ทหารปิดล้อมบ้าน จับวัฒนา คุมปรับทัศนคติ! - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ทหารปิดล้อมบ้าน จับวัฒนา คุมปรับทัศนคติ!

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 3 มี.ค. 2559 08:08
9,220 ครั้ง


เอาผิดตามพรบ.คอมพิวเตอร์ด้วย พท.ฉะละเมิดสิทธิจี้ปล่อยตัวทันที กกต.ฟันกปปส.-‘ปู’เรียก2.4พันล.

“บิ๊กป้อม” ย้ำใช้ ส.ว.ลากตั้งยกชุด คุมกลไกเปลี่ยนผ่าน 5 ปี “มีชัย” โล่ง ครม.ชงแก้ รธน.ชั่วคราว ปลดล็อกปมเสียงข้างมากผู้มาใช้สิทธิเห็นชอบประชามติ กกล.รส.ส่งทหารนับสิบบุกล้อมบ้านรวบ “วัฒนา” เข้าค่าย ร.1 รอ. ก่อนนำตัวไปพูดคุยใน มทบ.11 หลังโพสต์โจมตี “บิ๊กป้อม” เหยียดเพศไม่ให้เกียรติ “ยิ่งลักษณ์” หลังโวยถูกทหารราวีตามถ่ายรูปกลางงานศพ โฆษก คสช.ซัดมีอคติ คสช. ต้องตักเตือน “ประวิตร” จวกพูดไม่จริง ลั่นพูดร้อยครั้งจะเรียกปรับทัศนคติร้อยครั้ง ขู่พวกดื้อยาขังยาว 3-7 วัน พท.ออกแถลงการณ์จวกยับละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นรุนแรง จี้ปล่อยตัวทันที ด้าน กกต.ซุ่มลงมติลับฟ้องอาญา-แพ่ง 234 กปปส.ขวางเลือกตั้ง ก.พ.57 เป็นโมฆะ ฟ้องแพ่งเอาผิดฐานละเมิด “ยิ่งลักษณ์” ดื้อจัดกาบัตรทั้งที่ถูกทักท้วง เรียกค่าเสียหายฝ่ายละ 2.4 พันล้าน

จากกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ผลักดันแนวคิดให้ ส.ว.แต่งตั้ง โดยระบุเพื่อให้มาดำเนินการเรื่องการปฏิรูปและกำหนดยุทธศาสตร์ชาติในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ขณะที่ยังคงมีเสียงคัดค้านมาจากหลายฝ่ายไม่หยุดนั้น

“บิ๊กป้อม” ย้ำใช้ ส.ว.ลากตั้งเปลี่ยนผ่าน

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 2 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงแนวคิดการให้มี ส.ว.สรรหาทั้งหมดในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีว่า ส.ว.ดังกล่าวจะได้ทำงานร่วมกันกับ ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งในการปฏิรูป และปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ชาติให้เป็นตามกรอบที่วางไว้ เมื่อถามว่า ส.ว.จะกลายเป็นองค์กรหนึ่งในช่วงเปลี่ยนผ่านใช่หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่มีองค์กร เขาทำหน้าที่เหมือน ส.ว.ปกติ แต่หน้าที่เพิ่มขึ้นมาคือเรื่องยุทธศาสตร์และการปฏิรูป

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า เข้าใจว่า พล.อ.ประวิตรคงอยากให้การเมืองภายหลังการเลือกตั้งนิ่งสักระยะหนึ่งก่อน คาดว่าจะช่วยให้การบริหารประเทศมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้นและอยากให้ประเทศในช่วงนั้นเกิดความสงบ โครงสร้างการบริหารประเทศมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถเดินหน้าเปลี่ยนผ่านไปได้ อย่างไรก็ตามยืนยันว่า คสช.จะไม่สืบทอดอำนาจต่ออย่างแน่นอน

กรธ.เล็งซื้อสื่อแจงร่าง รธน.

ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการปรับปรุงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราว่า ขณะนี้ กรธ.พิจารณาไปจนถึงหมวด 7 รัฐสภาแล้ว แต่ยังไม่ได้พิจารณาถึงการปรับโครงสร้างทางการเมืองหรือกลไกได้มาซึ่ง ส.ส.และ ส.ว. เพราะต้องเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียอีกจำนวนมาก รายละเอียดที่ปรับแก้ไขแล้วอยู่ระหว่างหารือว่าจะนำเสนอเนื้อหาอย่างไรให้ประชาชนเข้าใจ เบื้องต้นจะประสานหนังสือพิมพ์ขอซื้อเนื้อที่นำเสนอข้อมูลและรายละเอียด ส่วนข้อเสนอให้ปรับกลไกที่มาของ ส.ว.ในระยะเปลี่ยนผ่านยังตอบไม่ได้ กรธ.ยังไม่ได้ตัดสินใจอะไรทั้งสิ้น กรณีการเป็นอำนาจแฝงในสังคม ไม่สามารถเขียนรัฐธรรมนูญครอบคลุมไปถึงส่วนดังกล่าวได้

“มีชัย” ผุดไอเดียวาดเป็นการ์ตูน

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญในหมวดคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยนายมีชัยให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมถึงแนวทางการซื้อโฆษณาสื่อสิ่งพิมพ์เพื่อประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญว่า เกิดจากที่ กกต.ชี้แจงว่า หากให้ กกต.พิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับแล้วแจกประชาชนทุกคนต้องใช้เวลาและงบประมาณจำนวนมาก กรธ.จึงมีความคิดจะสรุปสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญเล่มเล็กประมาณ 5-10 หน้าพร้อมวาดการ์ตูนประกอบ แล้วซื้อโฆษณาสื่อสิ่งพิมพ์เพื่อแนบไปด้วยให้ประชาชนพกพาไปอ่านได้ง่าย จะใช้เวลาจัดทำคู่มือภายใน 15 วันนับจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับสุดท้ายเสร็จวันที่ 29 มี.ค. นอกจากนี้กระทรวงมหาดไทยแนะนำมาว่า ให้นำตัวร่างฯไปแจกตามหมู่บ้านที่มีอยู่ประมาณ 70,000 แห่ง แห่งละ 5 ฉบับ รวมเป็นกว่า 300,000 ฉบับ กรธ. จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ เช่น ให้โหลดผ่ายเว็บไซต์รัฐสภาและลงพื้นที่ชี้แจง

โล่งอกแก้ปลดล็อกปมออกเสียง

นายมีชัยกล่าวถึง ครม.เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวเกณฑ์การออกเสียงประชามติว่า ชัดเจนแล้วว่าการนับคะแนนประชามติจะใช้หลักเสียงข้างมาก ถือเป็นเรื่องดีจะได้หมดข้อถกเถียงไป จากนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลจะรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ ส่วนการพิจารณาทบทวนตอนนี้ได้ข้ามหมวดรัฐสภาไปพิจารณาหมวด ครม. ขณะเดียวกันจะเปิดเผยหมวดหน้าที่ของรัฐที่ปรับแก้ไปมากแล้ว ส่วนข้อเสนอของสมาชิก สปท.ที่อยากให้ ส.ว.ร่วมลงมติเลือกนายกฯกับ ส.ส. เราเคยมีแบบนั้น แต่ กรธ.ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้ คงไม่น่าจะถอยไปไกลขนาดนั้น

จับกุม ส.ส.-ส.ว.ในสมัยประชุมได้

จากนั้นนายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษก กรธ. แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมปรับแก้ไขมาตรา 120 เกี่ยวกับเอกสิทธิ์ ส.ส. ส.ว. เรื่องการจับ คุมขัง หรือหมายเรียกในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ประชุม ร่างเดิมศาลจะพิจารณาคดี ส.ส.และ ส.ว.ในระหว่างสมัยประชุมไม่ได้ กรธ.เปลี่ยนเป็นศาลสามารถพิจารณาคดีได้ แต่ต้องไม่ขัดขวางต่อการที่สมาชิกผู้นั้นจะประชุมสภา แต่หากที่ประชุมสภามีมติไม่อนุมัติให้ประธานสภาทำเรื่องปล่อยตัวผู้ถูกจับ เพื่อมาประชุมสภาได้ ส่วนข้อกังวลว่าหากใช้มติที่ประชุมจะส่งผลให้กลั่นแกล้งไม่ให้ช่วยเหลือ ส.ส.ฝ่ายตรงข้ามที่คะแนนเสียงในสภาฯน้อยกว่า ที่ผ่านมาใช้หลักการและธรรมเนียมปฏิบัติเดียวกัน ไม่เคยมีปัญหาเกิดขึ้น ส่วนประเด็นสิทธิของประชาชน กรธ. พิจารณาเสร็จแล้ว ปลายสัปดาห์นี้หรือต้นสัปดาห์หน้าจะเปิดเผยได้ ขณะที่เรื่องที่มาของ ส.ส.และ ส.ว.พิจารณาไปเพียงครึ่งทางเพราะเสนอมาจำนวนมาก คาดว่า กรธ.จะพิจารณาเสร็จก่อนเดินทางไปประชุมนอกสถานที่ครั้งสุดท้ายที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 23-26 มี.ค.

“สมชัย” ชี้ปรับวิธีนับแต้มสกัดตีความ

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานกล่าวถึงข้อเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว 2557 เรื่องการนับคะแนนเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเป็นคะแนนเสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิออกเสียงที่เห็นชอบว่าประเด็นนี้ความหมายยังเหมือนเดิมทุกอย่าง เป็นหลักการเดียวกันกับคำว่าผู้มาใช้สิทธิลงคะแนน การเสนอถ้อยคำเช่นนี้อาจเป็นการสร้างความชัดเจน ไม่ให้เกิดการตีความให้เป็นอื่นได้อีก เพียงแต่อาจจะไม่คุ้นเคย ยกตัวอย่างเช่น มีผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ 20 คน มาใช้สิทธิลงคะแนน 10 คน ลงคะแนนเห็นชอบ 4 คน ไม่เห็นชอบ 3 คน ทำบัตรเสีย 3 คน แค่นี้ถือว่าผ่านการเห็นชอบ เพราะการลงประชามติจะไม่มีช่องไม่ประสงค์ใช้สิทธิและบัตรเสียจะไม่ถูกนำมานับคะแนน หากคำนวณตามตัวอย่างที่กล่าวมาจะพบว่าได้บัตรดี 7 ใบ และลงคะแนนเห็นชอบไปแล้ว 4 เท่ากับว่าแค่ใช้ 4 คะแนนจากทั้งหมด 20 ทำให้ผ่านการเห็นชอบได้

“วิษณุ” ปิดประตูไม่มีช่องโหวตโน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงเกณฑ์การตัดสิน การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ครั้งนี้ใช้คำว่า “คะแนนเสียงข้างมากของผู้ออกเสียงลงประชามติ เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ” เราจะใช้เฉพาะคนที่ลงคะแนนเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเท่านั้น บัตรเสียไม่นับเหมือนการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ต้องใส่คำว่า “คะแนน” ลงไป ถ้าไม่มีจะยุ่ง เช่น มีผู้มีสิทธิออกเสียง 50 ล้านคน สมมติว่ามาออกเสียง 30 ล้านคน เห็นชอบ 12 ล้านเสียง ไม่เห็นชอบ 10 ล้านเสียง บัตรเสีย 8 ล้านเสียง แต่ถ้าไม่มีคำว่า “คะแนน” 12 ล้านเสียงที่เห็นชอบจะไม่ถือว่าชนะ เพราะเสียงข้างมากของผู้ออกมาใช้สิทธิต้องเป็น 15 ล้านเสียงบวกอีก 1 แต่เมื่อใช้คำว่า “คะแนน” 8 ล้านเสียงที่เป็นบัตรเสียจะไม่นับ 12 ล้านเสียงจึงจะชนะ แต่ถ้าคะแนนเสียงไม่เห็นชอบมากกว่าเห็นชอบ ไม่เห็นชอบก็จะชนะ ขณะที่ช่องโหวตโนสรุปแล้วจะไม่มีช่องดังกล่าว ส่วนประเด็นคำถามพ่วงนั้น ตนไม่คิดว่า สนช.จะมีคำถาม เพราะไม่เห็นเหตุผลที่จะถาม ส่วนกรณี พล.อ.ประวิตรสนับสนุนให้มี ส.ว.สรรหาในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ต้องถาม พล.อ.ประวิตร แต่ที่กังวลว่า ส.ว.จะกลายเป็น คปป. ถ้าไม่มีองค์ประกอบแบบ คปป. ต่อให้เอาอำนาจไปใส่ไว้จะใช้อำนาจอะไรได้ ไม่ได้ศักดิ์สิทธิ์อะไร

“ตู่” หยันเผด็จการเหมือนเดิม

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกล ผ่านทางยูทูบ ถึงกระบวนการต่างๆที่ระบุในร่างรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยจะสร้างความหวังและมีอนาคตให้ประเทศ รวมทั้งกระบวนการต่างๆ ในร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นการสร้างวิกฤติขึ้นใหม่ การเลือกตั้งจะเป็นการเลือกให้เกิดวิกฤติ ไม่ใช่เป็นการเลือกตั้ง ยิ่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ขานรับให้ช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่านให้ ส.ว.มาจากการสรรหาหรือแต่งตั้ง ไม่แน่ใจว่าเปลี่ยนผ่านอะไร เพราะไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย ยังเป็นเผด็จการเหมือนเดิม แล้วยังลุกลามไปถึงว่าจะให้ ส.ว.ไปร่วมโหวตเลือกนายกฯด้วยหรือไม่ นี่คือชะตากรรมที่กำลังพบเจอ ชะตากรรมของตนจะเป็นอย่างไรอย่ากังวล ไม่ว่ามีอิสรภาพ จะเป็นหรือตายยังไงจะไม่ทรยศต่อวีรชนทุกดวง

หักด้ามพร้าด้วยเข่ายิ่งเสียหายร้ายแรง

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ถ้า กรธ.รับลูก คสช.ให้ ส.ว.ลากตั้งมีอำนาจหน้าที่แบบเดียวกับ ส.ส.ช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี บวกกับหลายประเด็นที่ขัดหลักการประชาธิปไตย เท่ากับฝ่ายอนุรักษนิยมตัดสินใจใช้วิธีหักด้ามพร้าด้วยเข่ากับพลังของฝ่ายเสรีนิยม ในที่สุดความเสียหายร้ายแรงจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย เพราะขัดแย้งกับสภาพการณ์ที่เป็นจริงของสังคม ส่วนกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ยกตัวอย่างสถานการณ์ประเทศไทยขณะนี้เหมือนรามเกียรติ์ตอนพระลักษมณ์โดนหอกโมกขศักดิ์ แต่กลับเห็นว่าเหมือนตอนกวนเกษียรสมุทรที่เป็นการต่อสู้ระหว่างเทวดา เปรียบเหมือนชนชั้นนำกับยักษ์ที่เปรียบเหมือนชนชั้นล่าง เพื่อแย่งชิงสวรรค์ของยักษ์มาแต่เดิม เปรียบเหมือนอำนาจอธิปไตยที่เป็นของประชาชน สู้กันอยู่นานเมื่อเทวดาเห็นว่ายังเอาชนะไม่ได้จึงออกอุบายชวนยักษ์กวนเกษียรสมุทร บอกว่าเสร็จแล้วจะแบ่งกัน ทั้งที่ตั้งใจรวบเอาไว้ฝ่ายเดียวตั้งแต่ต้น ถึงที่สุดยักษ์หลงกลไปช่วยกวนแล้วไม่เหลืออะไรเลย แม้แต่สวรรค์ที่เคยเป็นของพวกตน แต่เชื่อว่าผลลัพธ์จะออกมาไม่เหมือนกัน

พท.เย้ย “มาร์ค” ไม่กล้าค้าน คสช.

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แนะรัฐบาลและ คสช.อย่าเหมารวมระบอบทักษิณกับประชาธิปไตยเป็นเรื่องเดียวกัน หากแยกไม่ออกอาจเข้าทางกลุ่มโหวตโนรัฐธรรมนูญว่า ฟังนายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์สับสนพิลึก โจมตีระบอบทักษิณและเสียงข้างมาก ปกป้องเสียงข้างน้อย อาจเพราะเป็นเสียงข้างน้อยอยู่ตลอดเวลา บางครั้งกว่าจะได้เป็นเสียงข้างมากต้องใช้ทฤษฎีงูเห่าบวกกับการนัดพบในค่ายทหาร นายอภิสิทธิ์อ้ำอึ้งที่จะคัดค้าน กรธ.เหมือนเกรงอกเกรงใจกันเป็นพิเศษ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเรื่องคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส.หรือไม่ จึงวกวนสับสนในการคัดง้างกับ คสช.

เสี้ยมหรือ “บิ๊กตู่” ถอดใจให้พี่เสียบแทน

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯ กล่าวว่า เห็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ทำหน้าที่แทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. แล้วคือ 1.การเสนอแนวคิดการเปลี่ยนผ่าน 5 ปีโดยใช้ ส.ว.สรรหา 2.นำทีมเยือนรัสเซียและเบลารุสดูยุทโธปกรณ์ทางทหาร ขณะที่เศรษฐกิจไทยไม่สู้ดี คนไทยจะไม่มีกิน อยากเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ทบทวนเรื่องเหล่านี้ โดยเฉพาะแนวคิดการที่จะให้ ส.ว.ถ่วงดุลคานอำนาจ ส.ส.ช่วงเปลี่ยนผ่าน ชัดเจนว่า คสช.ยังกุมอำนาจอยู่ข้างหลัง ส.ว.ลากตั้งได้แน่นอน และมีแนวโน้มจะใช้เลือกนายกฯได้ตามที่ คสช.ต้องการ ส่วนการซื้อขายวิ่งเต้นตำแหน่งเป็นอันตรายต่อตัว พล.อ.ประยุทธ์เอง เพราะประกาศเสียงดังฟังชัดว่า จะปราบคนทุจริต แต่กลับนิ่งเฉยเงียบฉี่ไม่พูดอะไรเลย ผิดปกติวิสัยหรือ พล.อ.ประยุทธ์คิดถอดใจให้ พล.อ.ประวิตรขึ้นนั่งตำแหน่งนายกฯแทน เพราะประสบความสำเร็จนำทีมเศรษฐกิจไปเยือนรัสเซีย

สวดระบบใหม่ซ่อนรูป-สืบอำนาจ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีสมาชิก สปท. ขอให้ กรธ.เพิ่มอำนาจให้ ส.ว.แต่งตั้งมีสิทธิ์โหวตเลือกนายกฯ ว่า หาก กรธ.เขียนให้ ส.ว.แต่งตั้งเป็นไปตามข้อเสนอนั้นจะเป็นรัฐธรรมนูญที่ถดถอยและหนีข้อหาเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อสืบทอดอำนาจตัวเองไม่ได้ จะตรงกับข้อครหาที่สังคมแคลงใจที่นับวันจะเป็นจริงขึ้นเรื่อยๆ หากจะเพิ่มอำนาจและเปลี่ยนที่มา ส.ว. จะเพิ่มแค่ 4 -5 มาตราในบทเฉพาะกาลไม่ได้ ต้องเขียนรื้อใหม่และจะเกิดคำถามขึ้นอีกว่าถ้าสภาผู้แทนราษฎรยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ส.ว.จะมีสิทธิร่วมโหวตด้วยหรือไม่ หรือกรณีพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี กฎหมายการเงิน ส.ว.แต่งตั้งจะมีสิทธิ์ร่วมโหวตด้วยหรือไม่ ถ้าจะให้สิทธิ์ ส.ว.ร่วมโหวตเลือกนายกฯเขาก็จะขอเพิ่มสิทธิ์อื่นๆอีก หากเป็นเช่นนี้การเลือกตั้ง ส.ส.ก็ไร้ความหมายน่ากลัวว่าจะเป็นการปกครองซ่อนรูป

นายกฯเร่งเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรียกนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงาน รวม 3 ฝ่าย คณะรัฐมนตรี (ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เข้าพบที่ตึกไทยคู่ฟ้า ภายหลังเข้าพบนายสุวพันธุ์ เปิดเผยว่า หารือแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติหลังจากนี้ตนและประธาน สปท.จะหารือเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์ชาติร่วมกัน จัดลำดับความสำคัญและความเร่งด่วนในการปฏิรูปให้แล้วเสร็จ ที่กำหนดกรอบปฏิรูปไว้กว้างๆแล้ว อาทิ การต่อต้านคอร์รัปชัน การศึกษา กระบวนการยุติธรรมและการเมือง ขณะที่การประชุม ครม. เมื่อวันที่ 1 มี.ค. พิจารณายุทธศาสตร์ชาติของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เคยทำไว้ จะนำไปเปรียบเทียบกับแผนยุทธศาสตร์ชาติที่คณะกรรมาธิการ สปท. ที่มี พ.ต.ต.ยงยุทธ สาระสมบัติ เป็นประธานจัดทำ โดยบรรจุเป็นวาระหารือในที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย ก่อนเสนอ ครม.ต่อไป

สหรัฐฯจี้ไทยคืนสู่ รบ.ปกติโดยเร็ว

วันเดียวกัน ที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย นายกลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองไทยว่า สหรัฐฯต้องการเห็นไทยกลับสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด และไทยน่าจะมีหนทางของตัวเองในการคืนอำนาจสู่รัฐบาลพลเรือนผ่านการเลือกตั้ง แต่ท้ายที่สุดจะอยู่ที่คนไทยทุกคนที่จะตัดสินใจถึงอนาคตตัวเอง สหรัฐฯหวังให้ไทยเข้มแข็งผ่านกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนให้มากที่สุด การมีส่วนร่วมและความรู้สึกเป็นเจ้าของรัฐบาลรวมถึงอนาคตของประชาชน คือสิ่งที่ทำให้สหรัฐฯประสบความสำเร็จ เข้มแข็งและยั่งยืน ส่วนด้านนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯที่ผ่านมา คือการทำให้ภูมิภาคอาเซียนมีความเข้มแข็ง เพื่อสนับสนุนความมั่นคงและความมีเสถียรภาพ เพราะประธานาธิบดี บารัค โอบามา เชื่อในอนาคตของประเทศแถบนี้มีความสำคัญต่อประชาคมโลก ทุกคนทราบดีว่าความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจส่วนมากของโลกอยู่ในภูมิภาคนี้ ไม่ว่าใครจะมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯก็คงให้ความสนใจภูมิภาคนี้เหมือนกัน

“ดอน” ย้ำยูเอ็นไทยเดินตามโรดแม็ป

ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการหารือกับนายลุค สตีเวน ผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทยว่าเป็นการย้ำถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยและยูเอ็นที่มีต่อกันนานถึง 70 ปี ได้ชี้แจงพัฒนาการทางการเมืองของไทย โดยยืนยันว่าทุกอย่างยังเป็นไปตามโรดแม็ป รวมถึงเรื่องการปฏิรูปที่ไทยตั้งเป้าหมายวางรากฐานให้ประเทศไทยพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นในอนาคต ส่วนฝ่ายยูเอ็นแสดงความเข้าใจต่อสถานการณ์ในประเทศไทย ได้เห็นถึงพัฒนาการด้านต่างๆ รวมทั้งความตั้งใจของนายกฯและรัฐบาลร่างรัฐธรรมนูญให้ดีเพื่อประเทศ และยืนยันว่ายินดีจะให้ความร่วมมือกับไทยทุกด้าน ส่วนประเด็นสิทธิมนุษยชนที่หลายฝ่ายกังวลนั้น ไม่ได้สอบถามถึงประเด็นดังกล่าวโดยตรง แต่ได้ยืนยันเรื่องสิทธิมนุษยชนของไทย พร้อมทั้งมั่นใจว่าไทยได้ให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนอย่างมาก รวมถึงดูแลด้านสวัสดิการต่างๆกับแรงงานเพื่อนบ้าน

ทหารล็อก “วัฒนา” เข้าค่าย ร.1 รอ.

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 08.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทหารสังกัด พล ร.2 รอ. กว่า 10 นาย เดินทางไปเชิญนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ อดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย ที่บ้านเลขที่ 318 หมู่บ้านสินเก้า ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม. โดยกระจายกำลังล้อมบ้านและส่วนหนึ่งเข้าไปนั่งรอในบ้าน พร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่ทหารยืนกั้นบริเวณหน้าทางเข้าของหมู่บ้านไม่ให้ผู้สื่อข่าวที่ทราบข่าวเข้าไปภายในหมู่บ้าน ต่อมาเวลาประมาณ 11.00 น.ทหารได้ควบคุมนายวัฒนา ขึ้นรถตู้นิสสัน รุ่น เออแวน สีขาว ทะเบียน ฮท 2807 กรุงเทพมหานคร ประกบด้วยรถทหารเป็นคันที่สอง ไปยังกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 พัน.1รอ.)เพื่อไปปรับทัศนคติ สาเหตุเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 มี.ค. นายวัฒนาโพสต์เฟซบุ๊กต่อว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมว่าเหยียดเพศ พูดจาไม่ให้เกียรติ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ถูกทหารบุกเข้าถ่ายภาพกลางงานศพพี่ชายของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกฯ รวมถึงวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ คสช.

จัดขบวนรถสับขาหลอกสื่อมวลชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ทหารจากกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ได้จัดขบวนรถแยกเป็น 2 ขบวน ขบวนหนึ่งสับขาหลอกใช้รถยี่ห้อเบนซ์มีลูกสาวและเลขานุการส่วนตัวของนายวัฒนา รถผู้แทนของพรรคเพื่อไทย รวมทั้งขบวนรถของผู้สื่อข่าว เมื่อออกถึงหน้าหมู่บ้าน รถทหารได้กันรถอื่นที่ตามมา ปล่อยให้รถที่นายวัฒนานั่งอยู่ล่วงหน้าไปก่อน จากนั้นรถทหารมุ่งไปที่ทางลงทางด่วนยมราช เพราะแจ้งผู้ติดตามว่าจะนำตัวไปที่ มทบ.11 หรือภาค 1 เพื่อพบหัวหน้า คสช. แต่ปรากฏว่าทหารวกกลับขึ้นทางด่วนอีกวิ่งไปทางพระราม 9 รถผู้ติดตามนายวัฒนาจึงแยกตัวออกจากขบวน เพราะทหารอ้างว่าพาไปราบ 11 แล้ว เพื่อให้แยกออกจากขบวนรถของนายวัฒนา

ย้ายวิกไปปรับทัศนคติที่ มทบ.11

ต่อมาเจ้าหน้าที่ กกล.รส.นำตัวนายวัฒนาออกจาก ร.1 รอ. ไปที่มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจ เมื่อเวลา 16.00 น. แหล่งข่าวจาก คสช.ระบุขณะนี้เจ้าหน้าที่ กกล.รส.ยังคงอยู่ระหว่างการพูดคุยกับนายวัฒนา เพราะเกรงว่าการแสดงความคิดเห็นของนายวัฒนาจะทำให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ยืนยันว่าจะให้นายวัฒนาค้างคืนภายใน มทบ.11 หรือไม่อย่างไร ต้องรอดูผลการพูดคุยต่อไปในช่วงค่ำ

จวกอคติโจมตี “บิ๊กป้อม-คสช.”

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวว่า การเชิญตัวนายวัฒนามาครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากการแสดงออกหรือแสดงความคิดเห็นช่วงที่ผ่านมา ถ้าให้ความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญภายใต้กรอบและช่องทางที่กำหนดสื่อสารไปถึงผู้รับผิดชอบ เพื่อนำไปใช้เป็นข้อพิจารณากระทำได้ แต่การแสดงออกเรื่องทางการเมืองยังคงอยู่ในช่วงต้องระมัดระวัง การให้ความเห็นของนายวัฒนาล่าสุด ยังมีลักษณะไปกล่าวหาพาดพิงบุคคล และองค์กรอื่นอาจทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจคสช.คลาดเคลื่อน เช่น บางเนื้อหากล่าวหาว่า คสช.สร้างความเสียหายหรือทำให้ตกต่ำ รวมทั้งบิดเบือนว่า คสช.จะไม่คืนอำนาจ เป็นต้น จึงจำเป็นต้องเชิญมาเพื่อปรับความเข้าใจ คนส่วนใหญ่เข้าใจได้ว่านายวัฒนาได้รับผลกระทบจากการเข้ามาแก้ปัญหาของ คสช. จึงอาจเป็นเหตุให้เจ้าตัวมีอคติ รู้สึกไม่พอใจและมีทัศนคติที่เป็นลบตลอดเวลา แต่เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องดูแลสถานการณ์ให้สงบเรียบร้อยที่สุด การให้ความเห็นใดๆ ที่ไม่มีข้อพิสูจน์ชัดเจนควรต้องระมัดระวัง อะไรเกินกว่าระดับที่เจ้าหน้าที่ประเมินจำเป็นต้องตักเตือน ปรับความเข้าใจกันบ้าง

“บิ๊กป้อม” บอกพูดไม่จริงต้องเรียกคุย

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีทหารบุกไปที่บ้านนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ว่า “ก็ไปทำอะไรไว้ล่ะ ไปพูดอะไร ว่าเราก็ต้องเรียกมาหน่อย ก็พูดไม่จริงนี่” เมื่อถามว่า เป็นการไปรับตัวนายวัฒนา เพื่อมาปรับทัศนคติหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เรื่องปรับทัศนคติหรือไม่ ขอให้เป็นเรื่องของทหารว่ากันไป ทหารไปที่บ้านนายวัฒนาเมื่อเช้านี้ เขาคงชวนไปกินข้าวมั้ง

ขู่ต่อไปกักยาวปรับทัศนคติ 3-7 วัน

ต่อมาเวลา 12.20 น. พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์อีกครั้ง กรณีทหารบุกควบคุมตัวนายวัฒนาว่า เขาไปพูดอะไร เรื่องนี้ให้ถาม คสช. คงเชิญตัวมาปรับทัศนคติ อย่าเพิ่งพูดอะไรให้กระทบกระเทือนใครตอนนี้ อย่าเพิ่งมาว่าตนตอนนี้ เพราะไม่ได้ว่าใครอยู่แล้ว ส่วนที่หลายคนยังออกมาเคลื่อนไหว ทั้งที่ถูกเรียกปรับทัศนคติหลายครั้งนั้น หากพูดร้อยครั้งก็จะเรียกมาร้อยครั้ง ต่อไปอาจเรียกมา 3-7 วัน ถ้าพูดแล้วทำให้เสียหายต่อประเทศ ทำให้เกิดความขัดแย้ง จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย ขออย่าพูดให้เกิดความขัดแย้งและทำให้เข้าใจผิด เมื่อถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ ที่มีการเคลื่อนไหวช่วงปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ห่วงทุกอย่างจะต้องเดินไป เพราะไม่มีความเคลื่อนไหวมากมาย คนมีตั้ง 70 ล้านคน มีทั้งเห็นชอบและไม่เห็นชอบ สุดท้ายก็มีการเลือกตั้ง ส่วนใครที่เข้าข่ายจะเรียกมาปรับทัศนคติอีก จำไม่ได้มันเยอะ

ขอ “ทักษิณ” อย่าพูดขวางความเจริญ

เมื่อถามถึง กรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯออกมาเคลื่อนไหวในช่วงนี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่าตอนนี้ไม่เห็นแล้ว ส่วนใหญ่เอาของเก่ามาออกเป็นตอนๆ อย่างเช่น สถานีโทรทัศน์อัลจาซีรา ส่วนที่สถาบันนโยบายโลกหรือ WPI เชิญนายทักษิณไปบรรยายพิเศษเกี่ยวกับสภาวะทางการเมือง เศรษฐกิจ ประชาธิปไตยของไทย ในวันที่ 9 มี.ค.ได้เรียนท่านไปแล้วว่า อะไรที่ไม่ทำให้ประเทศชาติเจริญไปข้างหน้า ขออย่าไปพูด ในฐานะที่เป็นอดีตนายกฯ และเป็นคนไทยขอให้ช่วยกัน เช่นเดียวกับผู้สื่อข่าวอย่าถามอะไรซ้ำซาก

“วรชัย” โวยอย่าใช้อำนาจเกินเลย

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นลักษณะข่มขู่ คุกคามผู้เห็นต่างหรือไม่ ทำน่าเกลียดเกินไป พล.อ.ประวิตรไม่น่าปล่อยให้ทหารมาจัดการกับประชาชนแบบนี้ ถ้าไม่พอใจเห็นว่าไม่ถูกต้องควรไปฟ้องศาล แต่ใช้วิธีสั่งทหารกองกำลังของชาติไปจับเพื่อปกป้องตัวเองได้อย่างนั้นหรือ ถ้าใครทำอะไรไม่ถูกใจก็ส่งทหารไปถึงบ้านเพื่อเรียกปรับทัศนคติเลยหรือ ทุกวันนี้มีปัญหาอะไรก็ใช้แต่กำลังทหาร ทั้งการแย่งน้ำ ตัดต้นยาง เรื่องพระ นักศึกษาเคลื่อนไหว จะเดินหน้าปรองดองกันได้อย่างไร ขอให้ พล.อ.ประวิตรหยุดเสียบ้าง อย่าใช้แต่ทหารเข้ามาจัดการ หากความไม่ชอบธรรมแผ่ไปสู่ประชาชนจนทนไม่ไหว อาจเกิดเป็นสงครามประชาชนเหมือนช่วงเหตุการณ์ช่วง 14 ตุลาขึ้นมาอีกก็เป็นได้ หากรัฐบาลยังใช้อำนาจเกินขอบเขตแบบนี้

พท.แถลงการณ์ฉะละเมิดสิทธิผิด ก.ม.

ขณะที่พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ว่า การควบคุมตัวนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง โดยการดำเนินการผิดวิสัยที่เจ้าหน้าที่ของรัฐจะปฏิบัติกับประชาชนคนไทยคนหนึ่ง ซึ่งกำลังพักผ่อนอยู่กับครอบครัว ภายในบ้านซึ่งเป็นเคหสถานส่วนตัว ทั้งนี้ กำลังทหารมีพฤติกรรมที่ไม่น่าจะชอบด้วยกฎหมาย และน่าจะละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ดังนี้ 1.ใช้กำลังทหารจำนวนมากล้อมบ้าน เป็นที่ตระหนกตกใจแก่ครอบครัวนายวัฒนา และบุคคลในหมู่บ้าน 2.ทหารประมาณ 10 นาย ถือวิสาสะเดินเข้าไปในบริเวณบ้าน ในสนามหน้าบ้าน รวมทั้งเข้าไปในห้องรับแขกภายในบ้าน โดยไม่มีหมายค้นหรือหมายจับ 3.ใช้กำลังทหารตรึงกำลังอยู่ที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน เพื่อกันไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปรายงานข่าว 4.นายวัฒนาถูกควบคุมตัวออกไป โดยไม่ทราบเป้าหมาย ครอบครัวและผู้ติดตามพยายามที่จะใช้สิทธิที่จะทราบสภาพที่ถูกควบคุมตัว ก็ถูกหลอกให้หลงทางในการติดตามรถที่คาดว่านายวัฒนานั่งอยู่

เรียกร้องปล่อยตัวทันที

พรรคเพื่อไทยจึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาล เพื่อเร่งดำเนินการดังนี้ 1.ขอให้ปล่อยตัวนายวัฒนาทันที หากนายวัฒนาทำผิดกฎหมายใด ขอให้ดำเนินการ ตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่ใช่ใช้กำลังทหารจำนวนมากเข้ามาข่มขู่ ควบคุมตัวไปตามอำเภอใจ อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง 2.ขอให้รัฐบาลยืนยันหลักประกันด้านสิทธิ เสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต 3.การแสดงความคิดเห็นของนายวัฒนาเป็นไปโดยสุจริต ไม่ก่อให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมือง แต่หากเห็นว่าละเมิดสิทธิส่วนบุคคลผู้ใด ใช้สิทธิดำเนินการตามกฎหมายได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นจะต้องใช้กำลังทหารจำนวนมากมาดำเนินการกับคนคนเดียว เหมือนกับว่าบ้านเมืองนี้ไม่มีขื่อมีแป และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตของบุคคล เพื่อให้เกิดบรรยากาศที่ดี และไม่เป็นการทำลายภาพลักษณ์และบรรยากาศโดยรวมของประเทศ

“ปู” โพสต์ตกใจโยงทหารคุกคาม

ช่วงเย็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กขอให้ คสช.เร่งปล่อยตัวนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ และแกนนำพรรคเพื่อไทยว่า “รู้สึกแปลกใจและตกใจ เมื่อทราบข่าวทหารไปเชิญตัวท่านวัฒนาถึงที่บ้านหลังจากที่มีการโพสต์เฟซบุ๊กเรียกร้องและปกป้องสิทธิพื้นฐานให้กับดิฉันเมื่อวันก่อน โดยเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ไม่อยากจะเชื่อว่าทั้งสองเรื่องนี้จะเกี่ยวพันกัน จึงขอเรียกร้องให้ คสช.ได้ปล่อยตัวท่านวัฒนา เพราะยิ่งใช้วิธีการแรงมากเท่าไร อาจจะไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา หากแต่จะเป็นการเพิ่มปัญหามากขึ้น” และทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเสียหายต่อสายตาอารยประเทศ

ขอหมายศาลทำผิด พ.ร.บ.คอมฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 18.00 น. ภายหลังเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวนายวัฒนามาปรับทัศนคติแล้ว ล่าสุดเจ้าหน้าที่ทหารได้มอบให้เจ้าหน้าที่ดำเนิน การขอหมายศาลเพื่อดำเนินคดีนายวัฒนาข้อหามีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ ยังอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ทหารจนกว่าจะมีหมายศาลและมอบตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการต่อไป อย่างไร ก็ตาม เจ้าหน้าที่ทหารมีอำนาจควบคุมตัวนายวัฒนา ตามมาตรา 44 เพียงแค่ 7 วัน หลังจากนั้นต้องเป็นอำนาจของศาล ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคสช.กล่าวว่า ขอให้ตระหนักในความจริงที่ว่า พฤติกรรมของนายวัฒนาที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นต่างๆไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในเชิงอคติต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ ทาง คสช.ได้เคยขอความร่วมมือให้ช่วยกันสร้างบรรยากาศที่ดีของบ้านเมืองมาแล้ว แต่กลับยังมีการกระทำในลักษณะเดิมอีก จึงจำเป็นที่ต้องเชิญมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ขอให้ตระหนักในความเป็นจริงด้วยว่า คสช.ยังคงมีความจำเป็นที่จะต้องดูแลบ้านเมืองให้เกิดความสงบเรียบร้อย

คุมตัวไปสอบสวน สน.นางเลิ้ง

กระทั่งเวลา 21.30 น. เจ้าหน้าที่ทหารประมาณ 5-6 คน ได้ควบคุมตัวนายวัฒนามาในรถตู้นิสสัน สีขาว ทะเบียน ฮธ 2807 กรุงเทพมหานคร เข้าพบ พ.ต.อ.ภูมิยศ เหล็กกล้า ผกก. (สอบสวน) สน.นางเลิ้ง ใช้เวลาสอบสวนประมาณ 1 ชั่วโมง ส่วนสภาพของนายวัฒนาดูไม่เครียด ยิ้มให้กับตำรวจและผู้มาติดต่อราชการบนโรงพัก หลังจากนั้นทหารได้ควบคุมตัวนายวัฒนาขึ้นรถตู้กลับออกไป เมื่อเวลา 22.30 น. ไม่ทราบว่าไปที่ไหน พ.ต.อ.ภูมิยศกล่าวว่า ได้แจ้งข้อหานายวัฒนาเกี่ยวกับความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ การเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ จากกรณีโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก แต่ไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด ส่วนการควบคุมตัวขณะนี้เป็นอำนาจของทหาร

“ประวิตร” โอ่ยกระดับ รปภ.ทำเนียบฯ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยทำเนียบรัฐบาลว่า เป็นการจัดให้เข้าที่เข้าทาง ไม่เกี่ยวกับสถานการณ์การข่าวอะไรทั้งสิ้น เราเพียงระมัดระวังไว้ จากนี้จะให้ประตูหน้า เป็นประตูเข้าออกสำหรับนายกฯและแขกต่างประเทศ คณะรัฐมนตรีก็ต้องขอความร่วมมือด้วย ขณะที่ผู้สื่อข่าวจะให้เข้าอีกประตู ต่อไปจะเข้มงวดมากขึ้นในเรื่องการเข้าออกทำเนียบฯ เชื่อว่าอีกไม่นานการจัดระเบียบจะเข้าที่ เพราะจากการเดินทางไปประเทศต่างๆเขามีความเข้มงวดในพื้นที่ทำงานของผู้นำเป็นอย่างยิ่ง เราจึงอยากทำให้เป็นสากล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวันที่ 2 มี.ค.เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจ สันติบาล 3 ประจำทำเนียบรัฐบาล เริ่มจัดระเบียบการจราจร ทั้งในและรอบทำเนียบรัฐบาล โดยห้ามรถที่ไม่มีสติกเกอร์อนุญาตเข้าทำเนียบรัฐบาลเข้ามาในพื้นที่ และกำหนดพื้นที่จอดรถตามสีสติกเกอร์ จัดระเบียบวันแรก มีเจ้าหน้าที่และข้าราชการ บางส่วนที่ยังไม่ทราบ รายละเอียดดังกล่าวต้องปรับตัวกันโกลาหลในช่วงแรก

ท้าโชว์หลักฐานซื้อขายตำแหน่ง ตร.

พล.อ.ประวิตรกล่าวต่อว่ากรณีที่นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตเลขานุการ คณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปอำนาจหน้าที่และกระบวนการทำงานตำรวจ เพื่อประโยชน์ของประชาชน สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยว่า มีการซื้อขายตำแหน่งในวงการตำรวจว่า ยืนยันว่าช่วงที่ตนเข้ามา ไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง เพราะตั้งแต่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงไปเขาต้องดูแลเรื่องนี้ ไม่ใช่เอาตำแหน่งมาขายกัน ถ้ามีคงเป็นเพียงการตกเบ็ด เมื่อถามว่า มีการเปิดเผยเช่นนี้แล้วจะตรวจสอบย้อนหลังหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี จะไปตรวจสอบใคร คำพูดคนพูดไปเรื่อย ให้เอาหลักฐานมาดู ไม่ใช่ไปว่าใครคนใดคนหนึ่ง จะว่าเขาได้อย่างไร ถ้ามีบอกมา คนที่เสียเงินให้บอกมาเลยจะได้รู้ว่าใคร เมื่อถามย้ำว่าจะมีการดำเนินการกับคนที่ออกมาพูดลอยๆหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการกับคนที่พูดออนไลน์ มันไม่ได้ ทำให้เสียหายถึงองค์กรตำรวจ

เรียก “พะจุณณ์” รับทราบข้อหา

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.ผอ.สยศ.กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการออกหมายเรียก พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป อดีตสมาชิก สปท.ว่าจากการสืบสวนข้อเท็จจริงพบว่ามีการกระทำความผิดจริง จึงมอบให้พนักงานสอบสวนรับไปดำเนินคดี จากพยานหลักฐานเบื้องต้นพบว่ามีการกระทำความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) ใช้ข้อมูลปลอมหรือข้อมูลอันเป็นเท็จเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ทำให้ สตช.เสียหาย จึงร้องทุกข์ให้ดำเนินคดี ขณะนี้สอบสวนพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง 8 ปาก มีหลักฐานยืนยันชัดเจนเชื่อได้ว่าท่านที่โพสต์ข้อความเป็นผู้กระทำความผิด พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้มาพบพนักงานสอบสวนวันที่ 10 มี.ค. สำนวนการสอบสวนยังต้องรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวข้องกับเทคนิคอีกเล็กน้อย

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวว่า ยังไม่ได้คุย พล.ร.อ.พะจุณณ์เลย ส่วนตัวเคารพมาตลอด แต่นี่เป็นเรื่องขององค์กรถูกกล่าวหาย่ำยี ตนเป็นผู้นำองค์กรถ้านิ่งเฉยผู้ใต้บังคับบัญชา 2 แสนกว่านายจะคิดอย่างไร ที่ผ่านมาไม่ทราบว่าท่านมีข้อมูลจากไหน ส่วนจะเข้าข่ายหมิ่นประมาทด้วยหรือไม่ยังไม่ทราบ

สะกิด “พะจุณณ์” ส่งหลักฐานให้ “บิ๊กตู่”

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ในฐานะอดีตเลขานุการคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปอำนาจหน้าที่และกระบวนการทำงานตำรวจเพื่อประโยชน์ของประชาชนสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่าโดยข้อเท็จจริงไม่ใช่การพูดลอยๆ แต่มีบันทึกเป็นหลักฐานชัดเจนในที่ประชุมคณะอนุ กมธ.ฯ และคนพูดเป็นอดีตตำรวจยศ พล.ต.ท.ที่ใกล้ชิดกับทั้ง พล.อ.ประวิตรและ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. ถ้าอยากทราบว่าเป็นใคร พูดรายละเอียดว่าอย่างไรเรื่องการซื้อขายตำแหน่งตำรวจ ตนจะรวบรวมข้อมูลบันทึกการประชุมให้ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป ประธานอนุ กมธ.ฯ เพื่อทำหนังสือพร้อมหลักฐานส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.

“เสรีพิศุทธ์” จ่อนำพยานช่วยสู้คดี

นายชาญชัยกล่าวอีกว่า แต่ถ้ายังอยากทราบรายละเอียดเบื้องต้นก็ขอให้สอบถาม พล.ต.ท.อาจินต์ โชติวงศ์ อดีตรองประธานอนุ กมธ. ซึ่งได้พูดเรื่องนี้ในที่ประชุมไว้มากเช่นกัน ทั้งนี้เมื่อทราบข้อมูลแล้ว ขอให้เร่งดำเนินการจัดการแก้ไขปัญหาการซื้อขายตำแหน่งในวงการตำรวจด้วย แต่ต้องยอมรับว่าอาจจะกระทบต่อคนใกล้ชิดของท่านบ้าง และขอให้เร่งทำการปฏิรูปตำรวจจริง โดยเฉพาะการโยกย้ายข้าราชการตำรวจในปีนี้อย่าให้มีข่าวว่ามีการซื้อขายตำแหน่งเกิดขึ้น เป็นสิ่งที่สังคมไทยอยากเห็นให้เป็นจริงตามที่ท่านพูด พล.ร.อ.พะจุณณ์ ฝากมาบอกว่าขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดีเร่งส่งฟ้องศาลกรณีส่งไลน์ เพราะ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีต ผบ.ตร. ติดต่อมาว่าพร้อมจะนำพยานบุคคลที่เป็นตำรวจ ที่เคยเสียเงินซื้อตำแหน่งมาเบิกความเป็นพยานในชั้นศาลให้ด้วย

ลั่นทหารแก่พร้อมไปตามหมายเรียก

ที่รัฐสภา พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สปท. กล่าวถึงกรณีที่พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหา เรื่องโพสต์ข้อความผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ เกี่ยวกับการซื้อขายตำแหน่งตำรวจ พล.ร.อ.พะจุณณ์กล่าวว่า ทนายความของตนแนะนำว่าไม่ควรพูดเรื่องนี้ เพราะต้องการให้อยู่ในกระบวนการของศาล อย่างไรก็ตาม ทราบว่าในวันที่ 10 มี.ค.จะมีหมายเรียกมาแต่ขณะนี้ยังไม่เห็นหมายเรียก รับรองได้ว่าพร้อมไปตามหมายเรียก เมื่อถามว่า กรณีนี้จะสร้างความแตกแยกให้กับกองทัพหรือไม่ พล.ร.อ.พะจุณณ์กล่าวว่า “ไม่มีหรอก ผมเป็นเพียงทหารแก่ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอน” เมื่อถามว่าหลังจากเกิดเรื่อง ได้ต่อสายเคลียร์ใจกับใครหรือไม่ พล.ร.อ.พะจุณณ์ยิ้มให้กับผู้สื่อข่าว แล้วกล่าวว่า ไม่มีก็ว่ากันไป

มติ กกต.ฟันอาญา–แพ่ง กปปส.ป่วน ลต.57

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ประชุม กกต.ได้พิจารณาโดยลับและลงมติเอกฉันท์ยื่นฟ้องดำเนินคดีกับบุคคลและกลุ่มบุคคลที่ขัดขวางการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2557 จนทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ โดยให้ดำเนินการฟ้องทางอาญาและเรียกค่าเสียหายทางแพ่งกับบุคคลและกลุ่มบุคคลที่ล้มการเลือกตั้ง ฟ้องร้องกับ 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มบุคคลจำนวน 234 คน ขัดขวางการเลือกตั้ง ที่มีหลักฐานภาพถ่ายสามารถยืนยันตัวบุคคลได้ โดยเฉพาะกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ (กปปส.) อาทิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. นายถาวร เสนเนียม นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย พระพุทธะอิสระ แกนนำ เป็นต้น โดยมีการเรียกค่าเสียหาย 2,400 ล้านบาท

ฟ้องละเมิด “ปู” เรียกชดใช้ 2.4 พันล้าน

2.ให้ดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่งกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ 1 ราย คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในความผิดฐานละเมิด โดยการปฏิบัติหน้าที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ตาม พ.ร.บ.ความผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 เนื่องจากปล่อยให้มีการจัดการเลือกตั้งทั้งที่มีการทักท้วงกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นแล้ว โดยเรียกค่าเสียหาย 2400 ล้านบาท เช่นเดียวกับกลุ่มแรก ภายหลังจากมีมติดังกล่าวแล้ว กกต.ได้ส่งเรื่องไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อให้ดำเนินการตามขั้นตอนของข้อกฎหมายต่อไป คดีดังกล่าวจะมีอายุความ 10 ปี สำหรับการเรียกค่าเสียหายที่ฟ้องร้องมีจำนวนเท่ากันทั้ง 2 กลุ่ม เนื่องจากค่าเสียหายจากการเลือกตั้งทั้งหมด 2,400 ล้านบาท ซึ่งจะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลว่าจะให้แต่ละกลุ่มจ่ายค่าเสียหายเท่าใด ถ้าผิดทั้งสองฝ่ายอาจต้องจ่ายค่าเสียหายคนละครึ่ง ทั้งนี้ที่ประชุม กกต.กำชับไม่ให้เผยแพร่ต่อสื่อมวลชน เพราะเกรงว่าจะสร้างความขัดแย้งขึ้นในสังคม

ศาลฎีกาสั่งรวมคดีจีทูจีข้าว

ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เวลา 10.00 น. องค์คณะผู้พิพากษา 9 คน นัดพร้อมคดีที่อัยการสูงสุด (อสส.) เป็นโจทก์ฟ้องนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าวกับพวกรวม 21 ราย เป็นจำเลยฐานกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ.2542 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และขอให้ศาลสั่งปรับจำเลยทั้งหมด เป็นเงิน 35,274,611,007 บาท กรณีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี พร้อมนัดสอบคำให้การจำเลยคดีที่ อสส.ยื่นฟ้อง หจก.โรงสีข้าวกิจทวียโสธรกับพวกรวม 7 ราย เป็นจำเลย ฐานร่วมกันกระทำการสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542กรณีสนับสนุนการกระทำความผิดในคดีนายบุญทรงกับพวกที่เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ สั่งจ่ายแคชเชียร์เช็คซื้อขายแต่ไม่ได้มีการซื้อขายจริง คดีนี้ อสส.ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 13 ม.ค. นัดนี้ จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ โดยศาลให้จำเลยทั้งหมดยื่นคำให้การเพิ่มเติมภายใน 14 วัน และมีคำสั่งให้รวมสำนวนทั้งสอง เนื่องจากเกี่ยวพันกันและนัดตรวจหลักฐานอีกครั้งวันที่ 20 เม.ย. เวลา 09.30 น.

สตง.สอบกี่ตลบไม่พบทุจริตราชภักดิ์

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ให้สอบข้อมูลเพิ่มเติม 2-3 ประเด็น กรณีการก่อสร้างโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ว่า ที่ต้องสอบเพิ่มเติมไม่ได้มีอะไรสลับซับซ้อน เพียงแต่ไปหาหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถตอบคำถามสังคมได้กระจ่างไม่ให้มีใครคาใจ ส่วนพยานบุคคลสอบไปเยอะแล้ว รวมถึงนายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ หรืออุ๊ กรุงสยาม เซียนพระชื่อดังด้วย ทั้งนี้ในส่วนของ สตง.เองเห็นว่า “จะพลิกตะแคงกลับไปกลับมา พลิกแล้วพลิกอีก สิ่งที่เรียกว่า ผิดปกติก็ยังไม่เจอ” มีแค่ข้อบกพร่องเล็กๆน้อยๆ ไม่ใช่ผิดอะไรมากมาย หลังวันที่ 10 มี.ค. พล.อ.ไพบูลย์นัดหารือว่าจะต้องแถลงข่าวอย่างไร

ศาลฎีกายืนจำคุก 6 เดือน “จตุพร”

เวลา 10.00 น. ที่ศาลอาญา ศาลอ่านคำพิพากษา ศาลฎีกาคดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา โดยเมื่อวันที่ 29 ม.ค.53-15 ก.พ.53 ต่อเนื่องกันจำเลยกล่าวปราศรัยหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ด้วยเครื่องกระจายเสียงต่อหน้าประชาชนกลุ่มคนเสื้อแดงและผ่านการถ่ายทอดสดโทรทัศน์ช่องพีเพิล แชนแนล ทำนองว่าโจทก์เป็นนายกฯที่สั่งฆ่าประชาชน การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกนายจตุพร 6 เดือน ปรับ 50,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี และให้จำเลยลงโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์รายวันเป็นเวลา 7 วัน โดยจำเลยเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่าย โจทก์และจำเลยยื่นฎีกาโดยศาลฎีกาเห็นพ้องตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามา จึงพิพากษายืน

“วัฒนา” กลับถึงบ้านแล้ว

ต่อมาเวลา 23.15 น.นายวัฒนากล่าวว่ากลับมาถึงบ้านแล้ว โดยถูกควบคุมตัวไว้ที่ มทบ. 11 เพื่อปรับทัศนคติ ตั้งแต่ 11.30-21.30 น. จากนั้นทหารได้นำตัวมาส่งพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง เพื่อแจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เสร็จขั้นตอนจากพนักงานสอบสวนประมาณ 22.45 น. จากนั้นทหารได้นำตัวกลับมาส่งบ้านถึงบ้านเวลาประมาณ 23.10 น. ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนนัดให้ไปพบที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ในวันที่ 3 มี.ค. เวลา 09.30 น. เพื่อประกันตัวสู้คดีต่อไป

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    66.6%
  • ไม่ชอบ
    21.5%
  • สนุก
    6.1%
  • ประหลาดใจ
    1.7%
  • เสียใจ
    0.7%
  • ให้กำลังใจ
    3.4%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement