ทนายวัดปากน้ำหอบหลักฐานพบ 'ดีเอสไอ' ยัน 'สมเด็จช่วง' บริสุทธิ์ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ทนายวัดปากน้ำหอบหลักฐานพบ 'ดีเอสไอ' ยัน 'สมเด็จช่วง' บริสุทธิ์

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 มี.ค. 2559 19:38
579 ครั้ง


ทีมทนายวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ หอบหลักฐานเข้าพบอธิบดี ดีเอสไอ ยัน "สมเด็จช่วง" บริสุทธิ์ เพียงเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครองของผู้บริจาค พร้อมทำหนังสือคืนผู้บริจาคแล้ว โบ้ยถาม ดีเอสไอ ไม่จัดการผู้จดประกอบ-ผู้เสียภาษี ...

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 3 มี.ค. 59 นายสมศักดิ์ โตรักษา พร้อมด้วย นายสุรพงษ์ สิทธิกรณ์ ทนายความวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และทีมงาน เดินทางเข้ายื่นเอกสารต่อ อธิบดี ดีเอสไอ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับ รถเบนซ์โบราณของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือ สมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ โดยมี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการ ศูนย์บริหารคดีพิเศษ ดีเอสไอ เป็นผู้มารับหนังสือแทน

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งหมด ยืนยันว่า สมเด็จช่วง บริสุทธิ์แน่นอนและข้อมูลไม่พบความผิด โดยวัตถุประสงค์ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ณ พระมหาเจดีย์มหารัชมงคล บริเวณชั้น 1 เพื่อจัดแสดงสิ่งของเครื่องมือเครื่องใช้แต่ละยุคแต่ละสมัยให้สาธุชน และประชาชนทั่วไปเข้าเยี่ยมชมเพื่อการศึกษา ซึ่งเครื่องมือเครื่องใช้ของโบราณ อาทิ สมุดข่อย เครื่องมือการเกษตร ภาพถ่าย และอื่นๆ รวมไปถึงรถโบราณอีก 3 คัน โดยผู้มีจิตศรัทธาบริจาคให้เมื่อปี 2554 ต่อมา วันที่ 1 ส.ค. 2556 ทางวัดได้ไปแจ้งกรมการขนส่งขอยกเลิกใช้รถเบนซ์คันดังกล่าว พร้อมนำไปเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน สมเด็จช่วงได้ดำเนินการนำรถคันดังกล่าวมอบคืนให้กับผู้บริจาคโดยไม่ประสงค์ให้อยู่ในพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ซึ่งขณะนี้ได้ฝากไว้ในพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านก่อน เพื่อทำการมอบคืนแก่ผู้บริจาคต่อไป ส่วนการซื้อขายและดำเนินการเกี่ยวกับรถยนต์ สมเด็จช่วงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่ประการใด เพียงแต่มีลายเซ็นเป็นผู้ถือกรรมสทธิ์ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าว เพื่อเป็นไปตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาค

ด้าน นายสิทธิกรณ์ กล่าวว่า กรณีรถเบนซ์คันดังกล่าวมีผู้มีจิตศรัทธาถวายร่วมกันหลายคน และไม่เคยนำรถคันดังกล่าวออกใช้งานตั้งแต่ซื้อมาจากอู่ของ นายวิชาญ รัษฐปานะ ที่รับจดประกอบรถ โดยผู้มีจิตศรัทธาตั้งใจซื้อจึงติดต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญก็คืออู่นายวิชาญ ซึ่งเป็นกรรมการบริหารฝ่ายกิจกรรมสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย และขายรถโบราณหลายคันให้กับผู้ที่สนใจ ส่วนกรณีนี้พระไม่รู้เรื่อง และตกเป็นเหยื่อการขายรถ ซึ่งรถยนต์ถูกหรือผิดเป็นหน้าที่ของผู้ขายเอง

นายสิทธิกรณ์ กล่าวต่ออีกว่า "รถคันนี้ทางผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันซื้อมาในราคา 4 ล้านบาท ตามราคาท้องตลาด ก่อนส่งมอบให้วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เพื่อจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ โดยทางเขตภาษีเจริญ ได้ขออนุญาตใช้พื้นที่วัดจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ดังกล่าว นอกจากนี้ ต้องกลับไปถามดีเอสไอทำไมไม่ดำเนินคดีกับคนขาย ทั้งเป็นผู้จดประกอบและเสียภาษีไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตามขณะนี้ ทางวัดได้ดำเนินการฟ้องดำเนินคดีทางแพ่งกับ นายวิชาญ รัษฐปานะ ที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 59 คดีดำที่ ส 359/2559"

พ.ต.ต.วรณัน เปิดเผยว่า วันนี้ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ติดภารกิจ จึงมอบหมายให้ตนมารับเรื่องแทน โดยเบื้องต้นได้รับเอกสารจากทนายความวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ก่อนจะส่งเรื่องให้กับคณะกรรมการพิจารณาตามขั้นตอนการรับเรื่อง พร้อมแนะนำให้ทีมทนายความเข้าพบพนักงานสอบสวนสำนักคดีภาษีอากร ดีเอสไอ เพื่อให้ข้อมูลและดำเนินการลำดับต่อไป.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    73.2%
  • ไม่ชอบ
    26.8%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement