พ่อคือตัวจริง! 'เพลง' เกิร์ลกรุ๊ปไกอา ลูกสาวพูดถึงพี่เสือ ธนพล - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

พ่อคือตัวจริง! 'เพลง' เกิร์ลกรุ๊ปไกอา ลูกสาวพูดถึงพี่เสือ ธนพล

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 มี.ค. 2559 06:05
11,948 ครั้ง


ตามไปดูลูกเสือ ที่ไม่ใช่เนตรนารีแต่อย่างใด เพราะ "แคมปัสรับเชิญ" สัปดาห์นี้ "สวัสดีแคมปัส" จะพาไปรู้จักลูกสาวของ เสือ-ธนพล อินทฤทธิ์ หนุ่มร็อกชื่อดัง ที่สร้างผลงานเพลงให้จดจำกึกก้องอยู่ในหูจนถึงทุกวันนี้ และปัจจุบันพ่อเสือก็ยังคงทำงานอยู่ในแวดวงเพลงบ้านเรา ส่วนลูกไม้ใกล้ต้น ก็คือ เพลง หรือ ธนิสสา อินทฤทธิ์ สาวสวยอีกคนที่ดูยังไงก็ลูกเสือธนพล เพราะเธอเป็นหนึ่งในสมาชิกวงไกอา ศิลปินเกิร์ลกรุ๊ป และล่าสุดเพลง Love Me Please!! ซิงเกิลอันดับที่ 3 กำลังจะถูกปล่อยออกมาในวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ แต่เราไปรู้จักสาวเพลงกันก่อนดีกว่า

เพลง เรียนอยู่ในรั้วจามจุรี

ตอนนี้เพลงเรียนอยู่ปี 3 คณะนิเทศศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เลือกเรียนเพราะเพลงว่า มันเป็นตัวเองที่สุด ชอบทำกิจกรรม ไม่ชอบอยู่นิ่งๆ คณะที่ใช่ต้องนิเทศศาสตร์เลย

ความยากของการเรียน

เรื่องเรียนไม่ยาก แต่ต้องทำงานด้วย เลยยิ่งท้าทายกว่าคนอื่น หน้าที่เราก็เลยมี 2 หน้าที่ คือ เรียนและทำงานด้วย ความยากของเพลงจึงอยู่ที่เรื่องของหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบมากกว่าเรื่องเรียน

จัดสรรเวลาลงตัว

หนูมาเรียนตลอดค่ะ แต่ต้องแบ่งเวลาให้ดีๆ มาก ก็พยายามให้น้ำหนักเท่าๆ กัน บางครั้งต้องเป็นงาน เพราะเรามีเพื่อนร่วมวง มีหัวหน้า และมีรายได้จากตรงนั้น ซึ่งอาจารย์ก็เข้าใจ และหนูก็ต้องทำงานตามส่งทีหลัง ซึ่งตรงนี้โชคดีมากๆ

เรียนจบ

ถ้าเรียนจบแล้ว และยังมีโอกาสทำเบื้องหน้า คือ ยังเป็นนักร้องได้อยู่ เพลงก็จะทำไปเรื่อยๆ แต่อย่างว่า งานเบื้องหน้ามันก็มีหมดอายุ ก็คงต้องเปลี่ยนไปอยู่เบื้องหลังแทน ตอนนี้เพลงก็ยังสนใจอยู่ คือ เรื่องภาษา เพลงอาจไปติดต่อประสานงานกับต่างชาติแทน

เล่าก่อนจะมาเป็นสาวเกิร์ลกรุ๊ป

ม.4 เพลงได้มีโอกาสไปร้องเพลงประกอบละครด้วย แต่พอช่วงปิดเทอม ม.5 ขึ้น ม.6 ได้ไปแคสร้องเพลงที่เกาหลีในรายการหนึ่ง ก็อยู่ถึง 3 เดือนเต็ม จนทีมเพลงได้เข้ารอบและได้อันดับ 3 มา

พูดถึงคุณพ่อ 

พ่อเป็นคนเก่ง เก่งแบบไม่ได้เรียนมา แต่เก่งด้วยตัวเอง คือไม่ได้ไปเรียนกีตาร์ ไม่ได้เรียนร้องเพลง คุณพ่อมาจากกาฬสินธุ์ ไม่ได้มีฐานะ ทุกอย่างไม่ว่าจะร้องเพลง เล่นกีตาร์ ก็เป็นการฝึกฝนของคุณพ่อเอง เพลงว่ามันคือการหลงใหลในเสียงเพลงล้วนๆ และคุณพ่อสามารถพาตัวเองมาจากจุดนั้น เพื่อมาเป็นศิลปินขนาดนี้ เพลงว่ามันคือเครื่องพิสูจน์อย่างหนึ่งว่าเขาเป็นตัวจริง

พ่อสอนอะไรบ้าง

พ่อสอนเรื่องการเป็นคนที่ดี การวางตัว การเป็นศิลปิน แต่พ่อไม่เคยสอนเรื่องการร้องเพลง ไม่สอนดนตรีเลย ทุกอย่างที่เพลงเป็น คือพ่อจะสนับสนุนมากกว่า ว่าเราชอบอะไร อยากเป็นอะไร อยากทำอะไรมากกว่า

ครอบครัวศิลปิน

เพลงมีน้องสาว 1 คน น้องชาย 1 คน ทุกคนมีความชอบแตกต่างกันไป อย่างน้องสาวถนัดเบื้องหลัง เพลงถนัดเบื้องหน้า ส่วนน้องชายนี่ร้องเพลงเพราะมาก แต่เขาไม่ค่อยชอบร้องเท่าไร คุณพ่อจะดูเป็นคนๆ ไปว่าแต่ละคนชอบอะไร ทำอะไรได้ดี เขาก็จะสนับสนุน แนะนำในสิ่งที่เราทำมากกว่า

เป็นตัวของตัวเอง ความสุขที่สุดแล้ว

เขาเชื่อว่า อะไรที่เราทำออกมาจากตัวเองโดยที่ไม่มีใครบังคับ มันทำได้ดีอยู่แล้ว เพราะว่าเราชอบ เพลงเองก็คิดแบบนั้น อะไรที่เรามีความสุข ชอบมันจริงๆ เหนื่อยแค่ไหนเราก็จะทำ รวมถึงการเรียนด้วย บางบ้านพ่อแม่อยากให้ลูกเรียนโน่นนี่ แต่ถ้าลูกไม่ชอบมันก็ทำได้ไม่ดี เวลา 4-5 ปีในรั้วมหาวิทยาลัยสำคัญมากๆ ถ้ามันเลือกได้ด้วยตัวเอง มันจะดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบสุดๆ 

เพลงเป็นคนชอบเครื่องสำอางมากๆๆๆๆๆ (เพลงย้ำ) ถ้าเราแต่งออกมาแล้วชอบ เราจะมีความมั่นใจ เวลาทำอะไรจะทำได้ดี การแต่งหน้าเปลี่ยนคนได้เลย เมคอัพคือชีวิตจิตใจของเพลง ผมก็ทำเองนะ นี่สีผมเพลงก็ยังย้อมเองเลย จะว่าไปมันเป็นของสะสมของเพลงเลย

ฝากถึงเรื่องเพื่อน

เพื่อนมัธยมปลายมีหลายคาแรกเตอร์ สนุกสนาน สบายมากๆ แต่ในมหาวิทยาลัยแต่ละคณะ จะมีคาแรกเตอร์ของมนุษย์ที่แตกต่างกัน เราก็พาตัวเองไปอยู่ในที่ๆ เหมาะสมกับเรา มีเพื่อนเข้าใจเรา คุยกันรู้เรื่อง มันจะทำให้ชีวิตในมหาลัยสนุกยิ่งขึ้น มีความหมายยิ่งขึ้น ก่อนจะเข้าสู่วัยทำงานจริงๆ เรื่องชิลก็เช่นกัน ไม่ได้บอกว่ามันไม่ผิด เพราะเลือกในสิ่งที่มันใช่กับเรามากกว่า ทำในสิ่งที่มีความสุข ทุกอย่างมันจะดีเอง

เรื่องราวดีๆ สอดแทรกอยู่ในบทสัมภาษณ์ของน้องเพลง ลองอ่านลองคิดวิเคราะห์กันดู "สวัสดีแคมปัส" เชื่อว่า หลายคนอาจรู้สึกว่าธรรมดา แต่อย่างน้อย "สวัสดีแคมปัส" ก็หวังว่ามันจะแชร์และแบ่งปันกับคนที่ยังไม่รู้จะเลือกเรื่องเรียน หรือเลือกการทำงานดี เอาที่เหมาะสมและเต็มที่กับมัน ผลลัพธ์จะออกมาดีเอง...เชื่อพี่!!

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    41.7%
  • ไม่ชอบ
    55.1%
  • สนุก
    0.8%
  • ประหลาดใจ
    0.3%
  • เสียใจ
    0.8%
  • ให้กำลังใจ
    1.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement