'พรเพชร' หนุน ส.ว.สรรหา ค้านเลือกแบบไขว้ เชื่อบล็อกโหวต - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'พรเพชร' หนุน ส.ว.สรรหา ค้านเลือกแบบไขว้ เชื่อบล็อกโหวต

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 มี.ค. 2559 14:09
802 ครั้ง


"พรเพชร" เผยร่างแก้ไขเพิ่มเติม รธน.ชั่วคราว ถึงมือ สนช.วันนี้ จ่อบรรจุสัปดาห์หน้า เปิดทางประชามติ ระบุแนวคำถามต้องตอบโจทย์ทิศทางการเมือง
 หนุนเลือก ส.ว.สรรหา เชื่อมีจุดอ่อนน้อยที่สุด ชี้ 20 อาชีพเลือกไขว้ บล็อกโหวตได้ ยันไม่พบบทบัญญัติไหนในร่างฯ ให้ คสช.สืบทอดอำนาจ

เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 59 ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ว่า ตนเข้าใจว่า คสช.จะส่งมายัง สนช.ในวันนี้ ซึ่งน่าจะบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมของ สนช.ได้ภายในสัปดาห์หน้า หรือสัปดาห์ถัดไป เพราะ สนช. ต้องพิจารณาภายใน 15 วัน เมื่อดูแล้วเห็นว่าในรัฐธรรมนูญชั่วคราวก็ไม่มีอะไรมาก เพราะมีหลักชัดเจนใน 5 ประเด็น เรื่องการทำประชามติ ส่วนคำถามที่ สนช.จะต้องตั้งประกอบการทำประชามตินั้น เราจะตั้งหรือไม่ตั้งก็ได้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของสมาชิก สนช. ซึ่ง สนช.จะพิจารณาเรื่องคำถามได้ก็ต่อเมื่อร่างรัฐธรรมนูญออกมาแล้วในวันที่ 29 มี.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม ถ้าเราต้องตั้งคำถาม ก็จะเป็นคำถามในลักษณะที่กำหนดทิศทางการเมืองในประเทศ ซึ่งทิศทางดังกล่าวหมายความว่า ประชาชนอยากได้อะไรจากเรื่องต่างๆ ที่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งคำถามของ สนช.มีคำถามเดียว ถ้าหากเป็นทางออกของประเทศได้ เราก็จะทำ

นายพรเพชร กล่าวต่อว่า ประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบ 2 สภา มาตลอด ในระยะเริ่มต้นเราเรียกวุฒิสภาว่า สภาพี่เลี้ยง โดยให้เหตุผลว่าประชาชนยังไม่เข้าใจในระบอบประชาธิปไตยมากนัก ดังนั้นในระยะเริ่มต้นวุฒิสภาจึงมาจากการแต่งตั้ง แต่พอเริ่มมีพัฒนาการจนเมื่อปี 2540 จึงได้มีวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนและรัฐธรรมนูญปี 50 ก็เป็นการผสมผสานกันระหว่างการเลือกตั้งจาก 77 จังหวัด และการสรรหา แต่หลักการของวุฒิสภาในปัจจุบันเปลี่ยนไป จากที่เรียกว่า สภาพี่เลี้ยง ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นพี่เลี้ยงให้กับสภาผู้แทนราษฎรอีกแล้ว และหลักการที่เป็นการยอมรับในระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยในปัจจุบัน คือ จำเป็นที่จะต้องมีตัวแทนขององค์กรกลุ่มวิชาชีพต่างๆ ซึ่งจะมาในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิ ที่จะคอยดูว่า ร่างกฎหมายที่ผ่านจากสภาผู้แทนฯ โดยคำนึงถึงเสียงของประชาชนทั้งหลายที่ประกอบกันเป็นกลุ่มวิชาชีพต่างๆ

"วุฒิสภาจึงมีลักษณะช่วยดูแลและเติมให้เต็ม ถึงความเป็นประชาธิปไตยให้สภาผู้แทนฯ ที่มาจากการเลือกตั้ง ขณะนี้ประเทศไทยได้พัฒนามีกลุ่มวิชาชีพต่างๆ เพื่อทำให้กฎหมายถูกต้องและเหมาะสมกับสภาพสังคมไทย ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ก็ยึดถือหลักการนี้ โดยวิธีการ คือ การให้กลุ่ม 20 วิชาชีพเลือกไขว้กัน แต่จากการพิสูจน์ทางวิชาการไม่ปรากฏว่า มีระบบดังกล่าวใช้อยู่ในประเทศใดบ้าง แต่เคยมีการสรรหาหรือการเลือกองค์กรในประเทศไทย ที่ให้กลุ่มวิชาชีพเลือกผู้แทนของตนเอง ผลคือมีการสร้างบล็อกโหวตขึ้นมา ถือว่าไม่ได้ผลอย่างเต็มที่ในการจะมีตัวแทนกลุ่มวิชาชีพอย่างแท้จริง สนช.จึงเกรงว่า การที่จะรีบด่วนใช้กระบวนการสรรหา ส.ว.แบบไขว้กัน จะเป็นการเลือกเร็วเกินไปหรือไม่ หรือเป็นการไปทดลองโดยที่ยังไม่มั่นใจหรือไม่ เพราะฉะนั้น สนช.จึงเห็นว่าการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคส่วนต่างๆ ที่ใช้มานั้น ถือว่าเป็นระบบที่มีจุดอ่อนและข้อเสียน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับระบบแต่งตั้ง และระบบเลือกตั้ง เพราะระบบเลือกตั้งโดยตรง จะไปซ้ำซ้อนกับการเลือก ส.ส." นายพรเพชร กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม เสนอให้มีการเลือก ส.ว.สรรหาทั้งหมด ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี หลักเกณฑ์ที่คิดว่าเหมาะสมในช่วงเวลานั้นคืออะไร นายพรเพชร กล่าวว่า ตนได้พูดไปแล้วว่า หลักการที่จะมี ส.ว.นั้น เพื่ออะไร และควรมาจากกลุ่มบุคคลใดก็ชัดเจนแล้ว และเมื่อกรธ.เสนอให้ใช้วิธีเลือกไขว้ สนช.ก็มองเห็นว่าจะเกิดปัญหาหลายอย่าง ถ้าให้วิเคราะห์กันจริงๆ คงต้องพูดกันยาว ตนจึงได้เสนอให้ นายมีชัย ใช้ระบบสรรหาดีกว่า

เมื่อถามว่า หากใช้ระบบสรรหาจะทำอย่างไร ไม่ให้ถูกครหาว่า เป็นการสืบทอดอำนาจ นายพรเพชร กล่าวว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยืนยันมาตลอดว่า ไม่มีการสืบทอดอำนาจ ดังนั้นจึงต้องดูต่อไป และในบทบัญญัติร่างรัฐธรรมนูญนี้ ตนยังไม่เห็นเรื่องการสืบทอดอำนาจ แต่ยังสงสัยอยู่ที่บอกกันว่าให้พรรคการเมืองเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกฯ 3 รายชื่อ และการลงคะแนนด้วยบัตรใบเดียวแล้วมีผลการเลือกตั้ง ส.ส. 2 ประเภท ตนยังไม่เห็นว่า ไปเกี่ยวข้องกับการสืบทอดอำนาจของ คสช.อย่างไร และสนช.มีมติไม่เห็นด้วย เรื่องการเลือกตั้งบัตรใบเดียว รวมทั้งการให้พรรคการเมืองเสนอชื่อเป็นนายกฯ

เมื่อถามว่า หากป้องกันข้อครหาดังกล่าว บุคคลที่เป็นคณะกรรมการสรรหา ส.ว. ควรจะไม่มีคนที่เป็น คสช.หรือไม่ นายพรเพชร กล่าวว่า ตนยังไม่ได้ดูเรื่องคณะกรรมการสรรหา จึงไม่อยากไปก้าวล่วง ไม่อยากชี้นำ เพราะมีกระบวนการต่างๆ อยู่แล้ว และกรธ.มีวิจารณญาณที่จะดูว่า คณะกรรมการสรรหาควรมาจากอะไร แน่นอนว่า ต้องระมัดระวังเรื่องการสืบทอดอำนาจอยู่แล้ว ยืนยันว่า บทบัญญัติทั้งหมดไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้ ซึ่งทุกอย่างคงต้องรอ วันที่ 29 มี.ค.นี้ ที่ร่างรัฐธรรมนูญสมบูรณ์จะออกมา ส่วน ส.ว.สรรหาจะมีอดีตสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มีโอกาสเข้าไปเป็นใน ส.ว.สรรหา ในช่วงเปลี่ยนผ่านหรือไม่นั้น ต้องดูกฎเกณฑ์ให้ชัดเจนก่อน โดย สนช.มีจุดยืนว่า ระบบการสรรหาถ้าออกแบบมาให้ถูกต้อง ก็จะเป็นระบบที่มีข้อเสียหายน้อยที่สุด

เมื่อถามว่า ทำไม สนช.จึงเสนอให้ ส.ว.แก้วิกฤติได้ เพราะถ้ามาจากการสรรหา จะเหมือนกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) หรือไม่ ประธาน สนช. กล่าวว่า ตนไม่อยากอธิบายยาว แต่ถ้าถามว่าทำไม สนช.เสนอเช่นนั้น ก็ต้องดูโจทย์ก่อนรัฐประหารปี 57 มาเป็นตัวตั้ง เพราะขณะนั้นรัฐธรรมนูญเกิดทางตัน จึงเสนอให้ ส.ว.น่าจะมีบทบาทเข้าไปแก้ไข ส่วนเรื่อง คปป.นั้น ไม่มี และตนไม่รู้จัก เพราะเรื่องนี้ยังไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    70.7%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    29.3%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement