ภัยแล้ง ฉุดดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.พ. ร่วงต่อเนื่องเดือนที่ 2 - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ภัยแล้ง ฉุดดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.พ. ร่วงต่อเนื่องเดือนที่ 2

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 มี.ค. 2559 14:50
701 ครั้ง


หอการค้าไทย เผย ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.พ. อยู่ที่ 74.7 ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 เหตุความกังวลจากภัยแล้ง สศช. หดเป้าจีดีพี เศรษฐกิจโลกผันผวน-จีนทรุด ขณะที่ ดัชนีเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 63.5...

เมื่อวันที่ 3 มี.ค. นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึง ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือน ก.พ.59 อยู่ที่ระดับ 74.7 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 63.5 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสการหางานทำอยู่ที่ 69.7 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 90.7

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยมีปัจจัยลบจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยแล้งที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ ปรับลด GDP ปี 59 เหลือ 2.8-3.8% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 3-4%, ภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจของจีน, ยอดส่งออกของไทยในเดือน ม.ค.59 ติดลบ 8.9%, ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรทรงตัวในระดับต่ำ และเงินบาทแข็งค่า

ขณะที่ ปัจจัยบวกจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5%, สภาพัฒน์ ประกาศ GDP ไตรมาส 4/58 ขยายตัว 2.8% ส่งผลให้ GDP ปี 58 ขยายตัวที่ 2.8% และ ครม.เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง

แม้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 แต่ดัชนียังถือว่าสูงกว่าในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปี 58 ซึ่งสัญญาณที่ดัชนีปรับตัวลดลงนี้เป็นเพียงสัญญาณชั่วคราวเท่านั้น แต่สิ่งที่น่ากังวลมากกว่า คือ ปัจจัยเสี่ยงจากทั้งภายในและภายนอกประเทศที่ยังไม่มีท่าทีจะลดน้อยลง โดยในส่วนของปัจจัยเสี่ยงจากภายนอก คือ เศรษฐกิจโลกยังไม่มีท่าทีจะคลี่คลายขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ของประเทศผู้ผลิตน้ำมัน ตลอดจนหุ้นของบริษัทผลิตน้ำมันรายใหญ่ อันจะมีผลกระทบตามมาถึงกำลังซื้อที่ลดลง

นอกจากนี้ จากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับต่ำจะมีผลไปถึงสินค้าอื่นๆ ที่ผูกพันกับราคาน้ำมันด้วย เช่น ยางพารา และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ทำจากยางพาราที่จะยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำต่อไป ประกอบกับการใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบของประเทศเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น ยุโรป และ ญี่ปุ่น ในขณะที่จีนใช้มาตรการลดอัตราเงินสดสำรองตามกฎหมาย แต่เศรษฐกิจของจีนก็ยังไม่มีสัญญาณที่ดีขึ้น จึงเป็นภาพที่ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจจีนที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงนั้นอาจจะทำให้ เศรษฐกิจโลกซึมตัวตาม

สำหรับปัจจัยเสี่ยงจากภายในที่สำคัญ คือ ปัญหาภัยแล้ง อาจจะเป็นความเสี่ยงที่เด่นชัดมากขึ้นเรื่อยๆ ในเดือน เม.ย.-พ.ค. ซึ่งขณะนี้รัฐบาลกำลังเร่งแก้ไขสถานการณ์ และออกมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรออกมาเป็นระยะ โดยจัดหาแหล่งน้ำ เยียวยาเงินสนับสนุน ซึ่งประเมินเบื้องต้นว่าผลกระทบจากภัยแล้งจะทำให้เงินหายไปจากระบบราว 7 หมื่นถึง 1 แสนล้านบาท ดังนั้นการที่รัฐบาลมีวงเงินไว้ราว 8.7 หมื่นล้านสำหรับการดูแลภัยแล้ง ถือว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสม แต่ต้องทำอย่างรวดเร็วให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพราะในช่วงไตรมาสที่ 2 นั้นหากทุกอย่างพลิกฟื้น จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศสามารถเงยหัวขึ้นได้ ทั้งนี้ เห็นว่าสถานการณ์ภัยแล้งมีส่วนในการฉุดความเชื่อมั่นของผู้บริโภคให้ลดลง รวมทั้งอัตราเงินเฟ้อที่ยังติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 14 จึงทำให้เห็นว่ากำลังซื้อจากประชาชนยังไม่เด่นนัก

อย่างไรก็ตาม มองว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกนี้ยังมีโอกาสชะลอตัวต่อเนื่องจากไตรมาส 4/58 โดยคาดว่าจะยังอยู่ใกล้เคียง 2.8% หรือต่ำกว่าเล็กน้อย ดังนั้นถ้าเม็ดเงินเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจลงสู่ระบบได้ทันในช่วงไตรมาส 2 ทั้งการลงทุนภาครัฐ มาตรการแก้ไขปัญหาภัยแล้งต่างๆ ก็น่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ 3-3.5% และมีโอกาสจะใกล้เคียงกับ 3%

"ตอนนี้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังมีสัญญาณปรับตัวลง โดยเฉพาะต่างจังหวัดที่ยังซึมตัว เราคาดหวังว่าถ้ารัฐบาลอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบได้เต็มที่และมีประสิทธิภาพ ความเชื่อมั่นน่าจะเริ่มฟื้นได้ในช่วงเดือน เม.ย. หรือ พ.ค. และการจับจ่ายใช้สอยน่าจะดีขึ้นช่วงปลายไตรมาส 2" นายธนวรรธน์ กล่าว.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    52.6%
  • ไม่ชอบ
    5.3%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    5.3%
  • เสียใจ
    31.6%
  • ให้กำลังใจ
    5.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement