'สมบัติ' มองระบบเลือกตั้ง กรธ. สร้างเงื่อนไขต่อรองจัดตั้ง รบ. - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'สมบัติ' มองระบบเลือกตั้ง กรธ. สร้างเงื่อนไขต่อรองจัดตั้ง รบ.

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 มี.ค. 2559 18:25
569 ครั้ง


"สมบัติ" ชี้ รธน.ที่ดี ต้องสร้างโอกาสให้ รบ.เข้มแข็ง หากอ่อนแอการบริหารประเทศก็ไปไม่รอด มองระบบเลือกตั้งบัตรใบเดียว เกิดการต่อรองจัดตั้งรัฐบาล เชื่อ เลือก ส.ว.สรรหาล้วน ช่วงเปลี่ยนผ่าน ตามโมเดล "บิ๊กป้อม" ยุ่งยาก

เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 59 ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีตอธิการบดีนิด้า กล่าวในงานเสวนา เรื่อง "เติมเต็มรัฐธรรมนูญ เพื่ออนาคตประเทศไทย" ว่า การออกแบบรัฐธรรมนูญที่ดีต้องสร้างโอกาสให้รัฐบาลมีความเข้มแข็ง เพราะหากเขียนให้รัฐบาลอ่อนแอหรือเกิดเป็นรัฐบาลผสมที่อ่อนแอ จะทำให้การบริหารประเทศไปไม่รอด ขณะที่กลไกการได้มาซึ่ง ส.ส.ที่ กรธ.กำหนดให้ใช้ระบบจัดสรรปันส่วนผสม และใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวนั้น ตนมองว่าจะทำให้ไม่มีพรรคการเมืองใดเลยได้เสียงเกินครึ่ง เพราะในประเทศไทยมีพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค คือ พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่พรรคอื่นๆ เช่น พรรคชาติไทยพัฒนา, พรรคชาติพัฒนา, พรรคภูมิใจไทย ถือเป็นพรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก หากการเลือกตั้งด้วยระบบของ กรธ.ทำให้พรรคใหญ่ไม่ได้เสียงเกินครึ่ง จะทำให้พรรคขนาดกลางมีโอกาสรวมตัวกันเอง เพื่อสร้างเงื่อนไขให้พรรคใหญ่เข้าร่วม และเกิดการต่อรองในการจัดตั้งรัฐบาลได้             

"ข้อเสนอให้ตั้งนายกฯ คนนอก อาจทำได้โดยไม่ต้องรอวิกฤติ เพราะพรรคขนาดกลางและขนาดเล็กต่อรอง ทำให้พรรคผสมที่แกนนำไม่ได้เสียงเกินครึ่ง อาจเกิดสภาพที่นายกฯ ไม่มีสิทธิ์สั่งการเลือกรัฐมนตรีของพรรคขนาดกลางได้และปกครองไม่ได้ เพราะอาจถูกขู่ว่าจะถอนตัวได้ และก่อให้เกิดการยั่วยวนให้มีรัฐประหารขึ้นได้อีก ดังนั้น ร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ.ที่เขียนมา หากมองเฉพาะจุดก็อาจจะดี เหมือนกับเราดูอวัยวะว่าตับดี กล้ามเนื้อดี ไตดี แต่กลับพบว่ากล้ามเนื้อหัวใจเป็นอัมพาต เป็นลิ้นหัวใจรั่ว เพราะจุดสำคัญที่ว่านั้น คือ การบริหารราชการแผ่นดินที่เป็นหัวใจนั้นไม่ดี ดังนั้น เมื่อหัวใจไม่ดี เขาจะอยู่ได้อีกกี่วัน หากการบริหารประเทศไม่ดีแล้วประเทศจะไปรอดหรือ และอาจเกิดปัญหาทางการเมืองได้ รวมถึงมีโอกาสการรัฐประหารได้อีก" นายสมบัติ กล่าว 

ต่อมา ภายหลังการเสวนาดังกล่าว นายสมบัติ ได้ให้สัมภาษณ์ต่อประเด็นความต้องการของ คสช. ที่ให้เขียนกลไกช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองไว้ในร่างรัฐธรรมนูญว่า กลไกช่วงเปลี่ยนผ่านดังกล่าวนั้น ตนไม่ทราบว่าจะมีเนื้อหาอย่างไร อย่างที่หลายฝ่ายประเมินว่าอยากให้ คสช.เป็นผู้แต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) แต่ด้วยอำนาจของ ส.ว.ที่เขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ.มีอำนาจน้อยมาก ดังนั้น จึงไม่ทราบความสำคัญว่า จะใช้ ส.ว.เพื่อเปลี่ยนผ่านอย่างไร เห็นมีเพียงให้ ส.ว.เป็นพื้นที่ของคนที่อยากมีตำแหน่งเท่านั้น ส่วนประเด็นความต้องการกำกับความสงบเรียบร้อยช่วงเปลี่ยนผ่านในรัฐธรรมนูญของหลายประเทศ เช่น ประเทศฝรั่งเศส ยังมีบทให้รัฐบาลดำเนินการยับยั้งความขัดแย้งวุ่นวายได้ แต่ของประเทศไทยหากจะเขียนในลักษณะดังกล่าวจริง ก็สามารถทำได้ แต่ต้องให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเป็นผู้ใช้อำนาจดังกล่าวเท่านั้น 

"การร่างรัฐธรรมนูญภาวะที่สังคมมีความขัดแย้ง จะฟังเสียงของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้ โดยเฉพาะการตามใจผู้ใด ทั้งนี้โรดแม็ปของรัฐบาล คสช.ได้กำหนดไว้ชัดเจนแล้ว หากไม่ทำและยิ่งให้เกิดความขัดแย้งจะอันตรายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่ารัฐบาลจะไม่ดำเนินการสิ่งใดที่ทำให้เกิดการไม่ยอมรับของประชาชนรวมถึงสังคมโลก ส่วนการขอระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปีว่าจะเป็นการสืบทอดอำนาจหรือไม่นั้น ผมมองว่าแล้วแต่มุมมอง เพราะหากคนที่ไม่ไว้ใจนักการเมืองก็อาจสนับสนุน แต่มุมของคนที่ตรงข้ามอาจไม่ต้องการ ส่วนผมนั้นไม่มีความเห็นและไม่ขอฟันธง" นายสมบัติ กล่าว 

นายสมบัติ กล่าวต่อว่า การปรับกลไกได้มาซึ่ง ส.ว. จะให้เป็นรูปแบบเลือกตั้งทั้งหมด หรือสรรหาทั้งหมดไม่ใช่นิยามที่ส่งถึงความเป็นประชาธิปไตย เพราะในหลายประเทศใช้รูปแบบที่มาจากการสรรหา หรือเลือกทางอ้อม หรือหลายรูปแบบ ส่วนตนนั้นสนับสนุนให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพราะมั่นใจว่าสังคมไทยมีความเข้มแข็ง สามารถเดินไปบนเส้นทางประชาธิปไตยได้ แม้จะขัดแย้งเรื่องของแนวคิดหรือสีเสื้อก็ตาม.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    52.2%
  • ไม่ชอบ
    3.0%
  • สนุก
    20.9%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    23.9%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement