ไม่นับบัตร'โหวตโน' วิษณุดัดหลังฝ่ายต้าน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ไม่นับบัตร'โหวตโน' วิษณุดัดหลังฝ่ายต้าน

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 2 มี.ค. 2559 07:50
20,504 ครั้ง


ขู่พวก‘ควํ่า’ประชามติ ชิงแก้รธน.5ประเด็น

“บิ๊กตู่” นั่งหัวโต๊ะถกร่วม ครม.-คสช. “วิษณุ” สรุปแก้ รธน.ชั่วคราว 5 ประเด็น ผ่าทางตันใช้เสียงข้างมากผู้มาใช้สิทธิประชามติ ร่าง รธน. ทุบโต๊ะไม่นับบัตรโหวตโนดัดหลังฝ่ายต้าน พวกรณรงค์คว่ำต้องทำในเวทีที่ กกต.จัดเท่านั้น เปรียบไทยเหมือน “พระลักษมณ์” ต้องหอกโมกขศักดิ์ สนช.-สปท.ดี๊ด๊าแห่หนุนโมเดล “บิ๊กป้อม” ให้ ส.ว.ลากตั้งคุมเกมช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี “วันชัย” ฉวยจังหวะขอสิทธิจิ้มเลือกนายกฯ “พีระศักดิ์” อ้อนขอเพิ่มโควตาภูธร “มีชัย” ชิ่งตอบสูตร ส.ว.ลากตั้ง “บิ๊กป้อม” บอกพูดก่อนไม่ได้เดี๋ยวเขาโกรธเอา กรธ. ตีกรรเชียงยังแค่ความเห็นส่วนตัว “นิคม” ดักคอน่าคิดร่างให้เข้าทางใคร “นิพิฏฐ์” เหน็บจัดอันดับใหม่ไทยถูกลดเกรดไปต่อท้ายแถวพม่า แฉเล่ห์ทำให้คนหน่ายระบบเลือกตั้ง

หลังจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ระบุว่าจะให้มี ส.ว.แต่งตั้งล้วนๆ เพื่อควบคุมกลไกในช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ตามโรดแม็ปของ คสช.นั้น ล่าสุด ทั้ง สนช.และ สปท. ต่างออกมาแสดงความเห็นสนับสนุน พร้อมขอสิทธิในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย

“บิ๊กตู่” หัวโต๊ะถกแก้ รธน.ชั่วคราว

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 มี.ค. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมร่วมระหว่างคณะรัฐมนตรี (ครม.) และ คสช. โดยมีสมาชิก คสช. อาทิ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผบ.ทหารสูงสุด นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในฐานะสมาชิก คสช. เข้าร่วมหารือเพื่อพิจารณาการปรับแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ว่าด้วยการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หลัง ครม.ได้ให้คณะกรรมการกฤษฎีกา ไปปรับแก้เนื้อหาตามมติ ครม.

ครม.-คสช.ทุบโต๊ะไม่นับบัตรโหวตโน

จากนั้นเวลา 15.30 น. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมร่วม ครม.กับ คสช. ว่า ได้ชี้แจงความจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว โดยแก้ 5 ประเด็น คือ 1.การนับคะแนนเสียงที่จะถือว่าผ่านประชามติ จากเดิมที่ไม่มีความชัดเจน จึงให้ยึดเสียงข้างมากของผู้ใช้สิทธิ แต่กังวลว่าอาจเกิดความเข้าใจไม่ตรงกันอีก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จึงเสนอให้ใช้คำว่าคะแนนเสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิออกเสียงที่เห็นชอบ ส่วนบัตรเสียและบัตรโหวตโนไม่นับเป็นคะแนน คำนี้ถือว่าปิดช่องโหว่ข้อโต้แย้งแล้ว 2.อายุของผู้มีสิทธิลงประชามติ ให้ยึดผู้มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ในวันลงประชามติ 3.การแจกจ่ายรัฐธรรมนูญให้ได้ร้อยละ 80 ของครัวเรือน กรธ.กำลังทำคำอธิบายร่างรัฐธรรมนูญโดยละเอียด จึงจะใช้ตัวนี้ไปแจกจ่ายเผยแพร่ทางเว็บไซต์ และเผยแพร่ทางสื่อมวลชนแทน ดังนั้น จึงไม่ต้องแจกจ่ายให้ได้ร้อยละ 80 ของครัวเรือน

ค้านร่าง รธน.ได้ในเวทีที่ กกต.จัดให้

นายวิษณุกล่าวอีกว่า 4.คำถามพ่วงประชามติ ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นผู้ตั้งคำถาม แล้วส่งไปยัง กกต.ภายใน 15 วันหลังจากแจกจ่ายร่างรัฐธรรมนูญ และ 5.หลักเกณฑ์การรณรงค์ ให้เป็นไปตามที่ กกต.กำหนด ซึ่งอยู่ระหว่างยกร่าง พ.ร.บ. โดยจะเป็นมาตรฐานเดียวกับการเลือกตั้งทั่วไป ประกอบกับหลักเกณฑ์การออกเสียงประชามติปี 50 การชักชวนให้ต่อต้านการลงประชามติถือเป็นความผิด แต่การต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญถ้าพูดในเวทีที่ กกต.จัดไม่มีปัญหา เพราะ กกต.จะดูแลกติกา แต่ถ้าไปจัดกันเองต้องรับความเสี่ยงและความรับผิดชอบเอง เพราะมีกฎหมายหลายฉบับ ทั้งเรื่องหมิ่นประมาท พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ขณะนี้ถือว่าสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้คำตอบในสิ่งที่ติดค้างอยู่ เข้าใจว่าภายในสัปดาห์นี้จะยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวเสร็จ จากนั้นส่งมายังตนเพื่อส่งต่อให้นายกรัฐมนตรีเสนอไปยัง สนช. พิจารณาภายใน 15 วัน

อุบไต๋ทางออกหากประชามติถูกคว่ำ

นายวิษณุกล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นทางออกถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามตินั้น ยังไม่มีการพูดคุยกัน แต่ถ้าสุดท้ายผ่านประชามติจะได้ไม่ต้องคิดอะไร หรือถ้าไม่ผ่านจะได้เร่งแก้ไข ตอนนั้นคงรู้คำตอบว่าจะใช้วิธีการอย่างไร หากบอกไปตอนนี้จะเกิดอคติ และยังไม่รู้ว่าวิธีการใดเป็นวิธีการที่ดีที่สุด เรายังไม่รู้ว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านเป็นเพราะคนไม่ชอบประเด็นอะไร จะได้แก้ไขได้ถูกจุด แต่ยืนยันถึงอย่างไรจะมีการเลือกตั้ง ส.ส.ในปี 60 แน่นอน เพราะเป็นมติของที่ประชุม

เปรียบไทยเหมือนถูกหอกโมกขศักดิ์

“เปรียบสถานการณ์ในประเทศไทยกับวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ วันนี้ประเทศไทยเหมือนกับพระลักษมณ์ที่โดนหอกโมกขศักดิ์ ต้องมียาคือ สังขรณีและตรีชวา ผสมกับน้ำปัญจมหานที และต้องทำก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น หนุมานจึงต้องไปห้ามไว้ก่อน โดยยาสังขรณีเข้าใจว่าคือประชา ส่วนตรีชวานั้นคือรัฐต้องร่วมกัน แล้วไปเอาน้ำปัญจมหานทีมาผสม ซึ่งตนไม่ทราบว่าแม่น้ำ 5 สายคืออะไร” เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วในประเทศไทยใครคือหนุมาน นายวิษณุตอบว่า “ไม่บอก แต่ต้องไปบอกก่อนว่าอย่าเพิ่งออกมามากนัก” จากนั้นนายวิษณุย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า “พระอาทิตย์สีอะไร พระจันทร์สีเหลือง ทีนี้ใครคือหนุมาน ผมไม่ทราบ”

สั่งหาช่องลดงบฯทำประชามติ

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯขอความร่วมมือ คสช. รณรงค์ให้ประชาชนไปลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ทำอย่างไรถึงจะให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิลงประชามติให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เช่น เรื่องการออกหลักเกณฑ์ วิธีการและกฎระเบียบต่างๆ เพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่ทุกฝ่ายว่าการลงประชามติมีความโปร่งใส ชัดเจน จะได้ไม่ต้องถกเถียงกันต่อไป ส่วนงบประมาณการทำประชามติ จากตัวเลขล่าสุดที่ กกต.เสนอมา 3 พันล้านบาทนั้น ถือเป็นตัวเลขที่มาก ที่ประชุมให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปหารือปรับลด เช่น เมื่อไม่จำเป็นต้องแจกจ่ายร่างรัฐธรรมนูญถึงร้อยละ 80 ของครัวเรือนทั่วประเทศแล้ว จะลดงบฯได้เท่าใด

ร่วมกิจกรรมพีอาร์งานอีเวนต์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนประชุมร่วม ครม. คสช. พล.อ.ประยุทธ์ได้ร่วมรณรงค์ประชาสัมพันธ์กิจกรรมของหน่วยงานต่างๆ โดย พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน นำคณะเข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์การจัดแสดงผลิตภัณฑ์ด้านพลังงาน “เพลินพลังงาน งานวิจัยขายได้” ในโครงการตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ต่อมา น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นำคณะเข้าพบเพื่อประชา-สัมพันธ์การจัดกิจกรรม “งานเทศกาลนวัตศิลป์นานาชาติ ครั้งที่ 5” ภายใต้แนวคิด “วิถีใหม่ ไทยนวัตศิลป์” สื่อถึงงานหัตถศิลป์สมัยใหม่ เรียนรู้ผลงานชั้นครู ต่อยอดสู่กระบวนการคิด และการออกแบบใหม่ๆ จัดขึ้นวันที่ 10-13 มี.ค. ที่ศูนย์ประชุมไบเทค บางนา จากนั้น นพ.พิทยภูมิ ภัทร-นุทาพร ผอ.โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และคณะผู้บริหารเข้าพบนายกฯ ขอรับบริจาคเงินสมทบเพื่อสนับสนุนโครงการจัดสร้างโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ส่วนขยาย และมอบเหรียญที่ระลึก “พระพุทธสิรินาคเภษัชยคุรุจุฬาภรณ์”

พรีเซ็นเตอร์แว่นส่องสุริยุปราคา

ต่อมาสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) นำคณะเข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์การจัดแสดงนิทรรศการ รณรงค์กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ภายใต้โครงการ “ปิดเทอมนี้...สนุกคิด...สนุกเรียนรู้...สู่อนาคต” ระหว่างที่นายกฯเดินชมนิทรรศการ มีนักเรียนจาก จ.ฉะเชิงเทรา นำอุปกรณ์ดาราศาสตร์ กล้องโทรทรรศน์ในรูปแบบต่างๆ เพื่อใช้ส่องดูสุริยุปราคาที่จะเกิดขึ้นวันที่ 9 มี.ค. มาจัดแสดง นายกฯได้ทดลองใช้อุปกรณ์แว่นส่องสุริยุปราคาส่องดูพระอาทิตย์ และทดลองกล้องรูเข็มที่ใช้ส่องดูดาว ที่นักเรียนประดิษฐ์ขึ้น บนตัวกล้องเขียนข้อความว่า “we love ลุงตู่” พร้อมกับหันกล้องมาที่กลุ่ม ผู้สื่อข่าว พร้อมกล่าวว่า “ไหนลองส่องดูนักข่าวสิ”

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ฝากทุกคนเน้นเรื่องสเต็มศึกษา (STEM) หรือองค์ความรู้ทางวิชาการ ศาสตร์ที่เชื่อมโยงบนโลกของความเป็นจริง อย่าลืมเรื่องลดเวลาเรียน เพิ่มการเรียนรู้ ฝึกฝนและคิดให้เร็ว เขียนเร็ว ไม่ใช่ดูแต่โลกโซเชียลมีเดียแต่เขียนบรรยายไม่ได้ ย่อความไม่เป็น ที่สำคัญอย่าลืม 3 สถาบันหลักชัย คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และต้องเรียนประวัติศาสตร์เพื่อให้รู้ความเป็นมาของชาติไทย เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และยึดตามหลักค่านิยม 12 ประการ

ยันไม่จำกัดสิทธิทั้งกลุ่มหนุน-ต้าน

ที่สำนักงาน กกต. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า หลัง การหารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เห็นพ้องให้นำร่างประกาศ กกต. ว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการออกเสียงประชามติ และร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติ มารวมเป็นฉบับเดียวกัน เรียกว่าร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะดำเนินการเสร็จ ซึ่งจะมีความชัดเจนมากขึ้น เช่น วิธีการนับคะแนน วิธีการตัดสิน รวมถึงบทกำหนดโทษที่ปรับให้เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่ยืนยันว่าไม่จำกัดสิทธิและเสรีภาพประชาชนต่อการแสดงความเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งฝ่ายเห็นด้วยและฝ่ายไม่เห็นด้วย แต่ต้องไม่กล่าวร้าย ให้ความเท็จ ใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ หรือขัดขวางกระบวนการต่างๆ

กกต.ถกงบประชามติพบซ้ำซ้อน

นายธนิศร์ ศรีประเทศ ผู้ทรงคุณวุฒิ กกต. กล่าวว่า ที่ประชุม กกต.พิจารณาเรื่องการยื่นคำของบประมาณการออกเสียงประชามติพบว่าหลายรายการซ้ำซ้อนกันอยู่ จึงมอบให้สำนักงานเลขาธิการ กกต. กลับไปพิจารณาอีกครั้ง รวมถึงประเด็นที่เป็นข่าวตามสื่อว่า กกต.ถังแตก จะตัดเงินค่าตอบแทนพนักงาน ที่ประชุม กกต.จึงสั่งการให้รักษาการเลขาธิการ กกต.แถลงทำความเข้าใจ และทำหนังสือแจ้งบุคลากรให้เกิดความมั่นใจว่า สิทธิที่เคยได้ยังมีเหมือนเดิม อย่าตกใจ กกต.สามารถบริหารส่วนนี้ได้ ขณะนี้ส่งคำของบประมาณปี 2560 ไปแล้ว วงเงิน 3,400 ล้านบาท เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการบริหารงานผิดพลาด แต่เกิดจากการจัดสรรเงินจากสำนักงบฯไม่เพียงพอ

สนช.แนะแก้ปมประชามติให้ชัด

ที่รัฐสภา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกวิปสนช. แถลงว่า ที่ประชุมวิป สนช.หารือเพื่อเตรียมความพร้อมการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว หาก ครม.เสนอมายัง สนช. คาดว่าจะมีความชัดเจนในสัปดาห์หน้า ส่วนหลักเกณฑ์การจัดทำประชามติไม่ทราบว่าสุดท้ายจะออกเป็น พ.ร.บ.หรือประกาศ กกต. ต้องขึ้นอยู่กับเนื้อหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว ซึ่งควรกำหนดให้ชัดเจน สำหรับกระบวนการพิจารณาเมื่อได้รับร่างแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาแล้ว สนช.จะพิจารณา และทิ้งไว้ 15 วัน ก่อนลงมติ เหมือนการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวเมื่อปีที่ผ่านมา

“มีชัย” ชิ่งตอบสูตร ส.ว.ลากตั้ง

วันเดียวกันเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญในหมวดรัฐสภา โดยนายมีชัยให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ระบุจะให้มี ส.ว.จากการสรรหาทั้งหมดในช่วงการเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ว่า กรธ.ยังไม่ได้หารือเรื่องนี้ ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้ระบุให้สรรหา ส.ว.เฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่จะเอา ส.ว.จากการสรรหาทั้งหมด เมื่อถามว่าเหตุผลฟังขึ้นหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า กรธ.เห็นว่าที่กำหนดให้ ส.ว.มาจากการคัดเลือกกันเองถือว่าดีแล้ว เหมือนกับประเด็นอื่นที่ กรธ.พิจารณาดีแล้ว กรธ.ต้องไปหารือกันก่อนคาดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์จะมีความชัดเจน

พูดก่อนไม่ได้เดี๋ยวเขาโกรธเอา

เมื่อถามว่า หากเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของที่มา ส.ว.ทั้ง 2 แบบ แตกต่างกันอย่างไร นายมีชัยตอบว่า คนที่เสนอมาคงเปรียบเทียบแล้ว เราไม่ได้เสนอ เมื่อถามย้ำว่า สองแนวคิดนี้จะไปด้วยกันได้หรือไม่ ประธาน กรธ.ตอบว่า ยังไม่ได้คุยกัน คงตอบอะไรก่อนไม่ได้ เดี๋ยวเขาโกรธเอา คนที่เสนอมาคงคิดว่าเสนอมาแล้วดี เมื่อถามว่าถ้าแก้เรื่องที่มา ส.ว.ตามข้อเสนอ ต้องไปแก้เรื่องอำนาจหน้าที่ด้วยหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ยังตอบอะไรไม่ได้ ยังไม่ได้มีหารือกัน ส่วนการเก็บตัวร่างรัฐธรรมนูญช่วงโค้งสุดท้ายระหว่างวันที่ 23-26 มี.ค. ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กรธ.จะไปนั่งอ่านทบทวนกันให้ดี พิมพ์เสร็จแล้วจะไปดูว่าตกหล่นตรงไหนบ้าง การเว้นวรรค คำถูก คำผิด จะไม่มีประเด็นที่แขวนไว้จากที่กรุงเทพฯแล้วนำไปพิจารณาต่อ

ตีกรรเชียงขอดูข้อดีข้อเสียก่อน

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. กล่าวว่า กรธ.ต้องขอดูในรายละเอียดก่อนว่าหากให้ ส.ว.มาจากการสรรหาทั้งหมดในช่วงเปลี่ยนผ่าน จะมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร เวลานี้ก็ยังตอบไม่ได้ว่าจะปรับตามความเห็นของ พล.อ.ประวิตรได้หรือไม่ ยืนยันว่าการปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ. ได้ทบทวนทุกข้อเสนอจากส่วนต่างๆอย่างละเอียดรอบคอบที่ผ่านมา กรธ.ปรับแก้หลายมาตราในส่วนของหมวดของสิทธิปวงชนชาวไทย มีการเพิ่มเติมสิทธิประโยชน์ประชาชนมากขึ้นกว่าเดิม น่าจะเป็นที่พอใจของประชาชนอย่างมาก

กรธ.แจงแค่ความเห็น “บิ๊กป้อม”

นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษก กรธ. กล่าวว่า ยังเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของ พล.อ.ประวิตร ถือเป็นข้อเสนอหนึ่งที่ กรธ.รับฟังไว้ แต่ยังพิจารณาไม่ถึงที่มา ส.ว. ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะปรับแก้หรือกำหนดอย่างไร ต้องนำข้อเสนอจากทุกภาคส่วนมาประมวลข้อดีข้อเสียก่อน ยืนยันว่า กรธ.พิจารณาทุกข้อเสนอแนะ ไม่ใช่ให้ความสำคัญข้อเสนอใดเป็นพิเศษ เมื่อถามว่า ถือเป็นการส่งสัญญาณจากรัฐบาลและ คสช.หรือไม่ นายอมรตอบว่า ไม่ใช่ สัญญาณอะไร เป็นแค่ความเห็นของ พล.อ.ประวิตร

ยืนยันว่าไม่มีใครหรืออะไรมากดดันการทำงานของกรธ. ได้ กรธ.เป็นอิสระไม่มีใครมาครอบงำหรือสั่งการเราได้ จะปรับแก้ในเรื่องนี้หรือไม่ขึ้นอยู่กับมติของ กรธ.เอง ขณะนี้การพิจารณายังอยู่ในหมวดรัฐสภา โดยหลักการสำคัญยังคงเดิมไม่ได้ปรับแก้อะไร

รอสัญญาณกดปุ่มจาก ครม.-คสช.

นายเธียรชัย ณ นคร กรธ. กล่าวว่า กรธ.ทราบข้อเสนอของ พล.อ.ประวิตรจากข่าวเท่านั้น ยังไม่เห็นเป็นลายลักษณ์อักษรส่งมา จึงไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์ และต้องรอผลการหารือระหว่าง ครม.กับ คสช.ในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวว่าด้วยการลงประชามติ รอฟังรายละเอียดจะสรุปออกมาอย่างไร รอเอกสารส่งมาอย่างเป็นทางการ กรธ.จึงจะนำเรื่องนี้มาพิจารณา

รับโครงสร้าง ส.ส -ส.ว.เป็นโจทย์หิน

พล.อ.นิวัติ ศรีเพ็ญ อนุกรรมการศึกษาโครงสร้างอำนาจนิติบัญญัติ กรธ. กล่าวว่า รูปแบบ ส.ว. ตามข้อเสนอของ พล.อ.ประวิตร ยังคิดไม่ออก ถือเป็นโจทย์ที่ยาก กรธ.กำลังพิจารณาทบทวนเหมือนทำข้อสอบอะไรทำได้ทำก่อน ไล่จากส่วนที่ไม่ต้องปรับแก้อะไรมากก่อน อะไรปรับได้ก็ปรับ แต่ถ้าให้แก้ตามข้อเสนอทั้งหมดคงทำไม่ได้ จากนั้นค่อยไล่ไปประเด็นใหญ่ที่ยาก เช่น เรื่อง ส.ส. และ ส.ว. จะใช้ความเห็นจากที่ประชุมใหญ่เป็นหลัก ไม่ใช้ความเห็นจากอนุกรรมการชุดต่างๆแล้ว เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญ กรธ.พยายามตอบสนองความต้องการของทุกฝ่าย

“พีระศักดิ์” อ้อนขอเพิ่มโควตาภูธร

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. กล่าวว่า ไม่ขัดข้องหากจะมี ส.ว.สรรหาทั้งหมดในช่วงเปลี่ยนผ่าน เมื่อไม่อยากให้ตั้งองค์กรใหม่มาควบคุมก็ควรใช้องค์กรที่มีอยู่ เช่น ส.ว. มาดูแลในช่วงเฉพาะกิจ เพื่อทำหน้าที่ถ่วงดุลกับ ส.ส. จากการเลือกตั้ง กำกับดูแลการทำงานของ ส.ส.ให้อยู่ในกรอบกฎหมาย อย่างไรก็ตาม อยากให้กระบวนการสรรหา ส.ว.ชุดเฉพาะกิจเหล่านี้ กระจายไปให้ทั่วถึงทุกกลุ่ม โดยเฉพาะควรให้มีสัดส่วน ส.ว.จากภาคต่างจังหวัดมากขึ้น และบทบาทของ ส.ว.ชุดนี้ควรทำหน้าที่ถ่วงดุลฝ่ายบริหารเพียงอย่างเดียว ไม่ควรมีอำนาจเข้าไปก้าวก่ายการทำงานฝ่ายบริหาร

สนช.แห่หนุนอ้างไว้ถ่วงดุลสภาล่าง

นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน รองประธานกรรมาธิการศึกษาพิจารณาข้อเสนอแนะและจัดทำความเห็นประกอบการร่างรัฐธรรมนูญ สนช. กล่าวว่า ความเห็นของ พล.อ.ประวิตร คล้ายกับข้อเสนอของ สนช. ที่ต้องการให้มี ส.ว.จากการสรรหาทั้งหมด เห็นด้วยว่าควรให้ ส.ว.สรรหาทำหน้าที่เป็นสภาถ่วงดุลกับ ส.ส. โดยเฉพาะในช่วงที่ยังไม่มีเสถียรภาพ จำเป็นต้องใช้ความร่วมมือสูง จึงเชื่อว่าการมี ส.ว.สรรหาทั้งหมด จะช่วยประคับประคองช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีได้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะแก้ไขปรับเปลี่ยนที่มาและอำนาจหน้าที่ของ ส.ว. ตามข้อเสนอของ สนช.หรือไม่

ฉวยจังหวะขอสิทธิจิ้มเลือกนายกฯ

นายวันชัย สอนสิริ สปท. กล่าวว่า เคยเสนอว่าในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญในการเปลี่ยนผ่าน ควรมี ส.ส.เลือกตั้ง 350 คน และ ส.ว.สรรหา จากทุกกลุ่มอาชีพ 200 คน กำหนดอำนาจหน้าที่เฉพาะกิจให้ช่วยกันทำหน้าที่ปฏิรูปประเทศ ดังนั้น สิทธิของสมาชิกทั้งสองสภาในช่วงเปลี่ยนผ่าน ควรมีเท่ากัน คือให้ ส.ส. และ ส.ว.มีอำนาจเสนอและลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีได้ เพื่อไม่ให้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดกับสภาใดสภาหนึ่ง ควรมอบอำนาจให้ทั้ง 2 สภาร่วมกันพิจารณาถ่ายโอนอำนาจช่วงเปลี่ยนผ่านให้ราบรื่น เป็นชะตาร่วมกันของประเทศ ไม่ปล่อยให้เป็นประชาธิปไตยแบบสากล แต่ไม่เป็นเผด็จการเต็มที่ โดยให้ ส.ส. และ ส.ว. ทั้ง 550 คน ร่วมกันประเมินทุก 2 ปี ว่า สถานการณ์เรียบร้อยแล้วหรือไม่ ถ้าคิดว่าเรียบร้อยแล้ว ก็ให้เลือกตั้งตามแบบประชาธิปไตยทั่วไป

“นิคม” ดักคอจะร่างให้เข้าทางใคร

นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กล่าวว่า จากข้อเสนอของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ปกติเมื่อเกิดวิกฤติ หรือเกิดเหตุจนไม่มีสภาผู้แทนฯ ก็เป็นหน้าที่วุฒิสภามาทำหน้าที่อยู่แล้วตามรัฐธรรมนูญเดิม แต่ตนขอดูรายละเอียดก่อน ยังไม่รู้ความหมายของ พล.อ.ประวิตรว่าคืออะไร ประกอบกับตอนนี้ร่างรัฐธรรมนูญยังไม่เสร็จ จึงยังไม่อยากวิจารณ์ แต่ไม่เห็นด้วยหากให้วุฒิสภามาทำหน้าที่บริหาร ต้องดูในรัฐธรรมนูญใหม่ให้มีนายกฯคนนอกได้หรือ ไม่ อำนาจหน้าที่ของวุฒิสภาในรัฐธรรมนูญใหม่เป็นอย่างไร เป็นเรื่องน่าคิด หากให้สภาผู้เเทนฯเลือกนายกฯคนนอกได้ จะเข้าทางอะไรหรือไม่ ถ้าเกิดเหตุวิกฤติ จน ส.ว.เข้ามาทำหน้าที่แทน ส.ส.

ปชป.เหน็บต้องไปต่อท้ายแถวพม่า

ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ข้อเสนอของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ตรงตามที่ตนพูดว่าผู้มีอำนาจจะใช้ ส.ว. หากออกแบบรัฐธรรมนูญตามที่ พล.อ.ประวิตรวางจิ๊กซอว์ไว้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถือว่าถอยหลังมาก เป็น การทำปฏิวัติที่ทำให้ประชาธิปไตยของไทยถอยหลังไปด้วย อาจเกิดปัญหา เพราะประเทศไทยสถาปนารัฐชาติในค่ายของชาติเสรีประชาธิปไตย แต่การออกกฎหมายสูงสุดของประเทศใหม่ในครั้งนี้ ไทยจะไม่ใช่ชาติในค่ายเสรีประชาธิปไตยอีก อาจถูกจัดลำดับประชาธิปไตยใหม่โดยต้องไปต่อท้ายหลังเมียนมา การวิ่งย้อนกลับไปสู่อดีตถือเป็นพัฒนาการที่ประหลาด หากสังคมไทยรับได้ตนก็ไม่มีปัญหา

แฉเล่ห์ทำให้คนเบื่อระบบเลือกตั้ง

นายนิพิฏฐ์กล่าวต่อว่า ส่วนตัวห่วงว่าจะเกิดปัญหาในช่วงการทำประชามติรับร่างรัฐธรรนูญ หากประชาชนรู้สึกว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่สืบทอดอำนาจ คงไม่ให้ผ่าน ส่วนผู้มีอำนาจจะหยิบรัฐธรรมนูญฉบับใดมาใช้เป็นอีกเรื่องที่ต้องรอดู แต่ถ้าร่างรัฐธรรมนูญนี้ผ่านและออกมาบังคับใช้ ฟันธงได้ว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะทำงานได้ยากมาก เพราะรัฐธรรมนูญนี้ควบคุมรัฐบาลและนักการเมืองจนไม่สามารถทำอะไรได้ แม้แต่การบริหารราชการแผ่นดิน การแก้ไขปัญหาให้ประชาชนจะล่าช้า ที่สุดสังคมจะเบื่อหน่ายรัฐบาลจากการเลือกตั้ง และจะเรียกร้องหาระบบที่แก้ไขปัญหาโดยใช้อำนาจพิเศษแทน ยิ่งเขียนให้รัฐธรรมนูญแก้ไขยากมาก ที่สุดก็คงถูกฉีกทิ้งอีก

“องอาจ” เตือน กกต.ทำให้ชัดเจน

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ข้อเสนอของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่ขอให้รัฐบาลออกคำสั่งตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 44 แต่รัฐบาลไม่เห็นด้วยและส่งกลับให้ กกต. ยกร่างเป็นกฎหมายทำเป็น พ.ร.บ. หรือ พ.ร.ก. ว่าดูจากเนื้อหาที่ กกต.เสนอมา อาจมองได้ว่าเป็นการปิดปากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญจึงขอเรียกร้องให้ กกต. และผู้เกี่ยวข้องกับกระบวนการออกกฎหมายประชามติ เขียนเนื้อหาสาระในร่างกฎหมายให้ชัดเจน ไม่คลุมเครือ ถ้าไม่ชัดเจนเมื่อ กกต.ดำเนินคดีกับผู้รณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ อาจถูกใช้เป็นเงื่อนไขโจมตี กกต.ว่ารับลูกผู้มีอำนาจเล่นงานคนที่ไม่อยากรับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญโดยรวม อาจถูกขยายผล สร้างเงื่อนไข ทำให้การออกเสียงประชามติไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

หวั่นถูกขยายผล-ใช้อำนาจมิชอบ

นายองอาจกล่าวต่อว่า การเขียนกฎหมายประชามติให้ชัดเจน จะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้มีอำนาจใช้อำนาจในทางมิชอบ จึงขอให้ กกต.และผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะรัฐบาลพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยมีความเห็นว่ากฎหมายประชามติ ควรตราออกมาในรูป พ.ร.บ. จะเหมาะสมกว่า เพื่อให้เกิดความรอบคอบ ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และทำให้การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรมอย่างแท้จริง

กปปส.จวก ส.ว.ชุดก่อนปอดแหก

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. กล่าวว่า หากจะเพิ่มอำนาจให้ ส.ว.สรรหา ตามข้อเสนอ พล.อ.ประวิตร ก็ต้องมีหลักประกันว่าจะสามารถกล้าใช้อำนาจในช่วงวิกฤติได้ เพราะคราวก่อนที่กลุ่ม กปปส.ชุมนุมหลายเดือน ขอให้ ส.ว.ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 3 และมาตรา 7 เพื่อสรรหาตัวนายกฯคนใหม่ แต่กลับไม่มีใครกล้า การแก้วิกฤติมี 2 หลักการ คือ 1.กลไกภายใต้รัฐธรรมนูญที่เหมาะสม 2.อาศัยความกล้าตัดสินใจของคน ครั้งที่แล้วเราเชื่อว่ากลไกมีแต่คนกลับไม่กล้า ต้องรอดูว่า กรธ.จะกำหนดอำนาจ ส.ว.อย่างไร แต่เท่าที่ดู กรธ.กำลังทำให้ชัดเจนขึ้น แต่หาก กรธ.กำหนดไว้ดีชงให้แล้วยังไม่กล้าใช้ก็คงป่วยการ

“บิ๊กจิ๋ว” จี้ซ้ำรัฐบาลรีบหาทางลง

ขณะที่นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวพาดพิง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ ว่าอายุมากแล้วไปพักผ่อนได้แล้วนั้น พล.อ.ชวลิตฝากให้มาบอกรัฐบาลว่า ในฐานะเป็นทหารที่ทำงานด้านความมั่นคงมาชั่วชีวิต ท่านเป็นห่วงน้องๆที่จะพาบ้านเมืองลงเหวแล้วกู่ไม่กลับ ลองดูข้อเท็จจริงว่าขณะนี้ปัญหาเศรษฐกิจถดถอย ประชาชนไม่มีกำลังซื้อ เกษตรกรถึงขั้นไม่มีจะกิน ปัญหารัฐธรรมนูญ ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ที่รัฐบาลมุ่งมั่นจะปราบโกง มันย้อนกลับเข้าหารัฐบาลเอง เอาแค่ 3 ข้อ ก็หนักหนาสาหัสแล้ว พล.อ.ชวลิตจึงฝากบอกว่าแทนที่จะแนะนำท่านให้ไปพักผ่อน รัฐบาลนั่นแหละถ้าสงสารประเทศ สงสารประชาชน ควรหาทางลง ทำไม่ยากเลย บอกนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯจัดการได้ไม่ยาก และลงสวยด้วย แต่ถ้าลงช้าจะได้ก้อนอิฐแทน

เบื่อแล้วคำโกหกไม่สืบอำนาจ

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการกำหนดระยะเปลี่ยนผ่านยาวนานถึง 5 ปี 20 ปี อีกทั้งมีกรรมการยุทธศาสตร์ขึ้นมากำกับแบบไม่เป็นประชาธิปไตย เหล่านี้คือการสืบอำนาจชัดเจน ผ่านทั้งกลไกบุคคล และกลไกรัฐธรรมนูญ จะปฏิเสธอย่างไรก็ไม่มีใครเชื่อ ยิ่งพูดคนก็ยิ่งเอือมระอา มั่นใจว่าหากทำกันแบบนี้ประชามติจะถูกคว่ำแน่นอน เสียเงินเปล่าประโยชน์ ดังนั้นอยากแนะนำให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ภายหลังเลือกตั้ง โดยมีอายุเพียง 1 ปี กรรมการประกอบไปด้วย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา นายกรัฐมนตรี ผู้นำฝ่ายค้าน ผบ. เหล่าทัพ ประธานกรรมาธิการในสภาทุกคณะ ถือว่าครอบคลุมและยึดโยงกับประชาชน ถ้าทำได้แบบนี้เชื่อว่าประชาชนเอาด้วยแน่

คนไทยบี้ คสช.กล้าตัดทิ้งประชามติ

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวถึงการประชุมร่วมระหว่าง ครม.และ คสช. เพื่อพิจารณาประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวว่าด้วยทำประชามติ ว่า ขอเสนอให้ คสช.ตัดขั้นตอนการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญออกไปจากรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เพราะขณะนี้ประเทศยังไม่พร้อมที่จะทำประชามติ โดยเฉพาะในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจเช่นนี้ ไม่ควรเสียงบประมาณอีกหลายพันล้าน ไม่ควรสูญเสียเวลา หรือซื้อเวลาโดยการทำประชามติ อย่าดูถูกประชาชนว่าสามารถครอบงำได้ คสช.จะใช้รัฐธรรมนูญฉบับใดให้ประกาศ ใช้เลย แต่อย่าไปใช้นักกฎหมายหน้าเดิม ที่ยกร่างรัฐธรรมนูญมาหลายฉบับแล้วล้วนทำให้ประเทศมีปัญหามาตลอด ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ใช้ความดีที่มีอยู่ในตัวและความกล้า ทำให้บ้านเมืองสักครั้ง เพื่อให้มีการเลือกตั้งและให้ตัวแทนประชาชนเข้ามาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับถาวรดีกว่า

“วัฒนา” อัดลูกผู้ชายอย่าหนีตรวจสอบ

อีกเรื่อง นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์ลงเฟซบุ๊กเรื่อง “อีคิวต่ำไปหน่อย” ว่า แทบไม่เชื่อหูเมื่อได้ยินคนในรัฐบาลตอบกรณีทหารไปละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในงานศพ ว่าไม่ได้ไปคุกคาม
แค่ส่งไปดูแล ที่บุกถ่ายรูปคงเห็นว่าสวย เป็นคำพูดที่แสดงการกดขี่เหยียดหยามทางเพศ ที่สำคัญคนพูดเคยเป็นอดีต ผบ.ทบ. ปัจจุบันเป็นรองนายกฯและรองหัวหน้า คสช. ที่แปลกใจคือที่บ้านและสถานที่ที่ท่านเคยเรียนมาไม่ได้อบรมสั่งสอนเรื่องการให้เกียรติสุภาพสตรีซึ่งเป็นเพศแม่บ้างหรือ นับจากคสช.ยึดอำนาจ บ้านเมืองตกต่ำ สังคมแตกแยกมากขึ้น เพราะรัฐบาลและ คสช.ทำตัวเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง คสช.เรียกร้องให้คนเคารพกฎหมายและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ คสช.และคณะกลับไม่เคยแสดงเป็นตัวอย่างถึงความรับผิดชอบ กลับหนีการตรวจสอบซะเอง ดังนั้นก่อนจะกล่าวหาใครหรือเรียกร้องให้ใครกลับมาสู้คดี ต้องทำตัวเป็นตัวอย่างก่อน

“ชาญชัย” ย้อนให้ไปถามน้องชาย

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตเลขานุการ คณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปอำนาจหน้าที่และกระบวนการทำงานตำรวจเพื่อประโยชน์ของประชาชน สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงความคืบหน้าหลังเปิดเผยการซื้อขายตำแหน่งในวงการตำรวจว่า ยืนยันข้อมูลมีที่มาที่ไปชัดเจน บุคคลที่เล่าให้ฟังเป็นทั้งนายตำรวจใหญ่ และคนใกล้ชิดของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กำกับดูแล สตช. การที่ พล.อ.ประวิตรออกมาปฏิเสธว่ายุคนี้ไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง แต่เป็นการแอบอ้างชื่อไปตกเบ็ดนั้น เป็นเรื่องน่าแปลก เพราะคนที่ยอมฮุบเหยื่อกลับได้รับแต่งตั้งไปอยู่ตำแหน่งสูง พื้นที่เกรดเอ ท่านไม่ทราบเลยหรือว่ามีกี่ราย ถ้าไม่ทราบ ขอให้ไปถามน้องชายที่รู้เรื่องตำรวจดี เพราะขณะที่ตนเป็นเลขานุการคณะอนุ กมธ.ปี 58 มีตำรวจจำนวนมากทำหนังสือร้องเรียน ระบุชื่อและตัวตนชัดเจนว่ามีทุจริตวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง โดยเฉพาะชั้นสัญญาบัตร ระดับนายพลก็ยังบ่น ดังนั้นตำรวจที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมสามารถส่งข้อมูลมาที่ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป ตู้ ปณ.15 ปณฝ.รัฐสภา กทม. 10305

“มาร์ค” แนะเร่งสางปมเก็บคะแนน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณี พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สปท. ถูกตำรวจดำเนินคดีเรื่องการส่งข้อความทางไลน์ระบุว่ามีการซื้อขายตำแหน่งตำรวจ ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยืนยันว่าถ้ายังอยู่ในตำแหน่งจะไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง ว่า ทุกยุคทุกสมัยแม้แต่สมัยรัฐบาลของตน ต้องยอมรับว่ามีข้อครหาเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง วิ่งเต้นโยกย้าย มีความพยายามปรับระบบเรื่องนี้ทั้งคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (กตช.) และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) แม้มีรัฐประหารก็แก้กฎหมาย รวมถึงคำสั่งใช้มาตรา 44 เพื่อให้การโยกย้ายแต่งตั้งไม่มีการโต้แย้ง เมื่อ พล.อ.ประวิตร ยืนยันว่าจะไม่ให้มี แต่คงไม่ใช่วิธีดำเนินคดีกับคนที่เขาได้ยินมา ถ้าใครมีข้อมูลใหม่จะได้ตรวจสอบ รวมถึงวิธีการปฏิรูปตำรวจ ยุคนี้เป็นความหวังควรเร่งหากลไกปรับปรุง กตช. ก.ตร. เพราะถ้าต่อไปไม่มีมาตรา 44 จะแก้ปัญหากันอย่างไร หากเรื่องนี้เดินหน้า ประชาชนจะเห็นชัดถึงความตั้งใจในการปฏิรูปของรัฐบาล

ศาลนัดฟังแนวสำนวนคดีระบายข้าว

นายชุติชัย สาขากร รองอัยการสูงสุด กล่าวถึงการนัดพิจารณาคดีที่อัยการสูงสุด ยื่นฟ้องนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับอดีตนักการเมือง ข้าราชการ เอกชนที่เป็นบริษัทนิติบุคคลและกรรมการบริษัท รวม 21 ราย คดีหมายเลขดำ อม.25/2558 ฐานร่วมทุจริตระบายข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) และสำนวนคดีหมายเลขดำ อม.1/2559 ที่ยื่นฟ้องห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงสีกิจทวียโสธร บริษัท กิจทวียโสธรไรซ์ จำกัด บริษัท เค.เอ็ม.ซี. อินเตอร์ไรซ์ (2002) จำกัด บริษัท เจียเม้ง จำกัด และกรรมการบริษัท รวม 7 ราย ฐานสนับสนุนการทุจริตว่า ในวันที่ 2 มี.ค. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะนัดเพื่อฟังคำสั่งว่าศาลจะให้รวมสำนวนคดีพิจารณาเป็นคดีเดียวกันหรือไม่ ผู้สื่อข่าวถามถึงคำร้องคดีทางแพ่งเพิ่มเติมกับเอกชน 15 ราย ในสำนวนคดีนายบุญทรง เพื่อชดใช้ความผิดทางแพ่งนั้น นายชุติชัยกล่าวว่า อัยการยังไม่ยื่นคำร้องทางแพ่งในวันที่ 2 มี.ค.นี้ โดยอยู่ระหว่างพิจารณาตามขั้นตอน และยังไม่สิ้นสุดอายุความ

ครม.ไฟเขียวกฎหมายชะลอฟ้อง

อีกเรื่อง ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในการประชุมร่วม คสช.และ ครม.ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.มาตรการแทนการฟ้องคดีอาญา ซึ่งพยายามผลักดันมากว่า 40 ปี วันนี้ ครม.รับหลักการแล้ว จะส่งให้ สนช.พิจารณา กฎหมายฉบับนี้มีเนื้อหาว่า ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะฟ้องร้องใครให้ดูความประพฤติ หากเห็นว่าพอจะกลับตัวได้ก็ไม่ฟ้องให้เสียเวลา การชะลอหากพ้นเวลาที่กำหนดก็ฟ้องไม่ได้อีก คล้ายกับการรอลงอาญา แต่คือการรอฟ้อง ถ้าความผิดไม่ใหญ่โต กระทำโดยประมาทมีโทษไม่สูงจำคุกไม่เกิน 5 ปี ข้อหาอะไรก็ชะลอได้ เรื่องนี้ไม่มีการเมืองช่วยผลักดัน เพราะทุกรัฐบาลพยายามออกกฎหมายฉบับนี้อยู่แล้ว เมื่อถามว่าคดีการชุมนุมในอดีตเข้าเกณฑ์กฎหมายนี้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ถ้าโทษไม่มาก ตามหลักเกณฑ์ก็เข้า ไม่ว่าใครอยู่ในข่ายได้รับอานิสงส์ทั้งหมด เมื่อถามอีกว่าใช้กับคดีของนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ต้องดูข้อหาความผิด ข้อหาใหม่ ข้อหาเก่าใช้กฎหมายนี้ไม่ได้ เพราะตัดสินฟ้องไปแล้ว

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    12.5%
  • ไม่ชอบ
    82.8%
  • สนุก
    2.8%
  • ประหลาดใจ
    0.3%
  • เสียใจ
    1.1%
  • ให้กำลังใจ
    0.5%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement