง ซึ่งโจทก์มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นพยานเบิกความว่า ได้สืบสวนสอบสวนและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและภาพที่ปรากฏจากสื่อทางอินเทอร์เน็ต พร้อมนำมาเปรียบเทียบกับตัวจำเลย พบว่ามีรูปร่างเหมือนกัน โดยพบว่าจำเลยเคยถูกดำเนินคดีเสพยาเสพติด จึงนำภาพถ่ายที่ชายชุดดำปิดบังใบหน้ามาเปรียบเทียบภาพจำเลยที่ไม่ได้ปิดบังใบหน้าแล้ว พบว่ามีการแต่งกายตรงกัน อาทิ เสื้อ เสื้อเกราะ กางเกง รองเท้า และเข็มขัด พร้อมนำภาพให้พี่ชายของจำเลยดูก็เบิกความยืนยันว่าเป็นภาพถ่ายของจำเลยจริง จึงสนับสนุนคำเบิกความของพยานให้มีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น


ประกอบกับในชั้นสอบสวน จำเลยให้การรับสารภาพและนำชี้ที่เกิดเหตุต่อหน้านักข่าวจำนวนมาก ส่วนที่จำเลยอ้างว่าถูกข่มขู่นั้น ก็ไม่มีการร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชา แต่มานำสืบในชั้นพิจารณาคดี จึงฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยเป็นบุคคลเดียวกับชายชุดดำที่ก่อเหตุ และเมื่อพิจารณาภาพเหตุการณ์ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนและในชั้นสอบสวน ได้ความว่า วันเกิดเหตุจำเลยและพรรคพวกได้ใช้ปืนยิงโต้ตอบกับกลุ่มผู้สนับสนุนการเลือกตั้งที่หน้าศูนย์การค้าไอทีสแควร์ ถุงที่ใช้ใส่ปืนยังเห็นปลายกระบอกปืนโผล่ออกมา ซึ่งมีพยานเบิกความว่า ปลายกระบอกดังกล่าวใช้ปลอกลดแสงที่ใช้ยิงในสงครามเวลากลางคืน จึงบ่งชี้ว่าการกระทำของจำเลยมีเจตนาฆ่าฝ่ายตรงข้าม ซึ่งมีประชาชนและผู้เสียหายอยู่บริเวณดังกล่าวด้วย และต่อมา นายอะแกว ผู้เสียหายที่สองเสียชีวิต

พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น ให้จำคุกตลอดชีวิต ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองฯ จำคุก 3 ปี และความผิดฐานพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ จำคุก 3 ปี แต่คำรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 37 ปี 4 เดือน.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    76.3%
  • ไม่ชอบ
    1.4%
  • สนุก
    7.9%
  • ประหลาดใจ
    0.8%
  • เสียใจ
    6.2%
  • ให้กำลังใจ
    7.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement