ศาลฎีกานักการเมือง สั่งรวมคดีทุจริต 'จำนำข้าว' จีทูจี - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ศาลฎีกานักการเมือง สั่งรวมคดีทุจริต 'จำนำข้าว' จีทูจี

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 มี.ค. 2559 19:03
750 ครั้ง


ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อนุญาตให้รวมสำนวนคดีบุญทรง-เอกชนอีก 7 ราย ร่วมทุจริตระบายข้าวรัฐต่อรัฐ เป็นสำนวนเดียวกัน ให้อัยการแก้คำฟ้องก่อนนัดไต่สวนใหม่อีกครั้ง...

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 มี.ค. 59 ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายธนฤกษ์ นิติเศรณี รองประธานศาลฎีกา ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนคดีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี และองค์คณะรวม 9 คน นัดพร้อมคดีหมายเลขดำ อม.25/2558 ที่อัยการสูงสุด (อสส.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานอนุ กก.พิจารณาระบายข้าว กับพวกรวม 21 ราย เป็นจำเลยฐานกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ. 2542 มาตรา 4, 9, 10,12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจโดยทุจริตสร้างความเสียหายแก่รัฐ, ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต สร้างความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 4, 123 และ 123/1 ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิต ซึ่ง อสส.ยังขอให้ศาลสั่งปรับจำเลยทั้งหมด เป็นเงิน 35,274,611,007 บาท ที่คิดคำนวณจากมูลค่าครึ่งหนึ่งตามสัญญาระบายข้าว 50,000 ตัน ที่พบว่ามีการกระทำผิดสัญญา 4 ใน 8 ฉบับด้วย ที่ อสส.ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 17 มี.ค. 58

วันนี้ยังเป็นการพิจารณาครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การจำเลย คดีหมายเลขดำ อม.1/2559 ที่ อสส. ยื่นฟ้อง ห้างหุ้นส่วนจำกัด หจก.โรงสีข้าวกิจทวียโสธร, นายทวี อาจสมรรถ หุ้นส่วนผู้จัดการ, บริษัท กิจทวียโสธรไรซ์ จำกัด ที่มีนายทวี อาจสมรรถ เป็นกรรมการ, บริษัท เค.เอ็ม.ซี. อินเตอร์ไรซ์ (2002) จำกัด, นายปกรณ์ ลีศิริกุล กรรมการ, บริษัท เจียเม้ง จำกัด และนางประพิศ มานะธัญญา กรรมการ เป็นจำเลยที่ 1-7 ฐานร่วมกันกระทำการสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157, 83, 86 และ 91 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 4 และมาตรา 123/1

กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 8 ก.ย. 54–22 ก.พ. 56 ร่วมสนับสนุนจำเลยที่ 1-6 คดีนายบุญทรง กับพวกที่เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ในการจ่ายแคชเชียร์เช็กซื้อขายแต่ไม่ได้มีการซื้อจริง โดยคดีนี้ อสส.ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 13 ม.ค.59 โดยศาลอ่านและอธิบายฟ้องโดยสรุปให้จำเลยทั้ง 7 ฟังแล้ว ซึ่งจำเลยทั้งหมดยืนยันให้การปฏิเสธ และจะส่งคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรในภายหลัง

ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคดีนี้อัยการโจทก์ฟ้องตั้งแต่เดือน ม.ค. 59 และจำเลยได้ทราบจากการไต่สวนของ ป.ป.ช.มาแล้ว ประกอบกับจำเลยสามารถนำสืบรายละเอียดในประเด็นที่ต่อสู้ได้ ศาลจึงให้เวลาจำเลยทั้ง 7 ยื่นคำให้การเพิ่มเติมภายใน 14 วัน

ส่วนที่อัยการ โจทก์ ขอรวมสำนวนทั้งสองพิจารณาเป็นคดีเดียวกันเนื่องจากคดีเกี่ยวพันกัน พยานหลักฐานชุดเดียวกันนั้น องค์คณะฯ ได้สอบถามจำเลยทั้งหมดแล้วไม่คัดค้าน ประกอบกับเพื่อความสะดวกในการพิจารณาจึงอนุญาตให้รวมทั้ง 2 สำนวนคดีหมายเลขดำ อม.25/2558 เป็นคดีหลัก ส่วนจำเลยที่ 1-7 คดีหมายเลขดำ อม.1/2559 ให้นับเป็นจำเลยที่ 22-28 ต่อจากคดีดังกล่าว โดยให้นัดตรวจพยานหลักฐานในส่วนของจำเลยที่ 22-28 ในวันที่ 20 เม.ย.นี้ เวลา 09.30 น.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    84.2%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    10.5%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    5.3%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement