เอสพีซีจี เตรียมเซ็นสัญญาสร้างโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่น - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

เอสพีซีจี เตรียมเซ็นสัญญาสร้างโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่น

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 มี.ค. 2559 23:48
354 ครั้ง


SPCG โชว์ผลประกอบการปี 58 รายกำไรพุ่ง 2,465 ล้านบาท พร้อมจ่ายเงินปันผลครึ่งปีหลังหุ้นละ 0.81 บาท เผยปี 59 นี้เตรียมเซ็นสัญญาสร้างโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่น 100 เมกะวัตต์ และร่วมทุนอีก 30 เมกะวัตต์ที่เมียนมา ตั้งเป้ารายได้ทะลุ 5,500 ล้านบาท กำลังผลิต 300 เมกะวัตต์...

เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย น.ส.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG ผู้นำการบุกเบิกและพัฒนาการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งโซลาร์ฟาร์ม (SOLAR FARM) และพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้าน (SOLAR ROOF) ของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ได้จัดงาน “บริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน" เพื่อชี้แจงผลการดำเนินการดำเนินงานประจำปี 2558 พร้อมทั้งให้นักลงทุนได้สอบถามข้อข้องใจ

น.ส.วันดี กล่าวว่า ผลประกอบการปี 2558 บริษัทฯทำรายได้รวม 5,000 ล้านบาท มากกว่าปี 2557 ที่ 4,357 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2,465 ล้านบาท มากกว่าปีก่อนที่ทำได้ 1,889 ล้านบาท ถือว่า ทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยมาจากรายได้การขายและการบริการ รวมถึงจำนวนการผลิตกระไฟฟ้าเพื่อขายที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างการเจรจาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิตไม่ต่ำกว่า 300 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเซ็นสัญญาได้ภายในปีนี้ 100 เมกะวัตต์ และบริษัทฯ ยังมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ประเทศเมียนมา กำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ เป็นการร่วมทุนกับบริษัทในเมียนมา คาดว่าจะเซ็นสัญญาได้ภายในปีนี้เช่นกัน

น.ส.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG

โดยปี 2559 บริษัทคงเป้าหมายรายได้ที่ 5,500 ล้านบาท โดยมีงบลงทุน 1,000 ล้านบาท หากมีโครงการที่น่าสนใจบริษัทฯ ก็พร้อมจะลงทุนทันที เนื่องจากมีเงินทุนที่เตรียมไว้ทั้งหมด 3,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม แผน 5 ปี (58-62) บริษัทตั้งเป้าบริษัทฯจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 500 เมกะวัตต์ โดยปัจจุบันมีกำลังการผลิตไฟฟ้าในมือ 261 เมกะวัตต์ และที่คาดว่า จะเพิ่มเข้ามาจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ญี่ปุ่นอีก 100 เมกะวัตต์ ส่งผลให้ภายในสิ้นปีนี้บริษัทฯ จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าในมือไม่ต่ำกว่า 300 เมกะวัตต์ สำหรับ สัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E ratio) อยู่ที่ระดับ 9 ถือว่า อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมเดียวกัน นับเป็นที่น่าสนใจของนักลงทุน ซึ่งคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีหลัง จากผลการดำเนินงานระหว่างเดือน ต.ค.-ธ.ค. 2558 ในอัตราหุ้นละ 0.81 บาท โดยกำหนดวันที่ไม่มีสิทธิรับเงินปันผล (XD) และไม่มีสิทธิประชุมผู้ถือหุ้น (XM) ในวันที่ 10 มี.ค. 2559 และกำหนดวันปิดสมุดทะเบียน วันที่ 15 มี.ค. 2559 ซึ่งจะจ่ายเงินปันผลใน วันที่ 16 พ.ค.59

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    14.3%
  • ไม่ชอบ
    14.3%
  • สนุก
    14.3%
  • ประหลาดใจ
    57.1%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement